★ ดาวหางเหนือทางรถไฟ : ทรงกลด บางยี่ขัน




ดาวหางเหนือทางรถไฟ
ผู้เขียน : ทรงกลด บางยี่ขัน
สำนักพิมพ์ : a book, สนพ.
จำนวน : 448 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก : ตุลาคม 2552


“เมฆ” “หมอก” หนังสือพี่น้องสองเล่มนี้ยังยืนหันข้างให้อยู่บนชั้นเบียดกับแฝดไม่เหมือนอย่าง “ต้นไม้ใต้โลก” และ “ดอกไม้ใต้โลก” 2 คู่นี้มีความต่างตรงที่ผู้ซื้ออ่านคู่หลังจบแล้ว หากแต่คู่แรกเพียงแค่หยิบจับมาเปิดกดบัตรคิวแล้ว..รอ...

หนังสือทั้ง 4 เล่มเป็นผลงานของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตอนที่ซื้อหาก็ไม่ได้ติดที่ว่าเพราะเป็นคนนี้เล่าคนนี้เขียน เนื้อหาและเรื่องราวที่บรรจุอยู่ภายในต่างหากที่ทำหน้าที่เป็นนางกวัก(หรือนายกวัก) รวมทั้งปกที่ออกแบบแบบแต่น้อย ดูเรียบง่ายก็น่าสนใจ

ในบ่ายวันหนึ่งสบโอกาสได้ไปกวาดสายตาหาหนังสือ~อะไรก็ได้ที่เห็นแล้วถูกใจถูกชะตา สักเล่มสองเล่มติดมือกลับบ้านไม่ให้เสียเที่ยวว่ามาร้านหนังสือแล้วเดินตัวปลิวออกจากร้าน พลันสายตาก็ประสานเข้ากับปกหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกที่หันมาโชว์หรา (ขณะเล่มอื่นยังยืนหันข้าง) เป็นรูปหน้าตรงของหัวรถไฟที่เข้าขั้นโบราณ สีแดงตุ่นๆ แปะข้างกับสีดำมะเมื่อมช่างสวยจริงๆ วินาทีถัดมา “สถานีคิงส์ครอส! ฮอกวอตส์! ...แฮรี่ พอตเตอร์!”

ไม่ใช่ทั้งแฟนพันธุ์แท้และพันธุ์ทางของพ่อมดน้อยแฮรี่ พอตเตอร์แต่อย่างใดค่ะ เพียงแต่นั่นคงเป็นการเรียกภาพจำโดยอัตโนมัติของสมองที่ทำงานช้ากว่าสายตากวาดเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด (น่าจะผ่าหนึ่งนะจึงจะเร็ว) ดูจากภาพปกแล้วถ้าเป็นหนังสือแนวเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถไฟโบราณก็น่าสนใจ เกี่ยวกับรถไฟในแฮรี่ พอตเตอร์ก็น่าสนใจ เห็นมีดาวแดงอยู่หน้ารถด้วย นี่ถ้าเกี่ยวกับรถไฟในรัสเซียแล้วล่ะก็..เยี่ยมเลย

แผนผังการเชื่อมโยง = ดาวแดง > คอมมิวนิสต์ > สตาลิน > รัสเซีย

ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบหนังสือหมายมาดูใกล้ๆ ให้ชัดให้รู้จักว่าจริงๆ แล้วเจ้าเป็นอะไรกันแน่ ความหนาของเล่มอยู่ราวๆ หนึ่งนิ้วฟุต (ยังขาดทักษะการกะด้วยสายตาออกมาให้เป็นจำนวนหน้า) น้ำหนักไม่หนักมือ กึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านก็คงจะไม่ปวดกล้ามเนื้อต้นแขน..ก่อนที่จะคิดไปใดอื่น

“ความทรงจำเหนือทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย (ฮ้าาาาา- จขบ.) จากปักกิ่งผ่านมองโกเลียสู่มอสโคว์ (ฮ้าาาาา x 2 ยกกำลังสอง- จขบ.) นี่มัน..นี่มันความฝันของฉันนี่!!!!!!!...”

