แถกข้ามค่าย



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....ได้รับแถก (Tag) จากกิ๊บ เพื่อนบ้านท้องป่องท้องแฟบเดิม ปัจจุบันเป็นบ้านแม่นมป๋องพ่อธงฟ้า ซึ่งไม่มีใครไปคุยกันแล้ว ไม่ว่างกันเลย เป็นแม่ๆ งานยุ่งกันหมด

กิ๊บไปเขียนไดอยู่ที่ diaryclub ซึ่งเราก็ไปสมัครไว้ด้วย แต่ไม่ได้เขียนหรอก ขี้เกียจ จนตอนนี้จำพาสเวิร์ดไม่ได้แล้ว เลยไม่ได้ไปตอบแถกกิ๊บซักที

ไดกิ๊บเข้าที่นี่ //dedloxlover.diaryclub.com

ว่าแต่ว่าแกแถกอะไรชั้นวะ กิ๊บ?

เรื่องความลับใช่ป่ะ....ได้เลย

เรื่องแรก....เอาเรื่องไรดีหว่า.....นึกก่อน.....

เอาเรื่องชายในฝันคนแรกของชั้นมะ....


ชายในฝันคนแรกที่ชั้นหลงเสน่ห์พร่ำเพ้อหานี่ตอนชั้นอยู่ป.3-ป.4 เห็นจะได้ เขาเป็นนักร้องเสียงกระเส่า ตอนนั้นเขาดังมากๆ กลับจากโรงเรียนเปิดทีวีเป็นต้องเจอเสียงเพลงของเขา

เขาคือ..........


~~~ พรศักดิ์ ส่องแสงงงงงงง ~~~~

กับเพลง สาวจันท์กั้งโกบ ฮิตระเบิดระเบ้อทั่วบ้านทั่วเมือง

ไม่อยากจะคิดสงสาร ไม่อยากจะคิดสงสาร เมื่อเห็นสาวจันท์นั่งซึม มีแฟนแล้วเขาก็ลืม .....ลืมเนื้อไปแล้วด้วยอ่ะ แบบว่ามันนานมาละ

สมัยนั้นจะมีเพลงฮิตของนักร้องลูกทุ่งเยอะมากๆ ทั้งยอดรัก สลักใจ แล้วใครอีกคนน้อ ผู้หญิงอ่ะที่ร้องเพลงแก้กับยอดรัก เสียงเหมือนเมียกำนันพยายามเก๊กแมน ไรเงี้ยะ ฟังแล้วขนลุกด้วยความอายแทน แต่ก็ชอบนะ ไม่ใช่ไม่ชอบ

ถือเป็นความลับไหมเนี่ย



แถก 2.....เรียนมัธยมติดศูนย์ฟิสิกส์เป็นว่าเล่น แต่ก็สอบเข้ามหาลัยได้ละฟะ

ชั้นเรียนมัธยมที่โรงเรียนบ้านเกิดของชั้น และแน่นอนว่ามันเป็นโรงเรียนบ้านนอกด้วยแหละ มัธยมปลายมี 2 ห้อง คือ ห้องวิทย์ กับห้องเกษตร แล้วสาวน้อยรูปร่างบอบบางอย่างชั้นเรอะจะได้เรียนโปรแกรมเกษตร เมื่อก่อนชั้นผอมจริงๆ น้า หนักแค่ 45 เอง เลยต้องจำใจเรียนห้องวิทย์ทั้งๆที่ก็โง่มากๆ

เรียนม.4 เทอมแรก ก็ติดศูนย์ฟิสิกส์ เอิ๊กก แต่ไม่เหงาเพราะในห้องมี 40 คน ติดศูนย์ฟิสิกส์เสีย 38 คน มีได้เกรด 1 อยู่ 2 คน ซึ่งสองคนนั้นมันก็สอบติดวิศวะ มช ช่างมันๆ

วิธีแก้เกรดจาก 0 เป็น 1 น่ะเหรอ อาจารย์ชั้นให้ทำอะไรรู้เปล่า เดายังไงก็ไม่ถูกหรอก อาจารย์ให้เขียนสูตรฟิสิกส์ส่ง 20 สูตร ชั้นรับนิตยสารแมคม.ปลายอยู่แล้วก็เลยลอกสูตรไปส่ง ก็ได้เกรด 1 มา

