7 ...



7

ไม่ใช่ se7en ที่ Brad Pitt นำแสดง ไม่ใช่ 7 วัน 7 อย่างของช่องเจ็ดสี ไม่เกี่ยวกับ 7 วันอันตรายและไม่ได้หมายถึงนักร้องเกาหลีที่ดังน้อยกว่าเรนนิดนึงคนนั้น แต่ เจ็ดในที่นี้หมายถึง เจ็ดวันที่ไม่ได้อยู่ กทม. เจ็ดวันที่ไม่ต้องดมควันรถเมล์ ไม่มีรถติด ไม่ได้เข้าใกล้คีย์บอร์ดและคอมพิวเตอร์เลยซักกะผีก แต่ทำตัวหลีกเร้น หลบสีสันแสงนีออนยามค่ำ ไปยังจุดหมายปลายทางคือบ้านเกิด …

ความจริงแล้ว รวมเบ็ดเสร็จวันหยุดตามนโยบายใจดีของเจ้านาย ผู้กุมชะตาชีวิตของเราไว้กึ่งหนึ่งคือการได้หยุดช่วงปีใหม่นี้ 9 วัน เสาร์อาทิตย์ชนเสาร์อาทิตย์ แต่ครั้นจะเลือกใช้มันให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยการกลับ กทม.คืนวันอาทิตย์ถึงเช้าวันจันทร์ที่ 8 และไปทำงานเลยนั้น ดูออกจะโหดไปหน่อย และทำไม่ได้ ไม่ควรไม่ควร ไม่ใช่อะไร เพราะยังไงต้องจัดคิวเจียดเวลา เตรียมการไว้สำหรับการไปร่วมสดับรับรู้การทำน้ำหอม การค้นหาเพชร และต้องร่วมเป็นพยานในการสอบสวนคดีฆาตกรรมสาวชุดดำ … Perfume:The Story of a Murderer : Blood Diamond : the Black Dahlia … ฉะนั้น ยอดสุทธิของการเอนหลังนั่งสบายที่บ้านเกิดจึงเป็นแค่ 7 วัน

แล้ว 7 วันทำอะไร ไปไหนมาบ้าง … อย่าให้เล่าหมดเลยนะ ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้จนต้องปิดบัง แต่ ส่วนใหญ่มันไม่มีนัยยะอะไรให้น่าสนใจ เปรียบเทียบแล้วเรื่องราวมันจืดชืดเหมือนนั่งดู One Hour Photo ( Mark Romanek, 2002 ) ที่ควรจะตื่นเต้นแต่ต้องผลอยหลับ และไม่มีอะไรให้ประหลาดใจเหมือนเจอไข่มังกรใน Eragon ( Stefen Fangmeier, 2006 ) ไม่มีคนให้เซอร์ไพรซ์เหมือนใน The Holiday ( Nancy Meyers, 2006 ) … ในคืนนับถอยหลัง หลังจากทั้งครอบครัวเราออกไปทานข้าวนอกบ้าน แล้ว ก็ไม่มีคิวที่ไหน กลับมานอนตีพุงสบาย อ่านหนังสือนอนเล่นเบิกบานฤทัย และหลับอย่างมีความสุขเหมือนทุกวัน จนดึกดื่นข้ามคืนไปแล้ว ถึงรู้ว่าที่เมืองหลวงเค๊ากำลังอกสั่นขวัญแขวนกันเรื่องระเบิด และเรื่องขู่วางระเบิด จนต้องงดกิจกรรมนับถอยหลังไปหลายที่ … ก่อนถึงวันปีใหม่ เรามักจะลังเลทุกครั้งเวลาจองตั๋วกลับบ้าน เพราะใจมันก็อยากสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ที่เมืองกรุงสักครั้ง ทุกๆปีเรามักจะนึกอิจฉาเพื่อนพ้องหลายคน ที่ได้ไปเฮฮาเบียดเสียดแย่งพื้นที่กันยืนนับเลขถอยหลังท่ามกลางเสียงหัวเราะคละคลุ้งเหล้าเบียร์ที่ลานเพลินเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า … ยกเว้นปีนี้

บางทีหนึ่งวันที่บรรจุแต่ความเรียบและง่าย ก็ทำให้อุ่นใจได้โขเหมือนกัน

เจดีย์ศรีโพธิญาณ สถานที่พระราชทานเพลิงสรีระหลวงปู่ พระโพธญาณเถร ( หลวงปู่ชา สุภทโท ) วัดหนองป่าพง อำเภอ วารินชำราบ จังหวัด อุบลราชธานี

ไปวัดมาค่ะ

วัดหนองป่าพง เป็นวัดป่าฝ่าย อรัญวาสี (คือ คณะของพระภิกษุที่เน้นหนักในด้านการปฏิบัติ มุ่งบำเพ็ญภาวนา อยู่ในป่าและสถานที่ห่างไกลจากบ้านและชุมชนออกไป) เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่แวดล้อมด้วย ธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม สร้างโดยหลวงปู่ชา สุภทโท หรือ พระโพธิญาณเถระ

วัดหนองป่าพง เป็นต้นแบบของวัดป่ากว่า 100 แห่งในประเทศไทย และอีกหลายแห่งในยุโรป ออสเตรเลีย และแคนาดา หลวงปู่ชาเป็นตัวอย่างของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้จะมีศาสนิกชนมากมายแต่ก็ไม่สร้างความแตกแยกให้เกิดนิกาย หรือเข้าไปพัวพันกับการเมืองจนเป็นเรื่องแตกแยก วัดเน้นความเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ฟุ่มเฟือยหรือสะสม คงความเป็นพุทธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อย่างแท้จริง วัดหนองป่าพงมีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ ประกอบด้วย โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถระ กุฏิพยาบาลหลวงปู่ชา กุฎิพระ กุฎิแม่ชี กุฎิหลวงปู่ชา


