สิงหาคม 2559

 
1
2
3
4
6
7
9
10
11
12
13
14
15
18
19
20
21
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
24 สิงหาคม 2559
All Blog
--- Running Journal ---












บันทึกการวิ่ง (running journal หรือ running log ) ก็เป็นสิ่งที่ดี
นักวิ่งบันทึกอะไรหรือ

โดยหลักทั่วไปไม่พ้นเวลาและระยะทางที่วิ่งแต่ละครั้งแต่ละวัน ปลีกย่อยลงไปแล้วแต่ใครจะชอบ -- วิ่งที่ไหน สวมรองเท้าอะไร วิ่งกับใคร รู้สึกอย่างไร อากาศร้อน(หรือทำไมร้อนอย่างนี้) ฯลฯ ว่ากันว่า บันทึกจะช่วยนักวิ่งให้มีแผนชัดเจนขึ้น มีวินัย เป็นเครื่องมือที่ดีไว้ติดตามความก้าวหน้า(หรือถอยหลัง) ของตัวเอง

สำหรับผมชอบเครื่องมือนี้เป็นพิเศษ บันทึกการวิ่งของผมอาจเหยียดยาวกว่านักวิ่งคนใด สารภาพว่า ...ถึงทุกวันนี้มันยังเป็นงานเขียนชิ้นเดียวที่ผมทำอย่างต่อเนื่อง บางวันอาจยาวเป็นหน้า ๆ โดยเฉพาะถ้าวันไหนกลับมาพร้อมบทเรียนใหม่

เย็นวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์
คามิน คมนีย์
::
::




ดูบันทึกเก่าวันนี้ปีที่แล้ว เราออกวิ่งเช่นกัน แต่วิ่ง 50 นาที ได้ 6 กิโล วิ่งเพซ 8.27
ปีนี้วิ่ง 1:15 ชั่วโมง 10 กิโล เพซ 7:30 อืม..นะ ว่าไปแล้วมันดีขึ้นทั้งที่เราเพิ่งวิ่งมินิฯ 10.5 กิโล เพซ 7 เป๊ะ เช้าวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านแล้วนี่เอง

ปีที่แล้วชีวิตไม่หวือหวาอะไร ซ้อมวิ่งได้ขนาดนี้ดีใจแทบตาย ชื่นชมตัวเองอยู่นั่นแล้ว ไม่คิดว่าตัวเองจะวิ่งได้ทุกวันแม้ระยะไม่ไกลเท่าไรและลงวิ่งงานมินิมาราธอน เฉลี่ยแล้วเดือนละครั้งเท่านั้น ไม่เคยสนใจเรื่องเวลา นอกจากวิ่งให้สนุก จบแบบไม่เจ็บ

แต่เหตุการณ์เปลี่ยนไปมากพอควรเมื่อตัดสินใจลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปลายปี ระยะทางเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า ไกลมาก เพราะ 10 k นี่ก็ไม่ใช่ธรรมดา แม้ว่าซ้อมไม่เคยถึงระยะจริงสักครั้งแต่ก็ต้องพยายามอย่างมากทุกครั้ง

การตัดสินใจแต่ละครั้งนั้น ทำให้เกิดเป้าหมาย เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน การฝึกซ้อมก็ต้องเปลี่ยน เราลองใช้โปรแกรมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนของครูดินมาใช้ แต่ทำได้เพียง 70 % เท่านั้นคือการวิ่งแบบ LSD (คือการวิ่งระยะไกลขึ้น วิ่งไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งความเร็ว ฝึกกล้ามเนื้อหัวใจ ฝึกระบบการหายใจและความอดทนของร่างกาย )

เราวิ่งเพิ่มระยะทางในการซ้อมให้ยาวขึ้น มีการวิ่งยาวทุกอาทิตย์ตามโปรแกรม แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องการลงคอร์ท ฟาร์ทเลก การอินเทอร์วัลหรือการวิ่งแบบสปีดเวิร์กนั่นเอง นั่นเพราะร่างกายเรายังไม่แกร่งพอ ก็เหมือนการสร้างบ้าน หากรากฐานไม่แน่น บ้านคงไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่

