T A G ... T A G T A G T A G



โดน ... ได้รับคัดเลือกให้ Tag จ้า

ขอเกริ่นที่มาของ Blog Tag ก่อนน้า ก๊อบเค้ามาอีกทีอ่ะแหละ หุ หุ

Blob Tag คือ ??? เฉลยให้ ก็คือการที่ จขบ.ที่ได้รับ Tag จะต้องเล่าเรื่องของตัวเองมา 5 ข้อ แล้วส่งต่อให้เพื่อนอีก 5 คน มันคือ บล็อกลูกโซ่ หรือการแปะโป้งกันดีๆ นี่เอง ผู้เริ่มคนแรกคือ Jeff Pulver เขาเรียกมันว่า Blog-Tag: A Game for a Virtual Cocktail Party

โดนได้รับคัดเลือกเข้าแล้วค่ะ ยังความปลาบปลื้มให้เฮาเป็นอย่างสูง ขอบคุณค่ะ คุณ tk_station หรือ Tony Koon * คุณ strawberry machine gun * คุณ i_m_redangel

Tag กันสนั่นเมืองค่ะพี่น้อง…ดีจัง ดีจัง ที่เห็นทุกคนยิ้มกัน สนุกสนานกับการได้รู้จักเป็นการเปิดโอกาสให้คนได้รู้จักมุมอื่นๆ ของเพื่อนๆบล็อค อันที่จริง เราเองก็เคยคิดถึงเรื่องประมาณนี้อยู่บ้างนะ แต่ในแนวที่ว่า ส่วนใหญ่เราจะรู้จักแต่ด้านที่สร้างสรรสิ่งดี ข้อมูล ข่าวสาร และความสุข แต่ … ทำไมคนเราถึงไม่แชร์ความเศร้ากันบ้าง เราคิดเอาเองว่า คนที่กำลังเศร้าหรือมีความทุกข์ บางทีก็อาจจะอยากระบายมันออกมา ระเบิดมันออกไป เพื่อที่ใจจะได้โล่งมากขึ้น สบายใจขึ้นบ้าง น่าจะดูเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ดี ในอีกแบบนึงนะ … ก็ ..อาจจะหมายถึงตัวเองด้วยแหละ เพราะบางที ในวันที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ในวันที่โลกเปิดรูโหว่ รอดูดพลังจากคนสิ้นหวังไปสะสม แต่อีกซีกหนึ่ง โลกอินเตอร์เนต เพื่อนๆก็กำลังรอการอัพบล็อคของเราอย่างใจจดใจจ่อ ….. หนักเหมือนกันค่ะ หุ หุ ……..จ๊าก คิดไปเรื่อยเปื่อย กลับมาสู่ประเด็นของ Blog-Tag: A Game for a Virtual Cocktail Party กันดีก่า รับไปเลยค่า ^_^

Tag :: Who I am inside ?
คำเตือน … เรื่องมันยาว นะ จะ บอก ให้

ข้างนอกกับข้างในไม่เหมือนกันค่ะ ข้างนอก ปัจจุบันนี้ ทำงานตามสาขาที่ร่ำเรียนมา คือ ออกแบบตกแต่งภายใน – เป็นมนุษย์เงินเดือนตัวเท่าฟันเฟืองเล็กๆ ที่ไม่ได้ดีเด่นหรือสลักสำคัญอะไร องค์กรขาดเราเขาก็อยู่ได้ แต่เราขาดเขา ท่าจะหนักเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ ฮ่า 5 ฮ่า … ส่วนข้างใน คือหัวใจนั้น อยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ค่ะ … เมื่อก่อนอยากเป็นผู้กำกับ ทั้งๆที่ไม่รู้หรอกว่า ผกก.นั้นเขาต้องทำอะไรกันบ้าง รู้แค่ว่า ผลงานออกมาแล้วแทบจะเรียกว่ารับทั้งผิดและชอบไปเต็มๆ … ความอยาก มันก่อตัวมานาน สั่งสมมาหลายแรมปี แอบไปทำหนังสั้น เขียนบทเองเป็นตากล้องเอง กำกับเอง โดยมีเพื่อนเล่นให้ แต่ฟ้าเป็นใจที่จะมักพิสูจน์นั่นนี่อยู่ประจำ ก็เป็นเหตุให้เพื่อนเราติดสอบ ขอตัว เว้นวรรคไปเดือนนึงเดี๋ยวกลับมาเล่นต่อที่เหลืออีกราว 35% ให้ ชะรอย ข้าพเจ้าเป็นคนขึ้นๆลงๆ จนวันนี้ ก็ล่วงมาเป็นปีแล้วที่พักไว้ ก็พักมันต่อไป … เมื่อครั้งที่หนังคุณเจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล จะเปิดกล้องเรื่อง แสงศตวรรษ : Syndromes and a Century (2006) ( ตอนนู้นยังเป็นชื่อ Intimacy ) เค๊าประกาศรับสมัครตำแหน่งผู้ช่วยนั่นนู่นนี่ ตอนนั้นตั้งใจว่าถ้าเค๊ารับ ก็จะลาออกจากงานทันที ให้ไปทำอะไรก็ได้ ขอให้อยู่ในกองถ่ายหนัง … แต่ พอโทรไปสอบถาม ปรากฏว่าเค๊ายกกองกันไปที่ต่างจังหวัดแล้ว ถ่ายไปได้ 10 ฉากแล้ว… คนเค๊าเพียงพอแล้ว … เศร้ามากๆครับพี่น้อง ในตอนนั้น เราเจอกัน..ช้าไป...และ.... แรงสุด เมื่อต้นปี 49 ติดต่อและขอความอนุเคราะห์จากพี่ที่ (พึ่ง) รู้จัก (ไม่นาน) พี่เค๊ามีบริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์อยู่ เราเลยขอไปเลียบๆเคียงๆ โดยตัดสินใจลาออกจากงาน … ได้ลูบๆคลำๆอยู่แว๊บๆ * สลับกับที่ บริษัท ฟิล์ม แฟคตอรี่ ( หมานคร , เปนชู้กับผี ฯลฯ ) เปิดรับหลายตำแหน่ง ก็ไปสมัครตำแหน่ง โปรดัคชั่นดีไซน์ วันประกาศผลสัมภาษณ์หลังส่งงาน พี่เค๊าให้กำลังใจว่า คุณติด 1 ใน 7 นะ …แต่เค๊ารับ 5 คน เราเป็น 1 ใน 2 ที่เขาต้องกล้ำกลืนจำใจคัดออก หุหุ สะริแล้ว 3 เดือน ที่ว่างงาน ตั้งใจวิ่งไล่ล่าตามหาความฝัน ฝันในวันที่เด็กๆน้องๆเค๊าเรียนฟิล์มกันมาล้นบ้านล้นเมือง … คงได้หรอก