ภายในองค์เจดีย์ ครอบแก้วบนสุดนั้นบรรจุอัฐิองค์หลวงปู่









บรรยากาศในบริเวณวัด ร่มครึ้มไปด้วยป่าต้นไม้ หลวงพ่อ หรือ พระวิสุทธิสังวรเถร (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมโม ) เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง ( พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบัน ) ท่านย้ำอยู่เสมอว่า " ผู้ที่มาเยี่ยมวัดส่วนมากเป็นผู้ที่บกพร่องในความเป็นอยู่แบบธรรมชาติ ฉะนั้น เราต้องเน้นในการสร้างธรรมชาติให้สมดุล พร้อมที่จะหยิบยื่นสิ่งที่เขาขาดนั้นให้ " ( จากหนังสือ ฐิตธรรมจารย์ ที่เล่าถึงชีวิตและธรรม ของท่าน )

ทุกอย่างเป็นไปตามความเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ที่พุทธสาสนิกชนอย่างเรารู้สึก คือก่อนถึงวัด ก็รู้สึกสบายใจล่วงหน้า อยู่ในวัดก็สบายใจและสงบ ( ทั้งเพราะพยายามสำรวมและบรรยากาศพาไป ) แม้เมื่อพ้นเขตฐานมาถึงบ้านแล้วก็ยังรู้สึกอิ่มเอิบ เอมใจ อย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ความถี่ในการเยี่ยมเยือนวัดนั้น แทบจะระบุได้เลยว่าปีละครั้งหรือสองครั้ง ซึ่งน้อยมากถ้าจะเอาไปเทียบกับคนอื่นๆ แต่จำนวนครั้งน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นพุทธสาสนิกชนที่แย่ เค๊าคงไม่ได้วัดที่จำนวนกระมัง … ว่าจะดีหรือไม่ดี

อย่างไรก็ตาม

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราจะทำอะไร หรือใครจะทำอะไร เราเองก็มักคิดถึงแต่หนัง โรงหนัง โรงภาพยนต์ แผ่นดีวีดีหนัง เครื่องเล่นแผ่นหนัง ... 7 วันหยุดนั้น ไม่ได้ดูหนังเลย ... ยกเว้นว่าจะนับ Million Dollar Baby ที่ ฮิลารี่ สแวงค์ และปู่คลิ้นท์ ( Hilary Swank , Clint Eastwood ) พูดไทยได้คล่องบนรถทัวร์ที่เค๊าเอามาฉายระหว่างเดินทางไป และ Night at the Museum ที่ เบน สติลเลอร์ และโอเว่นคู่หู ( Ben Stiller , Owen Wilson ) กอดคอกันมาพูดไทยให้ฟังตอนนั่งรถทัวร์ขากลับ … ไม่อยากจะนับ เพราะมันเป็นความบันเทิงที่ไม่บันเทิง นั่งไกลจากจอ ภาพเล็ก หัวคนบัง เสียงเด็กร้องบ้าง คนคุยโทรศัพท์ หมดแผ่นแรกแล้วยังต้องดูซ้ำ เพราะพนักงานอยู่หน้ารถ ไม่รู้ว่าหนังจบแผ่น เลยยังนั่งชมวิวข้างทาง … เฮ้อออ

โรงหนังที่อุบล ( ขอเฉพาะอำเภอเมืองนะคะ )

ชื่อเรียกกันสั้นๆติดปากว่า " เนวาด้า " แต่ชื่อจริงนามสกุลจริงนั้นต้อง " ศูนย์รวมความบันเทิง เนวาด้า มัลติเพลกซ์ " เป็นโรงหนังที่อยู่คู่จังหวัดมาแต่ไหนแต่ไร เห็นมาและไปดูมาตั้งกะเด็กๆ เมื่อก่อน ( ซัก….สิบกว่าปีมาละล่ะ ) เป็นโรงหนังแบบสแตนด์อโลนด์ ( stand alone ) ฉายเฉพาะหนังฝรั่ง หนังจีนต้องที่โรง สินราชบุตร ( ยุบไปแล้ว ) หนังไทยต้องที่ โรงเฉลิมวัฒนา (ยุบไปแล้วเหมือนกัน )และยังมีโรง เฉลิมสินและ โรงอุบลภาพยนตร์ ที่ฉายคละเคล้ากันไปจีน-ฝรั่ง-ไทย ( นี่ก็ยุบ ) ส่วนหนังโป๊ ที่ฉายในรอบหลังเที่ยงคืน หาดูได้ที่โรงอุบลภาพยนตร์ … อันหลังนี้ขอเอ่ยอย่างจริงใจและไม่โกหก ว่าไม่เคยเข้าไปดู แต่รู้ได้เพราะหน้าโรงก็ติดป้ายชื่อหนังที่กำลังเข้าฉายไว้หรา ให้เด็กปอฉองตีลังกาอ่านยังไงก็รู้ได้เลยว่าเป็นชื่อหนังโป๊แน่ๆ

สมัยนั้นหนังควบด้วยนา และฉายวนทั้งวัน เข้าไปดูไม่ถูกจังหวะ ฉายไปได้แล้วครึ่งค่อนเรื่อง ก็ต้องใจเย็น รอหนังจบ และรออีกเรื่องที่ควบมาด้วยจบเสียก่อน ถึงจะได้ดูต้นเรื่องของเรื่องแรก เรียกได้ว่า ต้องมีการทุ่มเทใจกันพอสมควรถึงจะสมอุรา เพราะมันกินเวลากันเกือบทั้งวันเลย