ข้อความแบบเต็ม สั้น ง่าย เร้าใจ ที่โปรยอยู่บนหัวปกคือ
“ความทรงจำเหนือทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย จากปักกิ่งผ่านมองโกเลียสู่มอสโคว์ ส่วนหนึ่งของทางรถไฟที่ยาวที่สุด คลาสสิกที่สุด และโรแมนติกที่สุดในโลก”

แค่รู้ตัวเองว่า..ชอบนั่งรถในฐานะผู้โดยสาร ไปไหนก็ได้ นั่งไปเรื่อยๆ ดูวิวสองข้างทาง แล้วคิดไปต่างๆ นาๆ ถึงจุดหมายก็ยังไม่อยากลง... การได้นั่งรถไฟที่ยาวพาดผ่าน 3 ประเทศ ยาวข้ามทวีป นั่งกันสิบวันยี่สิบวัน ทริปรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียจึงเป็นการเดินทางที่ถูกท้าทายและช่างท้าทาย

ความฝันของใครก็ของใคร แต่วันนี้วันที่เจอหนังสือเล่มนี้ ฉันขอวิ่งตามความฝันชนิดแปะข้างตัวหนังสือจากงานเขียนในเล่มนี้ไปก่อนพลางๆ

สิริรวม ๑๙ วันบางๆ (คือการอ่านเป็นบางวัน) นับจากวันที่ซื้อหนังสือแล้วอ่านในวันนั้นจนถึงวันที่ปิดท้ายเล่ม ภาพประกอบเรื่องอยู่ในสัดส่วน ๑ ต่อ ๔ ทำให้อ่านได้แบบเพลินสุดๆ รวมทั้งการเล่าเรื่องที่แทรกความคิดแบบต่อยอดของผู้เขียน ก็ทำให้คนอ่านได้..เอ้อออ..จริง....เอ้อออ..เหรอ ไปด้วย ไม่ใช่นักเสพข้อมูลระดับนักวิชาการแต่การได้รับรู้เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็ทำให้สายตาถ่างออก รอยหยักในสมองถี่ขึ้นแถมส่วนใหญ่ได้เพิ่มการออกกำลังกายกล้ามเนื้อมุมปากอีกเสียด้วย ยิ้มแบบไม่มีเพลามือเพลาปากเลยทีเดียว

เขาว่ากันว่า You are What You Read แล้วหากเป็น You are What You Write นี้พอจะนำมาใช้ด้วยได้ไหม น่าจะพอไหวนะเพราะดู(อ่าน) จากบันทึกการเดินทางด้วยรถไฟสายยาวเกือบค่อนโลกของทรงกลดนี้แล้ว ไม่เพียงแต่ราวกับเห็นตึกรามร้านรวง ผู้คนยวดยาน ในระยะประชิด รู้จักรู้เห็นหน้าค่าตาของพี่ๆ คนจีนในปักกิ่ง พี่ๆ ที่มองโกเลียรวมทั้งพี่ๆ ที่รัสเซีย ผ่านมุมมองของผู้มีประสบการณ์การเดินทางมากไมล์ หากยังทำให้คนอ่าน(บางคน อยาก)รู้จักคนเขียนจากการถ่ายทอดผ่านตัวอักษรนาๆ เหล่านั้นเพิ่มขึ้นด้วย

กำลังสงสัยว่าเขาเป็นแฟนฟุตบอลทีมลิเวอร์พูลหรือเปล่า
จากตอน หนึ่งปีนานแค่ไหนเราก็อยู่ไกลกันแค่นั้น

- - -

สมาชิกที่อาศัยอยู่ในห้องนี้เป็นชาวรัสเซีย 3 คน พ่อ แม่ ลูก ครอบครัวสุขสันต์มาก พ่อเป็นคนหนุ่มที่หน้าตาและศีรษะละม้ายคล้าย โฆเซ่ เรน่า ผู้รักษาประตูของทีมฟุตบอลระดับสุดยอดของโลก...

- - -

การเอ่ยชื่อถึง โฆเซ่ เรน่า อาจเป็นเพียงการยกมาเปรียบเทียบ ใช่จะมั่นใจได้ว่าเป็นพลพรรครักหงส์แดง แต่กับประโยคต่อมา เชื่อว่าไม่มีแฟนบอลทีมไหนจะใช้คำยกย่องผู้รักษาประตูทีมอื่นๆ ว่าอยู่ในระดับสุดยอดของโลกถ้าไม่ใช่ทีมที่ตัวเองรัก (หากเดาผิดก็ขออภัย)

และมีตัวอย่างซึ่งเป็นเรื่องราวที่อ่านแล้วก็ได้แต่ยิ้มในความรู้รอบตัวและช่างเปรียบเทียบ..ช่างคิด
จากตอน SU 40 องศา

