Bloggang.com : weblog for you and your gang

เอ็กซ์โรบิ้น เสนอ ศึกสิบสองภูตศักดิ์สิทธิ์ (Dozen)

Group Blog

 
<<
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 พฤษภาคม 2552

 
All Blogs

 

 

รั ต ติ ก า ล ฤา จ ะ ไ ร้ หั ว ใ จ ตอนที่ 3 เมฆลิ่ว

3
เมฆลิ่ว



ประเทศอิตาลิโน่ หรือขาหลังขวาแห่งแผ่นดินรูปเต่า

“เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา เก่งมาก... ถ้าเจ้าเมฆได้สักครึ่งคงจะดี” ชายวัยกลางคนแลดูภูมิฐานด้วยเสื้อผ้าและผิวพรรณ หน้าตาขาวสะอาดแต่เข้มขึ้นด้วยคิ้วยาวดำและจมูกโด่ง เขาไล่ดวงตาเล็กเรียวบนกระดาษที่เขียนอักษรภาษาอังกฤษตัวโตโย้ไปมาแล้วอมยิ้ม ก่อนหันหลังพิงระเบียงบ้านทรงยุโรปสีขาวสะอาด มีสนามหญ้าร่มรื่นประดับรูปปั้น เหนือกำแพงมีเสาธงสูงประดับด้วยธงสีเหลี่ยมห้าริ้วสี สีแดง ขาว น้ำเงิน สลับกัน

“เอ๋ ทำไมคุณพูดอย่างนั้นล่ะคะ? เปรียบลูกกับคนอื่นแบบนี้ได้อย่างไร”

“คุณลองอ่านดูสิ” เขาส่งกระดาษแผ่นนั้นให้หญิงคู่ชีวิตชาวอิตาลิโน่วัยที่ยังสวยสะพรั่งเหมือนสาวรุ่น ผิวขาวชมพู ริมฝีปากระบายแดงระเรื่อ จมูกโด่ง ตาสีอ่อน ผมน้ำตาลยาวตรง แลงามด้วยธรรมชาติ

“จดหมายที่ทำให้สำนักทูตของคุณพี่ฮือฮาใช่ไหมคะ?” คุณผู้หญิงรับมา สำเนียงไทยที่ตอบรับนั้นค่อนข้างชัดราวฝึกฝนและเคยชินมาช้านาน หล่อนมองดูข้างในซองแล้วตาโต “โอ...ดูสิคะ มีรูปด้วย เด็กคนนี้น่ารักจริง ๆ” หล่อนจ้องดวงตาสดใสของเสกสมุทรผ่านรูปอย่างถูกชะตา แล้วใช้นิ้วเรียวไล่อ่านด้วยเสียงละมุน

“สวัสดีครับ ท่านผู้ปกครองอิตาลิโน่ ดินแดนแห่งศิลปะอลังการบันลือโลก...ก..ก” เพียงบรรทัดแรก หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้น ยิ้มกับสามีที่หรี่ตาพยักหน้าให้ แล้วก้มอ่านต่อโดยแปลเป็นภาษาไทยให้ฟัง

[i]

“กระผม เด็กนักเรียน จากโรงเรียนคูทะเลปฐมศึกษา ประเทศสยามไกรครับ

โดยจดหมายนี้เป็นการบ้านที่คุณครูประจำชั้นให้ผมทำ คุณครูให้เลือกประเทศที่ประทับใจที่สุด แล้วเขียนจดหมายไปหาเพื่อน ๆ ในโปรแกรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพ แต่ผมคิดว่าเป้าหมายในชีวิตของผมคือการนั่งอยู่ในสภาผู้นำของประเทศกลุ่มยูเฟรเซีย ...และเวลาชีวิตของคนเราก็ผ่านไปเร็วจี๋ ดังนั้นผมจึงควรใช้โอกาสที่มาถึง สร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุดใช่ไหมครับ และนี่...นี่ก็คือเหตุผลที่ผมเลือกส่งจดหมายถึงท่านผู้ปกครองประเทศอิตาลิโน่ ประเทศในฝันของผมไงครับ ประเทศนี้นอกจากมีความโด่งดังด้านศิลปกรรม ประติมากรรม แฟชั่น คุณภาพชีวิตและสาวสวยที่ลือชาไปทั่วโลกแล้ว แต่สิ่งที่ผมประทับใจมากเหลือคณา ก็คือท่านประธานาธิบดีหญิงผู้มีความสามารถอย่างล้นเหลือในการปกครองประเทศ อีกทั้งท่านยังเป็นผู้นำสภายูเฟรเชียมาถึงสามสมัย ทั้งยังดำรงความรุ่งเรืองของศิลปะโบราณ ที่สำคัญท่านสวยมากเลยครับ ครั้งที่ท่านเดินทางมาสยามไกร เพื่อร่วมประชุมเศรษฐกิจทวีป ผมจำท่านได้ด้วยแหละครับ และยังชี้ให้เพื่อน ๆ ดูผ่านจอกระจายภาพที่โรงเรียนเลยครับ ผมบอกเพื่อน ๆ ว่าท่านคือฮีโร่สุดสวยในดวงใจ และผมเล่าถึงประวัติ ผลงานของท่านให้เพื่อนฟังด้วยแหละครับ เพื่อนยังหาว่าผมโม้เลย ดังนั้นหากมีโอกาสที่ท่านเดินทางมาสยามไกรอีก ผมจะขออนุญาตพาท่านมาเที่ยวทางใต้ของสยามไกรได้ไหมครับ หมู่บ้านคูทะเลของผมเนี่ย สวยมาก! มีป่า มีน้ำตก ร้านของผมก็มีปลาทะเลขายเยอะมากเลยครับ และที่สำคัญ ถ้าท่านมา เพื่อน ๆ จะได้ไม่หาว่าผมโม้ด้วยนะครับ ผมอยากจะให้เพื่อนได้เห็นฮีโร่ของผม ได้ฟังวิธีประสบความสำเร็จ ในด้านการเป็นผู้นำจากท่านจริง ๆ หรือหากผมโชคไม่ดี...ไม่มีโอกาสได้รับเกียรติ์นั้นละก็ ไม่เป็นไรครับ แค่เพียงการที่ท่านตอบจดหมาย และให้เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับวิธีประสบความสำเร็จในชีวิตให้ผมได้ดำเนินตามหน่อยได้ไหมครับ จักเป็นพระคุณมากมายเลย และผมจะตอบแทนท่านเมื่อผมโตขึ้น