วันนี้ ก็ยังอยากเหมือนเดิมนะ ใครสนใจแรงงานไทยตาดำๆคนนี้ ติดต่อได้หลังไมค์ค่ะ

Tag :: In The name of Brother
renton_renton … ชื่อล็อคอินของ จขบ. มาจาก renton ( เรนตั้น ) ชื่อของตัวละครเอกของเรื่อง Trainspotting (1996) หนังจาก UK สหราชอาณาจักร หนังสุดที่จะรักของจขบ. อันนำแสดงโดยพี่ชายหนูเอง Ewan McGregor ( เกิดเดือนเดียวกันด้วยน๊า คือมีนาคม แลวันที่ ก็ห่างกันวันเดียวเอง หุหุ ) * ประทับใจในความเก๋ไก๋ของการนำเสนอ ทั้งด้านภาพและเนื้อหา ฮาแสบๆ แล้วทำไมต้อง 2 เรนตั้นอ่ะหรอคะ ก้อ…ใช้ renton เดียวแล้ว บล็อคแก็งค์แจ้งว่ามีคนใช้ไปแล้ว ผิดหวังมากค่ะตอนนั้น ( แค่ตั้งชื่อเนี่ยแหละ หุหุ ) เลยหันไปใช้ชื่อ octavio ตามชื่อพี่ชายอีกคน Gael Garcia Bernal จากหนังเรื่อง Amores Perros ( 2000 ) แต่ทนแรงดันในใจไม่ไหว เลยไปหา ID มาล็อคอินใหม่ เลยได้ชื่อ renton_renton ดังประสงค์ค่า

Tag :: Think Tank
เป็น…มนุษย์ที่คิดมากกว่าพูดค่ะ ( ไม่รวมตอนระบายความในใจกับเพื่อนสนิทละกัน ) ชอบคิด บางทีคิดเองเออเอง บางทีคิดมาก บางทีคิดน้อย คิดถูกบ้างผิดบ้าง ไม่ค่อยตอบโต้คำพูดเสียดใจ ..รู้..ว่าจะตอกคืนอย่างไรอยากพูดตอกให้หน้าหงาย แต่..มันก็พูดไม่ได้

เรื่องที่เล่าๆเม้าท์ๆอยู่ก่อนหน้าบล็อคนี้ ท่านจะไม่ได้ยินหรือรับรู้แน่ถ้าให้เรามานั่งเล่าให้ฟัง…พูดมากๆ มันเหนื่อยน่อ ^_^



Tag :: Like A Child
ตอนเด็กๆ สนามเด็กเล่นคือสวนหย่อมของโรงพยาบาลใกล้บ้าน ( โรงพยาบาลประจำจังหวัด พื้นที่ 27 ไร่เศษ และเป็นโรงพยาบาลเขตด้วย ( จังหวัดรอบๆอุบลฯ 3-4จังหวัดก็ส่งผู้ป่วยมารักษาที่นี่ ) เลยใหญ่โตและกว้างขวางเป็นพิเศษ ) มีหลายจุด หลายที่ให้วิ่งเล่น เลยไม่กลัวโรงพยาบาล ไม่กลัวเข็ม ไม่ (ค่อย) กลัวห้องเก็บศพ (เท่าไหร่) เห็นเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นที่คลุมโปงใครสักคนผ่านอยู่บ่อยๆ เวลาวิ่งเล่นเดินเล่นบนตึกผู้ป่วย เห็นญาติมาเยี่ยมผู้ป่วย ก็สงสารเค๊า ทุกคนเศร้าๆกันทั้งนั้น ทั้งผู้มาหาและผู้นอนอยู่บนเตียง

เลยคิด อยากจะนอนโรงพยาบาลบ้าง คิดแบบจริงจัง ว่าจะเจ็บยังไงดีถึงจะได้นอนโรงพยาบาล เอาประมาณแขนหัก( ยังใจไม่ถึงที่จะคิดเรื่องให้เจ็บแรงกว่านี้ ) เข้าเฝือกแต่จะนอนโรงบาล ถ้าหมอให้กลับบ้าน ก็จะขอแม่ ให้คุยกับหมอ เพราะแม่เป็นพยาบาลที่นี่ คงรู้จักหมอเยอะ อยากนอนซัก 2-3วัน … จุดประสงค์คือ อยากรู้ว่าจะมีใครมาเยี่ยมบ้าง เชื่อว่าคนที่มาเยี่ยม เค๊ามากันด้วยใจ มาด้วยความรัก เลยอยากรู้ว่าจะมีใครกันบ้าง ที่เป็นห่วงเป็นใยเรา…

เหลืออีกหนึ่ง ... เดี๋ยวมาต่อนะคะ

Last Update : 12 มกราคม 2550 1:22:58 น.

