สวัสดีปีใหม่ 2008 เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหลากหลาย ทั้งโศกเศร้า ทั้งตื้นตัน

ไม่ได้อัพบล็อกนานมากค่ะ เกือบเดือนแล้วมั้งเนี่ย ก็ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ทุกคนนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ นะคะ มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายและใจ มีชีวิตที่ราบรื่นและมีความสุขนะคะ ความสุขไม่ได้เกิดขึ้นได้จากเงินอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่มั่นคง ไม่มีทุกข์โศกโรคภัยมาเบียดเบียน แต่หากใครที่เงินก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสุขก็ขอให้ร่ำรวย มีเงินมีทองเยอะๆ นะคะ(ซ้าธุ ขอรับไว้ก่อนเลยนะคะ ฮ่าๆ)

เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นมากมายค่ะ ทั้งย่าทวดของสาวไหมที่อาการโคม่า ตอนนี้ทางบ้านก็ทำใจเตรียมตัวรับสถานการณ์ไว้แล้ว แต่ย่าทวดก็ยังฮึดสู้นะ แม้ว่าจะไม่รู้สึกตัวแล้ว ไม่ได้ข้าวได้น้ำ ก็ยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลย ทุกคนก็ตกลงกันว่าจะไม่ช่วยชีวิต(แต่ทำให้ท่านทรมาน)แล้ว ก็จะให้ท่านจากไปตามสภาพร่างกายที่หยุดทำงานไปเอง

ก่อนสิ้นปี ที่โรงเรียนของสาวไหมก็มีงานปิดก้าวย่าง แม่แมว ครูใหญ่ของโรงเรียนก็ได้มาพูดคุยกับผู้ปกครอง มาเปิดใจคุยกันเรื่องแนวทางการสอน การอบรมลูกๆ ของเราให้ไปในทิศทางเดียวกัน ฟังแล้วก็ดีใจที่การตัดสินใจในชั่วข้ามคืนนั้นของเรามันถูกต้อง เลยทำให้ตัดสินใจพาสาวไหมมาเรียนที่นี่



ถ้าใครที่ไม่ได้อ่านตอนเก่าๆ ที่เคยพูดถึงเรื่องเรียนของสาวไหมก็จะเล่าให้ฟังแบบย่อความโดยละเอียดค่ะ อิอิ

เรื่องของเรื่องคือ สาวไหมอยู่เนิสเซอรี่ครูแอนมาปีกว่า ที่เนิสฯ นี่ก็ดีมากๆ เพราะเขารับเด็กน้อย แต่ช่วงหนึ่ง เด็กก็มีน้อยมาก จนทางเนิสจะอยู่ไม่ได้ ก็ต้องหาทางออกโดยให้พี่เลี้ยงสองคนออกจากงาน และตั้งข้อตกลงว่าจะรับเด็กไม่เกิน 5 คน แต่ต่อมาเด็กใหม่เริ่มมาเยอะขึ้น และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กเล็กๆ ไม่ถึงขวบ เป็นเด็กวัยคลานทั้งนั้น มีสาวไหมกับน้องนัทสองคนที่อายุสองขวบกว่า

ต้นเดือนตุลา น้องนัทก็ไปเข้าโรงเรียนแบบไม่ทันตั้งตัวเลย ตอนนั้นเราก็ยังไม่คิดอะไร เพราะตั้งใจจะเอาสาวไหมไปเข้าโรงเรียนดาราอยู่แล้ว แต่เย็นวันพฤหัสปลายเดือนตุลา ตอนที่ไปรับสาวไหม ก็เห็นสาวไหมนั่งอยู่คนเดียว ก็ถามน้องผึ้ง พี่เลี้ยงที่ดูแลว่า สาวไหมเล่นกับน้องๆ ไหม พี่เลี้ยงบอกว่า สาวไหมจะเล่นคนเดียว น้องๆ มาเล่นด้วยก็จะไล่น้องๆไป ไม่ก็เดินหนี

ฟังแล้วก็รู้สึกว่า แย่แล้ว ที่เนิสนี่คงให้ในสิ่งที่วัยสาวไหมต้องการไม่ได้เสียแล้ว จริงๆ แล้วสาวไหมก็คงจะส่งสัญญาณให้แม่รู้หลายอาทิตย์แล้วล่ะ เช่นเวลาไปส่งตอนเช้าก็จะร้องไห้ตามแม่ ซึ่งปกติไม่เคยเป็นเลย แต่เราก็ไม่รู้เรื่อง จนมาถึงวันนั้นถึงได้กลับไปคิดหนักมาก



คืนวันพฤหัสนั้น ก็นอนคิดว่าจะทำยังไงดี กลางเดือนพฤศจิกายน โรงเรียนดาราก็จะเปิดขายใบสมัครแล้ว แต่กว่าจะได้เรียนก็เป็นเดือนเมษา เราจะปล่อยให้สาวไหมเหงาอยู่เนิสอีก 5-6 เดือนเพื่อรอเข้าดาราดีหรือเปล่า แต่ถ้าทนไม่ได้ จะเอาไปเข้าโรงเรียนที่ไหนดี เพราะมันมีค่าแรกเข้าทั้งนั้น ถ้าเอาไปเรียนแก้ขัดแค่ 6 เดือน ก็เสียดายค่าแรกเข้า