บางสนาม สตาร์ทก้าวแรกไปได้ดี ก็จะวิ่งดีไปตลอดเส้นทาง

บางสนาม มีทีท่าว่าจะดี แต่แรงตกหลังกิโลเมตรที่ 6

บางสนาม ก้าวไม่ไป เจอปีศาจตั้งแต่กิโลแรก พานจะวิ่งไม่จบ ถกเถียงกับตัวเอง ว้าวุ่นใจ กังวลว่าจะไปถึงไหน ไม่อยาก DNF เลย ทนทู่ซี้วิ่งจนจบแล้วมานั่งทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะวอร์มน้อย อาจจะหิว อาจจะมาถึงสนามกระชั้นชิด ไม่มีเวลาซึมซับบรรยากาศก่อนลงสนาม อาจจะพักผ่อนน้อย ซ้อมน้อย แรงตก ตกฟิต สารพัดเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ ฉันจำเป็นต้องใส่ใจและจดจำไว้จะได้ไม่เกิดซ้ำ

แต่ลงสนามแล้ว แม้ว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมมาอย่างดี ก็มีอะไรคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน ประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยให้ไม่วิตกจนเกินไปและสามารถฝ่าฟันไปได้ ที่สาหัสสุดอาจจะเป็นรอบเดือนในวันที่ต้องวิ่ง จำต้องตัดสินใจว่าจะทิ้งงานหรือลองสภาพตัวเองในวันนั้นเลยว่าจะไปได้แค่ไหน

ปีที่แล้ววิ่งมินิมาราธอนเป็นหลัก ไม่มีปัญหาเรื่องเส้นทางเพราะเป็นวิ่งระยะสั้น
แต่ปีนี้วิ่งยาวขึ้นและคู่วิ่งเริ่มวิ่งทำเวลาของเขา ฉันวิ่งคนละเพซกับเขา ขอติดหนึบไปได้สักครึ่งทางเท่านั้น จากนั้นก็ต้องไปด้วยเพซของตัวเองตามที่ซ้อมมา ไม่งั้นวิ่งไม่จบ
บางงาน วิ่งเทรลในป่าด้วย ฉันผู้มีฉายาว่าเป็นคนทิศเสีย ไปไหนเองไม่ได้ ไม่รู้เส้นทาง ไม่เป็นคนช่างสังเกต ปากหนักและโง่มาก สองงานมาแล้วที่วิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนแล้วหลงทาง

งานแรก ร้องไห้ เสียกำลังใจเกือบจะทิ้งทุกอย่างกลางทาง โชคดีที่ตั้งสติได้และไปจนจบ เป็นบทเรียนที่ดีแล้ว แต่ก็ยังเกิดซ้ำอีกครั้งบนดอยสามหงก เข้าเส้นชัยกับน้องผู้หญิงอีกคนเป็นสองคนสุดท้ายเพราะพากันหลงทางจนขาจะเป็นตะคริว

หรุบตาดูที่ข้อมือ มีนาฬิกาฉลาด ๆ อยู่กับตัว
เสียแต่คนใส่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย


มันคงเหมือนเรื่องราวของชีวิต บทเรียนยังเป็นบทเรียนอยู่
รู้แล้ว ระวังแล้วยังมีโอกาสผิดซ้ำ
เพียงแต่ต่างเวลาและสถานที่เท่านั้น

สองงานที่วิ่งหลงทางนั้น ยอมรับลึก ๆ ว่าท้อและอายค่ะ แต่ระหว่างที่วิ่งถึงเส้นชัยนั้น ได้รับกำลังใจจากเพื่อนนักวิ่ง เขาปรบมือให้และเชียร์ให้สู้ ๆ ตลอดทาง ดังมากและเป็นที่จดจำมากกว่าเป็นที่หนึ่งหรือวิ่งหนีรถพยาบาลเสียอีก