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณพี่ ๆ ในกรมเลขานุการที่น่ารักและเปี่ยมความสามารถมากนะครับ ที่จะช่วยเรียนให้ท่านประธานาธิบดีทราบถึงความปรารถนาของเด็กน้อยที่หล่อไม่มากนัก น่ารักไม่เท่าไหร่ แต่มีความจริงใจมุ่งมั่นเกินร้อยอย่างผม...หากมีโอกาสผมจะตอบแทนทุกท่านเลยครับ

ลงชื่อ ด.ช.เสกสมุทร อันดามัน”

[/i]

คุณหญิงภริยาท่านทูตมองลายเซ็นตวัดไปมาน่ารักแล้วก็หรี่ตายิ้มเอ็นดู

“เป็นไงคุณ?” ชายหนุ่มเดินมาจับไหล่ภรรยา ที่กำลังหยิบรูปอันเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มสดใสทรงพลังของเสกสมุทรขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง “เด็กคนนี้ทำให้คุณยิ้มกว้างกว่าท่านประธานาธิบดีเสียอีกนะ”

“หา...!! แปลว่า ท่านประธานาธิบดีได้อ่านด้วยหรือคะ?” หล่อนตาโตขึ้นมาทันที

“ใช่!”

“ดิฉันไม่อยากจะเชื่อเลย อย่างนี้สำนักเลขานุการคงทึ่งในคารมเด็กประเทศคุณกันถ้วนหน้าแน่ เนี่ย...ถ้าเป็นหนุ่ม ๆ ฉันคงคิดว่าหมอนี่กระล่อน พูดจาโกหกได้น่าฟังเสียจริง แต่นี่เป็นเด็กแปดขวบ เท่าตาเมฆ เด็ก ๆ คงโกหกไม่เป็นใช่ไหมคะ”

“นี่ไง หลักฐานยืนยันคารมเด็ดของเด็กคนนี้” ว่าพลางเอกอัคราชทูตสยามไกร ประจำอิตาลิโน่ก็ค่อย ๆ หยิบจดหมายซึ่งมีตราประทับรูปหน้ากากแก้วขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วชูต่อหน้าหญิงสาว

“เอ...อย่าบอกนะคะ ว่าเป็นจดหมายจากท่านประธานาธิบดีเอง”

“ถูกอีกแล้วคุณ! นี่ลายมือท่านเองเลย เจ้าหนูคนนี้มันสุดยอดไหมล่ะ มันทำการบ้านมาดี เลือกประเทศถูกต้อง รู้ว่าท่านปธน.ของเรารักเด็กและชื่นชมคนประเภทมีความมั่นใจกล้าคิดกล้าทำมาก ตอนแรกที่ส่งไปสำนักเลขานุการ คนที่สำนักประทับใจกันใหญ่ ถึงแม้จะเป็นจดหมายที่ไม่ได้มีเนื้อความทางราชการ แต่ไม่มีใครกล้าตอบแทนท่านประธานาธิบดีสักคนเลย จนท่านเลขาอาวุโสนำไปอ่านให้ท่านประธานาธิบดีฟัง ท่านยิ้มและพอใจมาก ถึงกับเขียนจดหมายเชิญเด็กคนนั้นให้มาทานอาหารเย็นด้วยกันสักมื้อ และจะให้เอกอัครราชทูตอย่างเราเนี่ย รับรองเองเลยนะ” เสียงหัวเราะกลั้วลำคอ ก่อนใบหน้าที่คมสันด้วยคิ้วเรียว จมูกโด่ง ตาตี่ องค์ประกอบที่แลสุขุมภูมิฐานจะเบือนมองไปประตูรั้วใหญ่ที่เคลื่อนเปิดออก

หลังจากรถหรูคันงามเคลื่อนที่เข้ามาเทียบจอด ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ก็ลงมาเปิดประตูหลังและถือเป้ให้เด็กชายตัวเล็ก ผิวขาวอมชมพู คิ้วดำยาวโค้ง จมูกโด่งเป็นสัน ตาตี่เหมือนเส้นหมึกแต้มเช่นบิดา แต่ผมสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีเงินเหมือนมารดา เจ้าหนูลูกเสี้ยวอิตาลีไทยจีนผู้นี้หน้าตาน่ารักเป็นที่สุด เขากระโดดจากรถตามลงมาอย่างสดใส

“ถ้าอย่างนั้น หลังจากเราพาตาเมฆกลับสยามไกรเพื่อเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่คุณ แล้วขากลับมาที่นี่ก็พาเจ้าหนูเสกสมุทรพบท่านประธานาธิบดีเลยดีไหมคะ”

“อื้ม ก็ดีเหมือนกัน ให้มาเรียนที่ดีเลยดีกว่า เผื่อเจ้าเมฆคบกับเพื่อนแบบนี้เผื่อจะพัฒนาขึ้น”

....



