YOU are not afraid. You think YOU are afraid. ~Shantimayi~
ความรู้สึกที่ซ่อนเร้น

แย่แล้วมั้ง เบื่อจังเลย
มาขอบ่นๆอะไรในนี้หน่อย
บ่นในเวลาทำงานเนี่ยแหละ
ทั้งๆที่ดีใจนะที่ได้เข้ามาอยู่ในนี้
แต่ว่า...อีกแล้ว คำถามเดิม
มันไม่ใช่ หรือเราเองที่ไม่อดทน
หงุดหงิดจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เราอัตตาสูง อีโก้จัด รู้ตัวอยู่แล้ว
แล้วก้เตรียมใจไว้แล้ว
ว่าความรู้สึกอย่างนี้ต้องเกิดขึ้น

...เราไม่ใช่เด็กๆน่ะนะ...

เปล่า ไม่ได้จะทำตัวแก่ หรือว่าอะไร
แต่รู้สึกเหมือนตอนเข้ามหาลัยใหม่ๆ
ว่าเฮ้ย...นี่เราทำอะไรอยู่เนี่ย
ไม่ เราไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ
ตรงข้าม เรารู้ว่าเรากำลังฝึกทำอะไรจริงๆอยู่
นี่เป็นชีวิตการทำงานที่เราต้องเจอแน่นอน
แต่เราไม่รู้เหมือนกันว่า เราทำงานอย่างนี้ไปทำไม

ปัญหาอยู่ที่เราเอง เราไม่ได้ศรัทธาในองค์กรนี้มากพอ
เราจึงมีคำถามอยู่ในใจตลอดเวลาในทุกสิ่งที่เราทำ
เราคงจะไม่เหมาะจริงๆ (หรือว่าเราไม่อดทนกันแน่)
คำถามเดิมยังวนไปวนมาไม่หยุดสักที
เหลืออีก 2 เดือนกว่าๆ ยาวนานเหลือเกิน

เราไม่ชอบมีเจ้านาย เราไม่ชอบให้ใครมากำหนด
ให้เราทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขียนอย่างนั้นอย่างนี้
ต้องเป็นไปตามคอนเซ็ปต์ ต้องใช้สำนวนอย่างนั้นอย่างนี้
ไม่รู้สิ เราอิสระเกินไปมั้ง (หรือว่าเราไม่อดทนกันแน่)
ทำไมต้องมีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย (ถามทำไม ก็รู้คำตอบอยู่)
นั่งเถียงกับตัวเองอย่างนี้ เถียงมาตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่
เวลาที่ให้กับตัวเองมันหายไป เราไม่อยากทำงาน
หมดชีวิตของนักเรียนแล้ว แต่ยังไม่อยากทำงาน
งานที่ไม่ได้ทำให้เราได้ค้นหาอะไรกับชีวิต
(หรือว่าจริงๆแล้วมันให้ แต่เราไม่อดทนเอง)
เราไม่รู้ว่าเราอยากทำอะไร เรารู้สึกว่ามันไร้ซึ่งความฝัน
ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีไฟ
ให้ตายเหอะ ผ่านมาแค่ไม่กี่อาทิตย์
ทำไมเรา "งี่เง่า" ขนาดนี้วะ

(ที่แย่คือ ...ความรู้สึก... มันต้องปิดบังไว้ เพื่ออะไรวะ)


Create Date : 25 มีนาคม 2551
Last Update : 25 มีนาคม 2551 15:58:48 น. 7 comments
Counter : 406 Pageviews.

 
ใจเย็นๆ น้องสาว..
ทุกเรื่องราวมีทางออก
มองออกไปข้างนอก..
จะเห็นว่าท้องฟ้ายังกว้างนัก
เราเองก็เพียงมนุษย์กระจ้อยร่อยคนหนึ่งเท่านั้น
เก็บไว้ข้างในมากเกินไป..
ระบายมันออกมาซะบ้าง..
จะได้โล่งและว่างขึ้นอีกนิด

คิดถึงคำนี้เข้าไว้..จิตใจจะได้มีกำลัง..
"..ยามที่ความหวังมีไว้เพียงให้เห็น และความทุกข์มีไว้เพียงให้เป็น

เพียงปลดปล่อยจินตนาการ แล้วดอกไม้จะบานใต้ฟ้าหม่นเทา."

สู้ๆ


โดย: ฅนไกล (BlackMica ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:16:06:28 น.  

