★ คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล : จากอุบลฯ ถึงภูเก็ต ภาค ๑









.

.



ประเหมาะเคราะห์ดีที่มีช่วงวันหยุดราชการหลายวัน ทั้งวันหยุด วันลา สิริรวมแล้วก็ได้ ๗ วันพอดี พี่ชายเลยชักชวนลงใต้ไปเที่ยวทะเลถึงภูเก็ต นัยว่ามีเพื่อนของเพื่อนพักอาศัยอยู่ที่นั่น ซึ่งยินดีที่จะรับรองเรื่องที่พัก

ไม่มีอะไรให้ต้องคิดนาน แค่เอ่ยปากว่าไปทะเลภูเก็ต หัวก็ผงกรับคำชวน หนึ่งคือเคยวางแผนไว้จะไปชุมพรตั้งแต่กรกฎาปีที่แล้ว จับพลัดจับผลูได้ไปเชียงใหม่แทน สองคือไปหย่อนใจเสียบ้างก็ดี ไปเห็นฟ้าที่ไม่มีแนวหลังคาบ้านขวางไว้ ก็คงดี

เก็บเสื้อผ้าและอีกนาๆ ประการ พกหนังสือติดไป ๓-๔ เล่ม ตั้งใจว่าจะนอนเอกเขนก
กินลมชายหาด ละเลียดอ่านไปทีละหน้า .... สบายใจกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

สีน้ำ ๒ ตลับ กระดาษสีน้ำ ๒ แพ็ค พู่กันหลายด้าม แก้วน้ำแลกระดาษซับ เตรียมพร้อมไปด้วย
มีเวลาช่วงเช้าตรู่คงได้ออกมาละเลงเก็บบรรยากาศ


ออกเดินทางเช้ามืด ราวตีห้า จากอุบลฯ ~ ศรีสะเกษ ~ สุรินทร์ ~ บุรีรัมย์ ~ นครราชสีมา ~ กรุงเทพฯ แบบเฉี่ยวๆ ~ สมุทรสงคราม (เห็นป้ายอำเภอบางจะเกร็ง กับตา น้องเคยบอกว่าชื่อรายการของสาระแนบางจะเกร็งนั้นเป็นชื่ออำเภอ.. เชื่อยากอ่ะตอนนั้น) > เพชรบุรี และชะลอความเร็วที่ประจวบคีรีขันธ์

อ้างแรมที่สวนสนประดิพัทธ์ เรือนพักไม้หลังใหญ่หลังนั้นสีขาว ตั้งอยู่ริมชายหาด มีสามห้องนอนพัดลม หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งใต้ถุน ยุงชุม มุ้งลวดเขรอะไปด้วยฝุ่นลมและขอบฉีกขาด(ทางสัญจรของยุง) ที่นอนนิ่มยวบเกินจริง แต่หลับสนิท ^_^

ข้อควรจำ :: สิ่งที่จะไม่ลืมพกไปในคราวหน้าคือ ปลั๊กสามตา เพราะในห้องพักมีเพียง ๑ เต้าเท่านั้น ต้องเข้าคิวกันชาร์ตโทรศัพท์ กล้องดิจิตอล อีกทั้งไม้แบตชอร์ตยุง!








ตื่นเช้าได้ก็รีบขนย้ายอุปกรณ์วาดรูป ปุเลงไปที่ชายหาด ใต้ต้นสนมีเก้าอี้ตอไม้ให้นั่งและวางทุกสิ่งอย่าง ดวงอาทิตย์กำลังจะส่องแสง เมฆกำลังจะลอยออกห่าง บรรยากาศกำลังดี ลมโชย โชยเอากลิ่นคาวเศษอาหาร คราบไคลกลิ่นเหล้าตีฟุ้งไปทั่วบริเวณ

ถังขยะ ตั้งวางอยู่ไม่ห่างโต๊ะนั่ง คงเพื่อสะดวกแก่ผู้เอาอาหารเครื่องดื่มมานั่งกินแล้วจะได้ไม่มักง่ายทิ้งเศษอะไรเกลื่อนรอบโต๊ะ ให้ทิ้งเป็นที่เป็นทาง หากต้องการนั่งเฉยๆ ชมทิวทัศน์ก็ต้องพื้นทรายชายหาดโน่นเลย กรณีอยากนั่งวาดรูปเล่นสีก็ต้องอดทน อดกลั้นและเผื่อมือไว้ไล่แมลงวันอีกด้วย