เย็นวันนั้นก็โทรหาปุ๊ก แม่น้องริว จิแม่น้องไพ-น้องมิว เพื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนต่างๆ คิดถึงแอนแม่น้องชะเอมและกอว่านด้วย เพราะชะเอมเรียนดารา แต่ในมือถือไม่มีเบอร์แอน คืนนั้น ราวกับมีพลังจิตแน่ะ แอนโทรมาหาตอนสองสามทุ่ม บอกว่าเมื่อกี้รู้สึกอะไรไม่รู้ รู้สึกว่าอยากคุยกับพี่นัดเหลือเกิน เหมือนกับว่ามีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกัน โอ้โห ดีใจสุดๆ

แอนก็ให้คำแนะนำดีมาก ชี้ทางสว่างให้กับแม่ที่ไม่เคยสนใจหาข้อมูลโรงเรียนอย่างเรามาก่อนว่า ถ้าพี่นัดอยากจะให้เรียนดารา พี่ก็เอาไปเข้าโรงเรียนอื่นๆ ก่อนจนถึงอนุบาล 2 สิ พอจะขึ้นอนุบาล 3 ก็ค่อยมาเรียนดารา จะได้ไม่เสียดายค่าแรกเข้าโรงเรียนใหม่นี่ด้วย

เออ แฮะ.... เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมคิดไม่ได้หว่า คืนนั้นก็เลยคิดถึงโรงเรียนใกล้ๆ ที่ทำงาน ซึ่งก็ต้องตัดไปทั้งสองที่ ด้วยเหตุผลของสถานที่และการจราจร

แต่แว๊บหนึ่งตอนนั้น ก็นึกถึงคำพูดของพี่ปอง "คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป" ขอเขียนชื่อพี่ปองไว้ตรงนี้เลยเพื่อขอบคุณ พี่ปองก็คือน้าตุ๊บปอง คนเขียนหนังสือเด็กหลายๆ เรื่องที่แปลนฟอร์คิดส์พิมพ์นั่นแหละค่ะ พี่ปองเคยบอกเราเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่คุยกันเรื่องทำหนังสือว่า "ไปประเมินโรงเรียนทางคันคลองมา โรงเรียนดีมากเลย ถ้าจะเอาสาวไหมไปเรียนอนุบาล อยากจะแนะนำโรงเรียนนี้นะ"


บรรยากาศที่โรงเรียนของสาวไหม


ชื่อโรงเรียนบ้านคุณแม่ก็เลยแว๊บเข้ามาในหัว ก็เลย search ในเน็ทคืนนั้น เจอเว็บโรงเรียนก็เข้าไปดู เห็นปุ๊บก็คิดว่า ตายแล้ว แพงแน่ๆ เลยว่ะ เลยไม่สนใจเลย

แต่พอถึงเช้าวันศุกร์ ก็คิดว่าไม่ลองไม่รู้ ก็เลยเปิดเว็บโรงเรียน โทรไปถามให้รู้แน่ ปรากฏว่าค่าเรียนของเตรียมอนุบาลคิดเป็นเดือน และถูกกว่าที่เนิสเสียด้วยซ้ำไป เลยลางานพาสาวไหมไปดูโรงเรียนตอนเกือบเที่ยงของวันศุกร์นั่นเลย

พอไปถึงโรงเรียน ได้คุยกับครู ได้รู้นโยบายโรงเรียนก็ชอบมาก จ่ายเงินเลยทันที แต่พอเล่าให้ตายายสาวไหมฟั้ง ตายายก็บอกว่าคิดดีๆ นะ ให้ลูกไปเรียนโรงเรียนแปลกมาก มันจะอยู่ในสังคมได้ยังไง จะเอาไปเข้าโรงเรียนไฮโซทำไม ให้มันติดดินบ้าง

แต่......

พอเข้าไปเรียนแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ เด็กๆ ทุกคนตั้งแต่เตรียมอนุบาลได้ปลูกผักเลี้ยงปลา ได้ไปดูชาวนาเกี่ยวข้าว ได้ไปย่ำดินเพื่อจะเอาไปทำอิฐสำหรับสร้างบ้านดิน ถ้าเป็นไฮโซสงสัยจะเป็นไฮโซบ้านนอก ฮ่าๆ


เล่นกับพี่มิ่ง


แปลงผักบุ้งของกลุ่มสาวไหม มีแต่บรรดาแสบซ่าขาโจ๋


สาวไหมนุ่งซิ่นตีนจกไปโรงเรียนวันศุกร์ ป้าลีที่ทอและเย็บให้เป็นชาวลัวะบ้านแม่แจ่ม เย็บซิ่นให้สาวไหมเหมือนเย็บกระโปรงตุ๊กตาเลย แบบว่าเย็บเป็นสี่เหลี่ยมขึ้นไปตรงๆ เลย ไม่มีเผื่อสะโพก เผื่อพุงเลย เลยเดินลำบากนิดหน่อย แต่ยังมีแหวกหลังให้ด้วยนะ 55