ปีนี้มีกัลยาณมิตรในวงการวิ่งเพิ่มมาอีกหนึ่งคน แก๊งเราเป็นแก๊งวิ่งใต้ฝุ่น แข่งกับตัวเองเป็นหลัก (เพราะถึงจะบอกว่าไม่แข่งกับใครเลยก็ตาม แต่เราก็มีความตั้งใจจะทำให้ได้ตามที่เราหวังเมื่อลงสนาม)

รวมถึงหนังสือวิ่งดี ๆ อีกหลายเล่มที่ฉันเพิ่งค้นหามาอ่านนอกเหนือไปจากตามเพจวิ่งในโลกโซเชี่ยล อ่านไป ลองวิ่งไป รู้สึกตัวเองเป็นคนโชคดีพอสมควร แม้จะไม่ได้เพื่อนเยอะแยะมากมาย แต่ดีใจที่น้องในก๊วนสมัยเรียนมาร่วมวิ่งอีกคน ใคร ๆ ก็รู้ว่าวิ่งมันเหนื่อยมาก ไม่เพียงแต่พูดแต่ลงมือทำ ทำอย่างต่อเนื่องและมีวินัย ถึงไม่ออกงานวิ่งบ่อย แต่เราก็เจอกันตามงานวิ่งบ้างแล้ว

ขอเพียงแต่ทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราได้แต่คอยให้กำลังใจ แนะนำบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอให้เธออดทนต่อสิ่งที่กำลังเริ่มต้นอยู่ แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่าในที่สุด

ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
23 สิงหาคม 2559



::
::



ออกไปยืดเหยียดร่างกายมาสักหน่อยค่ะ โชคดีที่ไม่เจ็บกล้ามเนื้ออะไร กลับมาทันได้ดูเฮียกระทิง ยกกันมาทุกหล่อมาช่วยอาหลงกับอาหงส์ ...

23 สิงหา 2015
(บันทึกเก่า)

ปีที่แล้วติดละครซีรี่ส์
ปีนี้ไม่มีเวลาดูละครจึงต้องหาเวลาไปดูละครย้อนหลัง ที่เพิ่งดูไปคือเรื่อง เกมริษยา
ครั้งแรกไม่ชอบชื่อเรื่อง ไม่ค่อยอยากดู แต่ะเริ่มดูตั้งแต่เริ่มต้น เห็นความเปลี่ยนแปลงของปัทมนซึ่งแสดงโดยคุณป๊อก ปิยะธิดาแล้ว เข้าใจเลยว่า ทุกอย่างมีที่มา
มีมืออาชีพในบริษัทหลายคนที่เก่งมาก แต่คนเก่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเลว ๆ เพื่อห้ำหั่นกัน (คำจากละครนะ)
ที่เห็นชัดเลยคือความเครียดในออฟฟิศของคนทุกระดับ แก่งแย่งชิงดี สร้างภาพ สร้างผลงาน ที่ไหนคนมาก เรื่องก็มากไปตามคน และหนีไม่พ้นเรื่องชู้สาว หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง เขาอยู่กันอย่างไรนะ

ชอบวลีชีวิตดี ๆ ในทุก ๆ ตอนเลย มันสอนอะไรได้เยอะแยะมากมาย ฉันยังคิดว่า เรื่องนี้มีดีมากมายหรือเพราะเราอยู่วงนอก มองความเป็นไปของคนอื่น ชื่นชมคนที่เข้มแข็ง หยัดยืนในวันที่ล้มทั้งกายและใจโดยไม่ทิ้งลมหายใจและยังก้าวต่อไปอย่างมีความหวัง

คนดีโดนดีดกระเด็นออกนอกสาระบบ ปล่อยให้เสือสิงห์กระทิงแรดแย่งชิงความเป็นหนึ่ง

ยังเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ เชื่อว่า เรื่องของปัทมนจะจบลงไม่ดี ไม่คิดว่าตัวเองจะสมน้ำหน้าเมื่อเห็นความหายนะ หวังแต่ให้คิดได้เร็ว ๆ และเลิกเอาชนะและทำร้าย ทำลายคนอื่นเสียที

เป็นเรื่องแต่งเกี่ยวกับออฟฟิศ ซินโดรมที่ดูสมจริง ...

