YOU are not afraid. You think YOU are afraid. ~Shantimayi~
...ไม่ง่ายอย่างที่พูด ไม่ง่ายอย่างที่บอกใครๆเขา ไม่ง่ายเลย...

กว่าจะรู้ตัว เราก็เอาความสุขของเราไปขึ้นอยู่กับคนอื่นเสียแล้ว
เมื่อความคาดหวังเล็กๆบางประการ ได้รับการตอบสนอง
มันยิ่งทำให้ย่ามใจ และทำให้เราคาดหวังกับมันสูงขึ้นไปอีก
คงบอกไม่ได้หรอกว่านี่เป็นสิ่งที่ดี

เป็นเวลาพอสมควรแล้วที่บอกให้ตัวเองเลิกคาดหวังกับสิ่งต่างๆ
เลิกรอคอยอะไรบางอย่างจากผู้คนรอบๆตัว
ชีวิตก็เลยดำเนินอยู่ในความสุขความสมดุลมาได้ระยะหนึ่ง
แล้วนี่ อะไรอีกแล้วนี่

ทำไมถึงได้เรียกร้องสิ่งต่างๆมาเติมเต็มส่วนที่พร่องลงไป
ทั้งๆที่บอกตัวเองมาตลอดว่ามันจะต้องไม่เกิดขึ้น
แต่มันก็กำลังตั้งเค้า และทำท่าจะหลีกไม่พ้น
การตกเป็นทาสอารมณ์ความรู้สึกน่ะ
มันเปลืองพลังงาน แล้วก็ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

การปล่อยให้มันเกิด แล้วเรียนรู้เฝ้าดูมันไปนั้น
มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ อย่างที่พูดเลย
เราจะเป็นผู้เฝ้าดู โดยที่ไม่เอาตัวลงไปเกี่ยวข้องได้อย่างไรกัน
แล้วจะทำอย่างไรได้เล่า เมื่อการสกัดกั้นไม่เป็นผล
หนำซ้ำยังเปิดรับ แล้วเรียกร้องจะเอาเพิ่มเติมเสียอีก
เรานี่มันน่าสมเพชเสียจริง

ก็ใช่ว่าจะไม่มีประสบการณ์นะ
ก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องพวกนี้มันทำให้เราเตลิดเปิดเปิงไปได้แค่ไหน
แต่กลับเหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ในใจกลางน้ำวน
ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุด มองหาหลักยึดเกาะก็ไม่มี
ก็ถูกดูดเข้าไปเรื่อยๆ อีกไม่นานก็คงจะจม
จมลงไปในอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
ที่บทมันจะโหมกระหน่ำขึ้นมาแล้วล่ะก็
อะไรๆที่แย่ๆก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ดูเหมือนกับเราจะดื้อด้าน ไม่ยอมรับความเป็นจริง
และกำลังพยายามใช้ “การภาวนาเป็นยาชา”
แถมยังเป็น “ยาชา” ประเภทติดๆดับๆเสียด้วย
“ยาชา” อีกตัวหนึ่งที่ได้ผลกว่านั้น
ตอนนี้ก็อยู่ในช่วง “ดับเครื่อง” ไปเสียอีก
หมดสิทธิคิดเรื่องว่าจะไป “เต้นให้ลืม” ได้เลย
เครื่องมือตัวเก่งชิ้นนี้ ที่เคยทำให้ชีวิตเป็นปกติอยู่ได้
ตอนนี้ก็มีอันต้องหยุดพักไปเป็นเดือนๆ
แล้วจะห้ามไม่ให้ฟุ้งซ่านได้อย่างไร
อีกไม่นาน ความจริงนั้นจะต้องผุดขึ้นมาให้เห็น
เมื่อเราติดอยู่ใจกลางน้ำวนอันนั้นแล้ว




Create Date : 06 พฤษภาคม 2551
Last Update : 6 พฤษภาคม 2551 20:04:18 น. 14 comments
Counter : 359 Pageviews.

 


โดย: joblovenuk วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:31:36 น.  

