My Top Favorite 20 Songs of 2017





ห่างหายเรื่องเพลงไปพักใหญ่เลย และเมื่อปี 2016 ก็ไม่ได้รวบรวมเพลงที่ตัวเองชอบ เพราะแรงบันดาลใจไม่ได้ทำงาน (วันๆ เอาแต่เขียนรีวิวน้ำหอม เพราะว่ายังลง Review 7 วันอยู่) กลับมาปีนี้พอมีเวลาแรงฮึดกลับมาให้มาฟังเพลงมากเท่าที่ทำได้แบบเดิมอีกครั้ง เลยรวบรวมซะเลยกับ 20 เพลงที่เป็นที่สุดของเข็มขัดสั้นในรอบปี 2017 ซึ่งไม่ได้เรียงลำดับตามความชอบหรือรักมากแต่ประการใด เพราะทุกเพลงมีความดีงามที่ควรจะเป็นและชอบเท่าเทียมกันในทุกเพลง เช่นนั้นก็ขอเริ่มที่

The Greatest Showman – This Is Me


มันคือเพลงแห่ง Empowerment โดยแท้ ให้พลัง ให้ความเข้มแข็ง และยืนยันในความเป็นตัวตนของเรา ฟังครั้งแรกจบร้องไห้ออกมาเลย มันกระแทกใจไปหมดตั้งแต่จุดด้อยที่เรามี จุดที่เราพยายามที่จะสู้และยืนหยัดที่จะเป็น แต่จุดที่เรารู้ตัวว่านี่แหละคือตัวเรา ทั้งหมดทำให้มีพลังในใจมากมายก่ายกองเต็มตื้นไปหมด ฟังกี่ทีก็น้ำตาคลอในพลังที่ส่งออกมาจากในเพลง ยกดาวให้ทั้งฟ้าเลยสำหรับเพลงนี้ในเวอร์ชั่นนี้ (ส่วนตัวเฉยๆ กับเวอร์ชั่น Ke$ha พลังมันสู้เวอร์ชั่นที่นักแสดงในเรื่องที่นำด้วย Keala Settle ร้องไม่ได้จริงๆ)

Rudimental ft. James Arthur – Sun Comes up

เมื่อนอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาทุกอย่างของเมื่อวานมันจะเป็นอดีต ความเจ็บปวดที่เราเคยเจอและอะไรก็ตามมันจะบางเบาลงไปทำให้เราลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เป็นหนึ่งในคำพูดที่เป็นเหมือนเตือนใจมาเสมอว่า ชีวิตเราต้องสู้และผ่านไปให้ได้ ซึ่งก็มาเจอกับเพลง Theme ของแนวคิดนี้เต็มๆ ก็เพลงนี้แหละ เพราะน้ำเสียงที่อินเนอร์แรงจัดมากๆ ของ James Arthur ที่ได้อารมณ์ในทุกท่อนที่ร้อง ดนตรีก็ฮึกเหิมปลุกพลังกันอย่างชัดเจนแถมได้ด้วยความเก๋ตามสไตล์ของวงอีก จบเลยรักเลย ไม่ต้องมีคำบรรยายอื่นใดนอกเหนือจากนี้แล้ว

Rachel Platten – Broken Glass
ต้องบอกว่า Rachel Platten เป็นเจ้าแม่เพลงให้กำลังใจเลยก็ว่าได้ แต่ละเพลงที่ปล่อยออกมาก็เพื่อการนี้จริงๆ ซึ่งกับเพลง Broken Glass ชัดเจนมากกับพัฒนาการทางดนตรีที่ปรับความเป็น Contemporary Pop เป็นเพลงที่มีจังหวะจะโคนกึ่งจังหวะ Dancehall เบาๆ เข้ามาผสมผสานกับเสียงหวานๆ แต่สิ่งที่ดีงามที่สุดคือ เนื้อเพลง ที่ให้กำลังใจสุดฤทธิ์ เพราะฉันคือนักสู้ ฉันพร้อมที่จะเต้นบนเศษแก้วแตกๆ กับคำคนที่บ้าบอ แล้วผ่านมันไปให้ได้อย่างมั่นคง มาสายไม่หนักแน่นเต็มที่จะค่อยๆ บิลด์จนเราสตรองขึ้นมาได้ยอดเยี่ยมเลย