ต่อ … แต่ไม่ต๋องนะ หุหุ

Tag :: The Letter
จดหมายฉบับหนึ่ง..ที่อ่านทุกปี ปีละสองครั้ง คือช่วงปีใหม่ และช่วงสงกรานต์
เพราะเป็นช่วงที่เดินทางกลับไปอยู่บ้าน เวลากลับบ้าน ก็มักจะไปเก็บไปกวาด รื้อนู่นรื้อนี่ในห้อง ( เก่า ) ตัวเอง และก็มักจะเปิดลิ้นชักโต๊ะที่ซุก " ใจ " เสมอ ในนั้นมีจดหมายเก่าๆ เพียยยยยบ ตั้งกะสมัยเข้ามากรุงเทพใหม่ๆ แม่เขียนมาหา ทั้งพี่และน้องรวมทั้งเพื่อนเขียนมาเล่าสารทุกสุขดิบ กระดาษเก่าจนเหลือง บางฉบับก็พรุนเพราะแมลงมางับเล่น ..แต่เก่าเละเหลืองเปื่อยยังไงก็ทิ้งไม่ลงค่ะ .. มีอยู่ฉบับนึง เมื่อหยิบมาอ่านทีไร บรรยากาศรอบๆตัวจะเปลี่ยนไปและก็จะมีภาพของเจ้าของลายมือยุกยิกคนนั้น มานั่งอยู่ฟากกะโน้นด้วย ประกอบการอ่าน … เนื้อความ เค๊าเล่าถึงความมีน้ำใจของเรา เค๊ารู้ว่าเราคิดอะไรกะเค๊า แต่ ..เค๊าก็...ให้เราได้แค่เพื่อน……….ที่สำคัญ คือ ในจดหมายนั้นเค๊ายังเล่าถึงความเป็นอยู่ในครอบครัวของเค๊า เล่าถึงการที่เค๊าต้องกลายร่างเป็นกระสอบทราย ให้พ่อได้ฝึกออกหมัด…และ..อีกมากมาย

ก็แค่ดีใจที่เค๊าเล่าความทุกข์ให้เราฟังอ่ะค่ะ อย่างน้อยเราก็ได้รับความไว้วางใจ อย่างน้อยเราก็เคยเข้าไปอยู่ในความคิดของเค๊า..เลย..ประทับใจไม่รู้ลืมค่ะ

เศร้าแบบดับเบิ้ลพ้อยท์ หุหุ …อ้อ..ปอลอ ..เค๊าเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลชายประจำโรงเรียนด้วยน๊า สาวๆงี้ กรี๊ดตรึม ไปแข่งที่ไหนที่ไหน เราและเพื่อนก็จะตามมมมมมมไปเชียร์ไปกรี๊ดดดด ประมาณว่าประกาศศักยภาพว่า คนของ(โรงเรียน)ชั้น พวกหล่อนน่ะ ถอยไปเลยนะ

ไม่รู้ว่าใครทันอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง ลูกสาวซาตาน บ้าง " มาคาเบะ ชุน " บุคลิกและหน้าตาเค๊า ยังไงก็ยังงั้นเลยค่ะ

แถม อีก tag tag

Tag :: Psycho
Psychology & Philosophy สนใจ อยากศึกษา เพราะเข้าใจว่าตัวเอง ลุ่มหลงในการพิเคราะห์พฤติกรรมผู้คน โดยเฉพาะตัวละครในหนัง ที่ เราเห็ว่าเขาผิดแผกไปจากเรา เช่นคนที่เราเรียกว่าบ้า คนที่เราเรียกว่าฆาตกร คนที่เราเรียกว่าเลว ฯลฯ รวมทั้งความหมายของการดำรงชีวิต วิธีคิดแบบเซน ..

หากเพื่อนบล็อคท่านใดจะช่วยแนะนำหนังสือที่เกี่ยวกับทางด้านนี้ ก็จักขอขอบคุณอย่างเป็นอย่างมากค่ะ

และ

Tag :: Lover by Number
เฉพาะที่โรงภาพยนตร์นะ

Titanic :: 13 รอบ
Romeo & Juliat :: 4 รอบ
Blood Diamond :: พึ่งจะ 3 รอบเอง .. ยังมีเวลาไปหากันได้อีกอีกหลายวัน หุหุ
Brockback Mountain :: 10 รอบ
เด็กเสเพล :: 11 รอบ
18 ฝน คนอันตราย :: 8 รอบ
ผีหัวขาด :: 11 รอบ
อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม :: 13 รอบ

ยอมรับว่า เป็นคนไม่ปกติค่ะ 5 5 5+
.
.
มีหลายๆคนที่เราอยากจะแท่ก แต่ก็พอจะได้อ่านไปแล้วบ้างก็มี
และสำหรับ 5 ท่าน ที่ จขบ.ขอแท่ก แท่ก แท่ก Tag ต่อคือ

น้าพล แค่เพียงรู้สึกสุขใจ :: เพราะ :: น้าเค๊าเป็นกูรูหนังนอกกระแสและมีมุมมองที่อ่านแล้วก็เหมือนเป็นการชี้ทางสว่างให้เรา ก็เลยอยากรู้ว่าน้าเค๊ากินข้าวกับอะไร จะได้ไปหามากินบ้าง อยากเก่งทางลัดน่ะ หุหุ

อาเจ้ unwell ที่หายหน้าหายตาหายหนวด ไปไหนไม่รู้ อยากรู้จักฟามลับของแม่นางมาก ขอ 20 ข้อเลยนะ และ ... หวังว่าคงสบายดีนะจ๊ะ ขอให้สบายดีจ้า

BloodyMonday :: เพราะ :: เก่งภาษาอังกฤษ อย่างที่เราจะเป็นบ้าง เผื่อจะบอกเคล็ดลับวิชาภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียวให้เราอ่าน ทีสำคัญ ชอบดูหนังอื่นๆ นอกกระแสเป็นหลักเหมือนกัน

คุณ goldfish memory :: เพราะ :: ภาษาเขียนที่มาจากใจเศร้าๆนั้น โดนข้าน้อยยิ่งนัก อยากรู้จักกันมากกว่านี้ค่ะ

คุณ nanoguy :: เพราะ :: มีความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังแต่ละเรื่องได้จี๊ดมาก เลยอยากรู้จักมากขึ้น มากกว่านี้อ่ะค่ะ







Create Date : 11 มกราคม 2550
Last Update : 13 มกราคม 2550 8:15:24 น. 42 comments
Counter : 742 Pageviews.