สรุปว่าเช้ามืดนี้ได้ภาพสีน้ำแบบง่วงๆ ไป ๒ ภาพ



ออกเดินทางราว ๘ โมงเช้า อาหารเช้า กลางวัน ก็แวะกินที่สะดวก(คือต้องหิวมาก) ไม่เป็นเวลา (แต่เวลาหิวมีอะไรก็กิน) ที่พักผ่อนทำธุระส่วนตัว บ้างแวะสูบบุหรี่ บ้างเติมน้ำมันนั้น เจ้าประจำคือปั๊ม ปตท. ที่ดูจะครบวงจรที่สุด มีศูนย์อาหาร ห้องน้ำสะอาด(บ้างไม่สะอาดบ้าง-ก็คนใช้กันเยอะนิ) มีร้านกาแฟ มี 7-11 ที่จำหน่ายโปสการ์ด มีแผงหนังสือให้ชะเง้อ

ล่องผ่านจังหวัดชุมพร ฝนตกระหว่างทาง ชอบมาก สองข้างทางต้นไม้เยอะ อากาศเย็น ผ่านสุราษฎร์ธานี เข้าพังงา ราว ๕ โมงเย็นถึง อ.ถลาง ภูเก็ต แวะเข้าบ้านเพื่อนของเพื่อนพี่ เก็บข้าวของสัมภาระ อาบน้ำดูแลร่างกายเสร็จแล้วออกไปหาดป่าตอง...ซึ่งก็มืดแล้ว ชายหายมองจากถนนไม่เห็น แต่สองข้างทาง ร้านรวง ผับบาร์ เปิดไปวิบวับสว่างโร่ นึกภาพความเงียบเหงาของที่นี่ไม่ออก คราวที่ซึนามิเกิด พี่เขาบอกแถบนี้พังระนาว หลังเหตุการณ์สินค้าแบรนด์เนมที่มีตกค้างถูกนำมาในขายราคาแสนถูก ซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว

แวะห้าง จังซีลอน ที่มีคาร์ฟู โรบินสัน อยู่ในละแวกเดียวกัน เหลือบไปชั้นบนเห็นร้านหนังสือพอดี ได้มาอีก ๓ เล่ม รวมที่ถือติดมือไปด้วยเป็น ๗ ... ตอนเดินดูรอบๆ รู้สึกเหมือนอยู่ในโรงหนัง เพราะชาวต่างชาติคนหนึ่งแกไปหลบมุมยืนคุยโทรศัพท์ น่าจะภาษาอิตาลี ธุระแกคงยุ่งคุยไม่หยุดเลย เสียงก็ใช่ว่าจะดังแต่คงเพราะในร้านมันเงียบ

แสงสีเริ่มไม่อยากมองเพราะท้องหิว ออกจากห้างแวะกินอาหารซีฟู๊ดละแวกนั้น บรรยากาศเงียบเหงา พนักงานแต่ละร้านร้องเรียกแขก เชิญชวนให้จอดรถได้ที่นี่ ที่นี่ ทีแรกยังสงสัยว่าจอดที่ไหนก็ได้จะกินร้านไหนก็ได้..หรือเปล่า พอสอบถามแล้วจึงจำสรุปว่าจอดหน้าร้านไหนต้องกินร้านนั้น! เพราะฉะนั้นก็ต้องมองส่องดูว่าภายในร้านไหนน่านั่ง ดูสะอาดน่าไว้ใจแล้วค่อยจอด


กลับถึงบ้านพัก นอนหลับสบาย ตื่นเช้าเตรียมตัวไปเกาะพีพี





เช้าๆ วันที่ ๗ พ.ค. ๕๒
มีรถตู้จากบริษัททัวร์มารับถึงหน้าบ้าน นึกว่าตัวเองกำลังดูหนังเรื่อง Fast & Furious เพราะพี่คนขับรถนี่ วินซ์ ดีเซล ยังไงยังนั้น จะต่างก็ตรงสำเนียงการพูดเท่านั้นล่ะ แกขับไปส่งที่ท่าเรือรัษฎา ลงเรือมุ่งหน้าไปเกาะพีพี แวะจอดอ่าวไทร แล้วถอนสมอพาไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่....เขาเรียกอะไรไม่รู้ ลืมถาม แต่ละแวกนั้นแหละ น้ำเขียวใสกิ๊ง สวมชูชีพ เซ็นต์ชื่อรับสน็อคเกิ้ล (ควรรักษายิ่งชีพ เพราะหายหรือจมงมไม่ได้นี่ จ่าย 1,500-บาทถ้วน! เขาขู่มา)