สาวไหมพาทัวร์แปลงผักและบ่อปลา



วันศุกร์ที่ผ่านมา (จริงๆ แล้วเริ่มเขียนบล็อกหน้านี้ก็วันศุกร์นั่นแหละ) ตอนเช้าไปส่งสาวไหมไปโรงเรียน ก็เลยไปนั่งคุยกับแม่แมว เจ้าของโรงเรียน ที่ห้องกลางบ้านมีคุณย่าของน้องดนย์นั่งอยู่ด้วย น้องดนย์เพิ่งย้ายมาจากอังกฤษได้สิบกว่าวัน คุณย่าเพิ่งตัดสินใจพามาเรียนที่นี่ จะเริ่มเรียนวันจันทร์ที่จะถึงนี้

เราคุยกันเรื่องเด็กๆ เรื่องการเรียน เรื่องการใช้ชีวิตของเด็กๆ ในวันข้างหน้า ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกดีที่ได้เจอโรงเรียนที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันอย่างนี้

บางครั้งก็รู้ตัวเองว่าเป็นแม่ที่ใจร้อนมาก บางทีแปรงฟันให้สาวไหมแล้วสาวไหมชอบกลืนยาสีฟัน ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ยังกลืนยาสีฟันต่อไปด้วยดวงตาใสซื่อ แต่ยิ่งเห็นยิ่งโมโห บางทียั้งมือไม่ทันก็บีบแก้มมั่ง ตบแก้ม(เบาๆ)มั่ง พอสาวไหมร้องไห้ก็สงสาร เลยขอโทษ แต่พอรู้ว่าแม่ขอโทษอย่างนี้ คราวต่อๆ มา พอดุสาวไหม สาวไหมก็จะบอกว่า

"แม่ขอโทษไหมก่อน"

บางครั้งถ้าเราเป็นคนผิดจริงๆ ก็จะขอโทษสาวไหม แต่หลายครั้งที่สาวไหมเป็นฝ่ายผิด ก็ต้องมานั่งคุยกันว่า เมื่อกี้สาวไหมทำอะไร มันดีไหม ถ้าไม่ดีแล้วใครผิด สาวไหมผิดใช่ไหม ต้องถูกลงโทษใช่ไหม ถ้าสาวไหมถูกลงโทษ แม่ก็ไม่ผิด ดังนั้นแม่ไม่ต้องขอโทษหนู แต่หนูนั่นแหละต้องขอโทษแม่ เข้าใจไหม

บางครั้งเทวดาเข้าสิงเธอก็จะบอกว่า สาวไหมผิด สาวไหมขอโทษ แต่ถ้าบางครั้งผีเข้า(บ่อยเสียด้วย) ต่อให้อธิบายแทบตายยังไง เธอก็ยืนยันว่า "แม่ผิด!"

ชิ...

มีหนหนึ่ง ขับรถกลับบ้านกันตอนเย็น สาวไหมกินนมหมดก็บอกว่า

"แม่ สาวไหมเก่งมาก สาวไหมเก่งที่สุด"

เราขับรถไปก็พยักหน้าเออออตาม แต่สาวไหมก็ย้ำอยู่นั่นแหละ สาวไหมเก่งที่สุด เฮ้ย ต้องเช็คความคิดดูก่อน เลยถามไปว่า

แม่ : สาวไหม พี่โดมินิกเก่งไหมลูก
สาวไหม : ไม่พี่โดมินิกเก่ง (แปลว่า พี่โดมินิกไม่เก่ง)
แม่ : น้องหยกเก่งไหมลูก
สาวไหม : ไม่น้องหยกเก่ง
แม่ : น้องนิวตั้นเก่งไหมลูก
สาวไหม : ไม่นิวตั้นเก่ง

เฮ้ย ไม่ได้การแล้ว รีเช็คยังไงเธอก็ยืนยันว่าทุกคนไม่เก่ง เธอเก่งที่สุดคนเดียว เลยต้องอบรมกันใหม่บนรถนั่นแหละ

แม่ : สาวไหม สาวไหมพี่โดมินิกกินนมเยอะไหม
สาวไหม : พี่โดมินิกกินนมเยอะ
แม่ : แล้วพี่โดมินิกกินนมเก่งไหม
สาวไหม : ไม่พี่โดมินิกกินนมเก่ง (ฟังไปฟังมาก็แอบคิดว่า นี่ลูกตูเป็นเอล์ฟประจำบ้านของแฮรี่ พอตเตอร์เปล่าฟะเนี่ย)
แม่ : เอ๊ แต่แม่ว่าพี่โดมินิกกินนมเก่งมากๆ เลยนะ กินเยอะกว่าสาวไหมอีก แม่ว่าพี่โดมินิกเก่งนะ
สาวไหม : พี่โดมินิกเก่ง (ชักเอนเอียงตามแม่)
แม่ : แล้วหนูว่าน้องหยกพูดเก่งไหมลูก
สาวไหม : น้องหยกพูดเก่ง
แม่ : แล้วน้องอิมเรียบร้อยไหมลูก
สาวไหม : ไม่น้องอิมเรียบร้อย
แม่ : แต่แม่ว่าน้องอิมเรียบร้อยที่สุดเลย น้องอิมน่ารักจัง แม่ช้อบ ชอบ
สาวไหม : น้องอิมเรียบร้อย
แม่ : งั้นน้องอิมเก่งใช่ไหมลูก
สาวไหม : น้องอิมเก่ง
แม่ : แล้วสาวไหมวาดรูปเก่งไหมลูก
สาวไหม : สาวไหมวาดเก่ง
แม่ : (กว่าจะได้สรุปเกือบจะขับรถถึงบ้านแระ) เห็นไหม แต่ละคนก็เก่งเหมือนกันเลย พี่โดมินิกกินนมเก่ง น้องหยกพูดเก่ง น้องอิมเรียบร้อย ทุกคนเก่งทุกคนเลย สาวไหมจำไว้นะว่าทุกคนเก่งเหมือนกัน ทุกคนเป็นคนดีเหมือนกัน ดังนั้น ไม่ได้มีแค่หนูคนเดียวที่เก่งที่สุดนะคะ ทุกคนก็เก่งที่สุด เป็นคนดีที่สุดเหมือนกัน สาวไหมเข้าใจไหมลูก
สาวไหม : เข้าใจ

