รักน้องต้องว้าก(ตอน 1)

ตั้งแต่เรียนจบและเริ่มทำงานนี่ รู้สึกว่าแทบจะไม่ได้สัมผัสกับชีวิตนักศึกษาเลย แม้ว่าจะทำงานในสถานศึกษาก็ตามที จะมีได้รู้สึกว่า...เออ...เปิดเทอมแล้วนี่หว่า ก็เพราะนักศึกษาที่เดินขวักไขว่เต็มมหาลัย และรถที่ติดเป็นตังเมนี่แหละ

และอีกอย่างที่ทำให้รู้ว่าเปิดเทอมแล้วก็คือน้องใหม่ที่เดินเรียงแถวไปเข้าห้องเชียร์นี่แหละ ไม่รู้ว่าห้องเชียร์สมัยนี้จะเป็นยังไงกันมั่ง ปีสองปีมานี่ นักศึกษาถูกห้ามมากเหลือเกินเกี่ยวกับห้องเชียร์และการรับน้อง

ถามเราว่ารู้สึกยังไง เราก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะลึกๆแล้วเราเห็นด้วยกับระบบเชียร์ มันทำให้รู้จักกันได้เร็วและมีความทรงจำที่ดีๆ ร่วมกัน แต่ที่ทำให้เรารู้สึกอย่างนี้อาจจะเป็นเพราะเมเจอร์เรามีคนไม่มากและวิธีการรับน้องในห้องเชียร์มันไม่ได้โหดร้ายทารุณเหมือนที่เป็นข่าวก็ได้ เลยทำให้เรารู้สึกดีๆ กับมัน

วันแรกที่เข้าห้องเชียร์เมเจอร์ ก็รู้สึกตกใจและสับสนมากว่านี่มันคืออะไร สมัยนั้นเราไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการรับน้องเลย อาจจะเพราะอยู่บ้านนอกประการหนึ่ง และอีกอย่างสมัยนั้นข่าวสารมันไม่ได้มีมากมายเหมือนตอนนี้ เลยทำให้เราไม่รู้จริงๆว่า "การว้ากน้อง" คืออะไร แม้ว่าจะเคยถูกรับน้องจากจังหวัดมาแล้ว แต่มันก็ไม่เหมือนการรับน้องของเมเจอร์

พวกเราเข้าไปนั่งในห้องเรียนที่จัดเป็นแถว ห้องนั้นคือ HB2310 เป็นห้องเรียนที่อยู่ชั้น 3 ของตึก ชั้น 2 เป็นห้องพักอาจารย์ ชั้น 3 เป็นห้องเรียนทั้งหมด ตอนแรกก็นั่งคุยกันจอกแจกจอแจเป็นนกกระจอกแตกรัง เพราะคิดว่าพี่ๆ จะมาสอนร้องเพลงกันสนุกสนาน แต่พอพี่ๆ ที่ใส่เสื้อเมเจอร์เข้ามาปิดหน้าต่างกันปึงปังๆ ตะโกนกันเซ็งแซ่
"ก้มหน้าลงไป"
"เงียบ"
"ปีหนึ่งมีสิทธิ์เป็นศูนย์"
ฯลฯ

เราก็ตกอยู่ในภาวะช็อก ได้แต่ทำตามที่พี่ๆสั่งอย่างลนลาน พี่ๆแต่ละคนเสียงดังเหมือนฟ้าผ่า สั่งให้เราจัดแถวกันใหม่ นั่งเก้าอี้ตามลำดับรหัสนักศึกษา ทรงผมที่คิดว่าดีแล้วก็ถูกตำหนิ บอกว่าต้องรัดผมให้สุภาพ ห้ามใช้หนังยางสีๆ ห้ามรัดผมด้วยหนังยางแฟชั่น ต้องติดกิ๊บให้เรียบร้อย เสื้อนักศึกษาต้องถูกต้องตามระเบียบ แขนเสื้อต้องเป็นปีกนก(หรือปีกกาหว่า) ต้องติดกระดุมทุกเม็ดตั้งแต่คอเสื้อลงมา กระโปรงต้องเป็นสีดำและน้ำเงิน ทวิสหน้าหลัง รองเท้าต้องเป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวล้วน ใส่ถุงเท้าพับ