ลงน้ำที่ท้ายเรือแบบหวาดๆ เพราะว่ายน้ำไม่เป็น มีเสื้อชูชีพก็จริงแต่จะจัดระเบียบร่างกายตัวเองอิท่าไหนไม่ทราบ สวมสน็อคเกิ้ล หายใจทางปากอีก เวลานี้มันก็ตื่นเต้นกันได้อ่ะนะ จะเอาอะไรกับคนอิสานบ้านเฮาซึ่งห่างไกลแม่น้ำและทะเล

สรุปว่าก็ก้มๆ เงยๆ ดำผุดดำโผล่แถวๆ ท้ายเรือ เห็นปลาบ้างสี่ห้าตัวใต้น้ำ ปะการังก็เห็นรางๆ หายใจก็ไม่สะดวก ในใจพลางคิดว่าแบบนี้ประมาณนี้ก็เคยเห็นแล้วที่ สิมิลัน .... ขึ้นเรือดีกว่า หุหุ

ได้เวลาตามที่เขานัดให้ขึ้นจากน้ำแล้วเรือก็พาไปทอดสมออยู่ห่างๆ จากชายฝั่งหาดยาว พระเจ้า! ... น้ำเขียวใสกิ๊งกว่าเมื่อกี๊อีก จะใสไปถึงไหนกัน ฮื้อออ

แล้วเรือเล็กก็มารับผู้โดยสารไปส่งที่หาดยาว แวะกินข้าวกลางวันแบบบุฟเฟต์


ชาวต่างชาติที่อาบแดดรอท่าอยู่แล้วก็พอมี ที่นั่งกินลมอยู่ก็มี

ให้ตายเถอะ อยากอยู่ที่นี่นานๆ จริงๆ สวยมากๆ สวยมากๆ












บนเรือไปพีพี เจอะหนุ่มน้อยหน้ามนมาจากบังคลาเทศ ชื่อ อะดิ๊บ (ADEEB - ให้เขาเขียนสะกดชื่อตัวเองให้ดู) แรกๆ ก็ทักทายธรรมดาพูดกันเฉพาะคำง่ายๆ ขอถ่ายรูปด้วยก็ไม่เขินอาย แกเดินเล่นรอบเรือได้อย่างปกติ ผิดกับป้าอย่างเรา จะเดินกราบเรือยังต้องจับราวและย่องไปทีละก้าว มองพ้นตัวเรือเห็นน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม ลึกแบบยากแท้หยั่งถึง ตกลงไปมีหวัง ... ตอนอยู่บนหาดยาว น้องอะดิ๊บเดินมาคุยด้วย พูดใหญ่เลย เราก็ได้แต่อื่อฮื้อ อ่าฮ๊า เยสๆ ไปเรื่อย พอให้น้องเขารู้ว่าเราฟังอยู่ คราวจะกลับไปขึ้นเรือเล็ก พ่อเขาถามเราว่าฟังอะดิ๊บเข้าใจด้วยหรือ? เราบอกปล่าวค่ะ ..^_^ พ่อน้องเลยบอกว่าแกกำลังเรียนเนิซเซอรี่ ยังไม่มีเรียนภาษาอังกฤษ แต่ชั้นสูงขึ้นไปก็จะมีเรียน








กลับถึงบ้านก็ค่ำ คุณตา คุณยาย เจ้าของบ้านเตรียมหมึก กุ้ง ปู ไว้รอทำกินกันสดๆ ย่างหมึก ย่างกุ้ง หงสาวดีอ่ะ..ไม่ใช่... นึ่งปู น้ำจิ้มซีฟู๊ด แซ่บบบหลาย กินอิ่มนอนหลับตามเคย


เช้าๆ วันที่ ๘ พ.ค. ๕๒
ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า เพราะพี่เจ้าของบ้านวางแผนไว้ว่าวันนี้จะพาทัวร์รอบเกาะ ที่แรกที่ไปคือ หาดรายัน ซึ่งเขาบอกว่าวันนี้ทะเลไม่สวย เมื่อวานลมแรง มีฝน น้ำเลยไม่ใสและคลื่นแรง เลยแวะไป หาดในหาน ต่อ เวลาที่แวะหาดนี้นั้นเป็นกลางวันแดดแรง คนมาเที่ยวส่วนใหญ่หลบอยู่ตามใต้ต้นไม้ ปูเสื่อกินอาหาร ดูแล้วเป็นคนพื้นที่เสียเยอะ ยกเว้นอีกด้านหนึ่งของหาดที่มีเปลผ้าใบวางห่างมีระยะ ร่มกางกันแดด บ้างปูผ้าขนหนูนอนคว่ำผึ่งแดด ตัวแดง ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ

คลื่นลมแรงจริง คลื่นสูงด้วย ลงลุยน้ำราว ๒๐ นาทีมองเห็นเมฆครึ้มอยู่ไกลๆ ไม่นานฝนก็ไล่ พ่อ-แม่ร้องเรียกเด็กๆ รีบขึ้นจากน้ำ หนุ่มสาวจับมือกันวิ่งขึ้นฝั่ง ชาวต่างชาติ ๒ คนยังเซิร์ฟอยู่ในน้ำ

ผ่านไปหาดราไวย์ เรือเกยตื้น หินและโขดหินโผล่ยุบยั่บเต็มไปหมด
พี่เขาบอกว่าได้ชื่อนี้เพราะน้ำขึ้นและลงเร็ว














แล้วไปต่อกันที่ แหลมพรมเทพ ฝนพรำ ฟ้าปิด แต่ก็ชอบบรรยากาศแบบนี้ ซึมๆ ดี นักท่องเที่ยวที่เห็นส่วนใหญ่เป็นคนไทย มากันเป็นหมู่คณะ จะหามุมสงบ (ถ่ายภาพไม่ให้ติดคนอื่น ) ก็ยากยิ่ง โดยเฉพาะมองลงไปตรงแหลมด้านล่างจะเห็นผู้คนยืนแอ็คท่า แอ็คชั่นถ่ายรูปกันหนุกหนาน ฝนพรำไม่ใช่ปัญหา

ภาพที่ได้มาเลยออกหม่นๆ หน่อย แต่ชอบบบ...จับใจ


แล้วเดินทางต่อไปที่จุดชมวิวกะรน ซึ่งด้านบนเขาเขาทำศาลาไว้มองลงมาจะเห็น 3 อ่าว คือ หาดกะตะน้อย อ่าวกะตะ หาดกะรน












เช้าวันที่ ๙ พ.ค. ๕๒
ออกเดินทางจากภูเก็ตไปกระบี่ เนื่องจากนัดเรือที่จะพาไปทะเลแหวกบ่ายสองโมง การเดินทางเลยไม่เร่งรีบ ถึงกระบี่เข้าที่พักที่ ไพรเวทรีสอร์ท อยู่ในเขตตำบลอ่าวนาง อ.เมือง ทางเข้าแยกตัวจากถนนสายหลัก ทางลาดยางใหม่เอี่ยม และแยกก่อนจะมาถึงบ้านพักก็...ยังเป็นป่าและสุมทุมพุ่มไม้แบบธรรมชาติอยู่เลย (รกนิดนึง) บ้านพักจองเป็นห้องพัดลม สะอาด เรียบร้อย สำรวจแล้วมีปลั๊กไฟ 3 จุด 55 (สำคัญจริงๆ สำหรับมนุษย์ไฟฟ้าอย่างเรา)

เก็บข้าวของเตรียมเสื้อผ้านาๆ อีกหลายสิ่ง และขับรถออกไปรอเรือที่ท่าหาดนพรัตน์ธารา ฝนยังมีพรำเล็กน้อย สักครู่เราก็เจอพี่ไกด์ของเราชื่อ ซันนี่ เมื่อเห็นหน้าค่าตากันแล้วก็แอบเดาว่าคงเพราะตัวแกโดนแดดประจำ นาน บ่อย โดนครบทุกด้านเลยได้ชื่อนี้ (ฮา..) แล้วแกก็แนะนำตัวบอกสถานที่ที่จะไปแล้วก็พาไปขึ้นเรือ เป็นเรือสปีดโบ๊ท ความเร็วขณะวิ่ง 38 น็อต ซึ่งถือว่าเร็ว เร็วมาก อันนี้ถามพี่คนขับมา (ความเร็ว 1 knots เท่ากับ 1 ไมล์(ทะเล) / ชม. และ 1 ไมล์ทะเล เท่ากับ 1.8 กม. : บวกลบคูณหารกันตามใจค่ะ ^^)

จุดแรกเรือจอดที่หาดพระนาง แวะชมถ้าพระนาง น้ำที่นี่เขียวมาก น้ำเยอะ คลื่นแรง สวย

จุดที่สองเรือจอดที่เกาะสี่ จอดดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นอีกครั้ง เราเองก็...ลงน้ำอีกครั้ง ไหนๆ ก็มาแล้ว ทริปนี้เรื่องสน็อคเกิ้ลพี่ไกด์แนะนำว่าถ้าหล่นจมน้ำเมื่อไรให้รีบแจ้งจะได้หาเจอทันท่วงที