เฮ้อออ กว่าจะสอนได้ก็ถึงบ้านพอดี แต่ขอโทษ คืนนั้น เธอวาดรูปเสร็จ เธอก็วิ่งเอาไปให้พ่อเธอดูแล้วบอกว่า

"พ่อๆๆ ดูรูปฉิ สาวไหมเก่งที่สุดเลย"
พ่อมันก็ตอบว่า "โอ้โห สาวไหมเก่งที่สุดเลย"

แด่ววววว คืนนั้นเลยต้องจับมาอบรมใหม่ทั้งพ่อทั้งลูกเลย

เฮ้ออ เลี้ยงลูกหนึ่งคนให้เป็นคนดี เป็นคนรู้จักคิด รู้จักเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่นนี่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ



วันหยุดสิ้นปี ไม่ได้ไปไหนไกล วันที่ 1 ก็เลยพาสาวไหมไปเที่ยวน้ำพุร้อนสันกำแพง แต่ใช้เส้นทางดอยสะเก็ด ไปเจอน้ำพุร้อนดอยสะเก็ดก่อน แล้วก็จะไปน้ำพุร้อนสันกำแพง ผ่านบ้านห้วยแก้ว กิ่งอำเภอแม่ออน ผ่านโฮมสเตย์แม่กำปอง เส้นทางสวยดี จนไปถึงน้ำพุร้อนสันกำแพง ผู้คนประมาณแสนห้าหมื่นคนมาเที่ยวกันที่นี่ หาที่จอดรถแทบไม่เจอ เลยเปลี่ยนไปน้ำพุร้อนรุ่งอรุณแทน เสียเงินคนละ 20 บาท สาวไหมไม่เสีย เข้าฟรี แต่สบายใจกว่ากันเยอะม้ากกกกกก

พอกินข้าวเสร็จ ก็ชวนสาวไหมถ่ายรูป เธอก็โพสต์ท่าดังต่อไปนี้









เสาร์อาทิตย์นี้ สาวไหมมาอยู่บ้านคุณยายค่ะ เพราะยายทวดของสาวไหมเสียเมื่อเช้าตรู่วันเสาร์ คงต้องอยู่ที่นี่ถึงวันอังคาร วันที่เผาศพแม่หม่อน

แม่หม่อนของสาวไหมก็ไปสบายแล้วค่ะ เพราะไม่สบายมานานหลายเดือน ละแวกแถวๆบ้านก็มีศพหลายศพเลยค่ะ คนแก่ทั้งนั้น เริ่มต้นปีด้วยข่าวสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ เราได้ข่าวตอนแปดโมงแล้ว ตอนที่ขับรถไปส่งสาวไหมที่โรงเรียน ฟังข่าวไปน้ำตาก็ไหลพราก สำหรับตัวเองแล้วรุ้สึกว่า ช่วงนี้มีแต่การสูญเสีย เพราะรู้ว่าย่าจะอยู่อีกไม่นาน และก็ไม่นานจริงๆ

แต่ยังไงก็ตาม ก็ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนนะคะ มีความสุขกายสุขใจ สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์กันทุกๆคนค่ะ




จริงๆ ก็ยุ่งๆ กันอยู่ แต่รีบมาอัพบล็อกก่อนที่จะไม่ได้อัพยาวค่ะ




Create Date : 04 มกราคม 2551
Last Update : 6 มกราคม 2551 15:40:10 น. 22 comments
Counter : 2835 Pageviews.

 
สวัสดีปีใหม่คุณนัดและน้องสาวไหมด้วยนะคะ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปด้วยค่ะ


โดย: JJH IP: 202.183.232.35 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:11:22:32 น.  

 
หวัดดีปีใหม่ย้อนหลังจ้า (ชักจะเบลอๆว่าหลังปีใหม่เราได้คุยกันไปบ้างยังหว่า) มีความสุขมากมายน๊า

เสียใจเรื่องย่าด้วยนะ แต่ก็ไปสบายแล้วเนอะ ไม่เจ็บไม่ทรมาน คนอยู่สิต้องสู้ต่อไป

ป.ล. รูปสาวไหมใส่ซิ่นอ่ะ หน้าเหมือนเจ้าปอเลยว่ะ น่าร๊ากกกกกกกกกก


โดย: พู่ระหง วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:1:19:50 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ด้วยคนจ้า สาวไหมโพสต์ท่าถ่ายรูปเก่งมาก ๆ เลยน่ารักดี


โดย: Yinglek IP: 58.136.117.20 วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:13:40:43 น.  