พวกเราถูกตรวจระเบียบการแต่งกายทุกวันที่ต้องเข้าห้องเชียร์ ใครผิดพลาดตรงไหนก็ต้องถูกทำโทษ ให้เป็นแมวข่วนผนัง ข่วนกระดานดำมั่ง

พี่ๆ แจกสมุดเชียร์ เป็นสมุดเล่มเล็กๆ มีรูปเพื่อนๆ และรายละเอียด เช่น ชื่อ-สกุล รหัสนักศึกษา หอพัก เลขที่ห้อง ซึ่งพวกเราต้องท่องให้ได้ทั้งหมด

ให้ตายเถอะ สมุดเชียร์ที่พี่ๆ xerox มาให้เนี่ย รูปของแต่ละคนถ้าไม่เหมือนกับลูกน้องเสือใบก็กลายเป็นรูปศพนิรนามที่ขึ้นหน้า 1 ไทยรัฐ มันแทบจะแยกแยะเพศไม่ออกเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ละให้ระบุตัวว่าเป็นใครเลย โอ้...แล้วชั้นจะจำได้ไหมเนี่ยว่าใครเป็นใคร ชื่ออะไร

เราเหมือนกับตกนรกอยู่ราวๆ หนึ่งชั่วโมง ห้องที่ปิดตาย (คล้ายๆกับการฆาตกรรมในห้องปิดตายของคินดะอิจิยังไงชอบกล) ก็ร้อนอบอ้าวจนเหงื่อแตกพลั่กๆ ประสาทหูเริ่มชาเพราะเสียงตะเบ็งของพี่ๆ หัวใจเต้นรัวเพราะกลัวจริงๆ พี่ให้ทำอะไรก็ทำหมด ถูกทำโทษยังไงก็ทำตาม ให้สก็อตจั๊มพ์ก็ทำ ให้ปั่นจิ้งหรีดก็ทำ ให้ตะโกนดังยังไงก็ทำ

จำได้ว่าขณะที่กลัวจนไม่กล้าเงยหน้า ไม่กล้าทำอะไร พี่ๆก็สั่งให้รีบเงยหน้าและทำตัวเป็นปกติ แล้วพี่ๆก็เปิดหน้าต่างกันใหญ่ เราก็งงแล้วก็รู้ในนาทีต่อมาว่า มีอาจารย์เดินมาดูว่าทำอะไรกัน ฟังพี่ๆรายงานอาจารย์ว่าไม่มีอะไรค่ะ สอนน้องร้องเพลงเท่านั้น โหยยยย น้ำตาจะไหล ทำไมตอแหลงี้ฟะ เมื่อกี้ด่าเอาๆ เจ็บใจจริงๆ

วันแรกของการเข้าห้องเชียร์จบลงเมื่อเวลา 2 ทุ่ม พี่ๆแจกข้าวห่อให้คนละห่อ รูมเมทซักเราใหญ่ว่าเป็นยังไงมั่ง พร้อมเล่าว่าเมเจอร์ของเธอทั้ง 2 ไม่มีว้ากน้อง รับกันสนุกสนานมาก ยิ่งฟังยิ่งเจ็บใจ เราปาห่อข้าวทิ้งทั้งๆไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่บ่าย

"ไม่กินโว้ย ข้าวห่อเนี่ย ไม่กิ๊นนนน"

และวันต่อๆไป เราก็ต้องไปทนทรมานอยู่ในห้องเชียร์นั้นทุกวันๆ แต่ก็เริ่มชินขึ้นมาบ้างละ แม้ว่าพวกเราจะแน่ใจว่าแต่งตัวถูกระเบียบยิ่งกว่าระเบียบของมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังโดนจับผิดและโดนทำโทษอีกตามเคย แต่ถ้าเทียบกันแล้วก็ถือว่าเราโดนทำโทษเดี่ยวน้อยที่สุด เพราะเราพยายามเต็มที่จะไม่ทำอะไรให้พี่ๆ จับผิดได้