 
ตามมาอ่านแล้วครับ

แหม่.....เรื่องแรกยังน่าสนใจขนาดนี้
รีบเขียนเรื่องต่อไปเลยครับ กำลังสนุก
พยายามเข้านะครับ เพื่อความฝัน
ผมเชื่อว่าวันนึงคุณต้องทำได้

ปล.สมัยเรียนมหาลัย เคยร่วมทำละครเวทีเล็กๆกับเพื่อน
สัมผัสได้ถึงความสนุกของคนทำงานด้านนี้จริงๆ


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:22:22:26 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ได้งานที่ฝันไว้เร็วๆ นะครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:22:43:20 น.  

 
มาอ่านความลับค่ะ เอ ทำไมมีเรื่องเดียวล่ะคะ รอเรื่องต่อไปอยู่นะคะ ขอให้ได้ทำงานเกี่ยวกับหนังสมในนึกนะคะ


โดย: the Vicky วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:22:48:42 น.  

 
มีความฝันและมุ่งมั่น เชื่อว่าวันหนึ่งอาจจะมีโอกาสและได้ทำตามความฝันนะค่ะ ...

ฝันให้จริงจัง ให้ไกล และรอโอกาสนะคะ ...

โห เห็นด้วยเลยค่ะว่าเรื่องแรกก็มันส์แล้ว ... เรื่องต่อไป ไม่พลาดแน่นอนค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:22:54:11 น.  

 


มาอ่านความลับที่ไม่ลับแล้วตอนนี้


โดย: icebridy วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:22:56:03 น.  

 
รออ่านอีก4เรื่องค่ะน้อง



โดย: keyzer วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:23:06:23 น.  

 
นี่คือเหตุที่คุณrentonชอบดูหนังติดตามหนังก็เพราะความฝันที่อยากจะทำงานเกี่ยวข้องกับทางด้านภาพยนต์นี่เอง ถึงแม้จะยังไม่มีโอกาสในตอนนี้แต่สิ่งที่คุณrentonได้ทำอยู่ทุกวันนี้คือแนะนำหนังดีๆให้เพื่อนๆชาวบล็อกได้อ่านและติดตามไปดู เราถือว่าคุณได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับภาพยนต์แล้วล่ะ แต่ความฝันจะเป็นจริงเมื่อไหร่นั้นเราหวังว่าโอกาสนั้นคงมาถึงคุณในไม่ช้านี้นะค่ะ เป็นกำลังใจให้

ปล. (ทำไมมีปล.ทุกที 555) ลองสมัครไปทางบริษัทลูกของmatchingดูสิค่ะคุณrenton ชื่อบริษัทGear Headอ่ะ หรือไม่ก็ฟีโนมิน่า บางทีอาจจะมีตำแหน่งที่คุณrentonต้องการและเค้าก็ต้องการคุณrentonก็ได้นะ ^ ^


โดย: i_am_redangel วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:23:54:33 น.  

 
โอ้ว คุณrenton มีความฝันเกี่ยวกับหนังคล้ายๆกับผมเลย
เพียงแต่ฝันของคุณอาจจะดราม่า ส่วนของผมมันแบล็คคอเมดี้
ว่าแต่ไม่แท็กใครต่ออีกเหรอครับ

ปล.จะเข้ามาตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่ยังทำใจกับการที่หงส์กลายเป็นแมงกะพรุนไม่ได้


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:0:51:47 น.  

 
หุ หุ

ส่งต่อไม้แท่ก Tag แว้วววจ้า

ส่วนเรื่องเรานั้น ขอ กั๊กไว้อีกหนึ่งค่ะ เดี๋ยวมาต่อ ตอนนี้ก็ได้เวลาเข้าเฝ้าพระอินทร์แว้ววว เด๋วเจอกันใหม่ค่า



โดย: renton_renton วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:1:44:14 น.  

 
โห เรื่องงานนี่ทุ่มเทมากๆ ขอกราบทีนึง

ปล. Code Unknown เป็นหนังที่เราชอบที่สุดของ ฮาเนเก้ หนังเรื่องนี้ควรมีชื่อไทยว่า "ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน"


โดย: merveillesxx วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:2:55:16 น.  

 
โธ่..อยากรู้ว่ากินอะไร หลังไมค์มาถามก็ได้ครับ

renton โดน 3 เจ้า ก็ต้อง 15 ข้อสิ ใช่ป่ะๆ


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:5:59:33 น.  

 
น้องเรนจัง ... พี่อ่านเรื่องแรกแล้วประทับใจในการ "วิ่งตามความฝัน" ของน้องนะ
ขอให้น้องสามารถวิ่งไล่ทันความฝันได้สำเร็จ ... วันหนึ่งวันใดในอนาคตอันใกล้นี้

ส่วนเรื่องโรงพยาบาล ... พี่เพิ่งเข้าใจล่ะ ว่าทำไมน้องถึงได้ชอบหนัง "ดุเดือดเลือดกระฉูด" อิอิ


ป.ล. เรนจังรู้จักร้านอินโดจีนที่อุบลฯ นะ พี่เคยไปกินหลายครั้ง
ร้านเขาขึ้นป้ายอาหารว่า "แนมเหนือง" ไม่ใช่ "แหนมเนือง" นะครับ
พี่เคยถาม เค้าบอกว่าความจริงต้องเป็น "แนมเหนือง" แต่คนมาเรียกเพี้ยนไปเองอ่ะ
ไม่รู้จริงป่าวนะ ... สาวเมืองดอกบัวลองช่วยพี่หาคำตอบหน่อยดิ๊ครับ


โดย: สะเทื้อน วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:8:21:59 น.  

 
โอ๊ะโอ๋ รู้ที่มาของชื่อ 2 เรนทอนแล้ว ว่าแต่ผมบ่เคยดู Trainspotting เลยเน้อ

มีกี๊กไว้หลายรอบนะเนี่ยะ เมื่อคืนแอบมาโผล่ดูรอบนึงแล้ว เห็นมาแค่ข้อเดียว เลยยังไม่ได้เม้นท์ แหม วันนี้นึกว่าจะมาหมดแล้ว

ขอให้ได้ทำงานเกี่ยวกับหนังสมใจนะคร้าบบบบบ


โดย: strawberry machine gun วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:10:47:24 น.  