 
ดูรูปกิจกรรมและโรงเรียนแล้วก็น่าสนใจดี เคยไปดูโรงเรียนบ้านคุณแม่มาเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นพ่อที่ทำงานด้านการส่งออก อยู่แถวหางดง ก็เลยตัดสินใจเลือกให้ลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนนันทชาติฯ ตอนแรกรู้สึกสองจิตสองใจเหมือนกันครับ โรงเรียนบ้านคุณแม่จะดูเน้นความเป็นไทยดี น่าจะทำให้เด็กๆเป็นคนที่ดีในสังคมได้ ส่วนที่โรงเรียนนันทชาติ ค่อนข้างออกไปทางสากลมากกว่า ตั้งแต่การเรียนที่เน้นภาษาอังกฤษ และการจัดเวลาเรียนแบบต่างประเทศ แต่ที่ผมสนใจและตัดสินใจก็ตรงหลักสูตรทักษะชีวิตสากลนี่แหละครับ ลูกค้าฝรั่งบอกผมว่าโรงเรียนแบบนี้ หากเป็นที่เมืองนอก ค่าเทอมจะสูงมาก เป็นหลักแสนทีเดียว ผมก็เพิ่งสนใจและเคยได้ยินหลักสูตรนี้ตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิ ก็เลยเลือกให้ลูกเรียนในสิ่งที่จะช่วยสอนให้เขารู้จักใช้ชีวิตให้เป็นและสามารถรอดพันภัยจากสังคมปัจจุบันที่ย่ำแย่ลงทุกวัน


โดย: พ่อลูกหนึ่ง IP: 118.172.55.237 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:18:01:53 น.  

 
สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ทุกคนจ้า

มาตอบคุณพ่อลูกหนึ่งโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย

โรงเรียนนันทชาตินี่ที่อยู่แถวๆ วัดโลกโมฬีหรือเปล่าคะ มีรุ่นน้องเคยเล่าให้ฟังว่าเอาลูกไปเรียนที่นั่นเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า แต่ถ้าใช่ เราตัดโรงเรียนไปอันดับแรกเลยค่ะ เพราะเป็นคนที่ทนกับรถติดในเมืองไม่ได้เลย ไม่ชอบขับรถเข้าเขตคูเมืองเลยค่ะ เครียดมากๆ เลยอยากจะหาโรงเรียนที่ไปมาสะดวก (แต่ไกลซ้า 555)

หลักสูตรการสอนทักษะชีวิตนี่ ทางโรงเรียนบ้านคุณแม่กำลังจะสอนเหมือนกันค่ะ คนที่สอนเป็นคุณแม่ของน้องชั้นปีที่ 1 เคยเป็นครูสอนหลักสูตรนี้ที่แคนาดามาค่ะ

จากการประชุมโรงเรียนที่ผ่านมาสองสามครั้ง เราว่าสิ่งที่โรงเรียนบ้านคุณแม่มี และโรงเรียนอื่นไม่มีก็คือ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันของผู้ปกครองค่ะ การสอนภาษาอังกฤษก็ได้พันธมิตรที่มาสอนให้ฟรีๆ เลย ทั้งแม่ขวัญแม่น้องปั้น(คนที่เขียนหนังสือ "ปั้นลูกให้เป็นฮัจฉริยะ" น่ะค่ะ) แล้วก็อาจารย์ชาวต่างชาติที่แต่งงานกับสามีคนไทยที่จะมาช่วยสอนให้ไม่คิดค่าใช้จ่าย

เทอมหน้า คุณแม่น้องชั้นปีที่ 1 ก็จะช่วยสอนหลักสูตรทักษะชีวิตการเอาตัวรอดจากภัยในชีวิตประจำวัน พ่อของสาวไหมก็อยากจะไปสอนศิลปะการป้องกันตัวแบบล้านนาให้เด็กๆ ด้วย ตอนนี้ก็ชวนเพื่อนที่เป็นจิตรกรมีชื่อคนหนึ่งไปช่วยสอนศิลปะล้านนาให้เด็กๆ ค่ะ

เราว่าโรงเรียนบ้านคุณแม่เป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่เหมือนกับครอบครัวเดียวกันจริงๆ ค่ะ เป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครองเกือบทั้งหมดมีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันที่อยากจะให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีน้ำใจ รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนทุกวัย ทุกชนชั้น รู้จักคิดเป็นทำเป็น และไม่คาดหวังกับลูกจนกลายเป็นการบีบคั้น (แต่มีผู้ปกครองบางคนที่เป็นหมอก็ไม่ชอบการเรียนแบบนี้นะคะ กลัวลูกสอบเข้าแพทย์ไม่ได้ อิอิ)

ในวันที่ประชุมกัน บางคนก็บอกว่าสามีบอกว่าจบอนุบาลก็จะเอาไปเข้ามงฟอร์ตแล้ว เพราะวิชาการดีกว่า แต่ใครจะรู้ว่าหลานของอธิการโรงเรียนมงฟอร์ตมาเรียนที่บ้านคุณแม่ค่ะ อิอิ

แต่ก็นั่นแหละค่ะ ธรรมชาติของเด็กก็ไม่เหมือนกัน บางคนชอบเรียนก็ควรเอาไปเข้าโรงเรียนวิชาการ ถ้ามาเรียนแบบบูรณาการเขาก็อาจจะเครียดก็ได้ เรียนที่ไหนก็ดีทั้งนั้นแหละนะคะ ขอให้เด็กมีความสุขกับการเรียนในแต่ละแบบที่เข้ากับตัวเองที่สุดก็พอ เนาะ...