แต่ชะตาก็ต้องถึงฆาตอยู่ดี เมื่อวันหนึ่งที่พี่ๆ ต้อนให้พวกเราขึ้นไปบนดาดฟ้าและให้นอนท่าเมเจอร์ ซึ่งก็คือให้นอนตะแคงคล้ายๆท่านารายณ์บรรทมสินธุ์นั่นแหละ บางคนกระดุกกระดิกก็ต้องโดนทำโทษให้สก็อตจั๊มพ์มั่ง ซิทอัพมั่ง ตามแต่พี่ๆจะจินตนาการได้

ส่วนเราน่ะเหรอ ก็พยาย๊าม พยายามทำตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ไม่วาย...พี่ปี 2 ชื่อพี่กบ เรารู้จักก่อนที่จะสอบติดที่นี่แล้ว เพราะพี่กบเป็นพี่ของน้องที่เรียนพิเศษด้วยกัน น้องมันเคยพาไปเที่ยวห้องพี่กบด้วย ตอนเราสอบติดเมเจอร์นี้ ยังคิดว่า ดีใจจัง อย่างน้อยก็รู้จักพี่กบแหละ...

ที่ไหนได้...พี่กบนั่นแหละ ตัวดี เดินมาถามเราเบาๆว่า ไหวไหม เราก็ตอบว่าไหวค่ะ แล้วแกก็ไปบอกพี่เล็ก ชี้มาที่เราเลย พี่เล็กเรียกให้ไปนั่งต่อหน้าเพื่อนๆ แล้วยัดเยียดข้อหาว่าเรากระดุกกระดิก กรี๊ดดดดด อยากจะกรี๊ด พี่กบนะทำหนูด้ายยยยยยยย

จำได้ว่า เย็นวันนั้น เป็นเวลาโพล้เพล้ อากาศเริ่มเย็นลง เพื่อนๆ นั่งพับเพียบประสานมือกันเป็นแถวตอนลึก 5 แถว มีเรานั่งประจัญหน้ากับเพื่อนๆ พี่เล็กยืนค้ำหัวเราอยู่ พี่เล็กเป็นผู้หญิงที่ตัวสูงใหญ่ผิวคล้ำ ผมยาวฟู ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนกับเราเป็นเหยื่อที่จะถูกนางยักษ์จับไปกินได้ในทุกวินาที

พี่เล็กถามว่าเราร้องเพลงเป็นไหม เราตอบว่า เป็นค่ะ พี่ๆ ว้ากเกอร์ตะโกนถามกันใหญ่ จะร้องเพลงอะไร ช่วงนั้นกำลังบ้าเพลงของพี่จรัล-พี่แอ๊ด ก็เลยหลุดปากไปว่า เพลงน้อยไจยาค่ะ เท่านั้นแหละ พี่ๆ โห่กันใหญ่ ต่างก็ปรามาสว่า เออ ร้องให้จบนะ ถ้าไม่จบ เจ็บตัวแน่

เราก็เริ่มร้องเพลงน้อยไจยา พี่เมตต์สั่งให้เพื่อนๆในแถวปรบมือเข้าจังหวะ "พวกแกเป็นฉิ่งเดี๋ยวนี้" ....แต่ละคนก็มาจากต่างที่ต่างถิ่น จะมีซักกี่คนกันที่รู้จักเพลงนี้ ดังนั้น แต่ละคนก็ปรบมือกันคนละเปาะละแปะ ฮืออออ เพื่อนๆจ๋า อย่าปรบมือเลย ชั้นจะร้องเพลงล่มก็เพราะพวกแกนั่นแหละ

สงสัยพี่ๆ คงจะรำคาญเหมือนเรา เลยสั่งให้เพื่อนๆเราหยุดปรบมือ และให้เราร้องเดี่ยว เราก็ร้องๆๆๆๆ ไป พร้อมกับคิดในใจ "ฮึ่มมมม พวกแก(มึง)สบายจริงๆ นะ นั่งฟังเพลงไปรับลมเย็นๆ ไป แต่ชั้น(กู)สิต้องมาแหกปากร้องเพลงอยู่คนเดียว"

