YOU are not afraid. You think YOU are afraid. ~Shantimayi~
สงบลง

It’s so clear every year we get stronger.

ประโยคซ้ำๆในเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง Hairspray
ที่ฟังกรอกหูตัวเองซ้ำๆ มาเป็นเวลากว่าครึ่งปี
ตอกย้ำลึกยามที่หันกลับมามองตัวเอง
มองเข้าไปในความคิด และชีวิตตัวเอง
ก็ได้พบว่าจิตใจยามหวั่นไหวก็ยังคง
เหมือนเรือน้อยถูกโยนโยกในกระแสคลื่น
หากเสียงร่ำร้องโวยวายนั้น กลับเงียบลง
และซ่อนเข้าไปในจิตใจลึกขึ้นทุกที
เปลี่ยนจากคร่ำครวญออกมาสู่ภายนอก
เป็นการใคร่ครวญเข้าสู่ภายใน
จากการเรียกร้องความสนใจจากใครๆ
เป็นการเรียบเรียงความคิดตัวเอง

ทุกสิ่งทุกอย่างมันคงเป็นไปตามวัย
ที่ค่อยๆกระเถิบห่างจากคำว่า “วัยคะนอง” มาทีละน้อย
คำถามที่เคยตามหาคำตอบ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
วันนี้ไม่ใช่เพียงคำตอบที่เปลี่ยนไป
หากคำถามต่างหากที่เปลี่ยนไปเลย
ร่างเงาของแหล่งน้ำกลางทะเลทรายอันเคยเห็นอยู่ลิบๆ
ที่เคยถามตัวเองว่า จะทำอย่างไรจึงจะไปถึงตรงนั้นได้
หากเมื่อพบเจออะไรมาพอสมควร คำถามจึงเปลี่ยนไปเป็นว่า
แหล่งน้ำที่เห็นอยู่ไกลๆนั้น
เป็นความจริงหรือเป็นเพียงเงาหลอกตา
และหากโชคดีว่าได้เจอแหล่งน้ำจริงๆ
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากนั้น

หนังสือหลายต่อหลายเล่มที่เคยอ่านสนุก
วันนี้หยิบมาพลิกๆ แล้วก็เก็บมันไว้ในตู้เสียเฉยๆ
ไม่ได้อยากอ่านอีกต่อไป
งานมหกรรมหนังสือ เคยตื่นตาตื่นใจตื่นเต้นเต็มประดา
จริงอยู่ว่าตอนนี้ไม่มีเวลาไป
แต่ถึงมีเวลา ก็ไม่แน่ใจนักว่าจะอยากไป
แต่กับหนังสืออีกหลายๆเล่มที่เคยซื้ออ่านไม่รู้เรื่อง
บรรดาหนังสือที่พูดถึงความเป็นจริงของมนุษย์
จากที่เก็บไว้เฉยๆ ตอนนี้ล้างตู้ตะลุยอ่านอย่างเมามัน
แล้วก็อีกแหละ จากที่เคยเชื่อในตัวหนังสือทุกอย่าง
วันนี้ เราตั้งคำถามกับมัน แล้วใคร่ครวญหาคำตอบต่อไป
คล้ายๆกับคำพูดของคนหลายๆคน ที่เราดื้อดึงจะเชื่อถือ
แต่กลับคล้อยตามอย่างละมุนละม่อม
เพื่ออำพรางความแหกคอกนั้นไว้
เราไม่จำเป็นจะต้องเชื่อใคร ถ้าเราหาเหตุผลให้มันไม่ได้
แล้วก็เรียนรู้ที่จะปิดปากเงียบ
แล้วแอบดูทั้งสิ่งที่อยู่ข้างนอก และข้างใน

วันนี้เปลี่ยนสถานะและบทบาทแล้ว
จิตใจกำลังปรับตามให้ไล่ทัน
เมื่อสังคมบังคับให้ต้องโต
จิตใจจึงต้องการอาหารเสริมให้โตทัน
เพราะเราออกมาห่างแล้วจากจุดเริ่มต้น แต่ยังคงเหมือนหลงทาง
และยังไม่แน่ใจนักว่าการเดินทางรูปแบบใดที่จะเหมาะสมกับชีวิต

I know we’ve come so far, but we got so far to go.



Create Date : 28 มีนาคม 2551
Last Update : 28 มีนาคม 2551 14:14:31 น. 8 comments
Counter : 335 Pageviews.

 


โดย: Irish girl วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:14:42:41 น.  

 


โดย: KS IP: 90.195.0.240 วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:16:29:58 น.  

 
เพราะเราเติบโตไปตามวันเวลาไงคะ ชีวิตมีสิ่งแลกเปลี่ยนให้เสมอ...


โดย: kangsadal วันที่: 28 มีนาคม 2551 เวลา:21:08:58 น.  