- - -

อุณหภูมิในสกุลเซลเซียสและฟาเรนไฮต์บอกความหนาวในระดับเดียวกันด้วยตัวเลขที่ไม่เท่ากัน เช่น 0 องศาเซลเซียสมีค่าเท่ากับ 32 องศาฟาเรนไฮต์ ดังนั้นทุกครั้งที่บอกเกล่าถึงตัวเลขอุณหภูมิเราจำเป็นต้องเติมนามสกุลต่อท้ายว่าตัวเลขนั้นมันมีความหมายในดีกรี C หรือ F

แต่ที่อุณหภูมิ -40 องศา เป็นความเย็นเพียงจุดเดียวที่ตัวเลขในฟากเซลเซียสมีค่าเท่ากับฝั่งฟาเรนไฮต์พอดีเป๊ะ นั่นหมายความว่า -40 องศาเซลเซียส มีค่าเท่ากับ -40 องศาฟาเรนไฮต์ เขียนแค่ -40 องศาก็เป็นที่เข้าใจได้

เป็นความมหัศจรรย์ในแง่วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ในแง่สังคมก็น่าสนใจ

ถ้าเซลเซียสคือตัวแทนวัฒนธรรมจากซีกโลกตะวันออก และฟาเรนไฮต์คือตัวแทนวัฒนธรรมจากซีกโลกตะวันตก อุณหภูมิ -40 องศา คงหมายถึงจุดที่ไม่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมของทั้งสองขั้ว

อุณหภูมิ -40 องศา อยู่ที่ประเทศมองโกเลีย
ประเทศที่อยู่กึ่งกลางระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกของจีนกับวัฒนธรรมตะวันตกของรัศเซีย ก็คือมองโกเลีย
อะไรมันจะพอเหมาะพอเจาะขนาดนั้น


- - -


ส่วนเรื่องราวที่เรียกรอยยิ้มนั้นมีหลายตอน แต่นี่คือตอนที่ชอบที่สุด
จากตอน บรรพบุรุษบนรถไฟ

- - -

“คุณรู้จัก แมมมอธ ไหม” ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะรู้จักศัพท์คำว่าแมมมอธหรือเปล่า เพราะเขารู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่มากนัก
เขาส่ายหน้า
“มันเป็นช้างที่อยู่ในยุคเดียวกับไดโนเสาร์ ขนยาวๆ”
ศีรษะเขาเปลี่ยนมาผงกแทน

“คุณรู้ไหมว่าไซท์ที่มีแมมมอธมันอยู่ที่ไหนบ้าง ผมอยากไปดูมาก”
ศีรษะของเขายังผงก หน้าตาผมน่าจะดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
สีหน้าของคุณหมอศัลยกรรมดูแปลกๆ จะตอบก็ไม่ตอบ ท่าทางอึกอักกระอักกระอ่วน

“ผมพยายามหาข้อมูลมาตลอดเลยนะว่าไซท์ที่มีแมมมอธมันอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่มีใครรู้สักที จนได้มาเจอคุณนี่แหละ ว่าไงมันอยู่ที่ไหนเหรอ” พูดเสร็จผมก็ส่งแผนที่รัสเซียให้เขา

เขาเงยหน้ามองผมแล้วตอบช้าๆ แบบเดียวกับที่คุณหมอพูดกับญาติคนไข้ที่รออยู่หน้าห้องผ่าตัด สีหน้าของเขาจริงจังมาก เหมือนมีข่าวร้ายจะแจ้ง

“พวกมันตายหมดแล้ว”


- - -
.

.


การออกเดินทาง การได้เดินทาง ไม่ว่าไกลใกล้ล้วนประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งรูปธรรมเช่นกระดาษที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย หรือนามธรรมอย่างเช่น เวลา จังหวะ โอกาส

ขณะที่ยังไม่รู้ว่าองค์ประกอบรูปธรรมและนามธรรมจะมารวมตัวกันได้เมื่อไหร่ อย่างน้อยหลายวันที่ผ่านมาการอ่านหนังสือเล่มนี้ก็เสมือนดั่งได้ก้าวขาออกเดินทางไกลนับพันไมล์ไปแล้ว






 

Create Date : 12 ธันวาคม 2552
22 comments
Last Update : 12 ธันวาคม 2552 21:16:18 น.
Counter : 1542 Pageviews.