ปะการังก็ยังเห็นรางๆ ปลาตัวลายๆ ก็วิ่งวนมาอวดสีสันผ่านแว่นตาอยู่บ้าง และแถบนี้หอยเม่นชุกนัก พี่ชายโดนไป 1 หนาม พี่ไกด์แนะให้ใช้ขวดน้ำเต็ม(ที่หาได้บนเรือ) ทุบกระแทกไปเรื่อยๆ บริเวณปากแผล หนามหอยเม่นเป็นหินปูน พอแตกละเอียดก็จะย่อยไปเอง ส่วนพี่อีกคนนึงที่ไปด้วยกัน โดนเต็มๆ ทั้งอุ้งเท้า ทุบก็แล้วแต่ก็ยังปวด เดินกระเผลกตลอดทาง

ขึ้นจากน้ำแล้วเรือขับผ่านเกาะไก่ อีกหลายคนยืนชะเง้อมอง ถ่ายรูป ส่วนเรานั้นได้เวลานั่งอยู่เฉยๆ ห้ามหันหน้าหันหลัง มองทะเลไปไกลๆ ยื่นหน้ารับลม เพราะอาการเมาเรือเมาคลื่นเริ่มถามหา แต่พอถึงฝั่งลงเกาะ ดูทะเลแหวก อาการก็ค่อยดีขึ้นได้สูดอากาศเยอะๆ ฟ้าโล่งๆ .... ที่นี่สงบมากเลย

ทะเลแหวก เสียแค่ว่ามาในช่วงเวลาน้ำลด น้ำลง ส่วนที่ทำให้ทะเลแหวกคือเนินทรายนั้นเราจึงเห็นมันกว้างกว่าปกติ เคยดูภาพจากเนตตอนเป็นทะเลแหวกมีน้ำหน่อยๆตรงเนินทราย เห็นคลื่นซัดเข้ามาทั้งสองฝั่งสวยงาม แต่เราไม่เห็นแบบนั้น หุหุ อย่างไรก็ยังสวย น้ำทะเลสีฟ้าใส สีฟ้า และสีน้ำเงินเข้ม ไล่เรียงตามความลึก สวยมากๆ





















อ่าน :: คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล : จากอุบลฯ ถึงภูเก็ต ภาคจบ





Create Date : 13 พฤษภาคม 2552
Last Update : 21 พฤษภาคม 2552 10:25:57 น. 19 comments
Counter : 1844 Pageviews.

 
★ หนังที่ได้ดู

In to the Wild : กลับจากเดินทางหลายวัน เลยดูหนังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
แต่ดูรอบที่ 2 คราวนี้ เศร้ามากกว่าดูรอบแรกเสียอีก... T_T


~ และขอขอบคุณทุกๆ ความเห็นจาก เอนทรี่ ที่แล้วด้วยค่ะ

Seam - C
ดู วูฟเวอร์รีน ครึ่งเรื่องที่โรงหนังเนวาด้า อุบลฯ ค่ะ
ทีแรกภาพจากจอดับ ไฟในโรงเปิดสว่างแอร์ยังเย็น แต่นั่งกระสับกระส่ายกันราว 5 นาที เจ้าหน้าที่ถึงมาบอกว่าไฟมีปัญหา
เลยให้ผู้ชมออกไปรอข้างนอก รอแบบไม่รู้เวลาว่าเมื่อไหร่จะได้ดูต่อ ก็รอกันราว 20 นาทีได้เขาจึงมาแจ้งว่าให้เอาตั๋วไปแลกเงินคืน
หรือใครจะถือตั๋วไว้รอเข้าดูรอบเย็นก็ได้ (ไฟดับในรอบเช้า 11 โมง)

BdMd
ไข้หวัดหมูไม่รับ หมูอย่างเดียวอ่ะ ไม่ปฏิเสธนะ 55



โดย: renton_renton วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:00:19 น.  

 
เมื่อต้นเมษาผมก็ไปเกาะตะรุเตามาเหมือนกัน ไม่ได้ไปทะเลนานมาก เล่นทะเลซะคุ้มเลย


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:51:08 น.  

 
ว๊าววววว
ขยันเขียนจัง 55+
...
อิ๊ดสาเด้


โดย: grant IP: 61.90.29.29 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:34:30 น.  