มาถึงสมัยนี้ ที่เหลือเฉพาะเนวาด้ามัลติเพลกซ์นั้น ก็มีโรงที่ฉายอยู่หลักๆ ราว 5 โรง ไล่กันตั้งแต่โรง A B C D และ E และเป็นพากย์ไทยทั้งหมด มีอยู่ยุคหนึ่งช่วงราวปี 2544 – 45 ที่กระแสความเป็น อินดี้ มาแรง หนังนอกกระแสพอจะมีคนมองเห็นพอรู้จัก เจ้าของโรงหนังมีวิสัยทัศน์ดี จึงเพิ่มโรง F เล็กๆขึ้นมาอีกโรงและฉายหนังที่ไม่ใช่ไอ้แมงมุมแบทแมนมิสชั่นทั้งอิมและไม่อิมพอสซิเบิลทั้งหลาย ที่สำคัญ (สำหรับบางท่านที่ต้องการ) คือจะเป็นหนังเสียงในฟิล์ม-บรรยายไทย

ค่าตั๋วหนังทุกที่นั่ง ทั้งเก้าอี้ตัวที่เอียง ทั้งตัวขาเกและตัวนุ่มนิ่มนั้น เท่าเทียมกันทุกมุมมอง คือ 60 บาท ล่าสุดสำหรับวันจันทร์ถึงพุธ 50 บาท พฤหัส-อาทิตย์ 60 บาท … ปัจจุบัน กำลังปรับปรุงใหม่ จะทำเป็นโรงภาพยนตร์สมบูรณ์แบบ โดยมีศูนย์อาหาร ร้านค้า ประกอบไปด้วย KFC, PIZZA HUT ,SWENSEN, BOOTS BLACKCANYON ,CHESTERGILL ,DUNkIN DONUT , ยำแซ่บ และ แมงป่อง ทุกชื่อที่เอ่ยนามมานี้ น่าจะพอการันตีได้ว่า เนวาด้าคงเรียกสายตาและใจของลูกค้ากลับมาเยี่ยมเยือนและใช้บริการอย่างอุ่นหนาฝาคั่งอย่างเดิม หลังจากปล่อยให้โรงภาพยนตร์ใน เครือเมเจอร์ ไปตีตลาดแตกและหอบเอาเด็กรุ่นใหม่ที่ใส่ใจดูหนังด้วยสภาพแวดล้อมไฮโซ ตกแต่งทันสมัยไม่น้อยหน้าโรงในเมืองหลวง ที่พึ่งมาเปิดใหม่ไม่กี่ปีอย่าง SK shopping park ไปด้วย ส่วนที่นี่ตั๋วหนังราคา วันจันทร์ถึงพุธ 60 บาท พฤหัส-อาทิตย์ 80 บาท ... ขออภัยไม่มีรูปให้ชมค่ะ

ยังมีอีกหนึ่ง 7 ที่ยังไม่ได้เล่าค่ะ...ไว้ต่อบล็อคต่อไปละกันนะคะ ^_^

Last Update : 7 มกราคม 2550 13:20:00 น.

( ต่อ )

เปลี่ยนใจ ขอมาเล่าเพิ่มเลยดีกว่า หุหุ

ส่วนอีกหนึ่ง 7 นั้น …

ก่อนปีใหม่จะขย้ำกรายในอีกไม่กี่วัน จู่ๆก็รู้สึกอยากดูหนังฮาๆ น่ารัก สบายๆ ใสๆ ( คนละอันกับไสหัวไปนะ ) ไม่ต้องคิดอะไรมาก..เลย…เอาแบบดูจบก็จบกัน ไม่ต้องตีความสัญลักษณ์แฝงใดๆ อ่ะแน่นอนว่าจะเป็นหนังจากประเทศไหนไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ญี่ปุ่น .. ความจริงเกาหลีก็เข้าเค๊านะ ตลกฮาบ้าบิ่น ( ใกล้ๆบ้าบอ ) ก็เยอะเหมือนกัน แต่เลือดนิยมรุนแรงค่ะ ญี่ปุ่นไว้ก่อน

คิดนึกไปก็เท่านั้น เร่งฝีเท้าไปที่แผงปีศาจแผงประจำเลยดีกว่า ไปเลือกเอาดาบหน้า เพราะแนวนี้ ไม่ค่อยมีข้อมูลบันทึกไว้ในหัวแต่เนิ่นๆ วิธีเลือก ก็ดูจากการออกแบบปก จะอ่านรายละเอียดหลังปกน่ะหรือ ภาษา ญี่ปุ่นล้วนๆที่อ่านออกและจำได้แค่ตัว โนะ ตัวเดียว หุหุ ไม่ก็ถามคนขายว่าเรื่องนี้พี่ดูยัง เกี่ยวกับอะไรยังไง

พอเอาเข้าจริงๆ เมื่อมาเห็นปกแผ่นหนังญี่ปุ่นเกาหลีที่ก๋ากั่น ปั้นหน้าแข่งกันยิ้มแข่งกันฮา ราวแสนแปดเรื่อง กลับไม่อยาก ( เสียเงิน ) ซื้อ แล้วใจก็นึกถึงร้านเช่าหน้าปากซอย อยากเช่าดูมากกว่า 30 บาทต่อเรื่องกำลังเหมาะ คิดพลางมือก็เปิดๆๆๆ เลือกสักเรื่องสองเรื่องติดไม้ติดมือไปละกัน … เลือกอยู่นานและเสวนากับคนขายขอข้อมูลอยู่อีกสามนาน ถ้าเป็นตุ่มน้ำ ยุงก็คงลงไปไข่และพร้อมจะฟักเป็นตัวแล้ว รู้สึกตัวอีกที ในมือก็ได้หนังมา 5 แผ่น และตัดใจไม่ลงว่าจะไม่เอาเรื่องไหนกลับไปดู พอจ่ายตังค์ คนขายชี้โพรงให้เงินไหลเข้ากระเป๋าโดยการบอกเราว่า ซื้อ 6 แถม1 นะคร๊าบ โอเคโอเค เลือกอีกสองเรื่องไม่มีปัญหาไม่หนักหนาเกินความสามารถ ได้เรื่องอะไรมาก็ดูๆกันไป ถือซะว่า เปิดหูเปิดตา สรุปว่า ติดมือมา 7 เรื่อง และเป็นญี่ปุ่นแค่ 2 เอง อีก 5 เป็นเกาหลี ..ที่กระต่ายขาเดียวมาตลอดว่าถ้าเป็นจากประเทศนี้ เอาไว้ทีหลัง….