MiC LOWRY – Oh Lord

ช่วงทำนองแบบ RnB มีความเป็นแนวยุค 90 ได้น่าสนใจมาก ยิ่งการ Sample เอาเพลง In the Air Tonight ของ Phill Collins มาทั้งเนื้อร้องและท่วงทำนองมาใส่ความเป็นสไตล์ของวงยิ่งทำให้เพลงนี้ตรึงให้ฟังจนจบมากมาย ซึ่งน้ำเสียงแต่ละคนมีความ Unique ที่มาผสมผสานกันได้เป็นอย่างดีมาก ที่สำคัญเนื้อหาออกทางคริสเตียนลักษณะเป็นการสารภาพบาปและยอมรับความจริง ดาร์กแบบกำลังดี ให้รู้สึกว่าชีวิตมันต้องเจออะไรอีกมากมายและเราต้องยอมรับในความเป็นไปต่างๆ ที่เราต้องพบเจอ

Dua Lipa – New Rules

นี่แหละเพลงชาติเพื่อให้หลุดพ้นออกจากวังวนของการตัดใจในความรักไม่ได้ซะที เพราะชีวิตมันต้องมีกฎเกณฑ์ที่ทำให้เราต้องรอดจากความเจ็บปวดซ้ำซากสิ ซึ่งน้ำเสียงเท่ห์ๆ ของสาว Dua ทำให้เพลงนี้มีความชิคมากมายตีคู่กับความเป็น Tropical House ที่มีความเก๋และคุณนายสุดๆ ในท่วงทำนองอีกด้วย เช่นนั้น อย่ารับโทรศัพท์จากมัน เตะมันออกไปจากชีวิต อย่าไปเป็นเพื่อนมันเพราะเดี๋ยวไปจบที่เตียง ถ้ายังกลับไปหามัน ก็เจ็บซ้ำซากแบบนี้แหละ จำไว้ ชัดเจนนะจ้ะ สายสตรอง

Demi Lovato – Sorry Not Sorry
เพลงนี้ถือว่าเป็น Masterpiece ไหม ก็ไม่ถึงขั้นหรอก เพลงนี้ดีงามเว่อร์ๆ แบบว่าให้พลังใจในการดำรงชีวิตไหม ก็ไม่ใช่แหละ เป็นเพลงที่แทบทุกคนในโลกควรจะจดจำไหม ก็อาจจะไม่ใช่ขนาดนั้น แต่เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้เราเห็นอีกมุมของสาว Demi Lovato และความเป็นหนึ่งในดิว่าที่เตรียมขึ้นแท่นให้จับตามองและฟังเธอ แถมยังสะท้อนความเป็นตัวตนของเข็มขัดสั้นได้แบบชัดเจนมาก เพราะว่าเรามันสายสตรองและเขี้ยวเล็บมีเยอะ และกวนตรีนแสบสันต์ไม่น้อย เช่นนั้น ขอโทษนะที่ไม่ได้เสียใจในสิ่งที่ทำเลย คิดดีแล้วล่ะ

Julia Micheals – Issues

“คนมันมีปม ไม่ใช่ว่าจะไว้ใจใครง่ายๆ และถ้าให้ความจริงใจมาก็ให้กลับนะเออ ไม่ว่าจะหลงหรือรักแค่ไหน ถ้าเปรี้ยวมาก็เทได้นะเว้ย” ฟังเพลงนี้ครั้งแรกประโยคนี้เด้งมาเลย เรียกว่าแค่นี้ก็ชัดเจนในขั้นแรกว่าเพลงนี้ต้องมาขึ้นแทนการเป็นเพลงที่รักประจำปี ตอกย้ำต่อเนื่องมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์น่าฟังพลิ้วไหวมาก ไม่ได้ใสแต่มีมิติให้รู้สึกถึงอารมณ์ได้ชัดเจนมาก และทำนองเพลง Pop ที่มีลูกเล่นเก๋ๆ กึ่งน่ารักตัดกับความดาร์กของเนื้อหาเรียกว่า Mix & Match ชัดเจน ของเขาดีจริงๆ