 
โฮะโฮะ งามจิงจังเจ๊ไปกี่นานเีนี่ยได้แวะหลายที่เลยน้า เขากะจะไปครือกันประมาณ สิงหา-กันยานี้ ขอข้อมูลโดยด่วนจร้า เพราะจะไป พีพีเหมียนกาน กะน้องคนนั้นแหล่ะ อิอิ


โดย: นู๋บีม IP: 58.137.175.129 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:04:26 น.  

 
เอาหมูอย่างเดียวเหรอ เดี๋ยวแพ็คตัวเองส่งอีเอ็มเอสไปให้เลย 555+

ขอฝ่าพายุจริงและพายุจราจรไปอ่านที่บ้านนะ ^^


โดย: BdMd IP: 58.137.81.98 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:09:58 น.  

 
แฮ่ๆ ทะเล อยากไปจังเลยครับ แต่คิดอีกทีก็มาดันเปิดเทอมซะแล้ว -*-


โดย: McMurphy IP: 118.173.70.208 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:58:10 น.  

 
โอ้โห เป็นการเดินทางที่ยาวไกลมาก

เกาะพีพียังไม่เคยไปเลย ส่วนภูเก็ตนี่ก็เพิ่งไปมาเมื่อมกราที่ผ่านมา

ไม่เห็นเอารูปสีน้ำมาให้ดูมั่ง

น้องอะดิ๊บน่ารัก


โดย: เอกเช้า IP: 124.122.80.18 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:34:34 น.  

 
อยากไปเที่ยว แต่อารมณ์ว่าไม่ค่อยชอบไปทะเล อยากปลีกวิเวกหาที่อ่านหนังสือเหมือนกันนะ แ่ต่ก็ขอมีที่เที่ยวแบบเมืองๆบ้าง (งั้นแกก็อยู่กรุงเทพไปแล้วกัน 55+)

รูปทุ่งหญ้า ยังกับหลุดมาจาก "แสงศตวรรษ" ยังไงยังงั้นเลย

สวนสนนี่ที่ฮิตมาก ตอนเช้ายังไงก็สวย จำได้ไปทริปนี่ออกจากห้องแอร์มารอถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น ปรากฏเลนส์จับฝ้ากันทุกคน ดีว่าตื่นเร็วไม่งั้นกว่าฝ้าจะหายพระอาทิตย์ก็คงตื่นเต็มตาพอดี

**bdmd**
ถ้าแพ็คตนเองส่งอีเอ็มเอสมา เกรงว่าจะไม่ใช่หวัดหมู แต่เป็นแอนแทรกซ์ (5555)


โดย: nanoguy IP: 125.24.114.242 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:04:34 น.  

 
สวยมากๆครับ (หมายถึงรูปนะครับ คิกๆ)


โดย: Ghoeby วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:37:45 น.  

 
ยินดีต้อนรับกลับคร้าบบบ รูปสวยจิงๆ แต่อยากเห็นผลงานการวาดรูปของคุณเรตั้นครับ ^^

ภูเก็ต พีพี นี่ผมอยากไปตอนไม่ใช่ช่วงเทศกาลมากๆครับ อยากเห็นตอนคนน้อยๆ สงบๆบ้าง เพราะไปกี่ทีเป็นช่วงเทศกาลทุกที คนต้องแย่งกันเที่ยว ปวดใจมากครับ T_T

รออ่านต่อครับ...


โดย: Seam - C IP: 58.9.197.154 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:02:48 น.  

 
I will see U in the next life.
น่าไปเหมือนกันค่ะ เกาะตะรุเตา ติดใจทะเลภาคใต้

BdMd
ที่ไปรษณีย์จะมีกล่องพอดี size มั๊ยอ่ะ 55
หรือต้องเข้าเครื่องใช้สายรัดเอา ที่อยู่ผู้ส่งแลผู้ฝากก็เขียนใส่กระดาษให้ถือไว้ (ฮา)

เอกเช้า
เราลงใต้สุดก็หนนี้แหละ หนแรก

ภาพสีน้ำคงอวดไม่ได้อ่ะค่ะ นรกมาก เอางี้ดีกว่า 555
เพราะจริงๆ แล้วการวาดกับสถานที่จริงนั้นเราว่าต้องมีประสบการณ์ขั้นสูง ซึ่งเราไม่มี
ไหนจะเหม็นขยะ ไล่แมลงวัน และยังอ่อนหัดอีก ขอเวลา 2 ปีคงได้มีภาพมาอวด ^^