Cinderella ( 2004 )
:: หนังเกาหลี :: ยังไม่ได้ดู :: คนขายเล่าให้ฟังว่า เรื่องเกี่ยวกับแม่นางเอกเป็นศัลยแพทย์ ทำศัลยกรรมพลาสติค แล้ว…อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ มีกรีดหน้ากรีดตากัน คงน่าสนใจมั๊ง ไว้ดูแล้วเดี๋ยวมาเล่าอีกทีค่ะ แต่นิดนึงว่า ที่ imdb มีโหวท 4.5 เต็ม10 หุหุ



H ( 2002 )
:: หนังเกาหลี อันนี้ปกจี๊ดสุด ได้ใจได้ใจ :: ดูแล้ว :: เนื้อเรื่องประมาณว่า เกิดเหตุฆาตกรรมหญิงสาวถูกทิ้งศพไว้ในกองภูเขาขยะ และหญิงท้องสาวท้องแก่ตายปริศนาบนรถเมล์ ซึ่งตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน ( พระเอกแดจังกึม ) สืบร่องรอยแล้วพบว่าการฆาตกรรมนี้เหมือนฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องคนนึง แต่ว่า ตอนนี้เค๊าติดคุกรอประหารชิวีตอยู่นะสิ เอ หรือว่ามีใครนอกคุกคอยรับคำสั่งของเค๊าให้ฆ่าตามวิธีบัญชากันแน่ …ดูจบแล้วก็เหนื่อย เพราะบังคับตัวเองไม่ให้หลับไม่ให้เบื่อ ก็ดำเนินเรื่องได้อืดและนางเอกที่ร่วมสืบ เธอก็ไม่สามารถทำให้เราเชื่อได้ว่าเธอเป็นนักสืบมืออาชีพเลย แถมมีบางครั้งที่ตัวละครบางตัวอยู่ๆก็มา อยู่ๆก็หายไป และอยู่ๆก็กลับมาใหม่ … งง จริงๆ …และพยายามมองโลกมองหนังในแง่ดี ว่าเราคงยังไม่ชินกับขนบการเล่าเรื่องแบบเกาหลีล่ะมัง imdb มีโหวทให้ 5.6 เต็ม10



The Neighbor No. Thirteen ( Rinjin 13-go 2005 )
:: หนังญี่ปุ่น :: ดูแล้ว :: อันนี้ปิ๊งที่ปกเลย :: เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ การกลับมาแก้แค้นเพื่อนนักเรียนสมัยเด็กที่แกล้งเขาไว้เยอะ กลับมาด้วยการอาศัยร่างคนอื่นให้ช่วยทำ หนังน่าสนใจทีเดียว เพราะมีการใช้ภาพสื่อความหมายมาอธิบายเหตุการณ์ ( มาให้คิดหนักคิดตามคิดไม่ตกอีกต่างหาก ) แรงได้ใจดีค่ะ ^_^



Marebito ( 2004 )
:: หนังญี่ปุ่น :: ยังไม่ได้ดู :: ออกแนว Drama / Fantasy / Horror / Mystery :: ปกสวยมากเลย น่าสนใจและหนังเรื่องนี้คนขายนั่งยันยืนยันนอนยันอีกแล้วว่า ถ้าชอบหนังแปลกจริง ต้องเรื่องนี้เล้ยยย หนังกำกับโดย Takashi Shimizu ผู้กำกับ Ju-on: The Grudge (2003) ขออนุญาตว่าขอดูก่อนนะคะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าอะไรยังไง



My Scary Girl ( Dalkom, salbeorhan yeonin, 2006 )
:: หนังเกาหลี :: ดูแล้ว :: คนขายยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าหนังมีหักมุมชนิดเข็มขัดสั้นคาดไม่ถึง ออกแนว Comedy / Crime / Drama / Romance มั๊นก็เลยสนุกแบบงั้นๆเพราะมันละเลงกันมันมือเข้าว่า หนังว่าด้วยเรื่องของดอกฟ้าสาว สวย ที่ยอมคบหากับหนุ่มหน้าตางั้นๆที่เคยชะเง้อคอรอดอมดมดอกฟ้าอย่างเธอมาก่อน เมื่อทั้งสองคบหากัน แฟนเก่าขี้โมโหของนางเอกก็ตามมาหึงหวง เรื่องยุ่งๆรุนแรงๆเลยเกิดขึ้น .. ส่วนไอ้ตรงที่พี่เค๊าแนะว่าหักมุมสุดๆนั้น แท้จริงแล้ว เราคุ้นกับมันมากเลยมุกแบบนี้ หาได้ทั่วไป ( เกร่อ ) ในหนังฝรั่ง …