P!nk - Beautiful Trauma
ฝีมือของนางไม่ตกเลยอ่ะ เรียกว่ามีความเสถียรในการเป็นศิลปินและนักร้องที่คงเส้นคงวามาตลอดจริงๆ อันนี้น่าชื่นชมอย่างแรกในความเป็น P!nk และสิ่งที่น่าชื่นชมไปอีกดอกคือ เพลงแบบนี้ เนื้อหาแบบนี้ น่ารักมากครับ เพราะในความบัดซบของชีวิตโน่นนี่ มันสามารถเป็นเรื่องราวที่สวยงามได้ อยู่ที่มุมมองเน้นๆ เลย ซึ่งเรียกว่าเป็นการกลับมาอย่างสวยงามไม่พอ ยังมีความสตรองและมุมมองที่น่าสนใจในเพลงเสริมเข้ามาเรื่อยๆ เสียด้วย แม้ว่าเพลงจะท่วงทำนองตามสไตล์แบบที่นางเคยทำมาเป็นพื้นฐาน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าติดหูและเพลินมาก

Liam Gallagher – Wall of Glass
Britpop ตามสไตล์ที่เพิ่มเติมความเป็น Pop เข้ามาให้ฟังง่ายมากขึ้น มันอาจจะไม่ได้ว้าวสำหรับคนฟังเพลงสากลยุคใหม่ก็ได้ แต่มันว้าวเด็กวัย 90 ที่ชอบแนว Britpop ได้แน่นอน เพราะ Liam Gallagher เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ในยุคนั้นกับการเป็น Oasis ซึ่งเพลงนี้เพียงแค่ดังขึ้นมา ความตื่นเต้นที่ได้กลับไปเจอเพลงในยุคที่เราเติบโตมันมาเต็มตื้นไปหมด น้ำเสียง ท่วงทำนอง ความคุ้นเคยต่างๆ ทำให้คิดถึงยามบ้าบอร้องเพลง Wonderwall มาก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะหลงรักเพลงนี้

Bruno Mars – That’s What I Like


ทั้งเพลงนี้มันคือเสน่ห์ที่ฟุ้งกระจายไปหมดทั้งภาคดนตรี เพราะเป็นการผสมผสานความเป็น RnB เข้ากับ New Jack Swing ติด Funk และมี Hip Hop ติด Soul ที่มีกลิ่นอายทั้งร่วมสมัยก็ได้ แตะความเป็นเพลงในโทนยุค 90 ก็ได้ เรียกว่าเอาเสน่ห์ของแนวเพลงมาเป็นลูกเล่นในเพลงได้ดีมากมาย ที่แน่ๆ เสน่ห์ของความเป็น Bruno Mars มาเต็มทุกเม็ด นี่แหละ Bruno ที่ต้องดูกวนๆ Bruno ที่มีพรสวรรค์ Bruno ที่ปล่อยของได้ดีกว่าตอนที่เห็นในอัลบั้มแรกมาก ที่แน่ๆ เต้นตามเพลงนี้แบบเอวเคล็ดแล้วเคล็ดอีกก็ไม่เข็ด ชอบมากกกกกกก

Zedd & Alessia Cara – Stay
ฟังครั้งแรกยิ้มออกมาทันที เพลงมันจังหวะทุกอย่างลงตัว มีลูกล่อลูกชนที่ตรึงให้ฟังจนจบ ไม่ว่าจะท่วงทำนองที่เก๋และชิคมากเรียกว่า Zedd ทำเพลง Electro ออกมาแบบมีทุกอารมณ์เพลงเลยมีทั้งช่วงที่ดูเป็นวัยรุ่นก็ได้ ไฮโซขาดใจก็สามารถ เรียกว่ากลมกล่อมขั้นสุด ที่สำคัญเสียงของน้อง Alessia Cara ก็กินขาดบาดจิตสื่อสารชัดเจน อารมณ์เพลงแบบว่า “อยู่ต่อเถอะ” ที่พูดมาเยอะแยะนั่นน่ะ ต้องการแค่นี้จริงๆ เรียกว่า ทุกอย่างสมควรที่จะเป็นเพลงฮิตไม่พอ สมควรที่จะมาเป็นหนึ่งในเพลงที่เข็มขัดสั้นรักมากด้วยเช่นกัน