ยานโดยสารระหว่างประเทศลงเทียบท่าอากาศยานสุวรรณบูรพา ผู้คนมากมายขวักไขว่ บ้างทำธุรกิจ บ้างเดินทางท่องเที่ยว แต่ในกลุ่มคนนั้น ครอบครัวภัทรเมฆา สามคน พ่อ-แม่-ลูกในชุดสูทขาว แม่ชาวอิตาลิโน่กับพ่อลูกครึ่งสยามไกร-จีนเดินจับมือบุตรชายแกว่งไปมา ช่างมีรัศมีผู้ดีโดดเด่นกว่าใคร อย่างกับเป็นครอบครัวดารา รวมทั้งคุณลุงร่างใหญ่ในตำแหน่งพี่เลี้ยงของเมฆลิ่วที่เดินนำหน้า

“ลุงแจ๊คครับ” เมฆลิ่วคลายมือจากบิดามารดาแล้ววิ่งมาเกาะมือคุณลุงพี่เลี้ยง “ผมตื่นเต้นจัง”

“ดูท่าคุณหนูจะคิดถึงคุณปู่กับคุณย่ามากนะครับ” หนุ่มใหญ่ก้มลงมองเด็กชายตัวจ้อยสูงแค่เพียงเอว สูทสีขาวจั๊วะที่ใส่นั้นดูทะมัดทะแมงและสดใสด้วยหูกระต่ายสีแดงสดที่คอ ขาสั้น ๆ ก้าวยาวมั่นคงแสดงความสุขุมลุ่มลึกแต่เด็ก

“คิดถึงสิครับ ตั้งหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้เจอ...คุณลุงก็คงคิดถึงคนที่บ้านเหมือนกันใช่ไหมครับ” ริมฝีปากแดงเอื้อนเอ่ย พร้อมเดินขึ้นมาเทียบเคียงและก้าวตามขึ้นยังสายพานอัตโนมัติที่ทอดยาวไปไกลลิบนอกตัวอาคาร โดยข้างหน้านั้นเหมือนเป็นป้อมเล็ก ๆ มีกลุ่มคนรอต้อนรับ

“ใช่ครับคุณหนู สยามไกรคือแผ่นดินเกิดของผม อย่างไรก็ต้องดีกว่าทุกประเทศ”

“ออ...ครับ ผมก็ชอบสยามไกรกว่าอิตาลิโน่ เพราะมีอะไรลึกลับให้ทำ” เมฆลิ่วยิ้มตาหยี หันไปชำเลืองมองมารดาด้านหลัง ก่อนเอ่ยกระซิบ “คุณลุงครับ... วิชาตัวเบาผ่าเท้าเริงลมที่เดินบนเชือกได้ อย่าลืมสอนผมต่อนะครับ”

“ได้สิคุณหนู” เสียงตอบนั้นเหมือนกระซิบ “แต่ว่า...ห้ามบอกคุณแม่นะครับ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างคุณพ่อ คุณหนูและผม สามคนเท่านั้น”

“ชัวร์ครับ สัญญาลูกผู้ชาย..ย” นิ้วก้อยน้อยชูขึ้น รอยยิ้มจากริมฝีปากแดงแจ๋นั้นฉีกกว้าง ผงกศีรษะขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างพอใจ ผู้เป็นคุณลุงพี่เลี้ยงเห็นแล้วอิ่มเอม เด็กชายข้างกายที่เขาดูแลจะต้องเติบใหญ่สมบูรณ์แบบเพราะมีความนอบน้อมอ่อนโยนที่ได้มาจากมารดา มีเฉลียวฉลาดที่ได้จากบิดาคือท่านทูต และความเก่งกล้าสมชายชาตรีที่ให้ตนคอยสั่งสอนศิลปะการป้องกันตัวประจำตระกูลอย่างเต็มความสามารถ

….



ไม่นานนักรถยนต์ไฟฟ้ารูปทรงเซ็กซี่เรียวยาวสีขาวหมอก อันมีตรากรมการต่างประเทศรูปนกพิราบคาบดอกไม้ประดับที่กระจังหน้าก็แล่นข้ามสะพานสูงอันทอดตัวไปยังเกาะสำคัญของภาคกลาง แผ่นดินที่รออยู่เบื้องหน้านี้ร่มรื่นด้วยแมกไม้สูงโปร่ง และดูสวยแปลกด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาที่โอบตัวล้อมเป็นทิวโค้ง มุมเกาะทางขวามีกลุ่มหอสูงตระหง่านตั้งอยู่ ทั้งยังมีกำแพงสีน้ำตาลแดงทอดยาวชิดริมน้ำดูอลังการเหมือนวังและป้อมปราการก็ไม่ปาน

“ขอ ต้อน รับ สู่ เวิ้ง เจ้า พระ ยา” เมฆลิ่วอ่านป้ายใหญ่ที่ติดเหนือบริเวณทางลงสะพานอย่างชัดช้าให้คนในรถฟัง ก่อนหมุนกระจกรถให้เปิดกว้างขึ้นอีก “คุณพ่อ โน่นวังอะไรหรอครับ?”

“ไม่ใช่วังลูก มหาวิทยาลัยเวิ้งเจ้าพระยาน่ะครับ”

“หรอ ๆ เมฆยังไม่เคยไปใช่ไหมครับ” เด็กน้อยชะโงกมองเหมือนต้องมนต์ ก่อนหันมาชะเง้อสบตาลุงแจ็คผ่านกระจกหน้าคนขับเหมือนรู้กัน “คิดถึงคุณปู่ คุณย่าจริง ๆ เลย เมื่อไหร่จะถึงซะทีน้า...”

….



กิจกรรมมากมายที่บุตรชายคนเดียวของท่านทูตวาดภาพเอาไว้เมื่อมาถึงเกาะเวิ้งเจ้าพระยาบ้านเกิดแลจะสลายวับไป เพราะท่านทูตและภริยา รวมทั้งคุณลุงไม่มีเวลาพอให้เขา ทำให้วันแรกทั้งวันต้องจมอยู่แต่ในคฤหาสน์ใหญ่ นิทานหลายเรื่องที่คุณปู่เล่าให้ฟัง แม้จะสนุกสนานสักเพียงใด แต่ก็ไม่เร้าใจเท่ากับการออกไปผจญกับโลกภายนอก เตียงใหญ่ในยามรัตติกาลจึงเด้งดุ๊กดิ๊กไปมา

“แย่จริง...ลุงแจ็คก็ขับรถพาคุณพ่อกับคุณแม่ไปงาน แล้วคืนนี้เราจะเล่นอะไรดีล่ะ ไม่อยากนอนเร็ว ๆ เล้ย คุณปู่กับคุณย่าก็หลับแล้ว แต่เรายังไม่ง่วงเลยนี่หน่า” เมฆลิ่วเบิกตาในความมืด เขานอนกระสับกระส่ายอยู่ข้าง ๆ คุณปู่ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว แอบเปิดประตูห้องย่องออกมา เจ้าหนูในชุดนอนขาวสะอาดเดินวนเวียนในห้องโถงกว้าง ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่กับหอสูงดุจวังที่เห็นเมื่อเช้า มหาวิทยาลัยอะไรจะใหญ่โตขนาดนี้ เขามองตึกสูงที่ตั้งตระหง่านผ่านบานหน้าต่างกว้าง แขนสั้น ๆ นั้นกอดอกครุ่นคิด