จบจี๊ดๆไปแล้ว 5 ก็ตามมาด้วยหนังฮาและธรรมดาอีก 2



Art of Fighting ( Ssaum-ui gisul , 2006 )
:: หนังเกาหลี :: ดูแล้ว::ออกแนวตลก+ดราม่า พระเอกขี้แพ้ ไม่สู้ใคร แต่เบื่อที่ต้องโดนรังแก จึงเทียวไปรบเร้าคนโน้นคนนี้ ที่ตัวเชื่อว่าเค๊ามีวิธีและวิชาป้องกันตัวให้สอนวิธีต่อสู้ให้กับตน กี่คนกี่คน กี่วิชาต่อกี่อาจารย์ก็ยังไม่สามารถทำให้พระเอกเราเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ จนวันหนึ่งพระเอกได้พบกับชายสูงวัยคนหนึ่ง ไม่รู้เป็นใครมาจากไหนแต่การต่อสู้ของเขาเจ๋งโคตร..ปัญหาคือว่า เขาไม่มีทางใจอ่อนยอมสอนพระเอกของเราน่ะซี้ … หนังก็สนุกพอประมาณนึง แต่ก็งั้นๆ



Fly Daddy Fly ( Peullai, daedi, 2006 )
:: หนังเกาหลี :: ยังไม่ได้ดู :: เกี่ยวกับ ครอบครัวหนึ่ง ที่ลูกสาวโดนเพื่อนนักเรียนที่เป็นนักมวยทำร้ายร่างกาย แต่พ่อกลับบ่นและโทษลูกตัวเองกลายๆ จนแม่ต้องมาช่วยฟื้นความจำให้พ่อ ว่าเมื่อก่อนครั้งคราวลูกสาวยังเล็กคุณรักลูกสาวหวงสาวดูแลสาวราวไข่ในหิน .. ครั้นคุณพ่อนึกได้สติ จึงอยากเรียนวิชามวย เพื่อไปขึ้นชกกับเจ้านักเรียนนักมวยคนนั้นเพื่อแก้แค้นให้ลูกสาว จึงไปขอให้พระเอกที่เป็นนักเรียนเก่งวิชาหมัดมวยช่วยสอน



จึงขอจบเรื่องของ 7 ไว้แต่เพียงเท่านี้ค่ะ ^_^




Create Date : 07 มกราคม 2550
Last Update : 8 มกราคม 2550 1:09:15 น. 30 comments
Counter : 1120 Pageviews.

 
แม่ผมไปวัดหนองป่าพงบ่อยมากครับ ส่วนใหญ่ที่ไป คือไปทำโรงทานเลี้ยงพระ และแจกคนเสมอ เพราะที่บ้านนับถือ และเคารพหลวงปู่ชามากๆ เลยทีเดียวครับ


ส่วนหนังอยากดูแค่ เพชรสีเลือกอันเดียวเองครับ เพราะการฆาตกรรมสาวชุดดำนั้น โดยสปอยไปซะแล้ว เลยคิดว่าขอผ่าน แต่เรื่องที่ตอนนี้สนใจมากที่สุดก็ไม่พ้น tears for you กับ Apocalipto ครับ(ได้ข่าวมาว่าไม่เข้าไทยแล้ว เสียดายมั่กๆ)



ปล. ว่างๆ ไปฟังเพลงอะคูสติค บลูส์ Cover ที่หาฟังค่อนข้างยากที่บล็อกได้เสมอครับผม


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:12:34:47 น.  

 
อ้าว จบซะแล้ว

ผมไม่มีบ้านต่างจังหวัด บางทีก็นึกอยากสัมผัสอารมณ์คนกลับบ้านช่วงวันหยุด
แต่อีกใจก็คิดว่าดีแล้ว ไม่ต้องวุ่นวายเดินทางหน้าเทศกาล

ถึงจะเป็นคน กทม. เรื่องเคาน์ดาวน์เวิลด์เทรดก็ไม่อยู่ในหัวเลยครับ เห็นแล้วรู้สึกว่างเปล่าไงไม่รู้

อ้อ...ผมเคยไปนอนที่วัดหนองป่าพงด้วยนะ


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:12:36:37 น.  

 
กำลังสนุกเชียว จบซะละ อยากไปวัดนี้มั่งค่ะ เราเป็นพุทธนอกกระแสน่ะ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.9.18.32 วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:14:44:51 น.  

 
คาดว่าอาทิตย์นี้จะไปดูเพชรสีเลือด



โดย: keyzer วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:16:14:30 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ
ไปวัดแล้วอย่าลืมเอาวัดกลับมาไว้ในใจด้วยนะครับ
วันนี้ไปไหว้พระแก้วมรกตมา รับเอาส่วนบุญด้วยนะครับ

ปล. ขอเชิญชวนให้ดู Seasons Change นะครับ หนังดีมาก


โดย: คนขับช้า วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:19:12:36 น.  

 
ของเราปีนี้ก็เรียบง่ายเหมือนกันคะ เพราะอยู่กันสองลุงป้า เลยไม่ได้ทำอะไรพิเศษเลย ... แต่ว่าไปเรียบง่ายมันก็มีความสุขนะคะ ยิ่งได้อยู่กับครอบครัว มันก็คงไม่มีอะไรสบายๆ กว่านี้แล้วล่ะคะ

ได้ดูหนังตั้งหลายเรื่องเลย ตอนนี้ชักอยากขุดหนังเก่าเอามาดูอีกสักรอบแล้วค่ะ เมื่อวานนี้เริ่มๆ เอาเรื่องเก่าๆ มาดูแล้ว ประมาณว่าเรื่องไหนดูแล้วยังไม่เบื่อ เพราะได้เห็นตัวละครได้แสดงออกมาโดนใจ ดูเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่มีเบื่ออ่ะค่ะ



โดย: Jewnid IP: 80.56.213.206 วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:19:32:44 น.  

 
น่าอิจฉาเจงๆ


โดย: Moonlight Mile IP: 125.24.57.64 วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:20:40:56 น.  