น้องอะดิ๊บน่ารักจริงๆ อายุ 5 ขวบเอง พอขึ้นฝั่งแล้วพ่อแกต้องได้อุ้ม คงเพลียจากเล่นน้ำ

nanoguy
สวนสน เคยไปหนนี้หนที่สอง แต่หนแรกไม่ได้ค้างคืน แวะมาช่วงกลางวัน เล่นน้ำแล้วกลับ
หนนี้ได้เห็นบรรยากาศตอนเช้า สงบดี สวย

Ghoeby
ในบล็อกนี้ก็มีแต่รูปอ่ะ ก็คงเป็นรูปแหละที่สวย ^^

Seam - C
ภาพสีน้ำ คงอวดไม่ได้ค่ะอ่ะ
เห็นฝีมือฝีแปรงตัวเองแล้วก็ได้แต่นึกว่า ค่อยวาดเอาจากภาพที่ถ่ายดีกว่า(ง่ายกว่าและจะงามกว่า 55)

ช่วงที่ไปนี่ก็นักท่องเที่ยวพอมีค่ะ ขนาดนั้นยังรอให้คนซาๆ เดินไปที่อื่นกันก่อนแล้วค่อยถ่ายภาพ
ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่เหมือนกัน หากเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลจะให้ได้ภาพแบบเคลียๆ คงต้องรอนานกว่านี้
เข้าใจช่างภาพเลยว่ากว่าจะได้ภาพสวยๆ นี่บางที่ต้องรอเป็นวัน อย่างพวกภาพสัตว์ป่า ปลา หรือนก อะไรเทือกนั้น


โดย: renton_renton วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:14:58 น.  

 
สวัสดีครับพี่หริ่ม คือพี่วินให้ผมมาเอาไข่กับพี่หริ่มครับ พี่วินจะเอาไปทำขนม ขอซัก 4 ฟอง (ขำๆครับ)



โดย: Ghoeby วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:25:57 น.  

 
^
^
เอ่อ ... อย่าอ้างมั่วดิครับ เด๋วคุณสลิ่มงงแย่ (น้องเค้าเล่นมุกจากเรื่อง Funny games อ่า)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:21:42 น.  

 
+ แหะๆ เมื่อวานยาวไปหน่อยเลยอ่านไม่จบ วันนี้มาใหม่ ... ถ้าผมจำไม่ผิด บางจะเกร็ง เป็นชื่อตำบลมั้งครับ เพราะสมุทรสงครามมีแค่ 3 อำเภอ คือ เมือง, อัมพวา, บางคณฑี อ่า (ผมเคยเป็นเด็กแถวนั้นเมื่อนานมาแล้ว )

+ โอ้! ขับรถจากอุบลไปภูเก็ต อึดเหมือนกันนะเนี่ย (บ้านผมก็เคยขับจากลำปางลงไปภูเก็ตทีนึงเหมือนกัน ต้องสลับพลขับ 3 คนเลยอ่า ... คุณพ่อ, พี่สาว และผมเอง)

+ สวนสนประดิพัทธ์ สภาพทรุดโทรมเพราะเป็นสถานที่ราชการมังครับ เลยไม่ค่อยมีงบทำให้มันดูดี ... แต่ผมว่าผมชอบบรรยากาศของชายหาดที่นั่นนะ มันเป็นทะเลที่เย็นๆ ลมแรงๆ ไปนอนฟังเสียงคลื่นริมหาด แล้วจะหลับให้ได้เลยอ่ะครับ

+ ภูเก็ตเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ผมชอบมากๆ เลย คงเพราะความหลากหลายของแต่ละชายหาดที่บรรยากาศไม่เหมือนกันเลย และที่สำคัญคลื่นแรงได้ใจสุดๆ เล่นน้ำทะเลมันส์มากๆ อ่ะครับ

+ ถ้าใครเคยไปดำสน็อกเกิลที่สิมิลันกับสุรินทร์มาแล้ว ผมว่าที่อื่นในเมืองไทยก็จืดหมดแล้วล่ะครับ แต่พีพีจะดีตรงที่มีบรรยากาศบนบกสวยๆ ให้เสพด้วย

+ น้องอะดิ๊บนี่ โตขึ้นมาน่าจะหน้าตาหล่อเหลาเอาการทีเดียวนะครับ แลดูคล้ายพวกแขกขาว (แต่คุ้นๆ ว่าบังคลาเทศ เค้าเป็นแขกดำมิใช่ฤา )

