YOU are not afraid. You think YOU are afraid. ~Shantimayi~
แผนชีวิตคิด (เหมือนจะ) เล่นๆ

อีก 1 ปี อยากให้เราอยู่จุดไหน

อีก 5 ปี อยากใช้ชีวิตแบบไหน

อีก 10 ปี อยากอยู่กับใคร

คือคำถามจาก comment ใน blog ของเพื่อน bloggang คนหนึ่ง
ฉันเปิดหน้าจอเขียนคำถามค้างเอาไว้ตั้งแต่เย็นวานนี้
แล้วมันก็ค้างอยู่อย่างนั้นจนถึงตอนเช้าของอีกวัน
เมื่อหลายปีก่อน ฉันเคยถามตัวเองอะไรทำนองนี้เหมือนกัน
ตอนนั้นกำลังเรียนวิชาอะไรสักอย่างอยู่ในมหาวิทยาลัย
แล้วฉันก็นั่งเขียนบันทึกเรื่องความฝันของฉัน ไม่ได้ใส่ใจบทเรียนเลย ^^”
ตอนนี้ฉันก็ยังสนุกกับคำถามแบบนี้อยู่ เพียงแต่ว่ามันยากขึ้น
ใช้เวลาในการตอบคำถามนานขึ้น อาจเพราะว่า มันต้องใช้เวลามากขึ้น
ในการแยกแยะ “แผนชีวิต” ออกจาก “ความฝัน” กระมัง

เรามีสิทธิที่จะแต่งฝัน เป็นนิทานส่วนตัวให้สวยหรูอย่างไรก็ได้
แต่ถ้าอยากให้มันใช้การได้จริง ต้องแปลงมันเป็นแผนชีวิตให้ได้
ไม่งั้นก็ได้แค่ฝันเลื่อนๆ ลอยๆ ไปอย่างนั้นเอง
เมื่ออายุ 16 ฉันเริ่มที่จะบันทึกสิ่งที่ฉันฝันเป็นตัวหนังสือ
และตัวฉันในอีกสิบปีต่อมา ก็ได้แต่นั่งเปิดอ่านแล้วยิ้มๆ
ตัวหนังสือเรียบร้อยแบบเด็กตั้งใจเรียนเขียนเรืื่องราวเสียสวยงาม
เด็กคนนั้นเขียนไว้แต่จุดหมายปลายทาง แต่ไม่ได้เขียนแผนที่เอาไว้ด้วย
“เฮ้อ.. อิบ้า!”
ฉันบอกสมุดบันทึกแบบนั้น ราวกับสมุดบันทึกจะหอบถ้อยคำนั้น
ย้อนผ่านกาลเวลาไปบอกเด็กน้อยคนที่เคยนั่งเขียนอยู่คนนั้นได้

เช้านี้ ฉันตื่นเร็วกว่าปกติ พัดลมดับไปแล้วตั้งแต่ตอนประมาณตีสอง
(มันดับทุกสองชั่วโมง เป็นพัดลมไขลาน ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน -_-”)
แต่อากาศไม่ร้อน ฉันไม่ต้องตื่นขึ้นมาเปิดมันกลางดึกเหมือนทุกคืน
ฉันอาบน้ำแต่งตัว ชงกาแฟ กินขนมปัง เตรียมตัวไปทำงาน
งาน .. ที่ฉันฝัน แต่ไม่เคยวางแผนว่าฉันจะมาอยู่ที่นี่ได้จริงๆ
เพราะเด็กคนนั้นไม่ได้เขียนแผนที่ไว้ ฉันจึงมะงุมมะงาหราอยู่นาน
แต่ตอนนี้ คงถึงเวลาต้องฝันต่อแล้วสินะ ชีวิตฉันจะได้มีจุดมุ่งหมายต่อไป
และคราวนี้ฉันจะไม่ลืมเขียนแผนที่เอาไว้ด้วย

...
อีก 1 ปี อยากให้เราอยู่จุดไหน

อีก 5 ปี อยากใช้ชีวิตแบบไหน

อีก 10 ปี อยากอยู่กับใคร
…

อีก 1 ปี อยากให้เราอยู่จุดไหน

ธันวาคม 2012 … อยากให้เราอยู่จุดไหน
มีสองทางให้ไป แบบเลือกไม่ได้ด้วย :)
ทางที่หนึ่ง ถ้าหากน้ำจะท่วม โลกจะแตก ฟ้าจะถล่มทลายจริงแล้วล่ะก็
ฉันคงเลือกไม่ได้ จริงไหม เพราะฉะนั้น ฉันคงไม่ต้องวางแผนให้มัน
ส่วนอีกทาง ฉันก็ไม่ต้องวางแผนอีกเหมือนกัน
ฉันก็คงจะยังอยู่ที่สิงคโปร์ เพราะสัญญาทำงานที่นี่ถึง มีนาคม 2013
มีความเป็นไปได้สูงว่าฉันจะต่อสัญญาไปจนครบสองปี นั่นก็คือ ธันวาคม 2013
แต่ฉันจะอยู่ทีนี่ถึงปีอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า อีกหนึ่งปีต่อจากนี้
ฉันจะต้องพร้อมด้วยทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์ เงินทุน และความมั่นใจ
ที่จะออดิชั่นไปเข้าคอมพานีที่ยุโรปให้ได้ ช่วงออดิชั่นจะเริ่มประมาณ ม.ค.-มี.ค.
นั่นจะเป็นจุดหมายต่อไปของฉัน ที่ในชีวิตนักเต้นนี้จะต้องไปให้ถึง
เพราะฉะนั้น ปีนี้ ฉันจะต้องอดทนให้มาก เรียนรู้ให้เยอะ ลดน้ำหนัก
และเก็บเงินให้ได้ถึงเป้า (ซึ่งทำให้ฉันต้องยกเลิกแผนการหนีเที่ยวเมืองฤษีเกศ แงๆ)
อายุ 28 ฉันจะออดิชั่นเข้าคอมพานีที่ยุโรป … ปี 2014 เจอกันแน่