สรุปว่าติด 0 ฟิสิกส์อยู่ 2 เทอม นอกนั้นได้ 1 แต่ยังไงก็สอบติด มช แหละ เพราะชั้นเปลี่ยนสายไปสอบสายศิลป์ ก็จะไม่ให้ไปสอบศิลป์ได้ไง คณิตก็แทบเอาตัวไม่รอด มีดีก็ตรงที่ภาษาไทย ศิลปะ ภาษาอังกฤษได้ 4 ได้ 3 ค่อนยังชั่วหน่อยเลยสอบติด

แต่ขอโทษ ตอนสอบโควต้า ชั้นสอบวิชาภาษาไทยได้คะแนนสูงสุดของการสอบโควต้าเลยน้า ที่รู้ก็เพราะว่าทางมหาลัยจะส่งผลการสอบคะแนนสูงสุดให้แก่โรงเรียนของนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดของวิชานั้นๆ อ่ะ ที่โรงเรียนมีใบแจ้งมาว่านักเรียนของโรงเรียนนี้สอบวิชาภาษาไทยสายศิลป์ได้สูงสุด ก็หมายถึงชั้นนั่นเอง เพราะทั้งโรงเรียนมีชั้นคนเดียวที่สอบสายศิลป์


ไม่คิดละซี้ว่าหน้ายังงี้จะเรียนเก่ง ก๊ากกกกกกกกกกกกกก มันฟลุคคคคค



แถก 3 .... มีหนุ่มมาจีบครั้งแรกตอนอยู่ ป.4

ตอนเรียนประถม มีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งตัวผอมๆ สูงๆ โครงหน้านี่ประมาณพี่ปู แบล็กเฮดอ่ะ เพื่อนๆ ลือกันว่ามันชอบชั้น แต่ชั้นก็ไม่รู้หรอก ไม่ได้สนใจอะไร

จนเย็นวันหนึ่ง ตอนใกล้จะเลิกเรียน เพื่อนคนนี้กับเพื่อนสนิทเขาก็เดินตามก้นชั้นต้อยๆ เดิมตามแล้วก็ยิ้มไปยิ้มมา ชั้นก็ว่ามันยิ้มอะไร หันกลับไปถาม เพื่อนมันก็บอกว่า ไปดูที่กระเป๋านักเรียนข้างซ้ายนะ

พอไปเปิดดู มีกระดาษโน้ตเล็กๆ เขียนว่า "ชั้นชอบเธอ" ลงชื่อเพื่อนคนนั้นด้วย

ชั้นร้องไห้เลย โกรธมาก สมัยนั้นนี่ใครล้อเรื่องมีแฟน หรือใครชอบใครเนี่ย มันเป็นเรื่องที่น่าอายมาก ชั้นโกรธเพื่อนคนนั้นมากว่าทำไมมันถึงทำแบบนี้

หารู้ไม่ว่า.....นั่นเป็นจดหมายสารภาพรักฉบับแรกและฉบับเดียวในชีวิต ไม่น่าหยิ่งเล้ยยยยยยย กรู


แถก 4 .... เคยมีแฟนเป็นชาวเกาหลี หน้าเหมือนพี่ดู๋

อะฮ่า...งงละซี้ ... แม้ชั้นจะเคยเล่าเรื่องแฟนชาวญี่ปุ่นและหนุ่มญี่ปุ่นที่ไปเจอที่หลวงพระบางให้ฟังมามากกว่าสิบครั้ง แต่เรื่องหนุ่มเกาหลีนี่ ไม่เคยได้ฟังละซี้ ใช่ม้า

สมัยนั้นเรียนโทปี 1 ไปห้องสมุด กะลังอ่านหนังสืออยู่ เจอหนุ่มตี๋ ขาว หน้าตาคล้ายพี่ดู๋สัญญา มานั่งตรงกันข้ามก็เลยเหลือบดู เขาก็มองมาแล้วก็ยิ้มให้ แล้วเขาก็ถามชั้นเป็นภาษาไทย ถามอะไรก็ลืมไปแล้ว แต่ก็แนะนำตัวก็รู้จักกัน แต่ตอนนี้จำชื่อเกาหลีเขาไม่ได้แล้ว เพราะชั้นและเพื่อนๆก็เรียกเขาว่าดู๋ เพราะหน้าคล้ายพี่ดู๋สัญญา ตอนนั้นพี่ดู๋กะลังดังและหล่อคอดๆ