+ อืม ... แปลกแฮะ เวลาผมไปดำสน็อคเกิล คณะที่ไปด้วยกันไม่เคยโดนหอยเม่นตำเลยแฮะ เพราะส่วนใหญ่เรือจะพาไปปล่อยตรงจุดดำน้ำที่เท้าไม่ถึงพื้นอ่ะครับ ก็เลยไม่มีการเหยียบโดนอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

+ หอยเม่น ไม่เคยโดน เลยไม่รู้พิษสงว่าเป็นไง ... แต่ผมเคยโดนน้ำพัดไปโดนเพรียงที่โขดหินอ่ะครับ เลือดซ่ก ต้องรีบขึ้นจากน้ำเลย (กลัวอ้ายหลามมา) เพรียงนี่คมสุดๆ เวลาบาดแล้วขยาดเลยอ่า

+ ผมไปกระบี่ตอนนั้นนานมากแล้ว ราวๆ อยู่ ม.ปลายได้มั้ง ทะเลแหวกยังไม่เป็นที่รู้จักเลยอ่ะครับ ดังนั้นก็เลยไม่ได้ไปชม

+ นับว่าเป็นไดอะรี่ที่บรรยากาศรื่นรมย์ทีเดียวนะครับ ไว้มาเกาะติดทริปไปเที่ยวต่อจ้า (ช่วงนี้ผมไม่ได้ไปเยือนภาคใต้นานเลย ได้ตามคนอื่นไปเที่ยวผ่านหน้าจอ ก็มีความสุขแล้วอ่ะครับ คิดถึงจัง )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:43:46 น.  

 
อิจฉาจังเลย...ได้ไปถ้ำพระนางด้วย
อยากไปจังเลย ทะเลแหวกด้วย

โห...แต่เป็นการเดินทางไกลมากๆ เลยนะคะนี่
จากอุบลฯ สู่ภูเก็ต .... เก่งจัง

เรื่องปลั๊กไปเนี้ย...เป็นเหมือนกันเลยค่ะ
พวกมนุษย์ไฟฟ้าจริงๆ ตอนหลังต้องซื้อปลั้ก
รางยาวแบบเสียบได้ทั่วโลกเลย
พกไปทุกที่เลยค่ะ 555

บรรยากาศฝนพรำที่วิวแหลมพรหมเทพ
และวิว 3 หาด ดูแปลกตาไปอีกแบบนะคะ
วันนี้ก็โดนเหมือนกลุ่มเมฆดำไล่ตามเหมือนกันค่ะ
แต่ก็โชคดีที่ไม่มีฝน

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อัพบล็อคหน้าอย่าลืมมาชวนกันนะคะ


โดย: Jiji&Kaka วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:45:29 น.  

 
"สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ดูภาพยนตร์อีก" ทำไมครับ อ่านแล้วอึ้งนะเนี่ย


โดย: Ghoeby วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:19:44 น.  

 
อ่านไดอารี่ท่องเที่ยวเพลินจิงๆ ^^ ภาพก็สวยงามมม ดูสงบแอนด์เหงาได้ใจ (แต่ก็อยากเห็นภาพน้ำเหมือนคุณ Seam - C นะ) ส่วนน้องแขกนี้ ถ้าไปเห็นอยู่ใน slumdog จะไม่แปลกใจเลยนะ (หล่อเหลาเอาการ หุหุ)

ไปรษณีย์คงไม่ส่งเราหรอก สงสัยต้องใช้เฟดเอ๊กส์ (โอเวอร์โหลด 55+) ส่วนนาโน..........เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า !!

รอตอนต่อไป ^^


โดย: BloodyMonday วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:17:51 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปันภาพสวยๆครับ

อันดามันนี่ทะเลสีเขียวสวยจริงๆ

ส่วนประจวบฯนี่บ้านผมเองครับ (อวดหน่อย อิอิ)


โดย: navagan วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:32:38 น.  

 
ตกใจหมดเลย นึกว่าพี่หริ่มจะเลิกดูหนัง เรียนที่นารีครับ แอบอวดนิดๆนะครับ ครูกับเพื่อนที่โรงเรียน และที่เรียนพิเศษบอกว่าผมน่าจะไปเบ็ญ แต่ถ้าไป ผมก็จะไม่มีเวลามาเล่นแบบนี้อีก เลือกที่ความสุขของตัวเองดีกว่า แต่ไม่นานมานี้คุณเก้าเพื่อนผมสอบเข้าได้ ก็เลยโดนเย้าะเย้ย (แอบผิดหวังเล็กน้อยครับ)


โดย: Ghoeby วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:15:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.