 
อืม คุณเสี้ยว
ความจริงทุกคนอ่ะรู้ตัวว่าต้องทำอะไรแต่ คนเรามันก็ ยับยั้งไม่ได้ ความคิดหยุดยากยิ่งบวกกับใจยิ่งยากอ่ะ
เมื่อใดที่ความสุขของเราผูกกับคนอื่นเมื่อนั้น มันก็แย่ ทั้งนั้นอ่ะ


โดย: ไม้ยมก&แหนมมัด วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:57:54 น.  

 

ส่วนตัวแล้วอดีตเคยคาดหวังนั่นนี่โน้นตลอด แล้วในที่สุดตัวกิเลสนั่นเองที่กลับมาเผาตัวเราเอง
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราต้องกลับมาทบทวนว่า เราต้องเริ่มจากรักตัวเองให้เป็น
ต้องอยู่กับความเป็นจริงให้ได้ เมื่อเรารักตัวเองเป็นเราก็รักคนอื่นเป็นแล้วเราก็จะได้ความรักอันนี้กลับมาโดยที่เราไม่ต้องร้องขอเชียวล่ะ


โดย: พูษรี วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:22:39 น.  

 
mm...


โดย: ks IP: 85.90.235.42 วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:23:28 น.  

 
เข้าใจเลยจ้า
สู้ๆนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้จ้า


โดย: เกศ IP: 84.233.227.59 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:36:57 น.  

 
เห็นด้วยนะครับว่า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

แต่ก็เพราะมันไม่ง่ายนี่แหละ
เราถึงควรที่จะใจเย็นๆ
ไม่ควรเสียใจเวลาที่เรายังทำไม่ีได้ หรือยังทำได้ไม่ีดี

ยังไงก็จะเอาใจช่วยนะครับ
: )


โดย: Amygdala วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:00:43 น.  

 
ประสบการณ์ที่ผ่านมา
คือบทเรียนอันทรงค่า..ที่สุด
เตือนตัวเองไว้ว่า..
อย่าเร่งรีบ..กระทั่งร้อนรน
ขณะเดียวกันก็อย่าเนิบช้า
จนเสียการ..

ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไป
ตามที่มันควรต้องเป็น
อย่าลืมว่าความสุขที่แท้
อยู่ที่ตัวเราเอง

กลั้นใจสักนิดนึง
ชั่วขณะนั้นเอง
ลองคิดถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ช่วงเวลาที่กำลังขาดอากาศนั้นเอง
เราจะพบว่าสิ่งสำคัญที่สุด
คืออากาศสำหรับตัวเราเอง
จริงๆ นะ
;-)

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม
แต่อย่าให้ความงดงาม
ที่เกิดจากความรัก
มากำหนดหรือชักนำ
ให้เรามองสิ่งรอบข้าง
สวยงามไปทั้งหมด.

อดีต..ผ่านพ้นไปแก้ไขไม่ได้
อนาคต..เป็นอย่างไรไม่อาจรู้
ปัจจุบัน..คือสิ่งเดียวที่มีอยู่
ทำมันให้เต็มที่..เท่านั้นแหละ.

ด้วยความคิดถึงครับน้องสาว;-)


โดย: ฅนไกล (BlackMica ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:22:53 น.  

 
บางทีการหัดอยู่คนเดียวบ้าง
ได้นั่ง ๆ นอน ๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยบ้าง
ก็จะได้ทบทวนตัวเองมากขึ้น
และหาจุดที่สมดุลให้ตัวเองได้
ยากเหมือนกันนะกับการรู้จักตัวเอง
บางทีตัวเราเองนั่นแหละจะรู้จักตัวเราได้ดีที่สุด
และจะรู้ว่าเราจะก้าวเดินต่อไปอย่างไรในอนาคต


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:06:51 น.  

 
ปล่อยวางบ้างเน้อ
ไปควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมากเกินไป มันก็เหนื่อยนะ


โดย: เอี่ยว IP: 203.146.136.113 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:37:44 น.  

 
การเจ็บขาของครูเสี้ยว
เป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง คือ ทำให้ครูเสี้ยวได้อัพบล้อกถี่ขึ้น

สิ่งที่ดีกว่านั้น
คือ มีเวลาได้อยู่กับความคิดของตัวเองมากขึ้น
(หรือแทบจะตลอดเวลา จนกว่าขาจะหายหรือมีอาการดีขึ้น)


การเฝ้ามองดูความคิดของเรา
เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนะครับ
ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ด้านลบ หรือด้านบวก

ก็แค่ดู --- แต่อย่าไปรู้สึกกับมันมาก
ไม่งั้นอารมณ์ทั้งสองด้านคงย้อนกลับมาทำร้ายเราได้โดยง่าย


มองให้มันสนุก --- มันก็สนุกดีนะครับ




โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:08:27 น.  

