人生は 山もあるし、谷もあります ^_^ invisible tracker
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Kate T Williamson



+ + +

วันนี้มีสัมภาษณ์ศิลปินสาวเจ้าของหนังสือ A Year in Japan มาฝาก
เมื่อหกเดือนก่อนเขียนไปขอสัมภาษณ์ บอกว่าจะเอามาลงบล็อก
หกเดือนผ่านไป เพิ่งได้คำตอบส่งกลับมาสดๆร้อนๆ
(ท่าทางแกจะยุ่งมากจริงๆ)
คิดว่าอาจจะมีคนเคยเห็นหนังสือเล่มนี้มาบ้าง และสนใจอยากรู้จักคนแต่ง
เหมือนเรา เลยเอามาลงให้อ่านด้วยกัน

A Year in Japan เป็นหนังสือภาพพร้อมคำบรรยายสั้นๆเกี่ยวกับ
สิ่งที่ผู้เขียนพบเห็นระหว่างใช้ชีวิตนักเรียนทุนหนึ่งปีในเกียวโต
เป็นหนังสือภาพโดยศิลปินอเมริกันที่สะท้อนอารมณ์ละเมียดละไมแบบญี่ปุ่น
ได้ดีที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่เราเห็นมา จนทำให้เราต้องตามไปสัมภาษณ์
สาวผู้อยู่เบื้องหลังภาพเหล่านี้

- - -
ข้อมูลเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับคนเขียน

เคท ที วิลเลียมสัน
เป็นศิลปิน(สาว)ชาวอเมริกัน เรียนจบปริญญาตรีด้านการทำภาพยนตร์
จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังเรียนจบได้ทุนไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น(เกียวโต)
เป็นเวลาหนึ่งปี หลังกลับจากญี่ปุ่น เขียนหนังสือ A Year in Japan
เล่าประสบการณ์หนึ่งปีที่ญี่ปุ่นผ่านภาพวาด และเล่มถัดมา
At a Crossroads หนังสือภาพอีกเช่นกันถ่ายทอดช่วงชีวิตที่สับสน
ไม่รู้จะเดินไปทางไหนหลังกลับมาจากญี่ปุ่น ทั้งสองเล่มตีพิมพ์โดย
Princeton Architectural Press ขณะนี้เคทอาศัยอยู่ที่นครนิวยอร์ก

- - -
สัมภาษณ์

:: ถ้าถูกถามว่า Kate Williamson คือใคร?
อืมม คงบอกว่า เราเป็นศิลปินและนักเขียนที่ชอบสังเกตโลกรอบตัว และ
ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว

:: ช่วยอธิบายประสบการณ์ชีวิตหนึ่งปีที่ญี่ปุ่น
มันเปลี่ยนชีวิตเราไปเลย เรายังรู้สึกถึงแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตหนึ่งปีที่นั่น
ทุนที่เราได้รับค่อนข้างจะไม่ธรรมดา ตรงที่เค้าไม่ได้บังคับว่าเราจะต้องเสนอผลงาน
อะไรเป็นชิ้นเป็นอันตอนจบ เราเลยมีโอกาสได้เข้าไปซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่น
อย่างเต็มที่ และกำหนดกิจกรรมของตัวเองในแต่ละวัน ในหนึ่งปีนั้นเราอยู่ที่
เกียวโตเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ได้ไปอยู่โตเกียวประมาณเดือนเศษ และได้เดินทาง
ในเกาะฮอนชูนิดหน่อย ไปโอกินาวาสองครั้ง เราใช้เวลาเกือบทุกวัน
ขี่จักรยานที่ยืมมา ไปสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า นั่งวาดรูปและ
สังเกตสิ่งรอบตัว เราพักอยู่ใกล้ๆกับที่ตั้งพระราชวัง เลยพยายามสูดกลิ่น
ดอกบ๊วยที่กำลังบาน หรือไม่ก็เดินดูต้นซากุระที่นั่นทุกวันช่วงที่มันออกดอก

:: ประทับใจอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นมากที่สุด?
เราชอบโทนสีและลวดลายที่ญี่ปุ่น มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างที่เราเคยชอบ
ทั้งหมดมีอยู่อย่างท่วมท้นในญี่ปุ่น และเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญ
--ผ้าลายสก็อต พลีท พระจันทร์ เราชอบวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับ
ประสบการณ์ทางสายตาของญี่ปุ่นมากๆ ชอบความละเอียดอ่อนของ
ญี่ปุ่นโบราณ ไม้สีเข้มกับลายละเอียดสีทองที่ใดที่หนึ่งในห้อง
เราชอบอิทธิพลของธรรมชาติ แล้วคนญี่ปุ่นทุกคนแทบไม่มีข้อยกเว้นเป็น
คนอ่อนโยนจิตใจดีมากๆ