โดย: [NostalgiA] IP: 202.28.27.3 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:9:41:58 น.  

 
อัพบล๊อคบ่อยๆ น้อรออ่านจ้า สาวแสบนี่หน้าหยิกแก้มชะมัด


โดย: ณี IP: 203.144.200.126 วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:12:02:55 น.  

 
มาตอบคำถามเกี่ยวกับเหมยเยี่ยนฟางค่า..เฮ่อๆ ตอบช้าไปคงไม่ว่ากันโนะ พอดีแพทติดอ่านหนังสืออ่าค่ะ

ก่อนจะตอบก้อขอบอกไว้ก่อนนะค่ะ แพทเป็นแฟนคลับรุ่นเล็กที่ซู้ดด อิอิ ทรูวิชั่นก้อไม่ว่างไปดูด้วยสิ จะตอบในฐานะแฟนคลับนะค่ะ

ความสัมพันธุ์กับหลิวเต๋อหัวนั่น เป็นแค่เพื่อนซี้ค่า ไม่มีอะไรมากมายกว่านั้น (ทั้งๆที่แฟนคลับก้อเชียร์)เจ๊เหมยนั่นรักเลสลี่ จาง มากกว่า แต่ก้อเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าเลสลี่ เค้าเป็นเกย์ ความสัมพันธุ์เลยเป็นแค่เพื่อนที่สนิทกันมากค่ะ มากจนเจ๊เหมยเคยพูดว่า"คุณเป็นเพื่อนคนเดียว ที่เป็นเหมือนคนในครอบครัวของฉัน"

ตัวละครที่ชื่อว่า เจี่ยวหว่านั่น ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ เพราะภาษาการพูดการฟังมันไม่เหมือนกันแพทเลยไม่แน่ใจว่าใช่เฮียหลิวมั้ย แต่จากคำว่า"หว่า" นั่นก้อมีลุ้นว่าน่าจะใช่ค่ะ เพราะเจ๊เค้าก้อปลื้มเฮียหลิวอยู่แล้ว



โดย: Pat_lm(ไม่ได้ลอกอิน) IP: 125.26.31.59 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:17:48:43 น.  

 
เจี่ยวหว่า ก้อคือ ตัวละครในเรื่องThe modern love story ค่ะ เป็น"หลิวเต๋อหัว"ค่ะ..

เรื่องนี้ของแพทเป็นพูดจีนล้วน การฟังมันฟังไม่ค่อยออกค่ะ แต่ไปดูมาอีกรอบ ก้อใช่ค่ะ"เจี่ยวหว่า" แน่นอน

แวะไปบ่อยๆนะค่ะ...^^
ตอนนี้ทรูวิชั่นเค้าเอาประวัติเจ๊มาลงอีกแล้ว แต่แพทก้อไม่ได้ดูเช่นเคย เพราะไม่รุเรื่องเวลาเลยค่ะ

ถ้าได้ดู แวะมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ...^//^


โดย: Pat_lm IP: 125.26.31.59 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:19:03:24 น.  

 
สาวไหมน่ารักจัง
ขอจองตัวไว้ให้น้องชายได้ป่าวค่ะ

อิอิ


โดย: Pat_lm IP: 125.26.31.59 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:19:06:03 น.  

 
แพทพลาดแล้วค่ะ
ต้องขออภัยด้วยกับตัวละคร"เจี่ยวหว่า"

แฟนคลับ ไม่มีใครรุจักเลยค่ะ
ถ้ายังไงแพทจะไปหาข่าวมาลงแน่นอน

ยังไงก้อแวะไปที่บล็อคแพทด้วยน๊า.

แพทสนใจ"เจี่ยวหว่า"เข้าแล้วอ่า..ต้องตามข่าวด่วนที่สุดเลย
อิอิ^^


โดย: Pat_lm IP: 125.26.235.172 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:14:00:32 น.  

 
น้องสาวไหม น่ารักจังเลยเอารูปมาลงเยอะๆนะ


โดย: ตัวดี IP: 58.8.237.182 วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:20:54:08 น.  

 
ที่คุณถามนี่น่าจะเป้น หลิวเจียหว่า ใช่มะค่ะ
แบบว่าถ้าเจี่ยวหว่า มะรุว่าใคร

หลิวเจียหว่าคือหลิวเต๋อหัวค่ะ..


โดย: Pat_lm IP: 125.26.27.41 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:41:54 น.  