 
ยังไม่เคยไปอุบลเลย
ขอบคุณที่พาไปตะลอนทัวร์โรงหนังครับ
ว่าแต่ เอฟเอคัพ ของพวกเรามันจบลงแล้วนิ


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:21:09:55 น.  

 
แหม... ที่แท้ก็ดู Night at the Museum เวอร์ชั่นสปีคไทยแถมยังมีซาวนด์รถเมล์ประกอบอีกต่างหาก ลองดู soundtrack จอใหญ่ๆสิครับ... บันเทิงแน่นอน เชื่อป๋ม ^^

**เรื่องดีวีดีขอบคุณมากๆคร้าบ


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:21:12:08 น.  

 
วัดหนองป่าพง พึ่งเคยไปครั้งแรกเมื่อช่วงทอดกฐิน ต.ค. 49 ที่ผ่านมาครับ ร่มรื่นย์ บรรยากาศดี น่านั่งปฏิบัติธรรมจริงๆ

โรงหนังต่างๆจังหวัด ผมว่ายิ่งดูยิ่งคลาสสิกนะครับ คงคล้ายๆกับโรงหนังใน กทม. เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ไม่ว่าบรรยากาศหน้าโรงฯ หรือใบปิดหนังที่เป็นรูปวาดซึ่งเป็นประเภทใบปิดหนังยอดนิยมในสมัยก่อน (ชอบมากๆ)

ขอบคุณที่นำหนังน่าดูมาฝากกันนะครับ ตัวผมไม่ค่อยได้ดูหนังเท่าไหร่เลย ถ้าจะดูทีนึงจะเลือกเฉพาะที่อยากดูจริงๆเท่านั้น เลยไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องหนังมาคุยเท่าไหร่ แหะๆๆ


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 8 มกราคม 2550 เวลา:0:32:00 น.  

 
เรื่องยาวหลาย ก็เลยอ่านผ่านๆ เดี๋ยวมาเก็บรายละเอียดอีกรอบ แต่หนังที่ดูรู้สึกว่าจะมีแต่จิตๆ ทั้งนั้นเลยนะ


โดย: strawberry machine gun วันที่: 8 มกราคม 2550 เวลา:9:57:51 น.  

 
ท่าจะยุ่งนะเนีย - -"
ตอนนี้อยากดู perfume มากครับ ชอบ dustin hoffman อ่ะครับ

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 8 มกราคม 2550 เวลา:13:38:48 น.  

 
เห็นโรงหนังแล้วก็อบอุ่นดีนะ แบบว่าเป็นไทยๆดีเหมือนกัน
เราก็จำได้นะว่าเมื่อก่อนเคยดูที่โรงไหน เมื่อก่อนอยู่แถวๆ
รามคำแหง ก็เลยได้ดูโรงที่อยู่ข้างๆเดอะมอลล์สอง (ชื่อโรง..
...เอ็มจีเอ็มนะถ้าจำบ่ผิด) จำได้ว่าดูทุกๆอาทิตย์เลย เรื่องที่ดู
สองสามรอบก็มีเช่น กลั่นแค้นหมักโหด ของลุงสตีเว่น ซีกัล
(ชื่อภาษาปะกิดชื่ออะไรหว่า) ลูกเมียพระเอกตาย แล้วพระเอก
ก็ตามแก้แค้นอะไรประมาณนั้น (ชอบได้งัยหว่าตอนนั้น) อีก
เรื่องก็ Neverending Story ที่โคตะระชอบเลยเมื่อก่อน จำได้ว่า
ให้พ่อซื้อวีดีโอเอาไว้ แล้วเปิดทุกครั้งที่มีโอกาสเลย

ส่วนหนังญี่ปุ่นแอนด์เกาหลีที่เรนตั้นเล่ามาอะ ไม่เคยดูเรย ที่เล่ามาก็น่าดูหลายเรื่องเลยน่ะ พวกนี้ต้องไปซื้อแบบก๊อปๆป่าวอ่ะ อยากดูจัง

เย้จะกลับไทยแล้วๆๆ ดีใจมากๆ


โดย: BloodyMonday วันที่: 8 มกราคม 2550 เวลา:18:00:00 น.  

 
สุดยอดมากมาย

วัดหนองป่าพงเป็นอีกหนึ่งในรายการวัดที่ผมคิดว่าอาจจะไปบวชเรียนที่นั่น

เมื่อคราวไปเยี่ยมเพื่อนที่ภาคอิสาน เพื่อนพาผมไปวัดหนองป่าพง ผมชื่นชอบบรรยากาศที่นั่นมาก ๆ

ราวกับมีกระแสธรรมที่ทำให้ทั่วอาณาบริเวณดูร่มเย็นเกินจะบรรยายด้วยภาษาที่รัดกุมได้หมด

สาธุ ฯ ครับ


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:0:20:08 น.  

 

ขอบคุณค่า ทุกๆคน ทุกทุกคนที่แวะมาอ่านมาคอมเม้นท์
กับสัพเพเหระที่ยาวโก๊ด T_T ราวกับเด็กเก็บกด หุหุ



คุณ เข็มขัดสั้น
ไม่ดีเลยเนอะ ที่โดนสปอล์ยเรื่องสาวชุดดำอ่ะ เราว่า การโดนสปอล์ย แล้วพอไปดุเนี่ย มันจะรู้สึกว่าเป็นอีกโลกนึงเลยนะ ...ส่วนเพชรสีชมพูนั้น ป่านนี้คงได้ไปดูแล้วมังคะ ^_^

น้าพล
อะไรอะไรที่เรียบง่ายก็มีสุขได้จริงๆค่ะ ^_^
เพราะบางวันเคยหยุดคิด ว่าเรากำลังวิ่งตามอะไรอยู่หรือเปล่า หุหุ