JP Cooper – September Song
เพียงแค่เสียงที่ขึ้นต้น ก็ตรึงแล้วว่าต้องฟังต่อแบบหยุดไม่ได้ พอขึ้นทำนองคลอยิ่งทำให้ขนลุกเลยกับการสื่อสารอารมณ์โหยหาแบบแมนๆ ในเสียงร้องที่ Unique และมีความพลิ้วมากมาย อารมณ์คิดถึงคนรักที่จากไปมันมาเต็มไปหมดทั้งเพลง แต่มันไม่ได้เศร้ามาก เพราะอารมณ์เพลงมันยังมีความหวังอยู่ แต่มันโหยหา มันเหงา มันอึนท่ามกลางดนตรีที่รื่นไหลมีจังหวะจะโคนที่โยกได้ เรียกว่าเพราะเพลงนี้เพลงเดียวทำให้ต้องไปฟังเพลงทั้งอัลบั้มของ JP Cooper ทันที และบอกเลยหนุ่มคนนี้มีดีมากกกกกกก ยอมใจ

The Weeknd ft. Daft Punk – I Feel It Coming
Pop Disco ที่กลมกล่อมมากมายก่ายกอง ยกดาวให้ทั้งฟ้าเลย กับความพลิ้วไหวที่ตีคู่กันอย่างลงตัวทั้งเสียงร้องของ The Weeknd (ที่พอตัดผมแล้วหล่อขึ้นเยอะ) ที่คุมโทนความเซ็กซี่แบบค่อยเป็นค่อยไปได้ดีมาก ไม่ได้ร้องแบบหื่นเข้าแลกแต่ประการใด กับภาคดนตรีที่ Daft Punk ร้อยเรียงได้เป็นจังหวะจะโคนที่ไม่ต้องแดนซ์ Disco ตลาดแตก แต่มาแบบเซ็กซี่ Mid Tempo กึ่งเนิบกึ่งกระฉึกกระฉัก ซึ่งเข้ากั๊นเข้ากันกับเนื้อเพลงที่มีความวาบหวามอีโรติค แบบว่าฟังแล้วเหมือนได้เห็นบทรักที่พลิ้วตั้งแต่เริ่มยันปลดปล่อยสวัสดิกะเลย

Kygo & Ellie Goulding – First Time

ลำนำของการคิดคำนึงถึงรักอดีตและต้องการที่จะย้อนกลับไปทำในสิ่งที่เคยผ่านมาอีกครั้ง ที่ได้เสียงร้องของ Ellie Goulding ที่ทำให้เพลงมีความสว่างในเพลงได้มากมาย แม้จะมีความรู้สึกเหงาๆ ในเพลงอยู่ประปรายก็ตามกับการเป็นเพลงรำลึกแบบนี้ ยิ่งท่วงทำนองที่เป็น EDM ติด Tropical House และมีช่วงที่ดนตรีเอื้อนให้รู้สึกนิ่งฟังตาม เคล้าทำนองแนวๆ 80 ยิ่งทำให้เพลงดูเป็นลักษณะของ Flashback เรียกว่าทุกอย่างเคล้ากันอย่างลงตัวและกลมกล่อมมากมาย ถือเป็นการเจอกันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ของทั้ง 2 ศิลปิน

Demi Lovato – Tell Me That You Love Me
“ใช่ เรื่องมันจะจบ และไม่สวยด้วย แต่จะทำให้ไงถ้ามีเยื่อใย มันต้องรั้งสิ ขอให้ได้รั้งแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นไปตามที่หวังก็ตาม ขอน้ำทิพย์รดลงมาที่จิตใจซักหน่อยก็ยังดี” เรียกว่าเพลงนี้ Demi Lovato พิสูจน์ตัวเองได้ชัดเจนว่านี่แหละ หนึ่งในนักร้องคุณภาพที่จะมองข้ามเธอไปไม่ได้ ทั้งอินเนอร์ในน้ำเสียง ทั้งอารมณ์ที่เจ็บลึก ทั้งพลังในการร้องเก็บเรียบหมดเลยทุกอย่าง กับท่วงทำนอง Soul RnB ผสมผสาน Gospel ที่มาเต็มมาชัดมีความดาร์กและเจ็บลึกในเพลงชัดมาก คงไม่ต้องอะไรมากมายนอกจากซูฮกว่าเก่งมากและเพลงนี้ดีงามมากจริงๆ