ชั้นกับรูมเมทเป็นคนไปหาแมนชั่นให้เขาเองแหละ อยู่แถวๆ มช แล้วจากนั้นก็ไปเที่ยวห้องเขาบ่อยๆ เขาอยู่กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ชั้นกับรูมเมทก็ไปกับเพื่อนของรูมเมทอีกคน แล้วหลังๆ ก็มีเพื่อนผู้ชายของชั้นอีก 2 คนไปด้วย เพราะอีตาสองคนนี่มันอยากรู้จักคนต่างชาติ (ขอให้เป็นต่างชาติเหอะ ผู้ชายก็เอา)

ไปทีไรก็เหมือนไปมีตติ้งกับเพื่อนต่างชาติ เฮฮากันไป คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าวันหนึ่งชั้นไม่ได้ไปกับพวกเพื่อนๆ เพราะลูกศิษย์ชาวเยอรมันของอาจารย์ชั้นมาเชียงใหม่พอดี ลูกศิษย์คนนี้ของอาจารย์หน้าตาหล่อมั่กๆ ชื่อเยอรมันว่ามัธเทียส อาจารย์ชั้นตั้งชื่อให้ว่า มนไท พวกชั้นบรรดาลูกศิษย์อาจารย์ตั้งแต่ป.โทยันป.ตรี กรี๊ดดด อีตามนไทกันเป็นแถว

แล้ววันนั้นอาจารย์ก็ชวนชั้นไปกินข้าวกับอาจารย์ เพราะรู้ใจลูกศิษย์ว่าชอบมนไท ชั้นก็ไปสิ ก็ให้รูมเมทและผองเพื่อนไปกินข้าวกับดู๋และเพื่อนเขา

กลับมาถึงหอคืนนั้น รูมเมทเล่าให้ฟังว่า ดู๋ถามว่าวันนี้ชั้นไปไหน ทำไมไม่มาด้วย รูมเมทก็บอกว่า ชั้นไปกินข้าวกับลูกศิษย์อาจารย์ชั้นชาวเยอรมัน เป็นผู้ชายที่ชั้นชอบ เท่านั้นแหละ ดู๋ก็หงอยยยยตลอดงานและทำท่าหงุดหงิดเหมือนหึงชั้น คิคิคิ

หลังจากวันนั้น พวกเราก็ไปมีตติ้งต่างชาติกันอีก เออ...แต่จะบอกว่าพวกเราเป็นเด็กดีกันมากเลยนะ ไม่มีเหล้ามีเบียร์เลย มีแต่ขนมกับน้ำอัดลม

คราวนี้ ดู๋กับชั้นมีโอกาสอยู่ด้วยกันสองคนที่ระเบียงหลังห้อง เขาก็ถามประมาณว่าเป็นไงมั่งไปกินข้าวกับแฟน ชั้นก็บอกว่าไม่ใช่ เพื่อน เขาก็งอนๆ แล้วต่อว่าชั้นอะไรจำไม่ได้ละ รู้แต่ว่าลงเอยด้วยการที่เขามาจับมือแล้วบอกว่าชอบชั้น ก๊ากกกกกกกกกก เขินว่ะ

แต่เขาก็อยู่เชียงใหม่อีกไม่นาน เพราะต้องกลับโซลแล้ว แต่ก็ดั๊นนนนนทะเลาะกันก่อน เรื่องของเรื่องเพราะชั้นไปส่งเขาซื้อตั๋วไปกรุงเทพนั่นแหละ แล้วเขาเห็นพวกวัยรุ่นญี่ปุ่นมาซื้อทัวร์ เขาก็ด่าพวกนั้นให้ชั้นฟังเป็นภาษาไทยนี่แหละว่าพวกนี้มันไอ้ลูกหมา เลว อะไรสารพัด ชั้นก็ตกใจถามว่าทำไมล่ะ ไปด่าเขาทำไม ดู๋ก็บอกว่าบรรพบุรุษชาวญี่ปุ่นมารุกรานเกาหลี เขาเกลียดคนญี่ปุ่น คนเกาหลีเกลียดคนญี่ปุ่น