คุณ ลูกสาวโมโจโจโจ้
มีโอกาสก็ลองแวะไปเยี่ยมเยือนนะคะ ^_^

คุณ keyzer
ป่านนี้คงได้ดูแล้วใช่มั๊ยคะ .. หุหุ เราดูมา2 รอบแล้วล่ะ อิอิ

คุณ คนขับช้า
ขอบคุณค่ะที่แนะนำหนังดีๆอย่าง Seasons Change ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ดูด้วยตนเองใช่มั๊ยคะ อิอิ

คุณ Jewnid
เป็นเหมือนกันค่ะ เมื่อประทับใจกับเรื่องไหนแล้วดูกี่ครั้งกี่ครั้งก็ยังดูได้สนุกและยังหลงรักอยู่เสมอ ราวกับยังไม่เคยดูมาก่อน .. เดาว่าหนังที่คุณนิดดูต้องเป็นเม็ก ไรอันนำแสดงแน่แน่เลย ^_^

คุณนิ๊ดดดดดดดด เราเข้าบล็อคคุณนิดไม่ได้อ่ะ T_T..

น้อง Moonlight Mile
ไม่เจอกันนานเลยน๊า ... ดีใจค่ะ ที่มีโอกาสแวะมาทักทาย ^_^

คุณ สตรอเบอร์รี่บางวัน
เศร้าสุดสุดโศกสุดๆ แพ้ได้ไงว๊า ... เจ้าอองรีกับโรซิกกี้นี่มันน่า *** นัก เดี๋ยวเจอกันอีกทีต้องเอาคืนต้องเอาคืน หุหุ

คุณ nanoguy
จริงๆแล้วก็กะจะไม่ดูอ่ะนะคะเรื่องมิวเซี่ยมเนี่ย ถึงแม้จะชอบอีตาโอเว่นวิลสันอยู่บ้าง แต่เนื้อเรื่องไม่ค่อยปิ๊ง..หุหุ แต่ก็ได้ดูไปแว้วววอ่ะค่ะ ^_^

คุณ Tony KooN
รู้สึกดีค่ะ เวลาได้รู้ว่ามีใครเคยไปเยี่ยมเยียนบ้านเรา แม้จะแตกต่างหลายจุดประสงค์ก็ตาม ^_^ ภาพเหมือนที่เค๊าเขียนโฆษณาหนังเนี่ย ชอบเหมือนกันค่ะ เก๋าดี คลาสสิคดีค่ะ

คุณ สตรอเบอร์รี่แมชชีนกัน
ได้ตลอดเวลาค่ะ ..
ส่วนหนังที่ทักว่ามีแต่จิตๆเนี่ย ก็จิตเหมือนคนซื้อมาดูเองเนี่ยล่ะค่ะ หึหึ ผีย่อมมองเห็นผีด้วยกัน หุหุ อ่ะอ่ะ

คุณ Holden Caulfield
perfume นี่สุดจี๊ดเหมือนกันค่ะ ดูแล้วจิตดี ( จขบ.เริ่มเผยธาตุแท้ค่ะ ) แม้ท้ายเรื่องจะแหวก ตลบหลังซ้า ..

บลัดดี้มันเดย์
เอ็มจีเอ็มเราก็เคยไปดูสมัยมันยังรุ่งๆ ไปบ่อยเหมือนกัน

อ้าว ยังมะถึงเมืองไทยหรอ นึกว่ามาถึงแล้วนะเนี่ย แต่มาวันไหนๆก็ขออวยพรให้การเดินทางราบรื่นปลอดภัยสวัสดิภาพนะคะ ... มาทันดู นเรศวรป่ะเนี่ย หุหุ

คุณดำฮา
บรรยากาศร่มรื่นมากจริงๆค่ะ เห็นด้วยอย่างแรง



โดย: renton_renton วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:0:29:32 น.  

 
สวัสดีปีหมู ขอให้ปัญหาทุก ๆ อย่างกลายเป็นเรื่องหมู ๆ นะครับ

เป็น 7 วันที่น่าอิจฉาสุด ๆ เลยครับ


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:16:06:52 น.  

 
โอ ยาวเลย แต่อ่านเพลินดีค่ะ

ชอบโรงหนังแบบภาพแรกนะ คลาสสิค
มีความหลังกับโรงหนังแบบนี้เหมือนกัน
คลาสสิคดี

หนังเกาหลี ใหม่ๆไม่ค่อยได้ดูเลย
แต่ตอนเด็กๆคุณน้าเคยพาไปดูบ่อย แล้วมันก็ออกแนวเศร้ารันทดหมดเลย เลยฝังใจว่าหนังเกาหลีมันเน้นเศร้า บีบหัวใจ(ซึ่งไม่ชอบ)



โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:0:03:10 น.  

 
ฮ่า ฮ่า แอบมีรู้อีกด้วยแน่ะคะว่าดูหนังกี่รอบๆ ก้ไม่เบื่อสำหรับตัวแสดงอย่าง เม็ค ไรอัน
ก็เธอน่ารักจริงๆ อ่ะคะ เลยแอบหลงรัก ถ้าเป็นผู้ชาย อยากมีแฟนคล้ายๆ เม็ค นี่ล่ะคะ

เอ ชักอยากอ่าน Tag บล็อกนี้ซะแล้ว เค้าอนุญาตไม๊ค่ะว่ามีพิเศษแบบ Tag ต่อ 6 คน
จะได้แวะมาต่อที่นี่อีก


โดย: JewNid วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:13:57:46 น.  

 
คิดถึงอุบลอย่างแรงงงง

ไม่ได้ไปนานแล้วค่ะ

อมยิ้มสวยมากๆ เริ่ดที่สุด



ชอบทานช็อกโกแลตเหมือนกันเหรอคะ?


แหะๆ ขออภัยที่รูปเป็นเม็ดหิมะค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:17:43:10 น.  