อีก 5 ปี อยากใช้ชีวิตแบบไหน
เมื่อฉันอายุ 32 ยังฟิตพอที่จะเต้นได้ดี ถ้าฉันดูแลตัวเองดีพอ
กินของที่มีประโยชน์ แล้วเลิกเสียทีน้ำอัดลม เพราะมันทำให้กระดูกเปราะ
ฉันคงยังใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก คงยังไม่กลับไปง่ายๆ เพราะฉันยังอยากเต้น
ไม่แน่ใจว่าจะยังอยู่ในคอมพานี หรือจะเก่งกล้าสามารถออกมาเป็น choreographer ได้แล้ว
แต่นั่นก็คือจุดหมายของฉัน choreographer เป็นผู้สร้างงาน (กับเขาบ้าง)
5 ปีต่อจากนี้ คือช่วงเวลาที่ฉันต้องเปิดตาให้กว้าง แล้วตักตวงให้มากเข้าไว้


อีก 10 ปี อยากอยู่กับใคร
อันนี้ยากที่สุดเลยล่ะ ตอนอายุ 37 เราจะอยู่คนเดียวหรืออยู่กะใครล่ะ
ก็คนที่อยากให้อยู่ด้วย เขาไม่ได้อยากอยู่กะเรานี่นา :P
เป็นคำถามที่ช่องคำตอบว่างเปล่าจริงๆ นะเนี่ย
ถึงตอนนั้นคงกลับเมืองไทยแล้วล่ะ แล้วใครจะมาอยู่กะเราล่ะเนี่ย
มีเพื่อนอยู่คนนึง ซึ่งเขาเคยบอกว่า ถ้าแก่ๆ ไปแล้วมาเปิดสตูดิโอเล็กๆ ด้วยกันมั้ย
เราถามเขาไปว่า ไหนบอกว่าจะไปมีแฟน ชีวิตนี้จะอยู่เมืองนอกไง
เขาบอกว่า
“อะไรๆ ก็ยังไม่แน่หรอก
ยังไงชีวิตนี้ก็อยากกลับมาอยู่เมืองไทย
ก็ถามไว้ก่อน เผื่อเธอสนใจ”
เราตอบเขาไปว่า
“สนใจสิ”
แต่ไม่รู้เพื่อนเราจะลืมรึเปล่านะ

ชีวิตวางแผนไม่ได้ทุกอย่างหรอกจริงมั้ย Paulo Coelho เขียนไว้ว่า
“There are moments in life when the only possible option is to lose control.” (Brida)
(ชีวิตมันจะมีช่วงเวลาที่เรามีเพียงทางเลือกเดียวคือ ปล่อยให้มันเป็นไป) และ
“There are moments in life when we need to trust blindly in intuition.” (The Zahir)
(ชีวิตมันจะมีช่วงเวลาที่เราต้องหลับตาวางใจในสัญชาตญาณ)

ได้เวลาไปทำงาน .. เราหยิบเสื้อยืดมาใส่
เสื้อที่หยิบมาจากเมืองไทย เขียนไว้ว่า
“ฝันไม่เสร็จอย่าทิ้งไว้ตามริมทาง”

:)









Create Date : 28 ธันวาคม 2554
Last Update : 28 ธันวาคม 2554 8:17:20 น. 3 comments
Counter : 883 Pageviews.

 


โดย: cacaross วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:8:40:10 น.  

 

แหล่มเลยค่ะ
ว่าแต่ว่าปีหน้า
ถ้าน้ำมาอีก
เราจะไปอยู่จุดไหนดีหนอ
อุ้มเลยถือโอกาส
มาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:10:04:26 น.  

 
น้องเสี้ยวครับ

พี่ก๋าได้รับหนังสือจากคุณหลิงแล้วนะครับ
ขอบคุณมากครับ

จะนั่งอ่านอย่างตั้งใจเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:18:52:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gluhp
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Here...
I'm on the rooftop

Between...
pavement and stars.

Here's...
hardly no day
nor hardly no night

There're things...
half in shadow
and half way in light

It's where...
I gather my thoughts
and grow my dreams

which...
are scattered
all around

In my words,
my songs,
my dance.

คน นั่งจ้องชีวิต
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gluhp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.