 
พี่นัทวันนี้วันเกิดเล็กค่ะ แต่ต้องมานั่งเฝ้าพ่อน้องเพลงเพลงทำงานที่โรงเหมือง เศร้า สาวไหมน่ารักจังโรงเรียนบ้านคุณแม่ดีจังนะคะอยากทำงานไปเช้าเย็นกลับมั่งจะได้เลี้ยงลูกเองพาลูกไปโรงเรียน แม่เป็นไรเนาะไม่ได้อยู่โรงเรียนบ้านคุณแม่ตอนนี้อยู่โรงเรียนบ้านคุณย่าแทนก็แล้วกัน อิอิ สุขสันติ์วันเกิดค่ะ




โดย: น้าหนูเล็ก IP: 202.44.210.31 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:09:34 น.  

 
ขออนุญาตเข้ามาอ่านหน่อยนะครับ ผมกำลังจะพาลูกสาวไปเรียนที่บ้านคุณแม่เดือนหน้านี้ เลยเข้ามา search หาข้อมูลเพิ่มเติม ดีใจที่ได้มาอ่าน blog ของคุณแม่สาวไหม รู้สึกมั่นใจขึ้นมากเลยครับ แรกๆก็กังวลใจว่าคิดถูกไหมที่จะให้ลูกไปเรียนที่นี่ เพราะจริงๆ office ก็ติดกับ สวนน้อย แต่ได้ยินบางคนว่า ที่สวนน้อย สปอย เด็กมากไป เลยคิดว่าเอาที่ใกล้ๆบ้านดีกว่า มาได้อ่าน blog ของคุณแม่ก็มั่นใจขึ้นเยอะเลยครับ
ผมว่าผมคุ้นๆ หน้า พี่ทั้ง 2 คนจังเลย


โดย: ฉัตรชัย IP: 58.147.20.168 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:27:17 น.  

 
ถามเพิ่มอีกหน่อยครับ คาใจมากๆ

พี่ทำงานใน มช. หรือเปล่าครับ ผมว่าผมเจอพี่แถวๆ ในมอ นะ


โดย: ฉัตรชัย IP: 58.147.20.168 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:46:00 น.  

 
คุณฉัตรชัยคะ

ขอโทษด้วยค่ะที่ไม่ได้มาตอบ พี่ทำงานใน มช นี่แหละค่ะ คงจะเคยเห็นหน้าแหละค่ะ

ลูกสาวคุณฉัตรชัยไปเรียนบ้านคุณแม่เหมือนกันเหรอคะ ชั้นอะไรคะ ยังไงวันที่ 21 มีนานี้มี open home ที่โรงเรียนก็ทักทายกันด้วยนะคะ จะได้รู้จักกันค่ะ


โดย: [NostalgiA] วันที่: 3 มีนาคม 2551 เวลา:11:27:11 น.  

 
ไม่รู้หลงเข้ามาได้ยังไง
ท่องเที่ยวอยู่ดี ๆ อ้าว..นี่สาวไหมนี่
ไม่เป็นไรครูออดเลยตามหลอกหลอนถึงที่เลย

ก่อนนั้นไปส่งสาวไหมที่มชทุกวัน
พอถึงที่ทำงานแม่นัด สาวไหมก็จะให้ครูออด
จับแขนแล้วให้ทำเหมือนกับว่าเล่นสไลเดอร์ไปตามพื้นเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วบริเวณ
ใครที่มองผ่านมาก็จะมีแต่สายตาที่เอ็นดูสาว
สาวไหม

พักหลัง ๆ ครูออดไม่ได้ไปส่งสาวไหมแล้ว
ก็คงอดเล่นสไลเดอร์

ปิดเทอมแล้วเป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่
นะคะ

แล้วครูออดจะมาเยี่ยมใหม่



โดย: ครูออดจ้า IP: 222.123.214.189 วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:22:35:34 น.  

 
ผมกำลังจะพาลูกสาวไปเดือนหน้า (เม.ย.)ครับ อะไรๆเพิ่งจะลงตัว หลังจากเลื่อนมาหลายครั้ง
ผมพอจะนึกออกล่ะครับ ว่าเคยเจอพี่ที่ไหน หลังจากแอบเข้าไปดูตาม blogของพี่มา ผมเป็นรุ่นพี่ของแจ๋วตอนเรียน math CMU น่ะครับ และแฟนผมก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับแจ๋วน่ะครับ เลยอาจจะเคยเจอกันผ่านๆ


โดย: ฉัตรชัย IP: 124.157.201.23 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:10:57:18 น.  

 
เย็นนี้กำลังจะแวะไปที่โรงเรียนบ้านคุณแม่คะตอนนี้ลูกชายจะอายุครบ 3 ขวบ มิถุนายน นี้ตกเกณฑ์ไป 1 ปี กำลังตัดสินใจว่าจะรอตามเกณฑ์หรืออย่างไรดี


โดย: รดา IP: 58.136.131.170 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:34:23 น.  

 
ชอบรูปน้องไหมใส่ซินตีนจกจังค่ะ


โดย: Nano IP: 112.142.133.209 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:53:45 น.  

