★ The Bridge...สะพานข้าม ไปอีกฝั่ง (2006)




สะพานโกลเด้นเกต แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองซาน ฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในรายการเยี่ยมชมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอยู่ไม่ขาด และอีกหนึ่งข้อที่น่าสนใจสำหรับสะพานแห่งนี้ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงคือตั้งแต่ปี 1937 ที่สะพานได้เริ่มเปิดให้บริการมา มีผู้คนประมาณ 1,300 คน ได้มาใช้สะพานนี้เป็นจุดชมวิว จุดสุดท้ายบนโลก

The Bridge เป็นภาพยนตร์สารคดี ที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการกระโดดสะพานฆ่าตัวตายโดย เอริค สตีล ผู้กำกับ พร้อมทั้งทีมงานได้ติดตั้งกล้องไว้ที่ปลายสะพานทั้งสองข้าง ข้างละสองตัว ทั้งใช้จับภาพมุมกว้างจากระยะไกล และสำหรับเจาะรายละเอียดที่เห็นผู้คนเดินไปมาอย่างเห็นได้ชัดเจน เพื่อดูแนวโน้มว่ามีผู้ใดที่มาเพื่อจะฆ่าตัวตายหรือไม่

ตลอดปี 2004 ที่สตีลได้บันทึกภาพไว้ รวมเป็นฟุตเตจร่วม 1,000 ชั่วโมง โดยมีภาพของผู้ที่ตัดสินใจกระโดดน้ำตายและเสียชีวิต 24 ราย และทั้งมีภาพของผู้ที่พยายามจะฆ่าตัวตายแต่ถูกช่วยไว้ได้ทันหรือเกลี้ยกล่อมได้ผลอีกไม่น้อยกว่า 12 คน

ใน The Bridge ประกอบด้วยบทสัมภาษณ์ของคนในครอบครัวผู้เสียชีวิตและคนใกล้ชิด ที่พูดถึงพฤติกรรมโดยปกติของผู้ตายและสัญญาณอันตรายก่อนเกิดเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่ได้รับความสนใจหรือก็แค่มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา จนสุดท้ายส่วนใหญ่ต่างก็รู้สึกว่าตัวเองผิดและมีส่วนในการผลักดันให้เกิดเหตุ

เควิน ไฮน์ เด็กหนุ่มผู้รอดชีวิตจากการกระโดดสะพานเล่าว่า วินาทีที่เขาตัดสินใจกระโดดลงมานั้น แม้เขาอยากจะเปลี่ยนใจในวินาทีต่อมาแต่ก็สายเกินไป 4 วินาทีจากสะพานถึงผิวน้ำ ด้วยความสูง 220 ฟุต (ราว 6.6 เมตร) และด้วยความเร็ว 75 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้เขาจะรอดชีวิต แต่ก็หนักหนาเอาการกับการเข้ารับทั้งร่างกายและจิตใจ การรักษา

ภาพจากการบันทึกของกล้องที่ตั้งนิ่งๆอยู่ริมฝั่ง เห็นตัวสะพานในมุมกว้างอยู่ไกลๆ เหมือนกำลังเก็บบรรยากาศความสงบและความอ้อยอิ่งของหมอกที่ลอยปกคลุม แต่ไม่นานก็ได้ยินสียงของน้ำกระจาย เหมือนมีอะไรบางอย่าง หนักๆ ร่วงหล่นจากสะพานสู่ผิวน้ำ...แน่นอน นั่นคือคนกระโดดน้ำตาย !