 
เขียนแล้วนะครับ


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:0:25:43 น.  

 

ที่เคยกั๊กไว้อีกหนึ่ง tag ... อั๊พแล้วค่า




โดย: renton_renton วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:7:42:43 น.  

 
ตามมาอ่านต่อแล้วคร้าบบ

เรื่อง 2 - ที่มาของชื่อคล้ายๆกันเลย ต่างกันตรงที่ชื่อผมจะมาจากชื่อจริงของดาราคนนั้นเลย 55555
เรื่อง 4 - โอยยย...การนอนอยู่บ้านนั้นดีที่สุดแล้วครับ อย่าคิดไปนอนโรงพยาบาลเลย มันทรมานนนน
เรื่อง 5 - อ่านแล้วประทับใจดีครับ



โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:10:09:26 น.  

 
กรี๊ดดด

คนๆ นั้นเหมือนชุนเหรอออออ

โอ้ว..เข้าใจอาการเลยค่ะ เป็นเราคงกรี๊ดเช่นกัน



มาทำความรู้จักให้มากขึ้นนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:10:30:49 น.  

 
เพิ่งรู้นะครับว่าชื่อคำว่า renton_renton มาจากไหน


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:11:48:24 น.  

 


คุณ Tony KooN
เราได้รู้จักกันมากขึ้นแล้วเนอะ ^_^

คุณ เข็มขัดสั้น
ขอบคุณค่า สำหรับกำลังใจในการไล่ล่าฝัน ^_^

คุณ Vicky
ขอบคุณค่า สำหรับคำแนะนำดีดี ^_^

คุณ icebirdy
ขอบคุณค่าที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนกัน

พี่ keyzer
อ่านครบ 5+2 รึยังค๊า ^_^

คุณ นางฟ้าสีแดง
ขอบคุณค่าสำหรับคำแนะนำและกำลังใจที่มีให้เรา ขอบคุณจิงๆจ้า


คุณสตรอเบอรรี่บางวัน
ตามไปอ่านแล้วค่า อย่างน้อยเราก็มี1 อย่างคล้ายกัน และ 1 อย่างเหมือนกันเนอะ หุหุ เด็กหงส์นี่ เวลาช้ำก็ช้ำพอกันเลย

คุณเมอร์
Code Unknown เราก็ชอบ แต่ถ้าให้เลือกจริง ชอบ the piano teacher กะ funny game

พี่ สะเทื้อน
ขอบคุณค่ะสำหรับคำอวยพรเรื่องล่าหนังเอ้ย! ล่าฝัน
ส่วนเรื่องร้านอินโดจีน เคยเข้าไปเจี๊ยะนานมาแล้วค่ะ ส่วนใหญ่เวลากลับบ้าน พี่ชายจะเป็นคนซื้อเข้ามากินกันเองที่บ้านค่ะ เลยจำไม่ได้จริงๆว่าในเมนูอาหารเขาเขียนว่าอย่างใด
แต่ลองถามน้อง ที่เค๊ามีเพื่อนที่มีเชื้อสายเวียดนาม และที่บ้านเค๊าก็ทำขาย เค๊าก็ออกเสียงว่าแหนมเนือง นะคะ หรือว่าแต่ละเมืองออกเสียงไม่เหมือนกันกระมัง หุหุ

คุณ ปืนกล
ขอบคุณค่าสำหรับคำอวยพร สาธุ๊ สาธุ๊ ขอให้เป็นไปตามนั้นเร็วๆเลยค่า

น้าพล
15 ข้อ ก้ออยากเขียนนะคะ หุหุ แต่เอาแค่ 7 ละกันค่ะ ^_^
ละก้อ...ตามไปเก็บฟามที่เคยลับมาแล้วค่า ใจดีจัง มา 10 ข้อเลย หุหุ

คุณTony KooN อีกที
เรื่องแขนหัก มันก็แค่คิดอ่ะค่ะ เพราะก็ไม่รู้จะต้องตั้งใจทำยังไงมันถึงจะหัก 5 5 5

คุณสาวไกด์ใจซื่อ
ถ้ารู้จัก มาคาเบะ ชุน ล่ะก้อ เรารุ่นๆกันเลยนะเนี่ย
( เขาเรียก การ์ตูนฟ้องอายุ 5 5 5+ )

คุณJohan sebastian Bach
ใช่แว้ววค่ะ ขอหยิบยืมมาจากตัวละครในหนังน่ะเอง ^_^



โดย: renton_renton วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:13:00:51 น.  

 
แวะมาทักวันเด็กครับ


โดย: ทัน (ราม-ไทย-จีน ) วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:14:42:20 น.  

 
อุ๊ย โดนแท่ก...
อัพอะไรดีล่ะเนี่ยยยยย


ปล.. หนูอยากดู Code Unknown ง่า โฮๆๆๆ หาที่หนายก๊า~~~~~


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:16:00:46 น.  

 
เขียนแย้วนะกั๊บ ^^


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:18:02:30 น.  

 
ตามมาอ่านต่อจนจบค่ะ ... เหมือนดังมีหลายๆ ภาคเลย
มาอ่านแล้วก็ต้องตามอ่านให้จบ แต่จะจบเมื่อไหร่ไม่ใช่
ประเด็น แต่ขอให้ได้ตามอ่าน"จนจบ" ...

เรื่องของการเจ็บป่วยเพราะอยากรู้อะไรบางอย่าง คิดแล้ว
ก็ขำดีจริงๆ ค่ะ เพราะเป็นความคิดแบบเด็กๆ เหมือนกัน
เน๊อะ แบบว่าตอนนั้นงไม่ได้คิดเรื่องเจ็วป่วย เจ็บปวด
ทรมาน คิดแค่ว่าทำเพราะประสงค์อย่างนั้นอย่างเดียว ...