“มหาวิทยาลัยเวิ้งเจ้าพระยาหรอ? จะต่างจากโรงเรียนที่อิตาลิโน่รึเปล่าน๊า...” เด็กน้อยออกมามองผ่านหน้าต่าง ก่อนไล่สายตาจนไปสุดถนนที่มีกำแพงยาวลิบ ๆ “มองทางแล้วก็แค่เดินตรงไปอย่างเดียว ไม่ยากเลย”

ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ดังเบามากจนเกือบไม่ได้ยิน เพียงครู่เดียวเจ้าหนูผู้มีพื้นฐานวิชาตัวเบา ‘ฝ่าเท้าเริงลม’ ประจำตระกูลก็ออกมายืนริมถนนหน้าประตูบ้านแล้ว เขาหันมายิ้มให้กับคฤหาสน์อีกครั้งก่อนก้าวพรวดรวดเร็วราวกระต่าย ถนนยามค่ำนี้ยังมีผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เมฆลิ่วหารู้ไม่ว่า...มีใครบางคนสะกดรอยตามมาไม่ห่าง แม้ตนเองจะเดินได้ไวเหมือนวิ่ง แต่คนผู้นั้นก็ยังตามทัน…

“มหาวิทยาลัยเวิ้งเจ้าพระยา” ผ่านไปสิบห้านาที เจ้าของใบหน้าขาวหยกฉีกยิ้มให้กับตัวเอง เขาหยุดหอบแล้วเงยหน้ามองป้ายสีเงินบนกำแพงอิฐที่ตั้งตระหง่าน ก่อนเดินผ่านเข้าไป ภายในนั้นกว้างใหญ่นัก มีตึกหลายรูปทรง มีต้นไม้ และดอกไม้สวยงาม อลังการยิ่งกว่าโรงเรียนอนุบาลของเขาเป็นร้อยเท่า ทั้งยังมีนักเรียนตัวโต ๆ อีกมากมาย แต่ละคนมีเสื้อคลุมบ้าง เสื้อกาวน์บ้าง หลากหลายสีสัน ถ้าโตขึ้นจะต้องมาเรียนที่นี่ให้ได้ เท่ห์จริง ๆ

“น้อง! มาทำไร มืดแล้วนะ หลงทางหรือเปล่าเนี่ย?” เสียงหนึ่งเอ่ยทัก ขณะเมฆลิ่วมัวแต่หันหน้ามองหอสูงจนเกือบชนเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เด็กน้อยรีบยกมือไหว้ขอโทษ

“อ่ะ เอ่อ...โอ้ ขอโทษครับ เปล่าครับ ผม...จะไปห้องสมุดครับ!” เมฆลิ่วตอบ ยิ้ม ดวงตากลมสีเงินนั้นทอประกายแจ๋ว แล้ววิ่งต่อไป

“โน่น ไปทางโน้นน้อง ส่วนสรรพวิชาของหอจตุรเทพน่ะ” เสียงใจดีตอบตะโกน พร้อมชี้นิ้วไปยังหอสูง ที่ยอดมีรูปปั้นเทพนมประดับทุกทิศ เมฆลิ่วหันมามอง ไม่ลืมโน้มตัวยกมือไหว้ขอบคุณอย่างน่ารักน่าชัง โค้งลงมาเกือบครึ่งตัว

“เอ้อ น่ารักดีเว้ย เด็กคนนี้” นักศึกษาคนดังกล่าวนั้นยิ้ม แล้วเดินจากไป แต่ลิบ ๆ ก็ยังมีคนตามมา

....



เมื่อเผชิญหน้ากับตึกกระจกสูงที่บัดนี้สะท้อนความดำทะมึนของม่านฟ้าแห่งรัตติกาล เด็กน้อยก็กลืนน้ำลายเอื้อก แต่ใบหน้าขาวนั้นอมยิ้มไว้ตลอดเวลา หัวใจก็เต้นตุบตับ นัยน์สีเงินส่องประกายสดใสนัก ยิ่งตื่นเต้น ยิ่งชอบ เขาเดินเข้าไปในหอสรรพวิชา พี่นักศึกษาตัวโต ๆ นั่งอ่านหนังสือสอบกันเป็นทิวแถวทำให้ลดความน่ากลัวไปเยอะ ภายในตัวอาคารยังมีป้ายบอกว่าความรู้หมวดอะไรอยู่ชั้นไหน เมฆลิ่วตั้งคออ่านก่อนก้มมาจนสุด และเห็นว่าชั้นใต้ดินนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แต่ทว่ากำลังปิดซ่อมแซมอยู่

“ว้า...อยากดูจัง ทำไมต้องปิดซ่อมด้วยนะ”เด็กน้อยเอียงคอคิด “ไปชั้นอื่นก็ได้เนอะ มีชั้นไหนมีของเล่นบ้างไม๊น้า” เมื่อตัดใจแล้ว ตาหยีก็ไล่ไปมา แต่ว่าเมื่อยคอเสียก่อน จึงหันมองรอบกาย ปรากฏว่าเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์สืบค้นตั้งอยู่ข้าง ๆ เขาจึงเดินเข้าไปใช้งาน นิ้วเล็ก ๆ จิ้มไล่ตามภาพกราฟิกสามมิติ กล้องวีดีโอของเครื่องเมื่อรับสัญญาณรูปใบหน้า ก็วิเคราะห์ว่าเด็กในวัยนี้น่าจะสนใจเรื่องเทคโนโลยีและการ์ตูน จึงปรากฏเมนูมาให้อัตโนมัติ เมฆลิ่วเบิกตาโต เมื่อภาพหลากหลายวิ่งไปมา แต่หนึ่งในนั้นก็มีชั้นใต้ดินแสดงขึ้นด้วย เมฆลิ่วไม่รอช้า จิ้ม ‘จึ๊ก’ ลงไปทันที