เป็นภาพธรรมดา แต่ให้ความรู้สึกหดหู่เป็นที่สุด

เอริค สตีล ได้ แนวความคิดในการสร้างหนังเรื่องนี้มาจากการอ่านคอลัมน์ Letter from California ชื่อเรื่อง Jumpers จากหนังสือพิมพิ์ The New Yorker และรวมไปถึงอิทธิพลของงานภาพเขียนที่ส่งให้เกิดแรงบันดาลใจจากภาพที่มีชื่อว่า "Landscape with the Fall of Icarus" ของจิตรกรชาวเนเธอร์แลนด์ Pieter Breughel ที่แสดงถึงภาพของ อิคารัส หล่นสู่มหาสมุทร โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

สตีล กล่าวว่าเขาให้ความสนใจในตัวของ อิคารัสและที่ที่เขาจากมา เหมือนกับที่สนใจในการกระโดดของคน ไม่เกี่ยวกับว่าจะมีใครทั้งในโลกของภาพเขียนและโลกจริงของเราจะสังเกตุเห็นหรือเปล่า







+ อ่าน Jumpers ต่อได้ที่ The New Yorker::Jumpers

+ อ่านรายละเอียดของภาพเขียน Landscape with the Fall of Icarusและดูภาพได้ ที่นี่




Create Date : 10 ธันวาคม 2550
Last Update : 10 ธันวาคม 2550 12:36:43 น. 14 comments
Counter : 744 Pageviews.

 
เกาะติดกระแส ..
เมื่อวันสองวันมานี่ ผมก็ได้ข่าวเกี่ยวกับ สารคดี แนวๆ อย่างเเร่องนี้เหมือนกันฮะ แต่จำไม่ได้ว่า ได้รับข่าวมาจากที่ไหน (ฝันเห็นล่ะมั้ง) ได้ฟังครั้งแรกแทบอึ่งฮะ เป็นสแพน เฮ้ย สพาน ที่สวยมาก เข้าไปดูรูปมาแล้วฮะ สวยจริงๆ ที่ดังไปทัวโลกก็คงจะเป้ฯเรื่องการกระโดด เหาะ ลอย บิน ไปกับสายลมเนียะแหละ โอ้ว อย่ากไปเห้ฯกะตา จริงๆ ฮะพี่

คุณพี่ฮะ อยากดูจัง หาดูได้ที่ไหนหว่า ...


โดย: haro_haro วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:17:10:50 น.  

 
สองจิตสองใจกับเรื่องนี้ว่าจะดูดีมั้ย
ไม่อยากรู้สึกเหมือนดู "แอบดูเป็น แอบดูตาย" ในคราบหนังอาร์ต

ปล.สะพานข้ามแม่น้ำบ้านเราก็น่าเอากล้องไปตั้งนะ
ส่องดูพวกชอบขโมยหมุด+น็อตเอาไปขาย


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:23:42:39 น.  

 
haro_haro
เข้าฉายที่ เฮ้าส์ค่ะ ยังฉายอยู่ มีโอกาสก็แวะไปดูได้

น้าเอ้
ไม่เคยดูแอบดูเป็น แอบดูตาย อ่ะค่ะ เลยไม่รู้ว่าอารมณ์ของหนังจะออกมาประมาณกันหรือเปล่า

ปอลอ ถ้าเอากล้องมาติดตั้งที่สะพานบ้านเรา น่าจะไม่เห็นภาพอะไรนะคะ เพราะเค๊าขโมยกล้องไปแว้วววว


โดย: renton_renton วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:8:37:50 น.  

 
สงสัยหนังจะเครียดๆ และหดหู่มากพอดูนะน้องเรนจัง
แบบนี้พี่ดูไม่ค่อยได้ล่ะ พี่อ่านรีวิวจากน้องละกันเนอะ


ป.ล. รูปในช่องเมนต์นี่ มาจากหนังเรื่องอะไรอะป่าว เจ๋งดีล่ะ


โดย: สะเทื้อน วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:16:39:03 น.  

 
ผู้สร้างเข้าใจคิดเหมือนกันแฮะ

ส่วนโปสเตอร์ดูน่าเกรงขามดี ถ้าไม่ได้อ่านก็จะพาลนึกไปถึง
หนังหลอนๆเหมือนกันนะเนี่ย

ไปดูเข็มทิศทองมาล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าผกก.แกจะรีบไป
ไหนหรือเปล่า เพราะเล่นสร้างแบบไม่ให้เราหยุดคิดสักนิด
เลย เหมือนนั่งเล่นเกมส์ที่เราบังคับตัวนางเอกไปหาข้อมูล
กับตัวละครอื่นๆ คุยๆๆๆ แล้วตัดเข้าฉากต่อสู้ คุยๆๆๆ แล้ว
ก็เข้าฉากต่อสู้อีก แล้วก็จบ...ก็เข้าใจน่ะว่ามันต้องมีภาคต่อ
(รู้สึกว่าจะชื่อ Dark Knife รึเปล่าหว่า) แต่ถ้ารูปการ์ณแล้ว
ภาคต่อมาต้องทำดีให้เป็นสองเท่าเลย ถึงจะทำให้เรื่องนี้ดู
พอมีอะไรขึ้นมา...