 
เนื่องจากกรมทางหลวงชนบทมีโครงการทำป้ายแนะนำแหล่งท่องเที่ยว เป็นป้ายที่มีรูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ด้วยครับ จึงอยากได้รูปน้ำพุร้อนดอยเสก็ดทำป้ายนะครับ ป้ายขนาดใหญ่พอสมควร ไม่ทราบว่าทางเจ้าของบล๊อกพอจะมีไหมครับ และถ้ามีขอนำมาทำป้ายได้รึป่าวครับ ยังไงก็ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ถ้าได้รบทกวนส่งตามเมล nong9572@hotmail.com -ขอบคุณครับ


โดย: nong IP: 203.144.144.164 วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:15:12:39 น.  

 
น่ารักมากจะ


โดย: ป้าหมู IP: 192.168.1.30, 202.143.152.78 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:51:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

[NostalgiA]
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใช้อินเตอร์เน็ทเป็นครั้งแรกประมาณปี 2541 สิ่งที่แรกที่รู้จักในอินเตอร์เน็ทคือ ICQ มันทำให้ได้น้องชายที่น่ารักมา 1 คน (ตามมาด้วยพ่อแม่อีก 1 ครอบครัว) ... ต่อมาเล่น pirch เป็น ติดงอมแงม เกือบทำให้เรียนไม่จบ ฮ่า.... จากโปรแกรมนี้ ทำให้ได้พี่สาวตัวสูงโย่งที่แสนดีมา 1 คน ได้เพื่อนที่เกือบจะเกินเพื่อนมา 1 คน ได้เพื่อนที่ดีและน่ารักอีกหลายสิบ...และได้พ็อกเก็ตบุ๊ก "แชตติดหนึบ คนติดเน็ท" มา 1 เล่ม (ใครไม่เคยอ่านก็เสียใจด้วย เพราะหาซื้อไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ)

ต่อมาก็เข้าเว็บ pantip และก็วนๆ เวียนๆ อยู่แถวๆ เหลิมไทย BP จนแยกมาเป็นห้องกล้องก็แวะเวียนไปเรื่อง ไปจตุจักรด้วย (ไปหาของกินกับต้นไม้) กิเลศพอกพูนมากๆ ก็แวะห้องรัชดา กะไปหารถขับ (ก๊ากก พูดเหมือนมีตังค์เยอะ) ได้เพื่อนจากพันทิพเป็นร้อย ได้ศัตรูมาด้วย ทั้งๆที่กรูไม่ผิด ฮ่าๆ ...แต่ก็ดี ทำให้ได้รู้ว่าคนเราพื้นฐานจิตใจสันดานเดิมมันไม่เหมือนกัน ย่อมไม่สามารถเข้าใจอะไรที่คนบางคนเข้าใจได้ อธิบายให้ตายก็ไม่มีวันเข้าใจ โอวาทของพระพุทธเจ้าที่กล่าวว่าบัวมีสี่เหล่าจึงเป็นสัจธรรมที่เที่ยงตรงและแน่นอนที่ซู้ดดดด

พอท้องก็ห่างหายจากพันทิพไปอยู่เว็ปแปลน หลงเข้าบ้านท้องป่องท้องแฟบ ได้รู้จักเพื่อนดีๆ ที่นี่เกือบสิบคน แต่คงไม่สนิทกันเท่านี้หากไม่มีเรื่องราวของผู้หญิงโรคจิตคนหนึ่งที่แอบอ้างว่าเป็นแอร์โฮสเตสไฮโซ สวยเหมือนดาราฮอลลีวู้ด มีลูกครึ่งน่ารักน่าชัง....เพราะเธอคนนี้ทำให้เราได้คุยกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในห้องลับ (taro mom and the chamber of secret)

และเพื่อนกลุ่มนี้นี่เองที่ทำให้จิตใจเราดีขึ้นมากมายในหลายครั้ง หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ครั้งที่สาวไหมเป็นคาวาซากิ ไปจนถึงโครงการสั่งซื้อเตาอบ (ขนาด 300 ลิตร)

บล็อกแก๊งค์นี้ สมัครไว้นานเกือบๆ 2-3 ปีได้แล้วมั้ง แต่ไม่ได้เขียนซักที เพราะโง่ ทำไรไม่เป็น จนกระทั่งไปสอดรู้สอดเห็นไดของเพื่อนคณะวิจิตรศิลป์คนหนึ่ง (จริงๆ ก็ไม่ใช่เพื่อนเราหรอก แต่เรียนปีเดียวกันก็ตีขลุมว่าเป็นเพื่อนละกัน) เห็นแล้ว เออ...น่าจะเขียนอะไรมั่งวุ้ย

เลยพยายามสุดชีวิตที่จะตกแต่งบล็อกและเขียนบล็อก สุดท้ายก็เขียนจนสถิติขึ้นไปเกือบ 8 พัน บล็อกแก๊งค์ก็ปิดปรับปรุงและทำให้สถิติหายหมด ฮ่า....

เป็นคนนิสัยเสีย ไม่ค่อยชอบตอบกระทู้ที่ตัวเองตั้งและเวลามีคนมาคอมเมนท์ก็ไม่ค่อยชอบตอบ ทั้งๆที่ซาบซึ้งใจมากๆ กับคอมเมนท์ของทุกคน...ขอโทษด้วยนะคะที่เป็นคนโรคจิตเช่นนี้

แต่จะพยายามตอบสุดความสามารถค่ะ




search engine marketing company image link
free hit counter script
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add [NostalgiA]'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.