“ใต้ดินชั้นที่สอง ไม่จำเป็นต้องใช้ลิฟต์ เดินเพื่อสุขภาพดีกว่า ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวนะครับหนุ่มน้อย” เมื่อเลือกเสร็จก็มีเสียงบรรยาย ก่อนภาพใบหน้าการ์ตูนที่เป็นรูปหนังสือจะยิ้ม แล้วปิดตัวเองกลับเข้าสู่เมนูปกติ เมฆลิ่วหันกลับไปมองป้ายรายการบนผนังที่แจ้งว่าชั้นใต้ดินปิดซ่อมอยู่ ก็เข้าใจว่าทางห้องสมุดคงลืมเปลี่ยนเป็นใช้งานได้แล้ว ดังนั้นเด็กน้อยรี่ไปยังบันไดและก้าวลงไป

แสงสลัวส่องทางลงมาเรื่อย ๆ ใจจริงเด็กน้อยอยากเดินลงไปให้ถึงชั้นล่าง แต่จู่ ๆ ก็คิดกังวลว่าถ้าคุณปู่ตื่นมาแล้วจะหาตนไม่เจอ จะร้อนใจ ดังนั้นจึงหยุดตัวเองไว้ที่ชั้นสองของใต้ดิน จากนั้นก็มองซ้ายขวาหาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เจอ จึงเปิดประตูเข้าไปเอง

ปกติเมฆลิ่วไปไหนก็ไปกับลุงแจ็ค แต่ว่าวันนี้ผจญภัยคนเดียว หัวใจเขาเต้นราวรัวกลอง ดังออกมานอกอก เมื่อหันรอบตัวก็เห็นว่ามีสมบัติเก่าแก่มาหลายยุคหลายสมัย ดูแล้วน่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบที่ตนใช้เรียนที่โรงเรียนนั่นแหละ แต่บางเครื่องนั้นใหญ่โตมาก เดินไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเล็กลง โดยมีคำอธิบายและปี พ.ศ. บอก เขามองรูปภาพซ้ายขวาที่ประดับห้อง มีทั้งเก่าจนซีดเทา และสีแบบเหลืองจืด ๆ

“ชาร์ล บับเบจ...บิดาแห่งวงการคอมพิวเตอร์ ผู้ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องคิดเลขเป็นคนแรกจากการอ่านชุดคำสั่งแบบกระดาษเจาะรู... ต่อมา...คนนี้ดูหนุ่มจัง อลัน ทัวร์ริ่ง ผู้สร้าง turing machine ต้นแบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันและยังสร้างเครื่องถอดรหัสลับของฝ่ายเยอรมัน ทำให้พันธมิตรชนะสงครามโลกครั้งที่สอง” เมฆลิ่วหันไปดูรูปและอ่านประวัติด้วยความทึ่ง “ทัวร์ริ่งยังพยายามสร้างโปรแกรมเขียนจดหมายรัก เล่นหมากรุก แต่เสียดายต้องฆ่าตัวตายด้วยการกินแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษ เพราะโดนจับในข้อหารักร่วมเพศ ซึ่งสมัยนั้นประเด็นนี้ยังไม่ยอมรับกัน...” เด็กน้อยส่ายหน้าสงสารคนที่เก่งมากและสร้างผลงานแก่โลก ทำไมต้องคิดจบชีวิตแบบไม่คิดเช่นนี้ ทั้งที่จริง ๆ เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเอง เขาเดินอ่านต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงราวพ.ศ.สองพันห้าร้อยกว่า “ส่วนลุงคนนี้คือบิลล์เกต เจ้าพ่อแห่งไมโครซอ...อ๊ะ ส่วนนี่มีคอมพิวเตอร์อีกหลากหลายรูปแบบเลย สัญลักษณ์ก็มีต่าง ๆ กันไป หน้าต่าง แอปเปิ้ล ถ้วยกาแฟ นกเพนกวิน ยมทูต กระต่ายป่ามีเขากวาง ส่วนนี้ IBM RoadRunner-III คอมพิวเตอร์ทรงพลังเท่ากับเครื่องทั่วไปล้านเครื่อง โอ มีคอมพิวเตอร์พลังงานใบไม้ด้วย” เสียงใสยังอ่านป้ายโบราณไม่จบก็เหมือนว่ามีคนมองมา หันกลับไปดูก็ไม่เห็นมีใคร ยามนี้แม้จะรู้สึกกลัวนิด ๆ แต่ก็น้อยกว่าความอยากรู้อยากเห็น ในที่สุดเขาก็พบว่าร่างเล็ก ๆ ของตัวเองมาหยุดยังห้องในสุดที่เก็บอุปกรณ์แปลก ๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ที่ดึงดูดใจที่สุดนั้นเห็นจะเป็นเครื่องสีบรอนซ์ลายดำเก่าแก่ตั้งอยู่บนขาตั้งในตู้แก้ว อันติดป้ายไว้ว่า ‘Constellation contactier’ และมีคำอธิบายข้างใต้ว่าคือเครื่องสื่อสารข้ามหมู่ดาว ยุค พ.ศ. 2700

เมฆลิ่วหยุดยืนดู และเอามือบางป้องตาเพื่อมองผ่านกระจกเข้าไปให้ชัด

“ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว หรือว่าชาวโลกที่อพยพไปอยู่ดาวอื่นกันแน่นะ? ไม่อยากเชื่อว่าสมัยก่อนจะล้ำสมัยไฮเทคกว่าตอนนี้ มีติดต่อกันข้ามดวงดาวด้วย!” เขาคิด พร้อมโน้มตัวส่องไปมาอย่างตื่นเต้น แต่ทว่าเหมือนที่ตั้งตู้จะบอบบางและเก่าแก่จนทานแรงเบา ๆ ไม่ไหว จึงเอียงโค่นลง ครึก ๆ ๆ ...ก...ก!