 
เวลาสงบไม่มันเท่าเวลาฟุ้งซ่านหรอก สำหรับผมอ่ะนะ

แบบว่าเวลาสงบๆมันต้องรอให้แก่ๆขึ้นไปก่อน วัยรุ่นมันต้องพลุ่งพล่าน


โดย: -__-" IP: 118.173.219.93 วันที่: 30 มีนาคม 2551 เวลา:2:09:42 น.  

 
เหตุเปลี่ยน ผลก็เปลี่ยน
เวลาเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยน
ผมเคยคิดเล่นๆว่า
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้

อะไรแย่ๆที่เราเคยคิดและทำในวัยเรียน
เราจะอยากทำอะไรกับมันมั้ย

คำตอบคือ ปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละดีแล้ว
เพราะถ้าไม่มีความรู้สึกแย่ๆในวันนั้น
เราจะมีความสึกดีดีในวันนี้ได้อย่างไร

แวะมาทักทายยามดึกครับครูเสี้ยว




โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 30 มีนาคม 2551 เวลา:23:43:22 น.  

 
มาอ่านแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีแรงเม้น
เหนื่อย+ง่วงสุดๆ

เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับมาเม้นนะค่ะ
มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ
อากาศ


โดย: yonogngi IP: 203.144.211.242 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:9:45:03 น.  

 
หากแม้นว่าเธอหลงทาง
ในคืนอ้างว้างเปลี่ยวเหงา
จิตใจหมองหม่นซึมเซา
โศกเศร้าเดียวดายไร้ผู้คน

ไม่รู้จะก้าวย่างทางไหน
หวาดกลัวระแวงภัยไปทุกหน
อีกทั้งข้างในหัวใจตน
ก็ยังสับสนและอ่อนแอ

ก้าวมาทางนี้เถิดนะ
แล้วเธอจะไม่ท้อแท้
แล้วเธอจะไม่ปรวนแปร
หรือรู้สึกไม่แน่ใจตน

ในคืนมืดมนอนธกาล
เธอจะมองเห็นฉันในทุกหน
โดดเด่นลอยคว้างกลางนภดล
เป็นหลักชัยแก่ผู้คนผ่านทาง

ฉันเป็นเพียงดาวดวงน้อย
ที่คอยกระพริบส่องสว่าง
จรัสแสงในค่ำคืนอ้างว้าง
โดดเด่นลอยคว้างกลางดงดำ.
;-)


โดย: BlackMica วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:10:45:32 น.  

 
ชอบประโยคนี้ค่ะ >>> I know we’ve come so far, but we got so far to go.
ความหมายดีนะค่ะ

นั่นซินะ เราเดินออกมาจากจุดเริ่มต้น แต่ยังเหมือนหลงทาง ณ.เวลานี้ ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน และพยายามมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

เมื่อวานรู้สึกไม่ค่อยดีค่ะ
เราเองคงไม่เข้มแข็งพอที่จะรับรู้ความจริง และอ่อนแอเกินกว่าจะฟังคำพูดของใครต่อใคร

บางที เราก็แค่อยากให้อดีตของเรา เป็นแค่อดีตของเรา ไม่ใช่อดีตของใครต่อใคร ไม่ใช่เรื่องสนุกและตลกที่ใครอยากพูดถึง ไม่ใช่เรื่องที่เล่าซ้ำไปซ้ำมาและพยายามจะขุดคุ้ยหาคำตอบจากมัน

แต่แล้วเราก็ทำไม่ได้ เราทำไม่ได้ที่จะทำให้ใครลืมอดีตของเรา เหมือนกับที่เราพยายามมาทั้งชีวิตเพื่อที่จะลืมอะไรบางอย่าง แต่เราก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี

เขาเหล่านั้นทำให้เรารู้ว่า เราไม่สามารถอยู่คนเดียวโลกนี้ได้ เรายังต้องรับฟังสิ่งต่างๆอีกมาก และโลกก็ยังคงหมุนต่อไปพร้อมกับชีวิตที่เดินไปของคนอีกหลายคน

หากเราเข้มแข็งพอ คงไม่รู้สึกกับคำพูดของใครต่อใคร แต่ก็เพราะว่าทำไม่ได้ ใจถึงได้เจ็บช้ำอยู่อย่างนี้
กว่าจะมีวันนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม

“เราหยุดแล้ว แต่ทำไมท่านยังไม่หยุด” เป็นคำพูดของพระพุทธเจ้าค่ะ ฟังแล้วก็ติดอยู่ในใจ

ทุกอย่างมันก็แค่อากาศ
ว่าไหมค่ะ

มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ
อากาศ


โดย: yonongi IP: 203.144.211.242 วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:11:22:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gluhp
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Here...
I'm on the rooftop

Between...
pavement and stars.

Here's...
hardly no day
nor hardly no night

There're things...
half in shadow
and half way in light

It's where...
I gather my thoughts
and grow my dreams

which...
are scattered
all around

In my words,
my songs,
my dance.

คน นั่งจ้องชีวิต
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gluhp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.