พี่เมตต์ พี่เปอร์ที่น่ากลัวที่สุดในโลก นอนตะแคงฟังเราร้องเพลงอยู่ใกล้ๆ และคงจะใกล้หลับละมั้ง เลยตะโกนบอกว่า "พอแล้ว ไม่อยากฟัง หยุดๆๆๆ" และพี่ๆว้ากเกอร์ก็ต้องขานรับตามระเบียบ "หยุดๆๆๆๆๆๆ " เราก็คิดในใจ "หนูรีบหยุดร้องตั้งแต่พี่สั่งแล้วจ้า ไม่ต้องตะโกนรุมหนูหรอก"

นั่นเป็นการโดนทำโทษครั้งใหญ่สำหรับเรา และทำให้เราได้ฉายาว่า "นัด น้อยไจยา" ติดตัวมาจนถึงตอนนี้

และเราก็มารู้เอาตอนหลังว่าการที่เราร้องเพลงสร้างความบันเทิงใจให้เพื่อนๆน่ะ พี่ๆ ว้ากเกอร์หลายคนขนลุกเกรียว เพราะความมืดสลัวที่เริ่มเข้ามาแผ่คลุม ทำให้เกิดจินตนาการไปถึงแว่นแก้ว น้อยไจยา ที่ถูกฆ่าที่น้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งเมื่อมองจากดาดฟ้าตึกเมเจอร์ก็ยังเห็นอยู่ลิบๆ

พี่โก้บอกเราทีหลังว่า

"ตอนที่แกร้องนะ ชั้นขนลุกหมดเลยว่ะ กลัวผี"!!




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2549
3 comments
Last Update : 12 กรกฎาคม 2549 1:50:52 น.
Counter : 531 Pageviews.

 

cool อยู่แล้ว พี่สาวเรา ;)

 

โดย: nookie IP: 58.10.99.112 13 กรกฎาคม 2549 14:10:12 น.  

 

ก๊าก ขำอ่ะ นัด น้อยไจยา ก๊ะ
แล้วไผมาฮ้องภาคป้อจายล่ะ
มีรุ่นพี่มาฮ้องคู่ก่อ อิอิ ตลกดี
แต่เป๋นความทรงจำที่ดีเนาะ

พี่ก็ย้าก...อยากเป็นลูกช้างนะ
แต่ไม่มีวาสนา อิอิ

 

โดย: นกยูง IP: 202.28.24.125 14 กรกฎาคม 2549 9:16:20 น.  

 

โอ๊ย...ได้บรรยากาศชะมัดเลยนัด..เนี่ยฉายานี้ ฉันก็ได้มาจากตอนว๊ากนั่นแหละ นึกถึงบรรยากาศได้เสมอ ฉันนองเอียงค้างฟังเธอครวญคราง นึกด่าในใจ ทำไมมันไม่เลือกเพลงสั้นๆ กว่านี้วะ...ฮ่าๆๆ
ตอนนี้ฉันอยู่อเมริกานะ ครอบครัวน่ารักมากเลยนัด...คิดถึงเพื่อนๆนะ
j-jeem@hotmail.com

 

โดย: จิ๋ม จูเนียร์ IP: 71.215.155.2 11 มิถุนายน 2551 13:15:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


[NostalgiA]
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใช้อินเตอร์เน็ทเป็นครั้งแรกประมาณปี 2541 สิ่งที่แรกที่รู้จักในอินเตอร์เน็ทคือ ICQ มันทำให้ได้น้องชายที่น่ารักมา 1 คน (ตามมาด้วยพ่อแม่อีก 1 ครอบครัว) ... ต่อมาเล่น pirch เป็น ติดงอมแงม เกือบทำให้เรียนไม่จบ ฮ่า.... จากโปรแกรมนี้ ทำให้ได้พี่สาวตัวสูงโย่งที่แสนดีมา 1 คน ได้เพื่อนที่เกือบจะเกินเพื่อนมา 1 คน ได้เพื่อนที่ดีและน่ารักอีกหลายสิบ...และได้พ็อกเก็ตบุ๊ก "แชตติดหนึบ คนติดเน็ท" มา 1 เล่ม (ใครไม่เคยอ่านก็เสียใจด้วย เพราะหาซื้อไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ)