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าคนเกาหลีคนนี้น่ากลัวจัง ทำไมความคิดแบบนี้ถึงฝังอยู่ในหัวเขาลึกขนาดนี้ล่ะ เกิดมายังไม่เห็นสงครามแม้แต่ครั้งเดียวก็เอาความเจ็บแค้นของบรรพบุรุษมาเจ็บแทนเหมือนตัวเองเคยถูกกระทำ

แล้วตอนนั้นน่ะ ชั้นก็ปลื้มคนญี่ปุ่นเอามากๆ เพราะทุกคนที่ชั้นรู้จักเป็นคนน่ารักหมดเลย ทั้งอาจารย์ยามาชิตะ เพื่อนชั้นอีกหลายคน ชั้นก็นึกโมโห เลยเถียงเขาไป

เถียงกันไปเถียงกันมา เป็นเรื่องระดับประเทศชาติเลย เลยหมางกันไปเลย

อีกอาทิตย์ถัดมาเขาต้องกลับโซลแล้ว ชั้นก็ไปปาร์ตี้ที่ห้องเขาอยู่ พวกเราก็เลี้ยงส่งเขา เขาก็ขอคุยกับชั้นสองคนที่ดาดฟ้า เขาก็บอกว่าไม่อยากกลับไปเลย อยากอยุ่ต่อ ชั้นก็ว่า อือ ก็ไม่อยากให้ไปเหมือนกัน แล้วเขาก็ให้ที่อยู่ชั้น

สุดท้าย เขาก็กลับเกาหลีไปโดยที่ไม่มีที่อยู่ชั้น แต่ที่อยู่ของเขาที่เขาให้มา ชั้นกลับฉีกทิ้ง ฉีกทำไมวะ จำไม่ได้แล้ว ประมาณว่ามีเรื่องให้โมโหกับเพื่อนชาวเกาหลีผู้หญิงอีกคนนี่แหละ เลยฉีกทิ้งหมดเลย

ถ้าตอนนั้นมีญาณวิเศษรู้ว่าหนุ่มเกาหลีจะเป็นที่นิยมในไทยขนาดนี้ ชั้นไม่ฉีกที่อยู่ และฉีกโอกาสที่จะได้ปั๋วเกาหลีไปอย่างนี้หรอกเฟ้ยยยยย

แต่ก็นั่นแหละนะ ถ้าตอนนั้นไม่ฉีกที่อยู่ทิ้ง ป่านนี้สาวไหมก็คงไม่ได้เกิดมา อาจจะเป็นน้องซุนอา หรือน้องไมโกะไปแล้วก็ได้ ก๊ากกกกกก

อ่ะนะ ชะตามันลิขิตให้มีฝาชีเป็นคนเมืองเหมือนกันเลยได้พี่หนานมาครอบครองแทนคนต่างชาติ แบบว่า ภาษาเดียวกัน เข้าใจกันง่ายกว่า

แต่วันนี้ขอวันหนึ่งนะจ๊ะ พ่อ ขอแปะรูปแฟนเก่าชาวญี่ปุ่นหน่อย 5555



จริงๆ จะหารูปดู๋มาให้ดูน่ะ แต่หาไดอะรี่เล่มที่แปะรูปดู๋ไม่เจอ เจอแต่รูปแฟนเก่าคนนี้ เลยเอามาแปะให้ดูอดีตอันนานมา ไม่เชื่อดูสีรูปก็ได้



แถก 5 ...... เรื่องไรดีหว่า

เอาเรื่องน่าอายของชั้นดีกว่า .... จริงๆ ไม่อยากเล่าเลยฟ่ะ อายจริงๆ นะเนี่ย

ตอนนั้นอยู่ปี 1 หลังจากผ่านการรับน้องมาแล้ว ได้เสื้อเมเจอร์มาแล้ว พี่ๆ ก็พาไปเที่ยวกังสดาล เป็นร้านอาหารกึ่งผับอ่ะ มีวงดนตรีเล่นประจำ หลังเวทีจะมีจอโปรเจ็กเตอร์จอใหญ่ขึงอยู่ ให้เล่นภาพบรรยากาศในร้านด้วย