24 สิงหาคม 2559


::
::


วันนี้วิ่งไม่ออกเพราะจุก
จุกเพราะกินข้าวเหนียวกับแกงเห็ดห้าตอน 6 โมง
อร่อยแบบลืมโลกไปเลย
แต่อาหารไม่ย่อยเพราะไม่เคยกินข้าวเวลานี้

สองทุ่ม ที่เก่าเวลาเดิม
เริ่มวิ่งกิโลแรกก็ออกอาการ จุกขึ้นลิ้นปี่
ทนวิ่งไป วิ่งแบบกินบุญเก่าจน 6 กิโล
ต้องขอหยุด ไม่ไหวจริง ๆ ซ้อมไม่ถึงที่ตั้งใจ
เอาไว้ค่อยวิ่งชดเชยวันพรุ่งนี้
จำไว้เลยว่า
อย่ากินข้าวเหนียวก่อนวิ่งสองชั่วโมง

25 สิงหาคม 2559









Create Date : 24 สิงหาคม 2559
Last Update : 26 สิงหาคม 2559 7:55:08 น.
Counter : 107 Pageviews.

1 comments
  
ออกไปยืดเหยียดร่างกายมาสักหน่อยค่ะ โชคดีที่ไม่เจ็บกล้ามเนื้ออะไร กลับมาทันได้ดูเฮียกระทิง ยกกันมาทุกหล่อมาช่วยอาหลงกับอาหงส์ ...

23 สิงหา 2015

ปีที่แล้วติดละคร
ปีนี้ดูละครย้อนหลัง ที่เพิ่งดูไปคือเรื่อง เกมริษยา
ครั้งแรกไม่ชอบชื่อเรื่อง ไม่ค่อยอยากดู แต่ะเริ่มดูตั้งแต่เริ่มต้น เห็นความเปลี่ยนแปลงของปัทมนซึ่งแสดงโดยคุณป๊อก ปิยะธิดาแล้ว เข้าใจเลยว่า ทุกอย่างมีที่มา
มีมืออาชีพในบริษัทหลายคนที่เก่งมาก แต่คนเก่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเลว ๆ เพื่อห้ำหั่นกัน (คำจากละครนะ)
ที่เห็นชัดเลยคือความเครียดในออฟฟิศของคนทุกระดับ แก่งแย่งชิงดี สร้างภาพ สร้างผลงาน ที่ไหนคนมาก เรื่องก็มากไปตามคน และหนีไม่พ้นเรื่องชู้สาว หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง เขาอยู่กันอย่างไรนะ

ชอบวลีชีวิตดี ๆ ในทุก ๆ ตอนเลย มันสอนอะไรได้เยอะแยะมากมาย ฉันยังคิดว่า เรื่องนี้มีดีมากมายหรือเพราะเราอยู่วงนอก มองความเป็นไปของคนอื่น ชื่นชมคนที่เข้มแข็ง หยัดยืนในวันที่ล้มทั้งกายและใจโดยไม่ทิ้งลมหายใจและยังก้าวต่อไปอย่างมีความหวัง

คนดีโดนดีดกระเด็นออกนอกสาระบบ ปล่อยให้เสือสิงห์กระทิงแรดแย่งชิงความเป็นหนึ่ง

ยังเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ เชื่อว่า เรื่องของปัทมนจะจบลงไม่ดี ไม่คิดว่าตัวเองจะสมน้ำหน้าเมื่อเห็นความหายนะ หวังแต่ให้คิดได้เร็ว ๆ และเลิกเอาชนะและทำร้าย ทำลายคนอื่นเสียที

เป็นเรื่องแต่งเกี่ยวกับออฟฟิศ ซินโดรมที่ดูสมจริง ...
โดย: ภูเพยีย วันที่: 25 สิงหาคม 2559 เวลา:14:16:30 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]