ต่อมาก็เข้าเว็บ pantip และก็วนๆ เวียนๆ อยู่แถวๆ เหลิมไทย BP จนแยกมาเป็นห้องกล้องก็แวะเวียนไปเรื่อง ไปจตุจักรด้วย (ไปหาของกินกับต้นไม้) กิเลศพอกพูนมากๆ ก็แวะห้องรัชดา กะไปหารถขับ (ก๊ากก พูดเหมือนมีตังค์เยอะ) ได้เพื่อนจากพันทิพเป็นร้อย ได้ศัตรูมาด้วย ทั้งๆที่กรูไม่ผิด ฮ่าๆ ...แต่ก็ดี ทำให้ได้รู้ว่าคนเราพื้นฐานจิตใจสันดานเดิมมันไม่เหมือนกัน ย่อมไม่สามารถเข้าใจอะไรที่คนบางคนเข้าใจได้ อธิบายให้ตายก็ไม่มีวันเข้าใจ โอวาทของพระพุทธเจ้าที่กล่าวว่าบัวมีสี่เหล่าจึงเป็นสัจธรรมที่เที่ยงตรงและแน่นอนที่ซู้ดดดด

พอท้องก็ห่างหายจากพันทิพไปอยู่เว็ปแปลน หลงเข้าบ้านท้องป่องท้องแฟบ ได้รู้จักเพื่อนดีๆ ที่นี่เกือบสิบคน แต่คงไม่สนิทกันเท่านี้หากไม่มีเรื่องราวของผู้หญิงโรคจิตคนหนึ่งที่แอบอ้างว่าเป็นแอร์โฮสเตสไฮโซ สวยเหมือนดาราฮอลลีวู้ด มีลูกครึ่งน่ารักน่าชัง....เพราะเธอคนนี้ทำให้เราได้คุยกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในห้องลับ (taro mom and the chamber of secret)

และเพื่อนกลุ่มนี้นี่เองที่ทำให้จิตใจเราดีขึ้นมากมายในหลายครั้ง หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ครั้งที่สาวไหมเป็นคาวาซากิ ไปจนถึงโครงการสั่งซื้อเตาอบ (ขนาด 300 ลิตร)

บล็อกแก๊งค์นี้ สมัครไว้นานเกือบๆ 2-3 ปีได้แล้วมั้ง แต่ไม่ได้เขียนซักที เพราะโง่ ทำไรไม่เป็น จนกระทั่งไปสอดรู้สอดเห็นไดของเพื่อนคณะวิจิตรศิลป์คนหนึ่ง (จริงๆ ก็ไม่ใช่เพื่อนเราหรอก แต่เรียนปีเดียวกันก็ตีขลุมว่าเป็นเพื่อนละกัน) เห็นแล้ว เออ...น่าจะเขียนอะไรมั่งวุ้ย

เลยพยายามสุดชีวิตที่จะตกแต่งบล็อกและเขียนบล็อก สุดท้ายก็เขียนจนสถิติขึ้นไปเกือบ 8 พัน บล็อกแก๊งค์ก็ปิดปรับปรุงและทำให้สถิติหายหมด ฮ่า....

เป็นคนนิสัยเสีย ไม่ค่อยชอบตอบกระทู้ที่ตัวเองตั้งและเวลามีคนมาคอมเมนท์ก็ไม่ค่อยชอบตอบ ทั้งๆที่ซาบซึ้งใจมากๆ กับคอมเมนท์ของทุกคน...ขอโทษด้วยนะคะที่เป็นคนโรคจิตเช่นนี้

แต่จะพยายามตอบสุดความสามารถค่ะ




search engine marketing company image link
free hit counter script
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add [NostalgiA]'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.