 
มีคอมเม้นต์ดีๆ เยอะแล้ว ขอมานั่งเงียบๆ เป็นเพื่อนละกัน หายเร็วๆ นะฮับข้อเท้า


โดย: skogkatt วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:25:29 น.  

 
รูปในโปรไฟล์ดูแกร่งดีนะครับ
ถ่ายได้สวยดีครับ
แต่ถ้าผมถือกล้องอยู่ในวันนั้น
ผมจะเลือกซูมและถ่ายแววตาของครูเสี้ยวขณะที่ร้องเพลงนี้ครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:48:26 น.  

 
เรื่องของการคาดหวังเป็นเรื่องที่พูดยากมากๆ
ไม่คาดหวัง...ปากบอกว่าไม่ แต่ก็เสียใจทุกที…เป็นอย่างนี้ จนชิน

วันนี้เข้ามาอ่านบล็อก หลังจากไม่มีเวลาอ่านมาหลายวัน
วันนี้เป็นวันดี แต่เมื่อวานคงดีกว่า

ยื่นไปลาออกไปแล้วค่ะ
ทั้งๆที่ใครก็ห้ามว่าอย่าทำ รู้ไหมค่ะ ว่าเพราะอะไร เพราะว่าไม่มีที่ไปยังไงหละค่ะ
ไม่มีงานใหม่ให้ทำ เพราะว่ายังไม่ได้สมัคร ส่วนสิ่งที่อยากได้ ก็อยู่ห่างไกล แต่ก็ยังจะพยายามค่ะ

ไม่มีที่ไป .... จริงๆ ก็มีนะค่ะ แต่อาจไม่ได้เงินเท่าที่นี่ แต่ความสุขมีมากกว่าแน่นอนค่ะ
ทำไมชีวิตของคนเราต้องมีเงินเข้ามาเกี่ยวทุกที เวลาจะทำไรก็ต้องคิดถึงเงิน และนี่แหละที่ทำให้คิดเรื่องลาออกมานานมากๆ

แม่ไม่อยากให้ออก เราก็เข้าใจ เพราะเงินไม่ได้หาได้ง่ายๆ
แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีชีวิตอยู่ เราคงจะเสียใจมากๆ ถ้าไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่เราทำในวันนี้

ความสุข...
อยู่ทีใจ อยู่ที่ไหนก็สุขได้ จริงไหมค่ะ

สุดท้ายเขาก็ยังอยากให้เราอยู่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาคนใหม่ได้
เฮ้อ...มันอาจจะนานไป
นานจนสายเกินไป

อยากบ่นเยอะกว่านี้ค่ะ
แต่ไม่ไหว กลัวน้ำตาไหลออกมา
ร้องไห้ทีไร สงสารตัวเองทุกที


พยายามเข้มแข็งไว้นะค่ะ ขอให้ขาหายไวๆ หมอบอกรึเปล่าค่ะ ว่าจะหายเมื่อไหร่ (ตอบหน่อยน้า)
มีความสุขทุกๆวันค่ะ
อากาศ

ปล. แอบเม้นไว้ในวันก่อนๆด้วยนะค่ะ


โดย: yonongi IP: 203.144.211.242 วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:25:15 น.  

 
อ่านแล้วค่ะ ขอบคุณนะ
เข้มแข็งๆ แล้วก็สู้ๆกันต่อไปละกันเนอะ

ส่วนขาเนี่ยน่ะเหรอคะ
ก็ประมาณ 6 อาทิตย์น่ะค่ะ ><

ยาวนานมาก


โดย: gluhp วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:47:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gluhp
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Here...
I'm on the rooftop

Between...
pavement and stars.

Here's...
hardly no day
nor hardly no night

There're things...
half in shadow
and half way in light

It's where...
I gather my thoughts
and grow my dreams

which...
are scattered
all around

In my words,
my songs,
my dance.

คน นั่งจ้องชีวิต
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gluhp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.