“อ๊า..!” เมฆลิ่วใจหายวาบ เมื่อเห็นกรอบตู้กำลังพาขาตั้งเครื่องไฮเทคนี้ล้มไปข้างหลัง เขารีบดึงจนขาตั้งดูจะรั้งได้อยู่ แต่ทว่าเจ้าเครื่องที่วางข้างบนกลับถลาหล่น เด็กน้อยตกใจมาก รีบกระโดดไปด้านข้าง เขายอมเจ็บตัวโผกายพุ่งยื่นมือรับเจ้าเครื่องนั้นทันเวลา แต่มุมเครื่องก็มิวายกระแทกกับพื้น ทั้งเท้ายังไปเกี่ยวขาตั้งที่ทรงตัวได้แล้วให้ล้มลงมาอีก

ครืน เคร้ง เคร้ง... บุตรชายทูตดีใจที่รักษาของสำคัญไว้ได้ แม้ขาตั้งที่ล้มมาทับเท้าทำให้ปวดจี๊ด ๆ แต่เจ้าหนูก็กลั้นใจ ทนเจ็บไว้ ...ทว่าในที่สุดก็สุดทน เขาค่อย ๆ วางเครื่องสื่อสารลงและพยายามงัดขาตั้งนั้นออก

อั๊ก...เมื่อยกโลหะออก ก็พบว่าขาตัวเองนั้นบุ๋มช้ำ เลือดไหลซิบ เด็กน้อยเจ็บและกลัวจนจะเปล่งเสียงร้องไห้ แต่เหมือนได้ยินเสียงคนเดินหน้าประตู เขาจึงไม่ปริปาก..แต่แล้วก็...ไม่ไหว



“แง๊ว ๆ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ เมี๊ยว ๆ”



เสียงแมวระคนเสียงสะอื้นคงฟังดูน่าขันถ้าร้องเล่น ๆ แต่เมฆลิ่วทั้งเจ็บและกลัวผิด จึงเปล่งเสียงเหมือนแมวดังกลั้ว แล้วค่อย ๆ ยืนขึ้นอย่างกระโพลกกระเพลก เขาตั้งขาตั้งแล้วก้มลงยกเครื่อง Contactier ขึ้น หมายจะวางให้เรียบร้อยเหมือนเดิม แต่ว่าขณะอุ้มขึ้นมานั้น มือกลับไปโดนสวิตช์เปิดเครื่อง

“ขอต้อนรับเข้าสู่ ระบบสื่อสาร... คอนสเตลเลชั่น คอนแท๊คเทียร์” แรงกระเทือนทำให้เครื่องที่เสีย ทำงานขึ้นอย่างมหัศจรรย์

เด็กน้อยสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงดัง เขาลืมความเจ็บทันที มือไม้สั่น ก่อนค่อย ๆ วางเครื่องลงพื้นอีกครั้งแล้วเพ่งมองให้ชัด แสงสีฟ้าวิ่งไปมา

“โปรดทราบ ขณะนี้เครื่องมีประวัติการติดต่อดาวจาระคี่ ท่านต้องการดำเนินการต่อ หรือเปลี่ยนเป้าหมาย”

“พูด...พูดได้ด้วย?!” เมฆลิ่วตกใจ มือไม้เย็นเฉียบ ไม่คิดว่าของเก่า ๆ เช่นนี้จะยังทำงานได้ หรือว่าได้แค่เพียงเสียงทักทายนะ จะทำงานได้จริงหรอ ดังนั้นเขาจึงลองตอบดู

“เอ่อ เอ่อ ลองดำเนินการต่อ ก็ได้ครับ”

วิ๊ง...ๆ...ๆ... เจ้าเครื่องนั้นร้องตอบคำสั่งอีก ตาหยีของเมฆลิ่วโตวาวสะท้อนแสงสีฟ้า เขาค่อย ๆ ประคองเครื่องสื่อสารให้ตั้งขึ้น หัวใจเต้นรัว

“ติดต่อสำเร็จ...” เสียงตอบดังสั้น ๆ ก่อนที่หน้าจอแก้วสว่างจะแสดงรูปดวงดาวสีเทาขึ้น “กำลังค้นหาสัญญาณบนดาวจาระคี่”

“จาระคี่เหรอ ชื่อแปลกจัง แล้วทำอะไรต่อหว่า?” นิ้วเล็ก ๆ ไล่จิ้มที่แป้นพิมพ์ ละอองฝุ่นกระจายขึ้นมาตามจังหวะนิ้ว

“กรุณากรอกหมายเลขผู้ใช้งานปลายทาง”

“ไม่รู้นี่” เมฆลิ่วตอบ พร้อมสังเกตหาปุ่มแสดงวิธีการใช้ “เอาจากไหนล่ะ”

“พบผู้ใช้งาน หนึ่ง สัญญาณ ต้องการติดต่อหรือค้นหาใหม่” คอนแทคเทียร์ถามอีก กล้องวีดีโอจิ๋วโผล่ออกมาส่องหน้าเขา เด็กน้อยยิ่งตื่นเต้นจนลืมเจ็บ

“ติดต่อเลยแล้วกันครับ”

“ก่อนเข้าระบบสนทนา กรุณาป้อนชื่อผู้ใช้ด้วย”

“ผมหรอ? ผมชื่อเมฆลิ่วครับ”

“ติดต่อสำเร็จแล้ว กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ ตกลงไหม?”

“ครับ เอ่อ แน่นอน”

วิ๊ง ๆ ๆ เพียงเสี้ยวนาที รูปดาวดวงสีเทานั้นก็หมุนติ้วแล้วหยุดลง ณ ตำแหน่งหนึ่ง ภาพต่าง ๆ ถูกซูมขยายเหมือนคนตกจากท้องฟ้า จนแสงสีดำกระพึ่บวึ่บวั่บ แล้วกลายเป็นดวงหน้าใสแจ๋วปรากฏขึ้น เมฆลิ่วสะบัดหน้ามอง เด็กที่ปรากฏให้เห็นนั้นเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ดวงตากลมโตบ้องแบ๊ว กำลังทำหน้าเซ่อ ๆ ปากจู๋ ๆ คงกำลังงงเหมือนตนแน่แท้ ทว่าจู่ ๆ ภาพเด็กคนนั้นก็ขาดไป