Jessie J – Not My Ex
ท่วงทำนอง RnB ที่แฝงความเก๋ไก๋ติดชิคกำลังดี ที่เป็นลักษณะบัลลาดที่มีจังหวะจะโคนที่จะชวนฟังก็ได้ จะโยกน้อยๆ ก็ได้ แต่เพลงมีการเรียบเรียงที่ดีมากในการไล่เรียงจังหวะจากเบาไปพีค คลอไปกับน้ำเสียงของสาวเจ็ดสีที่มาเต็มในเรื่องอารมณ์ที่แม้จะติดกร้าวๆ หน่อยๆ ตามประสาน้ำเสียงของนาง แต่มันมีความโหยหาและอธิบายกึ่งขอร้องให้ฟัง และก็ฟังจนจบอินไปกับเนื้อเพลงทันทีว่า “ฉันไม่ใช่แบบอดีตของคุณ คุณก็ไม่ใช่อดีตของฉัน เช่นนั้นเข้าใจเถอะว่าเราไปด้วยกันได้ มันจะไม่ล้มเหลวแน่นอน” ชัดเจน บอกเลย อินเรียบร้อยจ้ะ

Utada Hikaru – Forevermore
รอคอยการกลับมาของฮิกกี้มาตลอดเลย ไม่ว่าจะกลับมาแบบเพลงญี่ปุ่นหรือเพลงสากลก็ตาม ซึ่งการกลับมาทั้งนี้เรียกว่า ขนลุกมากกกกกกก เพราะมากับการเป็นออเครสต้า Jazz ที่มีความเป็น J-RnB ได้ลุ่มลึกมากเรียกว่าแม้ฟังไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่อินเนอร์จากเสียงของฮิกกี้และดนตรีที่ประโคมเข้ามาทำให้ตกในภวังค์ทันทีในความยาวของเพลงประมาณ 5 นาที ยิ่งพอไปดูคำแปลเป็นภาษาอังกฤษมันยิ่งเข้าใจความรู้สึกของความรักที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ไม่จางหายไป มันจะคงอยู่ตลอดไป ขนลุกกว่าเดิมอีก โอยยย ดีงามมมมมม

Hurts – Chaperone
จังหวะของเปียโนในเพลงนี้เรียกว่าทำให้เพลงนี้จากที่เป็นลำนำรักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่งที่น่าจะเศร้าสร้อย กลายเป็นเพลงที่มีความหวังขึ้นมาในทันที อารมณ์เพลงจากดนตรีสื่อสารชัดเจนมาก ยิ่งพอมีเสียงอื่นๆ แนวๆ Synth Electro ที่ดูเหมือนจะมาแบบขัดจังหวะเพลงให้แปร่งๆ แปลกๆ แต่กลับกลายเป็นความเก๋ไก๋อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญเข้ากับเสียงร้องของ Theo ที่ให้ความหล่อในน้ำเสียงอย่างแรงไม่พอ ยังมีอารมณ์แบบไม่แน่ใจตามเนื้อเพลงที่ทำให้คนฟังรู้สึกตามแบบทันทีทันใด เรียกว่าลุ้นเลยว่าอย่าแห้วนา ถ้าสารภาพรักไปน่ะ

Harry Styles – Two Ghosts
นี่แหละ Harry แบบที่ผมอยากฟัง ไม่ได้อยากเจอใน 1D เพราะสิ่งที่เจ้าหลีทำ มันคือความเป็นศิลปินในตัวที่ปล่อยของออกมาได้ชัดเจนมาก นุ่มละมุน และตรึงให้ฟังไปจนจบแบบที่ไม่ต้องทำอะไรเลยระหว่างนั้น ทั้งภาคดนตรีแบบ Soft Rock ที่ลงตัว เสียงร้องที่เชื่อขนมกินได้ว่ายิ่งกว่าคำว่า “รอด” แถมเสียงหล่อมาก แต่สิ่งที่ยอมให้เลยคือเนื้อเพลง ที่เพราะทุกคนต้องโตขึ้น ทุกคนต้องผ่านอะไรหลายๆ อย่างและทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เราอาจจะไม่ใช่คนเดิมแบบที่เราเคยเป็น