อย่างเราเองค่ะเมื่อก่อนนี้เห็นคนใส่แว่นเท่ห์ๆ เลยอยาก
เท่ห์อย่างเค้าบ้าง ทำทุกกระบวนการที่จะทำให้เราสายตาสั้น
เช่น ดูทีวีใกล้ๆ อ่านหนังสือในที่แสงไม่พอ เอามันทุกอย่าง
ทีนี้ถอดใจค่ะเลยเลิกตั้งใจแบบนั้นไปแระ แต่หารู้ไม่ว่าไอ้
ที่พยายามมาเรื่อยๆ คือมันเลยติดนิสัย อ่านหนังสือที่ไม่ค่อย
มีแสง ดูทีวีก็นั่งใกล้โดยอัตโนมัติ ผลก็คือสายตาได้สั้นจริงๆ
ด้วย เอิ๊กส์ๆ ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือว่าเสียใจดีค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:20:33:24 น.  

 


คุณ ทัน
ขอบคุณค่าที่แวะมาทักทาย วันเด็กมิได้ไปไหนเลยค่า

คุณnanoguy
เดี๋ยวตามไปอ่านแน่ค่า ส่วน Code UnKnown นั้น เดี๋ยวเราให้เวปพี่คนนั้นนะ รับรองมีทุกอย่าง ตามต้องการจ่ะ

คุณJiwnid
เราพึ่งจะมาเห็นว่าตัวเองลืมตอบคุณนิดไปในล็อตแรกอ่ะ หลงๆลืมๆซะแว้วววเรา หุหุ

ฮั่นแน่ ที่แท้เราก็คล้ายๆกันเลยเนอะเรื่องคิดอะไรแบบเด็กๆเนี่ย




โดย: renton_renton วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:21:03:43 น.  

 
โห...เห็นจำนวนรอบแล้ว...


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:3:57:06 น.  

 
อ่านแล้วเรามีอะไรหลายๆอย่างคล้ายกันนะครับเนี่ย อย่างเรื่องแรกเนี่ยก็แบบว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับหนังมากๆ แต่ตอนเอ็นดันติดเศรษฐศาสตร์ ก็เลยมาเป็นนักวางแผนน่าเบื่ออย่างทุกวันนี้ ที่ทำได้ก็แค่เขียนวิจารณ์หนังลงบลอกเท่านั้น

ชอบ trainspotting มากเหมือนกันครับ ข้อนี้น่าจะรู้แล้วมั้งครับ

แล้วเราก็ "จิต" คล้ายกันด้วยอ่ะครับ

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:11:33:59 น.  

 
มีพี่ชายคนเดียวกับผมซะด้วย


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:11:53:27 น.  

 
***
.. สวัสดี จ๊ะ Renton
..
..
..
..

ทักทายน๊า ..
..
..
..


โดย: bs* IP: 203.118.123.147 วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:17:02:15 น.  

 
มาอ่านข้อที่เหลือของคุณrentonแล้วได้รู้มุมมองความคิดของคุณrenton และได้ข้อสรุปเหมือนกับที่คุณ rentonบอกไว้ในข้อที่เป็นคนคิดมากกว่าพูด เห็นจะจริงอย่างที่อบก แต่คิดแล้วถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือได้ดีทีเดียวล่ะ

ปล. ทันมาคาเบะคุงนะ แต่ที่อ่านรู้สึกว่าไม่ได้ใช้ชื่อเรื่องว่าอย่างงี้เพราะเห็นหลายสำนักพิมพ์เอาไปพิมพ์แล้วเปลี่ยนชื่อไปมา ไม่แน่ใจว่าได้อ่านตอนจบหรือเปล่า แหะ นานเกิน


โดย: i_am_redangel วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:0:15:51 น.  

 
เฮือก !! ยาวมาก ไว้มาอ่านพรุ่งนี้ครับ


โดย: ShadowServant วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:3:47:52 น.  

 
คุณทำงานสายหนังได้สบายอยู่แล้ว
เป็นกำลังใจให้นะครับ


โดย: pnottimez วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:13:36:17 น.  

 
โอ เรามีอะไรคล้ายกันเหมือนกันนะ
เรียนออกแบบตกแต่งภายในมาเหมือนกันค่ะ ทำงานด้านนี้ได้สองปี แล้วไม่ไหวนะ รัก แต่ว่าไม่ชอบที่งานมันจบยากมาก

เรื่องที่ออกจากงานแล้วไปสมัครทำงานให้พี่เจ้ยนี่แอบทึ่ง เป็นเรา เราคงไม่กล้าทำ
อาจจะเป็นเพราะเคยลองทำแล้ว เลยรู้ว่าเราไม่ได้ชอบงานที่ออกไปกองถ่ายมากมายนัก

ยังไงเป็นกำลังใจให้นะคะเรื่องงาน ขอให้ได้งานตามที่ฝันไว้ ตอนนี้พักผ่อนดูหนังไปก่อน :)


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:3:24:40 น.  

 
อ่านมาถึงข้อสุดท้ายแล้ว...จะว่าไงดี

ผมเรียนเมเจอร์จิตวิทยา ไมเนอร์ปรัชญา 4 ปียังไม่จบ แถมยังเรียนตัวไมเนอร์ได้ดีกว่าตัวเมเจอร์อีก เอ้า !

หนังสือปรัชญา ผมแนะนำ ปรัชญาชีวิตของ Jean Paul Sartre ครับ ถ้าชอบแขนงอื่น ๆ ผมไม่ค่อยรู้นะ อ่านแบบมั่ว ๆ จำไม่ค่อยได้ ปรัชญากรีกลองหา ซิมโปเซียม กับ ไครโต ดู

ส่วนจิตวิทยานี้ เคยอ่านแต่หนังสือเรียนมัน กับประวัตินักจิตวิทยาบางคนเท่านั้นเอง (เคยอ่าน "ฉีกหน้ากากฟรอยด์" สะใจโคตร บิดาจิตวิเคราะห์ที่ Overrate กันดีนัก ถูกชำแหละซะแล้ว) ผมชอบทฤษฎีของจุง (อาจค้าน ๆ บ้างในบางประเด็น) มาสโลว์ (เช่นกัน) ที่สุดยิดเลยคือ อิริก ฟรอมม์ ครับ




ถ้าอยากรู้เรื่องคนไข้ ลองอ่านการ์ตูน Say Hello to Black Jack เล่ม 11-13 ดูครับ


โดย: ShadowServant วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:1:55:45 น.  