“...ตึ๊ด...ตึ่ด...ตื้ด...ด...ด...กล้องปลายทางชำรุด ระบบจะเปลี่ยนการโหมดการรับเป็นข้อความและเสียงเท่านั้น”

“เอ่อ ได้ครับ” เมฆลิ่วตอบสั้น ๆ ยังตื่นเต้นไม่หาย เขาเพ่งมองหน้าจอ ที่ปรับเป็นพื้นที่ว่างสีขาว แล้วขณะที่จังหวะหัวใจของเขารัวระทึก ตัวอักษรก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา

“H I”

“ไฮ...” เมฆลิ่วทวนคำอย่างตื่นเต้น เขาหาปุ่มพิมพ์บ้าง “ส วั ส ดี ค รั บ”

“สวัสดีฮะ สวัสดี” หน้าจอนั้นเงียบไป แต่เป็นเสียงหนึ่งที่ตอบกลับมาอย่างตื่นเต้นเป็นที่สุด “เห้ย เครื่องนี้พูดได้ด้วยเหรอ?”

“นั่นสิ... เรากำลังคุยกับคนดาวอื่นจริง ๆ เหรอ?”

เมฆลิ่วและเด็กชายต่างดาว นั่งเงียบงันกันไปสักพัก ด้วยตกใจ ก่อนเมฆลิ่วจะเป็นฝ่ายเริ่มสนทนา

“ไม่ใช่เครื่อง แต่ฉันเป็นคน นายเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือว่าเป็นคน?” บุตรชายทูตตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินเสียง เขานึกถึงดวงหน้าใสที่ผมสีน้ำตาลแดงเมื่อครู่

“ฉันก็เป็นคน” เสียงอีกฝ่ายเอ่ยตื่นเต้นไม่แพ้กัน แต่ฟังดูอู้อี้ “ฉันเห็นหน้านายด้วย หน้าขาว ๆ แต่ตานายทำไมเล็กจัง”

“เฮ้ย จริงหรอ!!?” เมฆลิ่วก้มหน้าส่องกล้องระยะประชิด จนแทบจะเพ่งไปในเลนส์นูนนั้น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเห็นหน้าตนเช่นกัน

“จริง ๆ ฉันเห็นลูกตานายด้วย สีเงินใช่ไหม” เสียงสดใสตอบ “แล้วทำไม นายไม่เห็นฉันล่ะ ฉันกำลังมองกล้องอยู่นี่ไง” อีกฟากเสียงสั่นตื่นเต้น

“เห็น แต่เหมือนกล้องฝั่งนายมันเสีย เห็นแค่แวบเดียวเอง ว่าแต่นายอยู่ที่ไหนเหรอ?” เมฆลิ่วเสียงสูง

“ฉันหรอ? จาระคี่ไง... นายล่ะ นายชื่อไร แล้วดาวโลกมีจริงเหรอนี่?”

“ฉันชื่อเมฆ แล้วนายชื่อไรหรอ?” คำถามของเมฆลิ่วค่อย ๆ เอ่ยออกไป แต่จู่ ๆ กลับไม่มีการตอบสนอง เด็กน้อยคิดว่าไมค์คงเสีย จึงพิมพ์ถามแทน “นายชื่อไรหรอ?”

ตู๊ด...ด หน้าจอนิ่งสนิท ไม่มีคำตอบเอ่ยออกมา กดปุ่มโน่นนี่ก็ไม่ได้ความ เมื่อลองจนอ่อนใจเมฆลิ่วก็ส่ายหน้าเสียดาย คิดว่าเครื่องนี้คงพังไปเสียแล้ว แต่หนูน้อยไม่รู้หรอกว่าอีกด้านปลายทางอันไกลแสนไกลเกิดอะไรขึ้นกับเด็กอีกคน และก็ไม่มีเวลามาค้นหาคำตอบอีกแล้ว เพราะผู้ที่สะกดรอยตามมาทำเสียงกระแอมขึ้นดัง

“คุณปู่!” เมฆลิ่วหันมาตกใจกับผู้ที่ปรากฏตัวด้านหลัง

“เจ็บไหมลูก?” ชายชราก้มลงจับดูแผลช้ำที่ข้อเท้า มีรอยถลอกเลือดซึมนิดหน่อย

“ไม่เจ็บครับ แต่ไม่รู้ว่าเครื่องนี้มันพังเพราะผมหรือเปล่า ผมขอโทษครับ ผมไม่ควรแอบหนีออกมาเล่นคนเดียว และไม่ควรทำสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตเลย”

“ใช่ หลานควรจะบอกปู่เสียก่อน ให้ปู่รู้ ปู่จะได้มาเป็นเพื่อน” อดีตเอกอัครราชทูตยืนขึ้น ลูบผมสั้นซอย “เอาเถอะ ยังดีที่เมื่อครู่หลานยอมเจ็บตัวรับเครื่องนี้ไว้ ไม่งั้นมันคงพังกว่านี้ ส่วนปู่ก็ผิด ผิดที่ปล่อยให้เราเหงา ไม่ดูแลเราให้ดี”

“ไม่หรอกครับคุณปู่” เมฆลิ่วกอดขา แหงนหน้ามองใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งประสบการณ์และประกายสายตาที่มีเมตตาเปี่ยมล้น “ผมผิดเองครับ ผมยังเด็ก หากเกิดอะไรแย่กว่านี้คนที่เสียใจคงเป็นคุณปู่ คุณพ่อ คุณแม่ ก่อนจะทำอะไรผมควรคิดถึงคนอื่นให้มากกว่านี้ ส่วนเรื่องนี้ ผมจะขึ้นไปขอโทษกับพี่เจ้าหน้าที่เองครับ”

“อื้ม หลานคิดได้แบบนี้ ปู่ก็ภูมิใจ ปู่ว่าปู่คิดถูกที่แอบตามหลานมาห่าง ๆ ไม่ห้าม เพราะอยากรู้ว่าหลานของปู่คิดอ่านและจะทำสิ่งใด” ท่านทูตชรายิ้ม แล้วจับมือน้อยจูงหลานรักให้เดินกลับออกมา “ปู่ภูมิใจที่เรามีความรับผิดชอบ สมเป็นลูกผู้ชาย”