 

★หนังสือที่ได้อ่าน



พรมแดนทดลอง
ผู้เขียน : มุกหอม วงษ์เทศ
สำนักพิมพ์ : openbook, สนพ.
พิมพ์ครั้งแรก : พฤษภาคม 2548

เป็นหนังสือรวมความเรียงจากนิตยสาร open และ มติชนสุดสัปดาห์ ที่วิพากษ์วิจารณ์สังคมแบบบัวช้ำน้ำขุ่น
เสียดสีกระทบกระเทียบทั้งพฤติกรรมคนไทยและวัฒนธรรมของไทย
หยิกข่วนเลือดซิบแล้วประคบด้วยความรู้และมุมมองที่ต่างออกไป
เป็นงานเขียนที่มีส่วนผสมหลากหลาย อารมณ์ประมาณอ่านเพลินแต่สะอึกอยู่เรื่อยไป




ดวงตาที่สาม
ผู้เขียน : แดนอรัญ แสงทอง
สำนักพิมพ์ : แมวคราว, สนพ.
พิมพ์ครั้งแรก : กรกฎาคม 2549

หะแรกยังรู้สึกขัดใจกับภาษาที่รุ่มรวยขยายคำต่อสร้อยให้มากความ แม้ว่าจะเพื่อสะท้อนยุคสมัย(ตามในเรื่อง)ก็เถอะ
แต่ที่สุดแล้วเมื่ออ่าน คำตาม ในท้ายเล่ม ผู้เขียนได้อธิบายถึงการเลือกใช้ชื่อตัวละครที่วิจิตรเหล่านั้นแล้ว ก็ให้นึกย้อนถึงตัวเอง
ว่าเป็นเราเองที่ไม่คุ้นและลืมไปแล้วในการเรียกใช้คำและภาษาที่มีมาแต่บุราณกาล รวมแล้วสิ่งที่ได้จากการอ่านจึงเป็นความรู้ในการใช้ภาษา
ยกตัวอย่าง

"แต่ไหนแต่ไรมาอติวาสน์เฝ้าแต่ทะนุถนอมเขาเอาไว้ในฝันของตนว่าคุณตีรทัสสีคนนี้นอกจากจะเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาสลักเสลาดูดีกว่าชายอื่นหมื่นแสนทั่วๆ ไปแล้ว กิริยาอาการของเขานั้นเล่าก็ถนัดถนี่แก่ใจตนในทุกสถานที่และทุกวาระโอกาส เขาทำอะไรต่อมิอะไรของเขาอยู่ในโลกนี้ด้วยความสบายอกสบายใจไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เนื้อตัวสะอาดสะอ้านอยู่เป็นนิจ แต่งกายสะอาดสะอ้านอยู่เป็นนิจแต่ไม่สู้เรียบร้อยเท่าไหร่ รายรอบตัวเขามีน้ำหอมกลิ่นป่าในฤดูร้อนระเหยเจือจางบางเบาอยู่ตาปีตาชาติ (น้ำหอมยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้ของเขา แต่เขาสมัครใจเรียกของเขาอย่างนั้น)"




เขาเรียกผมว่าบร๊ะเจ้า
ผู้เขียน : โจ๊ก โซคูล
สำนักพิมพ์ : เนชั่นบุ๊คส์, สนพ.
ยืนอ่านในร้าน : ยังไม่ได้ซื้อ
ยืนอ่านในร้าน : ขำก๊ากจนต้องเหลียวซ้ายแลขวา

อ่านหน้าที่บอกถึงความแตกต่างระหว่าง บร๊ะเจ้า โจ๊กกับคนทั่วไป และเนื่องด้วยเป็นการยืนอ่านแต่ไม่ได้หยิบซื้อจึงจำได้อยู่ 2 ข้อถ้วนคือ

+ ขณะที่คนอื่นเวลาวิดพื้นคือการยันตัวเองให้สูงจากพื้น แต่ถ้าบร๊ะเจ้าโจ๊กทำมันคือการกดพื้นดินให้ต่ำลง
+ แถลงการณ์ของ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บร๊ะเจ้าโจ๊กฟังแค่ครั้งเดียว

 

โดย: renton_renton 12 ธันวาคม 2552 19:09:23 น.  