 
เรื่อง Psychology & Philosophy สนใจอ่านแบบปูพื้นและครอบคลุมมั้ยครับ

ผมแนะนำ "โลกของโซฟี" ของ โยสไตน์ กอร์เดอร์
เป็นนิยายที่อธิบายปรัชญาและหลักจิตวิทยาให้เข้าใจได้ง่ายๆ ผ่านบทสนทนาของตัวละคร

ที่สำคัญคือ ไล่เรียงตั้งแต่ยุคเทพ กรีก บาโรค เรอเนสซองส์ เอนไลทเมนต์ โรแมนติค มาถึงปัจจุบัน
ครอบคลุมทุกสำนัก+นักคิดคนสำคัญ ตั้งแต่โสกราติสยันฟรอยด์

อ่านสนุกมาก โดยเฉพาะถ้าเราสนใจอยากรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

คบไฟพิมพ์ขายหลายครั้งแล้วครับ น่าจะยังหาซื้อได้อยู่


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:3:44:47 น.  

 
คุณ เรนตัน เคยอ่าน สิทธารถะ ของ แฮร์มาน เฮสเส ไหมครับ

ถ้ายังไม่เคย ผมแนะนำ..

ที่จริงอยากจะบอกว่า พระพุทธเจ้า เป็นผู้แตกฉานเรื่อง "จิต" ที่สุด ยิ่งกว่านักจิตวิเคราะห์คนใด

นับถือหัวจิตหัวใจ ในการตามล่าความฝันนะครับ
เอาใจช่วยให้โอกาส มาถึงโดยเร็ว

ผมอยากทำหนังเหมือนกัน แต่ไม่อยากเป็นผู้กำกับ ผมอยากตัดต่อ

ประเทศไทย มีบริษัททำหนังที่ดีไม่มาก แต่บริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ ดีๆ หลายแห่ง

ลอง search ใน google แล้วเดินลุยไปสมัครเลยครับ


โดย: aston27 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:0:23:50 น.  

 
มาเยี่ยมงับ

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:11:26:55 น.  

 
อิจฉาพี่ renton ตามหาฝันจนเจอถึงจะยังไม่ได้ทำ แต่เราสิ...ไม่รู้เลยว่ามันไปตกไปหล่นอยู่ที่ไหน

ตอนจบประถมเคยเขียน จม. หาหนุ่มที่ปิ๊งค่ะ หลายหน้ากระดาษ A4 เลย เอาที่อยู่มากจากหนังสือรุ่นนั่นแหละ ส่งไปแบบนิรนามนะ ไม่รู้ป่านนี้เค้าหายหลอนยัง


โดย: Thebrightestsunisthepurestgun วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:23:38:59 น.  

 
แวะมาเยี่ยมแล้วมาฝากดูบล็อกด้วยนะครับ...ช่วงนี้ติดสอบเลยไม่ว่างอัพบล็อกเลยครับ......อิอิ
*ราม-ไทย-จีน*


โดย: ทัน IP: 58.8.105.165 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:7:47:20 น.  

 
อ่านรายชื่อหนังที่ดูซ้ำแล้วผิดคาดอย่างแรงแฮะ นึกว่าเข้าผิดบล็อก


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ IP: 58.9.18.163 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:14:24:53 น.  

 


ขออภัยด้วยนะคะ ว่าช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆบล็อคเลย ... ไม่รู้จะโทษอะไรดี ก็โทษตัวเองเนี่ยแหละ หุหุ


คุณ Holden Caylifield
ถูกใจตรง จิต คล้ายๆกันเนี่ยแหละค่ะ อิอิ

คุณ เจ้าชายไร้เงา
ดีจัง ... ที่แท้เราก็เป็นพี่น้องกันนะเอง ... ว่าแต่ ทำไมต้องร้องไห้ด้วยอ่ะ ..

คุณ นางฟ้าสีแดง
รู้สึกจะมีอีกชื่อมั๊ง ครอบครัวซาตาน -- ประมาณนี้รึปล่าวคะ ... ส่วนตอนจบนี่ จำไม่ได้จริงๆค่ะ เอาไว้ถ้าได้ไปรื้ออ่านแล้วจะมาเล่าอีกทีละกัะนนะคะ อิอิ

คุณ pnottimez
ขอบคุณค่า สำหรับกำลังใจ และความเชื่อมั่น...

คุณ DropAtearInMyWineGlass
เห็นด้วยค่ะว่างานตกแต่งภายในมันจบยากมาก จุกจิกและกินเวลา ...
และขอขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ

คุณ ShadowServant
ขอบคุณค่า สำหรับหนังสือที่แนะนำ
ไปถามบางร้าน "ฉีกหน้ากากฟรอยด์" เค๊าบอกส่งคืนสำนักพิมพิ์แว้ววอ่ะ .. แต่กำลังตามต่อไปต่อไปค่ะ
และเรื่องการ์ตูน จะรีบไปหามาอ่านเลยค่ะ ท่าทางน่าสนุก

น้าพล
ขอบคุณค่า ที่แนะนำหนังสือ โลกของโซฟี
ไปถามแล้วเหมือนกันค่ะ เค๊าบอกหมด หุหุ แต่ ก็พึ่งถามไม่กี่ร้านเองอ่ะค่ะ น่าอ่านจังฟังจากที่น้าบรรยายมา
.. จะหามาอ่านให้ได้ค่ะ ..