“แต่ผมไม่รู้ว่า ถ้าเครื่องนี้มันพัง จะต้องซ่อมแพงไหม ถ้ายังไงผมอาจจะต้องยืมเงินคุณปู่ก่อนนะครับ อีกหน่อยผมจะทำงานแล้วใช้หนี้คืน”

“ฮะ ๆ ได้ ๆ”

“อุ๊บ...” เมื่อเมฆลิ่วเดินออกมาหน้าห้อง เขาก็เดินสวนกับเจ้าหน้าที่ที่เดินลงมา เด็กน้อยรีบยกมือไหว้ขอโทษ ทั้งโค้งตัวไปมาอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ อย่างสำนึกผิด ชายหนุ่มผู้ดูแลหอสมุดจึงเดินเข้ามาตรวจตราสิ่งของ แล้วก็ยิ้มตอบอย่างเอ็นดูว่าไม่เป็นไร เพราะเครื่องพวกนี้พังมานานแล้ว นั่นทำให้เมฆลิ่วอ้าปากเหวอ

….



“คุณย่าครับ มันใช้ได้จริง ๆ นะครับ” เด็กน้อยหยีตาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อย่างตื่นเต้น ขณะดื่มซุปวนิลาอุ่น ๆ บนโต๊ะอาหารไม้ โดยมีคุณปู่คุณย่าดื่มชาร้อนข้าง ๆ

“อาเมฆเอ้ย” หญิงชราผู้มีผิวสีหยกยังตึงสวยเอ่ย สำเนียงไทยของหล่อนแม้จะค่อนข้างชัด แต่ก็ยังแปร่งด้วยลิ้นชินา* “หลานอย่าออกไปซงตอนกลางคืนอีกนา...ม่าเปงห่วง”

คุณปู่ที่นั่งถัดไปได้ยินก็ยิ้ม “ตาเมฆเค้ารู้สำนึกผิดแล้วล่ะ อีกอย่าง ผจญภัยก็เป็นเรื่องน่าสนุก เนอะ”

“แหะ ๆ ครับ ผมสำนึกผิดแล้ว ต่อไปนี้จะไปไหน ถ้าลุงแจ็คไม่อยู่ ผมจะชวนคุณปู่ คุณย่าไปด้วย”

“ไม่เอ๊า อย่ามาชวนม่า ม่าแก่แล้ว แต่ม่าคิดว่า...” ผู้เป็นย่าส่ายหน้า หล่อนยิ้มแล้วมองไปยังผนังห้องซึ่งมีขลุ่ยไม้โบราณสีน้ำตาลเข้มขัดมันแขวนเอาไว้ ก่อนหันไปสบตาสามี “อาเมฆน่าจะใช้เวลาปิดเทอมให้เปงประโยชน์มากกว่านี้นา เรียงดงตรีพื้ง ๆ ของสยามไกรไว้บ้าง เผื่ออีกหน่อยไปเปงทูตเหมือนคุณปู่ คุณพ่อ อาเมฆจาได้ไว้จีบสาว ๆ ไง” แววอบอุ่นฉายผ่านดวงตาเช่นเดียวกับท่านทูตอาวุโส เมฆลิ่วจินตนาการตาม สมัยก่อนตอนคุณปู่ไปเป็นทูตที่ชินาคงจะเจอคุณย่าแล้วก็เป่าเลานี้ขลุ่ยจีบ ทั้งยังแอบเรียนวิชาตัวเบาเอาไว้แอบปีนบ้านชวนคุณย่าเที่ยวแน่ ๆ จนกระทั่งถึงรุ่นคุณพ่อ ก็คงจะมีขลุ่ยนี่เป็นสื่อรักกับสาวอิตาลิโน่ จนได้พบแม่ของเขานี่เอง

“ก็ได้ครับ เมฆจะพยายามฝึกเป่าให้เป็นก่อนเปิดเทอม” เด็กน้อยยิ้มรับ มองคุณปู่เอื้อมหยิบขลุ่ยโบราณมาลูบคลำอย่างเป็นสุขใจ

แม้จะเริ่มเป่าจากบทเรียนง่าย ๆ แต่คุณปู่ก็เป่าเพลง ‘รักแรกพบ’ ให้หลานฟังจนติดหู นี่นับว่าเป็นเพลงประจำตระกูลเลยก็ว่าได้ คุณปู่เล่าว่าสมัยของปู่นั้น มีรักแรกกับย่าแล้วก็สมหวังรักกันมาจนวันนี้ ไม่เคยมองใครที่ไหนอีกเลย รุ่นของคุณพ่อก็เช่นกัน พ่อพบและคบแม่เป็นแฟนคนแรก คนเดียว เมฆลิ่วจึงตราตรึงกับความรักแท้ที่มีอยู่จริง การกลับสยามไกรครั้งนี้นับว่าเป็นอีกปิดเทอมที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกโตขึ้น รู้สึกถึงความอบอุ่น และสายสัมพันธ์ที่ถ่ายทอดอย่างมั่นคงและลึกซึ้งในครอบครัว จากวัยที่ผ่านร้อนหนาวมานานสู่วัยเริ่มเรียนรู้โลก

….








 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2552
Last Update : 16 พฤษภาคม 2552 21:30:22 น.
3 comments
Counter : Pageviews.

 

จินตนาการอันสูงส่ง...

 

โดย: บุปผาลีลาวดี 20 พฤษภาคม 2552 13:18:36 น.  

 

ตามมาจากถนนนักเขียนครับ

แวะเข้ามาเยี่ยม แอดเป็นเพื่อนเลยแล้วกาน แด่คนชอบเขียนเหมือนกัน นะ

 

โดย: ศิลป์ใจ 9 ตุลาคม 2552 0:30:53 น.  

 

มาเยี่ยมอีกครั้ง เดี๋ยวคงต้องเข้ามาอ่านบ้างแล้ว...

 

โดย: ศิลป์ใจ 18 ตุลาคม 2552 16:01:54 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

X RoBiN

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]


hits
 
Friends' blogs
[Add X RoBiN's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.