John Mayer – Moving on and Getting over
เมื่อเราเจ็บปวดเสียใจและผิดหวัง คำที่มาปลอบใจเสมอคือ “เดินหน้าต่อไปและต้องอยู่เหนือมันให้ได้” แต่เอาจริงๆ มันจะยังเป็นตะกอนคงค้างในจิตใจและลืมไม่ได้ง่ายๆ หรอก ใครจะลืมความเจ็บปวดในอดีตกันได้ง่ายๆ มันเดินหน้าได้ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลืมไปได้ บาดแผลมันเกิดขึ้นแล้วนี่นา แต่ก็จะเดินต่อไป ซึ่งเฮีย John ทำเพลงนี้ได้งามมากกก ก ไก่ล้านตัว ท่วงทำนอง Pop Rock เพลินๆ ชิลล์ๆ เข้ากับอากาศเย็นๆ เสียงร้องแมนๆ อารมณ์เพลงชัดเจน จนเผลอพูดปลอมทุกทีว่า “เข้าใจ” เพราะอินกับเพลงนี้มากจริงๆ

เรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณมากที่อ่านจนจบ 55555 (เขียนเยอะเนาะ เคาะสนิมเรื่องเพลงก็เป็นเช่่นนี้)

"เพลงที่ผมประทับใจชื่นชอบนั้น ไม่จำเป็นเสมอไปที่คนอื่นจะต้องปลื้มหรือชอบตามนะครับ เพราะนี่คือความเห็นของผมเท่านั้นเอง ถ้าเพลงไหนคุณฟังแล้วเกิดความรู้สึกว่ามันไพเราะและคุณชอบ ก็ถือว่าเพลงนั้นทำหน้าที่ของมันได้ลุล่วงแล้ว แต่ถ้าไม่ชอบหรือเฉยๆ ก็ตามแต่พิจารณาครับ เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกันอยู่แล้ว และผมยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเสมอครับ" Smiley





 

Create Date : 15 มกราคม 2561
1 comments
Last Update : 15 มกราคม 2561 21:41:46 น.
Counter : 1023 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี

 

กด Like ให้เลยค่ะ
รออ่านบล็อกดนตรีของคุณนานมากเลยค่ะ
เวลคัมนะคะ...เจิมบอก
สวัสดีปีใหม่....

 

โดย: อุ้มสี 15 มกราคม 2561 9:52:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เข็มขัดสั้น
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของเข็มขัดสั้นนะครับ ^^

แต่ละ Group Blog ที่ผมเขียน มี Concept ตายตัวชัดเจน และผมเองก็จะยังคง Concept แบบนี้ต่อไป ใครเข้ามาด่ากี๊ซก๊าซ คนนั้นมันบ้าของมันไปเองแหละครับ ผมไม่บ้าด้วยหรอก นั่งดูพวกเต้นเป็นเจ้าเข้าแทนศิลปินเหล่านั้น เพื่อเฮฮา ขำก๊าก อิเคะๆ อิไตๆ ดีกว่า 5555

และที่สำคัญยินดีมากเลยครับ ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาอ่านแล้วมี Comment ให้ผม คนที่มาดีๆ ผมดีใจมากเลยครับ และขอบคุณอย่างยิ่งที่เข้ามาอ่านและฟังเพลงจากบล็อกน้อยๆ แห่งนี้ ส่วนคนที่มาถ่อย กะมาด่าโดยตรง ก็ตามสบายครับ ที่นี่เปิด Public นี่นา ผมก็ถือว่าเขาเหล่านี้ได้มาเสพงานที่ผมสรรค์สร้างขึ้นตาม Concept แล้ว แค่นี้ก็ดีแล้วครับ ที่ทำให้คนอ่านอินได้ขนาดนี้ ^^

สุดท้าย ขอขอบคุณ Pop Magazine มากๆ ครับ ที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจในการเขียน Blog นี้ขึ้นมา ^^
Group Blog
 
 
มกราคม 2561
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 มกราคม 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เข็มขัดสั้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.