ตอนนั้นวงดนตรีที่เล่นชื่อวงอะไรไม่รู้ แต่แน่ๆ นักร้องคือ พี่เต้ ทัตพงษ์ พงษ์ทัต วงสวอนน่ะ ร้องอยู่

ชั้นกับพี่ๆ เพื่อนๆ กว่า 6-70 ชีวิตใส่เสื้อเมเจอร์ ทั้งเต้น ทั้งกินเหล้าเรียกว่าแทบจะปิดร้านเลย ทีนี้พอเมาก็เลอะเทอะ หน้าไม่อายกันแล้ว

สมัยนั้น อ้อม สุนิสาฮิตมาก เพลง ถอยยยยย ดีกว่า ไม่อาววววววว ดีกว่า ก็เล่นเปลี่ยนใจทุกครั้งหลังอาหารรรรรร ก็ครายจะปายทานทนด้ายยยยยย ถอยยยยยย ดีกว่า ไม่อาวววววว ดีกว่า.....เพลงเนี้ยะ เคยได้ยินกันป่ะ

ท่าเต้นก็กวนโอ๊ยมากๆ ทีนี้พอเต้นกันแบบลืมตัวลืมตายลืมอายด้วย พี่ๆ เพื่อนๆ ก็ยุให้ขึ้นไปบนเวทีที่นักร้องเขาร้องนั่นแหละ ฮือออ กรู ทำไปได้ไงวะ

ขึ้นไปเต้นท่าอ้อมสุนิสาบนเวที บนจอโปรเจ็กเตอร์ ข้างล่างก็กรี๊ดดดดดดดดดกันใหญ่ (ลงมาซะเถอะ มึงงงงงงงง ขึ้นไปทำมายยยยย)

ตอนนั้นอิชั้นไม่ได้กินเหล้าซักกะหยด แต่เมาดิบค่ะ หน้าด้านโคตรๆ ประมาณว่าพี่สั่งต้องทำ ฮืออออ

เจอนักดนตรีมาสะกิดให้ลงจากเวที กรี๊ดดดดดด อายๆๆๆ ทำไปได้ยังงายยยยยยยยยยยยยยยยย

ไม่เอาแล้ว เล่าแค่นี้พอละ ไม่รู้จะส่งต่อให้ใครด้วยอ่ะ

แล้วกรุณาอย่าแถกเรื่องบิวตี้ๆ มานะยะ ขอบอก ไม่งั้นจะได้เห็นผงวิเศษตราร่มชูชีพ กวนอิมครีมไข่มุก กับดินสอพองหรอก



Bag Tag ก็ไม่ต้องแถกมา เพราะชั้นใช้ถุงกระดาษตราโชคดี 55555




Create Date : 02 พฤษภาคม 2550
Last Update : 3 พฤษภาคม 2550 14:11:45 น. 14 comments
Counter : 799 Pageviews.

 
แก สีรูปน่ะ ไม่เก่าเท่าไหร่ แต่แกผอมมมมมเนี่ยดิ่ มันคงนานมากแล้วแหละ

ส่วนฟิสิกส์ ช๊านก็มีคดีเหมือนกันว่ะ คิกๆ


โดย: พู่ระหง(ขี้เกียจล็อกอินโว้ย) IP: 58.9.157.147 วันที่: 2 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:26:51 น.  

 
มาแอบดูความลับ

(ลูกเจี๊ยบก็มีบล็อคแล้วนะค้า)


โดย: iamlek (YingLek ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:02:41 น.  

 
อป....ชั้นเพิ่งเริ่มอวบเมื่อไม่นานมานี่เองย่ะ

เล็ก ...ตามไปเยี่ยมบล้อกลูกเจี๊ยบแล้วจ้า

***

เมื่อคืนไปเปิดไดอะรี่เก่าๆ เจอชื่อหนึ่ง "โด ชาง เฮียน" เข้าใจว่าจะเป็นชื่อของดู๋ฟ่ะ 555

ดูซิ ไม่เคยมีชื่อเกาหลีเขาอยู่ในความทรงจำเลย


โดย: [NostalgiA] วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:22:04 น.  