 
อย่าคิดมากเลยค่ะคิดเสียว่างานคือเงิน และก็เงินคืองานค่ะ อย่าพ่วงปัญหาที่ทำงานกลับบ้านไปด้วยเป็นพอ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: CrackyDong วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:16:40:59 น.  

 
คนดี....
ชีวิตก็อย่างนี้ ไม่มีอะไร "เป็น" อย่างที่เราต้องการหรอกนะ
ส่วนมากน่ะ เราต่างหาก ทีต้องทำ ในสิ่งที่บางคนต้อง
การ
จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที วันเวลา จะสอนคนดี ในทุกๆอย่าง
ขอเพียงประครองสติมั่น และยอมรับ กับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อย่างใจเย็น
คนนี้มีให้แค่ "กำลังใจ"


โดย: ผ่านมา... (gahlon ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:20:55:19 น.  

 
susu na ^^


โดย: KS IP: 213.123.205.2 วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:6:22:59 น.  

 
อ่านแล้วก็แอบตกใจ ตกใจคำว่า งี่เง่า อ่ะค่ะ เราเป็นหนึงที่เกลียดคำนี้มากๆ เพราะฉะนั้นถ้าได้ยินคำนี้
ก็จะแอบขนลุกค่ะ

ไม่ชอบเลยค่ะ อย่าว่าตัวเองแบบนี้เลยนะค่ะ มันดูแรงไปนะ ในความคิดเรานะ

อีโก้สูง ก็คงต้องลดลงมา ความความอดทนต่ำ ก็พยายามเพิ่มเข้าไป อดทนเพื่อให้รู้ว่าเราก็อดทนได้มากกว่าใครๆ

ถ้าอดทนไม่ได้ ก็ไม่ต้องพยายาม เพราะมันก็คงให้เราเหนื่อยเปล่า

ถ้ามีโอกาสวิ่ง แล้วไม่อยากวิ่ง ก็คงไม่เป็นไร หากแต่วันนึงอย่าให้ตัวเองกลับมาเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ก็พอค่ะ

อย่าคิดมากเลยนะค่ะ ยังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างบนโลกใบนี้ รอให้เราเรียนรู้อยู่ อยู่รอจนวันที่เราจะได้พบมันนะค่ะ

ทำงานเป็นไงบ้างค่ะ ไปเก็บเกี่ยวอะไรบ้างเอ่ย อย่างน้อยก็คงได้รู้แหละค่ะ ว่าอะไรเป็นยังไง
มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ
ปล.ไม่มีโอกาสได้เป็นคนแรกอีกแล้ว
อากาศ


โดย: yonongi IP: 203.144.211.242 วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:9:58:06 น.  

 
แม้ว่าเรามิอาจทำตามสิ่งที่คิดหรือเขียนได้เสมอไป
แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรกล่าวโทษตนเอง
ขณะเดียวกันก็มิควรเช่นกันที่จะกล่าวโทษคนอื่น (พยายามทำอยู่เหมือนกันนะ..ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง)

ท้ายที่สุดหากมันไม่ใช่
ก็ไม่แปลกอะไรที่ต้องยอมรับ
หากมีหนทางที่จะหลีกหนีไปเสียจากมันได้
โดยไม่มีเงื่อนไขหรือปัจจัยอื่นใดมาบีบคั้น
ทำไปตามที่หัวใจมันบอกเถิด

คิดเสียว่าเราเป็นเพียงโน้ตตัวหนึ่งซึ่งบังเอิญพลัดหลงมาอยู่ในบทเพลงที่แปลกแยก..หากมันแตกต่างเกินกว่าจะยอมรับได้ ก็ออกไปค้นหาเพลงบทใหม่ซึ่งจำเป็นต้องใช้ัตัวโน้ตเช่นเราดีกว่า
ถึงเวลานั้นเหล่าผู้ฟังจะได้รู้ว่ามันไพเราะและงดงามเพียงใด..

;-)
แวะมานั่งพักปลดปล่อยอารมณ์
ชมสายน้ำเจ้าพระยาแถวท่าสาทรก็ไม่เลวนะ
มองสายน้ำไหลผ่านไป..
ผู้คนมากมายหลายหลาก..
บ้างก็กำลังจะข้ามฟาก..
บ้างก็นั่งเล่น..
บ้างก็ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ยิน ไม่เป็น
บ้างก็หลบเร้น..ซ่อนกาย
ณ ริมสายน้ำ.