 
ได้ไปวัดหนองป่าพงมาด้วย ... ดีจังเลย พี่ขออนุโมทนานะครับ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลวงพ่อเลี่ยม ท่านมากรุงเทพฯ พอดี
พี่ก็เพิ่งแวะไปกราบท่านมาเหมือนกันครับ

อุบลฯ เป็นจังหวัดใหญ่จังหวัดนึงที่พี่รักมาก
ชอบธรรมชาติอันหลากหลาย ชอบวัด
แล้วที่สำคัญ พี่เป็นคนชอบกินปลา พี่ว่าอาหารประเภทปลาเนี่ย อุบลฯ อร่อยสุดเลยจ้า
อืมมม อีกอย่าง ... พี่ชอบ "แนมเหนือง" ด้วยอ่ะ พูดแล้วหิวฟ่ะ


โดย: สะเทื้อน วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:18:36:57 น.  

 
อืมมม ถามหน่อยดิ๊ครับ
อาเจ๊อันเวลหายไปไหนเหรอเนี่ย
หวังว่าคงไม่ได้เป็นหนึ่งในเหยื่อระเบิดส่งท้ายปีเก่านะ ...
หายไปนานนนนนน จังงงงง เลยยยยย


โดย: สะเทื้อน วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:18:41:56 น.  

 
ชอบพระเอกแดจังกึมอ่ะึ่้ค่ะ น่ารัก

วัดป่าร่มรื่นจัง เห็นภาพแล้วพลอยสงบจิตสงบใจไปด้วย


โดย: N o o n IP: 125.25.138.228 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:21:15:40 น.  

 
คุณ renton_renton ครับ

ผมตามมา tag คุณแล้วครับ อิอิอิ


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:21:22:27 น.  

 
คุณ renton_renton ครับ

ผมตามมา tag คุณแล้วครับ อิอิอิ


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:21:22:46 น.  

 
แวะมาทักยามดึกครับ


โดย: ทัน (ราม-ไทย-จีน ) วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:0:42:45 น.  

 
>

จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก


จขบ. โดน Tag


เหอ .. เหอ ... ขอเวลาแป็บนะคะ


( กำลังว่าจะขอปิดกิจการชั่วคราวซะหน่อย )


( แต่เมื่อมี Tag มา ... ก็ ยินดีดำเนินกิจการต่อค่ะ ^_^ )





โดย: renton_renton วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:7:03:33 น.  


 
มารออ่าน blog Tag


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:9:33:18 น.  

 
คุณ จขบ. เพิ่งจะรู้ตัวเหรอเนี่ยะ เขา Tag บล็อกนี้กันมาหลายคนแล้วเด้อ


โดย: strawberry machine gun วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:13:30:10 น.  

 
^
^
อ่ะจิงป่ะ ... ไมเราบื้อจางฟะ T_T

ขอโต้ดนะคะ ที่มีเพื่อนๆบล็อคแทคมาแต่เฮาบ่อฮู้เรื่อง
พอดีจิตตกนิดหน่อยอ่ะค่ะ เลยว่างเว้นการเยี่ยมเยือนไปบ้าง

เดี๋ยวจะเปิดโปงตัวเองให้เร็วที่สุดเลยค่ะ แอสซูนแอสพอสซิเบิลเลยค่ะ

ขอบคุณทุกคนนะคะที่แวะจิ้มเข้ามาทักทายและแทคมาอ่ะค่ะ

คุณเจ้าชายไร้เงา
ขอบคุณค่าสำหรับคำอวยพร^_^

คุณDropATearInMyVineGlass
เห็นด้วยค่ะว่าหนังเกาหลีนี่ มันเอ๊ย เค๊าถนัดในการทำมาเรียกน้ำตาได้เก่งมาก ซึ่ง ก็ไม่ค่อยปลื้มเท่าใดเพราะบ่อน้ำตาตื้นอ่ะค่ะ

คุณ Jewnid
ชอบเมกไรอันเหมือนกันค่า น่ารักน่าหยิกตลอดเวลา ... ว่างๆอย่าลืมแวะมาอ่านแทคนะคะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ

คุณสาวไกด์ใจซื่อ
ดีใจสุดๆเลยค่ะ ที่รู้ว่ามีคนคิดถึงบ้านเฮา ส่วนล็อคโกแชตเนี่ยก็ เคยชอบค่ะ แต่ไปเลิกที่ถ้ำกระบอกแว้วววว^_^

พี่สะเทื้อน
อาเจ้อันเวลไม่รู้ไปเหมือนกันค่ะ คิดถึงแกเหมือนกัน หวังแค่ว่าเจ้คงสบายดีไม่เจ็บไม่ไข้อ่ะค่ะ ... ขอบคุณค่าที่รักจังหวัดอุบล ..แหนมเนือง อร่อยที่สุดในโลกเลยค่า ..

คุณนุ่น
เห็นด้วยว่าแกก็หน้าตาดีใช้ได้เรยยย ..วัดป่าเนี่ย สุดยอดของการอยากไปพักผ่อนเลยค่ะ ^_^

คุณTony KooN
ขอบคุณค่ะที่แทคมา ประเดี๋ยวได้รู้จักกันมากขึ้นแน่ๆค่า ยินดี ยินดี

คุณทัน
ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ ^_^

คุณtogether in 80s dream
เดี๋ยวได้อ่านได้รู้จักกันเพิ่มมากขึ้นแน่ๆค่า ^_^


คุณstrawberry machine gun
มี แทค มาหลายคน ก็จะเล่าหลายข้อเลยค่ะ หุหุ

เลิฟ เลิฟ ค่า



โดย: renton_renton วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:17:24:16 น.  

 


โดย: 7=7=7= IP: 117.47.72.122 วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:19:55:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.