สุดสัปดาห์ว่าจะไปดู I am Legend ซะหน่อย ฉลองลาออกจากงานเก่า เย้...


โดย: BloodyMonday IP: 124.120.72.106 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:13:19:31 น.  

 
ตอนแรกก็ว่าจะไปเหมือนกัน แต่ขี้เกียจ ขอนอนอยู่กับบ้านดีกว่า ป่านนี้ยังไม่ได้ไปนวดเท้าเลยครับ รู้แต่ว่าอยากนอนทั้งวัน


โดย: Chubbymature IP: 58.8.36.172 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:22:43:35 น.  

 
สัปดาห์หน้าก็จะเหลือวันละรอบแล้วสินะ

อยากดูๆ ต้องไปอาร์ซีเอสักวันให้ได้ เอิ๊กๆ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:3:16:51 น.  

 
พี่หนุ่ม
มันหดหู่แบบซึมลึกอ่ะพี่ ไม่โฉ่งฉ่างเท่าไหร่

รูปในช่องนั้นน่ะ พอดีเสริชหานู่นนี่แล้วไปเจอโดยบังเอิญอ่ะค่ะ
เลยปรับโหมด เซฟด่วน ^_^

BdMd
อืมมม...เราก็ชอบโปสเตอร์ สวยดี ดูลึกลับ

ดูมาเหมือนกัน เข็มทิศทอง
เราจะเซ็งกับชื่อเฉพาะ ตะละอันที่พูดมานี่ใช่ว่าจะจำกันได้ใน 3 วิ
แล้วก็แบบจะเริ่มงงกับชื่อว่าไผเป็นไผหว่า 555
แต่เราก็ปรับโหมดแบบดูเอาเพลินๆ หนังก็เลยสนุกดี
เด็กๆน่ารัก ชอบฟังสำเนียงอังกฤษน่ะ (ส่วนตัวๆ)

I am Legend ทีเซอร์อันที่สองเค๊าทำออกมาได้น่าสนใจ ภาพสวย ได้อารมณ์คนเดียวบนโลก น่าดูเหมือนกัน

Chubbymature
^_^

คำห้วนฯ
ไปอาร์ซีเอ พอดูหนังจบก็ ดึ๊งดึงดึงดึง ตะลึงตึงตึงต่อได้เลย
ยิงนกนัดเดียวได้ปืนสองตัว


โดย: renton_renton วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:9:12:57 น.  

 
ไม่กล้าดูเพราะมันคือภาพจริงนี่ล่ะครับ


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:12:06:20 น.  

 
อัพแหล้ว


โดย: BloodyMonday วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:17:37:21 น.  

 
อัพแล้วเหมือนกันฮะ
..


โดย: haro_haro วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:12:49:36 น.  

 
ผมชอบช่วง 3-5 นาทีสุดท้ายของหนังมากๆ... มันทรงพลังดี
แล้วก็ชอบฉากที่ถ่ายโกลเด้นเกตไกลๆ แล้วมีสสารกระทบน้ำข้างล่างมากๆเหมือนกัน

ตอนแรกว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ลงสตาร์พิคส์นะ แต่โดนด่ามาว่า "ช่วยอัพเดตหน่อยได้มั้ย"
(55555555555)


โดย: nanoguy วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:2:12:03 น.  

 
ดูแล้ว ฉากสุดท้ายช็อคดี


โดย: merveillesxx วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:3:55:45 น.  

 
หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากครับ
ชอบภาพของ Pieter Bruegel the Elder มาก


โดย: wayakon วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:11:09:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.