"..Fly lonely angel
High above these streets of fire
Fly lonely angel
Far away from mad desire.."


โดย: BlackMica วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:18:07:24 น.  

 
ผมชอบกินไอศกรีม : )

นานมาแล้ว ผมอุตส่าห์อดขนมอยู่หลายวันเพื่อเก็บเงิน ไปนั่งกินไอศกรีมในร้านชื่อดังที่เพิ่งมาเปิดสาขาในเมืองไทย...

วันนั้นไอศกรีมมันไม่อร่อยเท่าที่คิดไว้
คนก็เต็มร้านไปหมด แถมที่คนยืนรอหน้าร้าน ดูเหมือนจะคอยมอง กดดันคนที่กำลังกินอีกต่างหาก

ปกติผมมักจะชอบค่อยๆละเลียดไอศกรีมกินไปทีละน้อย ค่อยๆกินไปเรื่อยๆ ช้าๆ
แต่วันนั้นใครๆต่างก็รีบๆตักไอศกรีมกินกัน แล้วก็รีบๆลุกออกไปจากร้าน
.....


ผมเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องยาก ที่จะทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับ ‘ตัวตน’ และความเชื่อของเรา
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะฝืนไม่ทำตาม ‘ความคาดหวัง’ ของใครต่อใครรอบๆข้าง
ปัญหาอยู่ที่ว่า หลายๆครั้งสองอย่างนี้มันไม่ค่อยจะลงรอยกัน

เวลาที่เราูรู้สึกว่ามีปัญหา
ผมคิดว่า มันไม่ใช่เรื่อง ‘งี่เง่า’ ที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นไป
และผมก็ยังเชื่ออีกว่า ไม่มีคำถามไหนเป็นคำถามที่ไร้สาระ จนไม่สมควรถาม
แต่คำถามบางคำถาม อาจจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ดีกว่า

บางที การที่คำถามเดิมๆมันยังวนเวียนอยู่กับเรา อาจจะไม่ใช่เป็นเพราะว่าเราไม่รู้คำตอบ
แต่เป็นเพราะว่าคำตอบมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้เราต่างหาก
…..


วันนั้นไอศกรีมครึ่งถ้วยแรก เป็นการกินไอศกรีมที่น่าผิดหวังที่สุดครั้งนึงในชีวิตผมเลย
กินไป ก็ถามตัวเองวนไปวนมาว่า
“นี่เรามาทำนั่งอะไรที่นี่เนี่ย?”
“ไอศกรีมก็ไม่อร่อย คนก็เต็มร้านไปหมด !@#$%^&*”

ความคิดผม ได้แต่วนกลับไปเสียใจกับการตัดสินใจที่ดูเหมือนจะผิดพลาด ‘ในอดีต’
แล้วก็วนข้ามไป ‘ในอนาคต’ คิดถึง ‘ไอศกรีมถ้วยหน้า’ ที่น่าจะดีกว่า และนึกอยากให้ความผิดหวังนี้มันจะจบลงเสียที

จนกระทั่งผมถามตัวเอง ‘ในขณะนั้น’ ว่า
“จะกินต่อหรือจะเลิก?”
“กินต่อสิ”
เพราะสำหรับผมแล้ว การปล่อยให้ไอศกรีมละลายคาถ้วย ถือเป็นเรื่องที่ผิดจรรยาบรรณของนักกินไอศกรีมอย่างรุนแรง ; )

ผมถามตัวเองต่อว่า
“ถ้างั้น ทำยังไงเราถึงจะมีความสุขที่สุดกับไอศกรีมถ้วยนี้?”
…..


ไอศกรีม มันอาจจะไม่ได้อร่อยสุดยอดอย่างที่เราอยากให้มันเป็นไปทุกๆถ้วย
แต่ผมก็เชื่อว่าเราสามารถมีความสุขทุกๆครั้งที่ได้กิน

หากเราเรียนรู้ที่จะทำความรู้จักกับไอศกรีมถ้วยที่กำลังอยู่ตรงหน้าเรา
แล้วยอมรับและซาบซึ้งมันในแบบที่มันเป็น
: )



โดย: Amygdala วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:20:58:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gluhp
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Here...
I'm on the rooftop

Between...
pavement and stars.

Here's...
hardly no day
nor hardly no night

There're things...
half in shadow
and half way in light

It's where...
I gather my thoughts
and grow my dreams

which...
are scattered
all around

In my words,
my songs,
my dance.

คน นั่งจ้องชีวิต
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gluhp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.