คุณ aston27
ขอบคุณค่าสำหรับคำแนะนำดีดีหลายๆอย่าง
สิทธารถะ ของ แฮร์มาน เฮสเส ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ จดชื่อไว้แล้ว แล้วจะไปหามาอ่านแน่ๆค่ะ
งานทางด้านตัดต่อก็น่าสนใจค่ะ น่าสนุกดี เคยเข้าไปดูเค๊าทำเหมือนกันค่ะ แต่เป็นงานโฆษณาน่ะ
ส่วนเรื่องความฝัน หลังจากง่อนแง่นอยู่พักนึง ก็รู้แล้วอ่ะค่ะ ว่าตัวเองไม่เหมาะกับการกำกับ ไม่อยากกำกับแว้วอ่ะค่ะ อยากทำด้านอาร์ต กำกับศิลป์ หรือโปรดัคชั่นดีไซน์ ประมาณนั้น ละก้อ เขียนบท ค่ะ

คุณ นุ่น
เราเองก็เชื่อว่าคุณนุ่นก็มีความใฝ่ฝันเหมือนกัน ก็เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ^_^
เอ่อ..เรื่องเขียนจดหมายนี่ เอ4 หลายหน้าเลยเหรอคะ หุหุ เค๊าเรียก ..รายงานหัวใจล่ะม๊างอย่างนี้อ่ะ 5 5 5+

คุณ ทัน
ด้วยความยินดีค่ะ

คุณ ลูกสาวโมโจโจโจ้
หุหุ ไม่ผิดหรอกค่ะ เป็นบล็อคนี้เนี่ยแหละค่ะ อิอิ



โดย: เรนตั้นคนเดิม :: ไม่ได้ล็อคอินอ่ะ IP: 124.120.3.10 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:7:44:35 น.  

 
หลายหน้าจริงๆค่าแต่เขียนตัวใหญ่เท่าหม้อแกง เพราะปลอมลายมือเขียนจากหางไปหัว

เด็กเนอะ


โดย: Thebrightestsunisthepurestgun วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:14:06:03 น.  

 
ขอบคุงเน้อ ที่แท็คเรา ไปอ่านสองเรื่องแรกได้เลยครับ



โดย: BloodyMonday วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:4:11:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Ottolife
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket.Just wait until night then switch the light off
DeUsynlige (2008) Erik Poppe : : หนึ่งเป็นผู้ทำลาย หนึ่งเป็นฝ่ายสูญเสีย เวลาผ่านต่างฝ่ายต่างเริ่มชีวิตใหม่แต่ที่สุดแล้วโชคชะตาก็นำพาให้ทั้งสองต้องมาเผชิญหน้ากัน ~ ถึงพล็อตจะสามัญแบบนี้แต่หนังวางสถานการณ์ที่แสดงและเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ได้หมาะกันดีมาก การถ่ายโอนตัวละครจุดศูนย์กลางของเรื่องจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งก็ไหลลื่น เรื่องราวที่บรรจุความกดดันต่อสู้กับตัวเองของตัวละครก็เข้มข้น และ "โอกาส" เป็นสิ่งที่หนังขอให้เราเห็นเป็นสำคัญเพราะที่สุดแล้วเราจะเห็นว่าฝ่ายที่เคยสูญเสียกลับด้านมาเป็นผู้ทำลายบ้าง ทั้งหมดเป็นความละเอียดในอารมณ์ของผกก.ที่ทำออกมาได้น่าชื่นชมจริงๆ
Adventureland (2009) Greg Mottola : : เด็กหนุ่มพรหมจรรย์และเด็กสาวเมียเก็บนายช่างของสวนสนุกเกิดลังเลในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ครั้นจะจูนกันติดกลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันซะงั้น ~ ปั๊ปปี้เลิฟสนุกๆ ประสาวัยรุ่นวัยเรียน ฉากหลังเป็นยุค 80 ที่มีกัญชาเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ เพลงดิสโก้ ฟังก์ พั้งค์ จากยุคนั้นก็อัดกันขนกันมาเพียบ เพลิน และมองว่า คริสเตน สจ๊วต นั้นดูทื่อมะลื่อไงไม่รู้
Mutum (2007) Sandra Kogut : : เด็กชายคนหนึ่งแถบบ้านนาของบราซิล ต้องเผชิญกับความดุดันของพ่อ สนิทกับอาแต่เหมือนเขาจะมาจีบแม่ ถูกเพื่อนวัยเดียวกันเหน็บแนมและที่สำคัญคือสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิต ~ อะไรจะแกร่งเกินนี้ไม่มีอีกแล้ว เจ้าหนูไม่ได้อยู่ในร่างของคนมองโลกในแง่ดี หากแต่ให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเข้าใจและมองถึงสิ่งที่ตนต้องทำ ... ชอบเรื่องที่แทรกอยู่เล็กๆ อย่างความผิดปกติทางสายตา (สายตาสั้น) เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในชนบทซึ่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จะเห็นความแตกต่างก็ต่อเมื่อได้ลองสวมแว่นตาเท่านั้น
Dalkomhan insaeng (2005) Ji-woon Kim : : มือขวาของเจ้าพ่อฝีมือสุดเนี้ยบทำการใดไม่เคยล้มเหลว ตีรันฟันแทงเตะต่อยขอให้บอก แต่จะมาตายเอาก็เพราะริอาจมีใจให้ “เด็ก” ของเจ้าพ่อ ~ หนังแก็งส์เตอร์ของพี่ๆ เกาหลีเขาต้องบอกว่าออกแบบท่าทางกันมาดี ดูแล้วเพลิน นึกถึง Transpotter ที่ เจสัน สเตแธม ในชุดสูทหรูระยับแต่ยกแข้งขาถีบยันได้ดีเอาเรื่อง ทรยศหักหลังยังเป็นชนวนหลักที่สร้างสีสันให้กับหนังแนวนี้ สนุกดีแม้จะชวนสับสนนิดหน่อยว่าใครอยู่ฝ่ายไหนลูกน้องใคร (ก็หน้าตาเขาคล้ายกันน่ะ)
Noise (2007) Matthew Saville : : หนังมีส่วนผสมของความเป็นหนังเขย่าขวัญอยู่เพียงส่วนหนึ่งทั้งๆ ที่มีเหตุสะเทือนขวัญรุนแรง แต่... อ่านต่อ ที่นี่
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ottolife's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.