 
ขำอ่ะนัด แต่ละเรื่อง 55555

ชั้นไม่เชื่อว่าแกเคยผอม เอารูปมายืนยันด่วน


โดย: กิ๊บ IP: 124.120.148.143 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:22:39 น.  

 
กิ๊บบบบ รูปข้างบนอ่ะ ชั้นเอง ยังไม่ผอมอีกเหรอย้า


โดย: [NostalgiA] วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:30:11 น.  

 
นัดเอ๊ย
ฮาทุกเรื่องเลยอ่ะ 5555


โดย: มุ้ย IP: 124.157.184.201 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:12:44 น.  

 
ต๊าย...อะไรจะร่วมรุ่นขนาดนี้ อิชั้นก็ชอบไปกังสดาลย่ะแม่นัด พี่เต้พงศ์ทัต ใช่เลย จอใหญ่ ๆ
เป็น background สมัยนั้น เจค ศตวรรษ ก็
ชอบไปเที่ยวแถวนั้นด้วยนะ ไปทีไรเห็นไปกับ
มอริส เค ทู้กกก ที


เอ้อ... ชอบไป ดิ้น ๆๆๆ ในเธคบับเบิ้ล โรงแรมพรพิงค์ด้วยเฟ้ย...
ก่อนลงไปบับเบิ้ลต้องกินที่พรพิงค์คาเฟ่ข้างบน
ให้ได้ที่ก่อนนะ ก๊ากกกก
สมัยนั้นไปกิน เจออี๊ด ม่วงน้อยควงสาวทีละสองสามคนด้วยแระ อิอิ


โดย: นกยูง IP: 202.28.27.3 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:57:27 น.  

 
5555 ...... อ่านแล้วขำกลิ้ง นึกภาพออกเลย ไม่รู้เราเรียนทันกันป่าวคะ ตอนนั้นกังสดาลยังเฟื่องฟูอยู่เลย อิ่ๆๆๆๆ .... ชลรหัส 34 อะค่ะ


โดย: หนูชล วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:19:48 น.  

 
นัด แกกล้ามากกกกกกกกกกกกกกกก

คำว่า "อาย" น่ะมีอยู่ในสมองมั่งป่ะวะ
กร๊ากกกกกกกกกกกก


โดย: เอกิ IP: 203.148.171.1 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:07:24 น.  

 
โห ฮาโค่ด เข้าเอ็มไม่ได้ต้องมาตามอ่านบ๊อกๆเพื่อนๆแก้เหงา หงิงๆ


โดย: จ IP: 203.121.131.31 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:09:01 น.  

 
โอ้ พี่นัด

พี่เป็นไปได้ขนาดนี้เลยหรอ

ภาพพจน์พี่ในใจส้ม ... มัน ... ไปซะแล้ว





อิอิ


โดย: ส้ม IP: 222.123.128.33 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:49:57 น.  

 
ใช่ค่ะ คุณนัด เห็นด้วยอย่างแรงเรื่องคนเกาหลี


โดย: คนเจียงฮาย IP: 80.102.178.194 วันที่: 5 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:01:32 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ อิอิ พอดีทำบล๊อคแล้วอ่ะค่ะ มาแอบดูสาวไหมด้วย อิอิ ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยอ่ะค่ะ กรี๊ดๆๆ


โดย: เปิ้นบอกว่าจะมาขอ วันที่: 5 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:28:30 น.  

 
อยากรู้จักและทักทายจัง...