 

แหงแซะ เขียนซะขนาดนั้น ทรงกลดเป็นแฟนลิเวอร์พูลแหงๆ 555

ว่าแต่ จขบ.ได้ดู Transiberian รึยังครับ หนังสนุกมาก แต่ภาพของทางรถไฟสายนี้นี่มันคนละเรื่องกับในหนังสือเล่มนี้เลยนะครับ

คุณทรงกลดแกมีพรสวรรค์นะ ออกเดินทางทีไร ได้หนังสือเล่มโตที่อ่านสนุกออกมาเสียทุกครั้งไป



โดย: เอกเช้า IP: 124.120.193.21 12 ธันวาคม 2552 18:10:56 น



เอกเช้า
Transiberian ได้ดูแล้วค่ะ สนุกและตื่นเต้นดี
ก็ได้ภาพจากหนังเรื่องนี้แหละค่ะ เวลาอ่านก็นึกภาพในส่วนห้องพัก ทางเดิน การแวะแต่ละสถานีตามไปด้วย
แต่ สองเงาในเกาหลี ยังไม่ได้อ่านเลย

 

โดย: renton_renton 12 ธันวาคม 2552 19:16:36 น.  

 

ป้าาาา

ไม่ได้เข้ามาอ่านซะนาน เขียนสนุกขึ้นนะ อิอิ

 

โดย: ไก่กุ๊ก IP: 124.157.129.103 12 ธันวาคม 2552 19:19:49 น.  

 

หาลู่ทางจะัอ่านเล่มนี้อยู่เหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะต้องออมเงินไว้แล้ว เพราะแม่เริ่มเตือนแล้วว่าให้เก็บๆไว้บ้าง ^^

 

โดย: McMurphy IP: 118.173.69.156 13 ธันวาคม 2552 19:18:50 น.  

 

เล่มนี้สอยอ่านได้ครึ่งเล่มอยู่เลยค่ะ
กะว่าภายในอาทิตย์หน้านี้น่าจะจบอยู่
แต่ว่าถ้าไม่จบก็ต้องรออ่านไปเรื่อยๆ ค่ะ
แบบว่าอย่างหนาเลย แต่ว่าอ่านช้าๆ ค่ะ
เพราะว่าไม่อยากให้จบเร็ว เพราะว่า
อ่านงานของทรงกลดเค้าทีไร เป็นได้อินตลอด
ไม่อยากให้จบเร็วๆ เลยต้องระวังการจัดการ
เวลาการอ่านหน่อยค่ะ ...
................

 

โดย: JewNid 13 ธันวาคม 2552 21:44:59 น.  

 

นึกถึงเรื่อง Transiberian เลยครับ

แต่ Trip นี้คงไม่โหดร้ายแบบเดียวกับหนัง


ส่วน "บร๊ะเจ้าโจ๊ก" นี่ก็น่าสนใจแฮะ

 

โดย: navagan 14 ธันวาคม 2552 0:42:12 น.  

 

อ่านที่เอ็กเซิร์ฟมาแล้วต้องคิดตามตลอดเลย (และก็ยังไม่แน่ใจตัวเองด้วยว่าเข้าใจ 55) เราก็มีหนังสือของคุณ ทรงกลด นะ (หัวไฟกับถั่วงอกนี้ก็ใช่ ใช่ม่ะ) แต่หนักกว่าเรนตั้นก็ตรงที่ยังไม่ได้เข้าไปกดบัตรคิวรออ่านด้วยซ้ำ แฮ่ะๆๆ

ยังไงๆก็ยังอยากนั่งรถไฟสายปักกิ่ง-ธิเบตอยู่ เมื่อตอนอยู่เมืองจีน (เวลาเริ่มห่างออกมาทีละนิดๆ จนความจำเริ่มเลือนลาง) เพื่อนชวนไปเที่ยวธิเบตโดยนั่งรถไฟจากปักกิ่งเหมือนกัน แต่เนื่องจากต้องนั่งเครื่องบินไปลงปักกิ่งก่อน แถมค่าตั๋วรถไฟก็แพงกว่าค่าครองชีพทั้งปีของชาวจีน สุดท้ายก็เลยไม่ได้ติดตามไปด้วย (แล้วต้องมานั่งดูรูปทัศนียภาพอันงดงามของเพื่อนแทน T-T)

ไม่รู้เลยว่ามีหนังสือที่ชื่อ เขาเรียกผมว่าบร๊ะเจ้า ด้วย เอาไว้จะไปลองยืนสแกนบ้าง (ว่าแต่ทำไมไม่ซื้อมาล่ะ 55)

 

โดย: BloodyMonday 14 ธันวาคม 2552 23:27:44 น.  

