★ We Don’t Live Here Anymore (2004)




We Don’t Live Here Anymore สร้างจากงานเขียนของ อังเดร ดูบัส นักเขียนที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จกับ In the Bedroom (2001) กำกับฯโดย ทอดด์ ฟิลด์ (Little Children,2006) เนื่องจากตัวหนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่างมากมายหลายเวทีการประกวดสำคัญๆ แล้วในปี 2004 ที่ผ่านมา We Don’t Live Here Anymore ก็ถูกผู้กำกับฯคนเดียวกันนี้ หยิบจับมาขยายเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความสำคัญของชีวิตคู่ที่ดูเขาจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ

แจ็ค และ อีดิธ (มาร์ค รัฟฟาโร และ ลอร่า เดิร์น) แฮงค์ และ เทอร์รี่ (ปีเตอร์ เคร้าซ์ และ นาโอมิ วัตต์ ) 2 คู่สามีภรรยาที่ครอบครัวคุ้นเคยสนิทสนมกันดี โดยมีฝ่ายหญิงเป็นเพื่อนรักกัน การดำเนินชีวิตของทั้ง 2 คู่เป็นไปตามปกติ แต่....ในระหว่างนั้น แจ็คและเทอรี่ก็แอบมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว และไม่เท่านั้น อีดิธและแฮงค์ก็ดูเหมือนจะร่วมจับคู่ไขว้ไปด้วย

ไหลเรียบ เอื่อยนานอย่างปกติและเยิ่นเย้อแบบธรรมดา ดันอารมณ์ความเจ็บค่อยๆทะลวงฝังลึกแต่ไม่ทะลุ เป็นคำอธิบายความถึงการดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้ พล็อตเรื่องแม้ธรรมดาแต่ก็ไม่ขี้เหร่ ได้นักแสดงฝีมือยอดเยี่ยม และยังได้ผู้กำกับฯมือทอง แต่พอปั้นๆรวมๆตบแต่งออกมากลับทำให้น่าผิดหวังในด้านไร้ซึ่งพลังดึงดูด มีแค่ความอยากรู้นิดๆว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องจะลงเอยอย่างไรเท่านั้น นักแสดงนำทั้ง 4 ถูกกระจายบทให้เท่าๆกัน แต่ความลึกของตัวละครนั้นอยู่ที่ความผิดคู่ของ มาร์ค รัฟฟาโรและนาโอมิ วัตต์ ที่เป็นผู้ถ่ายทอดถึง “คุณธรรม” ที่ควรมีประจำใจ

จริงๆแล้วเนื้อหาของเรื่องราว, การวางคาแรคเตอร์และเจตคติของตัวละครนั้นน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนึ่งตัวละครที่เหมือนแอบอยู่เบื้องหลังและทั้งรู้ทั้งเห็นการกระทำของตัวละครทั้ง 3 ที่เหลืออย่างแฮงค์ แฮงค์เป็นนักเขียนซึ่งโดยบุคคลิกของตัวละครอาชีพนี้ก็จะเป็นคนที่มีจินตนาการ รักอิสระ และไม่ติดอยู่ในกรอบ ความคิด(ที่แท้จริง)และการกระทำของเขาในเรื่องนี้จึงแตกต่างไปจากปกติ

“เราไม่ได้อยู่กันที่นี่อีกต่อไปแล้ว” เป็นทั้งความหมายที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม อันหมายถึงตัว “บ้าน” ที่มีความเป็นชีวิตคู่บรรจุอยู่ภายใน และ “จิตใจ” ของผู้อยู่อาศัยภายใต้หลังคาเรือนเดียวกันที่ ไม่ควรจดจ้องรังแต่จะฟังเสียงหัวใจตน แต่ควรต้องเงี่ยหูคอยฟังเสียงรอยแตกร้าวของผนังบ้านอันหมายถึงครอบครัวอีกด้วย



:: Please welcome ::

ขอเชิญ ทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นต่อหนังหลากเรื่องหลายแนว ทั้งชนโรง ทั้งหนังแผ่น ได้ที่ //vreview.yarisme.com ค่ะ และเรายังมีกิจกรรมให้ทุกท่านมีสิทธิลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท ฟรี!!!! จำนวน 8 ใบ ทุกเดือนอีกด้วย
.
.








Create Date : 09 กันยายน 2551
Last Update : 9 กันยายน 2551 9:33:25 น. 11 comments
Counter : 717 Pageviews.

 
เจิม...มั้ง ^^

จำได้ว่าซื้อเอาไว้ (มั้งเหมือนกัน ฮ่าๆ) แต่ก็ยังไม่ได้ดูเช่นเคย...

ชื่อหนังทำให้คิดถึง Alice Doesn't Lives Here Anymore ของ สกอเซซี่ย์ จัง และย่อหน้าสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ ก็ยังสื่อความหมายได้ตรงกับหนังเรื่องนั้นซะด้วย


โดย: BloodyMonday วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:10:18:00 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ...ชอบประโยคสุดท้ายที่รีวิวจังเลย


โดย: DKRY วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:10:53:50 น.  