โดย: ก้อย กาญจนภรณ์ IP: 125.26.80.99 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:20:31:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

[NostalgiA]
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใช้อินเตอร์เน็ทเป็นครั้งแรกประมาณปี 2541 สิ่งที่แรกที่รู้จักในอินเตอร์เน็ทคือ ICQ มันทำให้ได้น้องชายที่น่ารักมา 1 คน (ตามมาด้วยพ่อแม่อีก 1 ครอบครัว) ... ต่อมาเล่น pirch เป็น ติดงอมแงม เกือบทำให้เรียนไม่จบ ฮ่า.... จากโปรแกรมนี้ ทำให้ได้พี่สาวตัวสูงโย่งที่แสนดีมา 1 คน ได้เพื่อนที่เกือบจะเกินเพื่อนมา 1 คน ได้เพื่อนที่ดีและน่ารักอีกหลายสิบ...และได้พ็อกเก็ตบุ๊ก "แชตติดหนึบ คนติดเน็ท" มา 1 เล่ม (ใครไม่เคยอ่านก็เสียใจด้วย เพราะหาซื้อไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ)

ต่อมาก็เข้าเว็บ pantip และก็วนๆ เวียนๆ อยู่แถวๆ เหลิมไทย BP จนแยกมาเป็นห้องกล้องก็แวะเวียนไปเรื่อง ไปจตุจักรด้วย (ไปหาของกินกับต้นไม้) กิเลศพอกพูนมากๆ ก็แวะห้องรัชดา กะไปหารถขับ (ก๊ากก พูดเหมือนมีตังค์เยอะ) ได้เพื่อนจากพันทิพเป็นร้อย ได้ศัตรูมาด้วย ทั้งๆที่กรูไม่ผิด ฮ่าๆ ...แต่ก็ดี ทำให้ได้รู้ว่าคนเราพื้นฐานจิตใจสันดานเดิมมันไม่เหมือนกัน ย่อมไม่สามารถเข้าใจอะไรที่คนบางคนเข้าใจได้ อธิบายให้ตายก็ไม่มีวันเข้าใจ โอวาทของพระพุทธเจ้าที่กล่าวว่าบัวมีสี่เหล่าจึงเป็นสัจธรรมที่เที่ยงตรงและแน่นอนที่ซู้ดดดด

พอท้องก็ห่างหายจากพันทิพไปอยู่เว็ปแปลน หลงเข้าบ้านท้องป่องท้องแฟบ ได้รู้จักเพื่อนดีๆ ที่นี่เกือบสิบคน แต่คงไม่สนิทกันเท่านี้หากไม่มีเรื่องราวของผู้หญิงโรคจิตคนหนึ่งที่แอบอ้างว่าเป็นแอร์โฮสเตสไฮโซ สวยเหมือนดาราฮอลลีวู้ด มีลูกครึ่งน่ารักน่าชัง....เพราะเธอคนนี้ทำให้เราได้คุยกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในห้องลับ (taro mom and the chamber of secret)

และเพื่อนกลุ่มนี้นี่เองที่ทำให้จิตใจเราดีขึ้นมากมายในหลายครั้ง หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ครั้งที่สาวไหมเป็นคาวาซากิ ไปจนถึงโครงการสั่งซื้อเตาอบ (ขนาด 300 ลิตร)

บล็อกแก๊งค์นี้ สมัครไว้นานเกือบๆ 2-3 ปีได้แล้วมั้ง แต่ไม่ได้เขียนซักที เพราะโง่ ทำไรไม่เป็น จนกระทั่งไปสอดรู้สอดเห็นไดของเพื่อนคณะวิจิตรศิลป์คนหนึ่ง (จริงๆ ก็ไม่ใช่เพื่อนเราหรอก แต่เรียนปีเดียวกันก็ตีขลุมว่าเป็นเพื่อนละกัน) เห็นแล้ว เออ...น่าจะเขียนอะไรมั่งวุ้ย

เลยพยายามสุดชีวิตที่จะตกแต่งบล็อกและเขียนบล็อก สุดท้ายก็เขียนจนสถิติขึ้นไปเกือบ 8 พัน บล็อกแก๊งค์ก็ปิดปรับปรุงและทำให้สถิติหายหมด ฮ่า....

เป็นคนนิสัยเสีย ไม่ค่อยชอบตอบกระทู้ที่ตัวเองตั้งและเวลามีคนมาคอมเมนท์ก็ไม่ค่อยชอบตอบ ทั้งๆที่ซาบซึ้งใจมากๆ กับคอมเมนท์ของทุกคน...ขอโทษด้วยนะคะที่เป็นคนโรคจิตเช่นนี้

แต่จะพยายามตอบสุดความสามารถค่ะ




search engine marketing company image link
free hit counter script
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add [NostalgiA]'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.