 

บร๊ะเจ้านั้นสุดยอดจริง ๆ นะครับคุณพี่

เด็กคนนี้เป็นคนมีความคิดมาก ๆ

 

โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง 15 ธันวาคม 2552 6:22:29 น.  

 

เกลียดคำว่า บร๊ะเจ้า มากๆ
มักจะได้เห็นผิดกาลเทศะ

 

โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ 15 ธันวาคม 2552 18:16:19 น.  

 

หนึ่งในลิสต์รอซื้อแหละค่ะ

กำลังพยายามเก็บงานของคุณทรงกลดเธออยู่

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 16 ธันวาคม 2552 14:21:05 น.  

 

อ่านในเอ็นทรี่นี้แล้วน้ำลายสอ

อดอยากหนังสือมากนานมากๆแล้วครับ

 

โดย: Seam - C IP: 58.9.194.166 16 ธันวาคม 2552 18:42:22 น.  

 

เจ๊ไก่
ใจจ่ะ ^_^

McMurphy
^_^

JewNid
^_^

navagan
ในหนังเล่นเอาอกสั่นขวัญหาย แต่ในหนังสือมีแต่รอยยิ้มค่ะ

BdMd
ธิเบตก็น่าสนใจ อยากมีโอกาสได้ไปยลเหมือนกัน
ที่ไม่ได้ซื้อ เขาเรียกผมฯ เพราะเพิ่งสแกนไปได้แค่ช่วงแรกๆ เลยไม่รู้ว่าที่เหลือในเล่มเขาพูดถึงอะไร
หนังสือที่คนดังเขียนส่วนใหญ่คิดหลายรอบว่าจะสอยดีหรือเปล่า
(จริงๆ กำลังสืบอยู่ว่าเพื่อนคนไหนซื้อ จะได้ยืมอ่าน อิอิ)

พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง
ถ้าพ่อพยัคฆ์เห็นว่าเล่มนั้นสุดยอด ไว้เดี๋ยวไปสแกนแล้วตัดสินใจอีกทีค่ะ

น้าเอ้
รับแซ่บบ ค่ะ ^_^

สาวไกด์ใจซื่อ
^_^

Seam - C
^_^

 

โดย: renton_renton 16 ธันวาคม 2552 19:31:13 น.  

 

สวัสดีครับ ไม่ได้แวะมานานเลย

 

โดย: Ghoeby 16 ธันวาคม 2552 21:12:31 น.  

 

น่าสนใจครับ

 

โดย: คนขับช้า 21 ธันวาคม 2552 23:47:22 น.  

 

ขอให้มีความสุขวันคริสต์มาสมากๆ นะครับซาหริ่ม ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

 

โดย: Johann sebastian Bach 25 ธันวาคม 2552 7:41:18 น.  

 

Ghoeby
หวัดดีค่ะ ^_^

คนขับช้า
^_^

พี่อั๋น
เช่นกันนะคะ

หลายเพลามาแล้ว ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเรยยยย ^_^"



 

โดย: renton_renton 27 ธันวาคม 2552 0:37:06 น.  

 

เหอๆ ผมไม่รูจักซักเรื่องเลย ปีใหม่นี้ขอให้พี่หริ่มีความสุขกับชีวิตนะครับ

 

โดย: Ghoeby 29 ธันวาคม 2552 8:42:06 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับคุณ renton_renton

มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ

เงินทองไหลมาเทมาทั้งในปีที่จะถึงนี้และปีต่อๆไปนะครับ

 

โดย: jonykeano 30 ธันวาคม 2552 22:46:39 น.  

 



เนื่องในวันปีใหม่นี้ขอให้น้องซาหริ่มมีความสุขความเจริญ นึกหวังสิ่งใดขอให้ได้สมปรารถนา นะครับ

 

โดย: Johann sebastian Bach 31 ธันวาคม 2552 15:16:18 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ครับ

ปีนี้ขอให้เป็นปีที่ดีนะครับ

 

โดย: navagan 1 มกราคม 2553 1:16:59 น.  

 

เข้ามาหาข้อมูลหนังดี ๆ ดูค่ะ
ขออนุญาติแอดนะคะ



ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ผีเสื้อยิปซี 9 มกราคม 2553 19:08:02 น.  

 

หวาดดี หายตัวอีกแล้วว ;-)

 

โดย: BdMd IP: 203.144.144.165 23 มกราคม 2553 13:27:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
12 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.