 
หนังมีเรื่องราวง่ายๆ นี่ล่ะคะ ทำให้เราเห็นภาพ
สวยงามและก็อาจจะได้คิดตามอะไรกับสิ่งที่ไม่
ซับซ้อนอีกด้วย .. เคยเห็นแผ่นนี้ที่ร้านเช่า
ด้วยค่ะ ถ้าได้ไปร้านเช่าหนังอีก อาจจะได้หยิบยืม
มาดูค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:21:24:46 น.  

 
ครั้งแรกหรือเปล่า review หนังที่ผมรู้จักเนี่ย 5555+

แค่รู้จักครับ ยังไม่ได้ดูหรอก ดูจากโครงสร้างเรื่องแล้ว
ผมน่าจะชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันนะ


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:22:23:33 น.  

 
เห็นตอนเข้าฉายก็อยากดู
แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ดู แถมลืมไปแล้ว


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:13:51:36 น.  

 
ยังเขียนได้เยี่ยม เหมือนเดิมนะฮะ


โดย: ฮาโร IP: 203.153.163.34 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:15:21:23 น.  

 
+ อืม ... น่าสนใจทีเดียวครับเรื่องนี้ (แต่คงยังไม่มีโอกาสเสาะหามาดู ... เช่นเคย)

+ มี ลอรา เดิร์น ด้วยรึนี่? เธอหายไปนานเลยอ่า ... นาโอมิ วัตส์ ในโปสเตอร์ แต่งแอ๊บแบ๊วจนแทบจำไม่ได้เลยนะครับนั่น ... ส่วนตา มาร์ค รัฟฟาโล นี่ หน้าตาธรรมดา แต่งานชุกได้ใจทีเดียวนะเนี่ย หุๆ

+ อ่านพล็อตความสัมพันธ์ไขว้คู่ แล้วนึกถึง Closer ครับ ... แต่เรื่องนี้คงอารมณ์จริงจังและดราม่ามากกว่าละมั้ง (แต่ผมก็ชอบ Closer หลายอยู่นะครับ)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:19:08:35 น.  

 
BdMd
Alice Doesn't Lives Here Anymore ของ สกอเซซี่ย์ ยังไม่เคยดูเลยอ่ะ

DKRY
^_^

JewNid
^_^ ถ้าชอบก็อย่าลืมเช่ามาดูล่ะ

พลทหารไรอัน
^_^ มีโอกาสก็อย่าลืมดูเน้อถ้าชอบประมาณนี้

น้าเอ้
แผ่นนี้ก็ซื้อตั้งกะปี 05....พึ่งจะได้ดูค่ะ ^_^ "

haro_haro
^_^

บลูยอชท์
แต่ใน Closer บทสนทนาแต่ละฉากยาวกว่าเรื่องนี้เยอะ 55
เรื่องนี้ก็ดราม่าแบบธรรมดา เรื่อยๆ พีคไม่แรง


โดย: renton_renton วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:10:58:04 น.  

 
+ วันนี้พอมีเวลา ผมเลยย้อนกลับไปโหลดเรื่อง Jlido ตอน Lunch ที่คุณสลิ่มเอามาทิ้งไว้ให้ มาดูแล้วครับ ... เซอร์แตก สุดบรึ๋ยเจงๆ อ่า ... และถ้าให้ผมตีความเอง ก็คงเดายากเอาการอยู่ ที่จากที่คุณสลิ่มเขียนยกมาไว้ให้ ก็พอจะนึกภาพตามออกแล้วอ่ะครับ ... ขอบคุณสำหรับประสบการณ์แปลกๆ สุดล้ำ (แม้จะสั้นๆ แค่ 7 นาที) นะครับผม

+ ใช่ครับ ... Closer ดูประดิดประดอย ทั้งพล็อต, ความสัมพันธ์ของคาแรคเตอร์ และการไขว้คู่ รวมทั้งบทสนทนาที่ยาว แต่ยอกย้อน เฉียบคม ... แต่รู้สึกจะ 'โดน' แค่บางคนอ่ะครับ อย่างผม ดูจบแล้วชอบนะ (ติด 1 ใน 10 หนังที่ชอบสุดของปีที่ได้ดูนั้น) ... แต่เพื่อนผมอีกคน มันดันบอกว่าไม่อิน และไม่ค่อยเก็ทอ่ะครับ เหอะๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:20:38:46 น.  

 
ผมเห็นชื่อ ปีเตอร์ เคร้าท์ แล้วก็เหวอเลย ไม่คิดว่าการปล่อยตัวไปอยู่พอร์ทสมัทจะเป็นข่าวลวง แล้วจริงๆไปเล่นหนังเต็มตัว

มาแนะนำหนังเรื่อง Glasses (หนังชิง Sundance ปีที่แล้ว) ชอบมากเลย กรี๊ดสลบ


โดย: ต้องบอกด้วยเหรอ วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:22:39:18 น.  

 
พรุ่งนี้แล้วสิน่ะ ที่เบิร์บจะซัดแฮ็ตทริคใส่เป็ดน้อย อิอิ (ปรากฎว่าไม่ได้ลง 555+)


โดย: BloodyMonday วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:18:17:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
9 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.