:: อะไรทำให้ตัดสินใจเขียนหนังสือ A Year in Japan หลังกลับจากญี่ปุ่น?
ตอนที่อยู่ญี่ปุ่น เราเขียนและวาดรูปลงในสมุดจดเล่มเล็กของเราอยู่แล้ว
พอผ่านไปได้ครึ่งปี เราก็เริ่มนึกอยากโชว์ภาพที่วาดให้คนอื่นดูโดยไม่ต้อง
โชว์สิ่งที่บันทึกไว้ในสมุดทั้งหมด เลยนึกว่า ถ้าดึงเอาภาพที่วาดและ
ข้อสังเกตจากสมุดจดมารวมกันก็จะโชว์ให้ครอบครัวและเพื่อนดูได้
หลังจากนั้นตอนที่เรากำลังทำหนังสืออยู่หลังจากกลับมาอเมริกาแล้ว
เลยคิดว่าน่าจะลองหาสำนักพิมพ์ดูจะได้แชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับ
คนอ่านในวงกว้างขึ้นได้

:: คุณวาดรูปให้ นสพ.Japion ในนิวยอร์ก สนใจการวาดรูปมานานแล้วเหรอ?
ตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่เราจะดีมากคอยจัดหากระดาษ ดินสอ และสีมาให้
เราวาดรูปตลอดสมัยเรียนมัธยมปลาย และมาหยุดไปสี่ปีช่วงเรียน
มหาวิทยาลัย (ช่วงนั้นวาดเฉพาะไอเดียสำหรับสตอรี่บอร์ด)
แล้วกลับมาวาดอีกทีตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น (เพราะการวาดรูปมันสะดวกกว่า
ไปไหนมาไหนได้ง่ายกว่าเทียบกับการแบกกล้องถ่ายหนังไปด้วย
แถมทำได้ทันทีกว่า และเวลาวาดรูป เรามองเห็นสถานที่นั้นจริงๆ
ไม่เหมือนเวลามองผ่านเลนส์)

:: ในหนังสือ At a Crossroads คุณวาดภาพ และเขียนถึงช่วงชีวิตที่สับสน
และพยายามหาสิ่งที่สิ่งที่ต้องการทำในชีวิต ซึ่งคิดว่าน่าจะมีหลายคนที่
เข้าใจความรู้สึกนี้ ช่วยพูดถึงชีวิตช่วงนั้นให้ฟังหน่อยว่ามันเป็นยังไงสำหรับคุณ

ตอนที่เราไปอยู่บ้านของพ่อแม่ที่เพนซิลเวเนียเป็นช่วงที่ลำบากใจนิดหน่อย
เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ ยังไง ตอนแรกเรานึกว่าจะอยู่ที่นั่นแค่
สองสามเดือนระหว่างทำหนังสือ A Year in Japan แต่ปรากฏว่ามันใช้เวลา
มากกว่าที่คิด สุดท้ายเราอยู่ที่นั่นเกือบสองปี ระหว่างนั้นก็ทำงานพิเศษไป
พลางคิดว่าจะทำอะไรต่อไป ถึงเราจะรู้สึกล่องลอยไร้จุดหมายในช่วงนั้น
แต่เราก็มีช่วงเวลาที่ดีมากๆอยู่เหมือนกัน เราไปทำต้นฉบับที่บ้านคุณยาย
ซึ่งทำให้เราได้ใช้เวลากับยายเยอะและก็กับพ่อแม่ด้วย นึกไปแล้วมันก็
แปลกดี ตอนนี้เวลาเรามองย้อนกลับไปช่วงนั้นมันเป็นเวลาที่มีความสุขมาก
และเราก็ดีใจที่มีเวลานั้น

:: แล้วคิดว่าเจอทางของตัวเองรึยัง?
อึมม ที่แน่ๆคือเราหาคำตอบของเรื่องบางเรื่องได้หลังจากผ่านช่วงนั้นมาแล้ว
เราคิดได้ว่า การทำงานศิลปะ และการอยู่กับคนที่เรารักเป็นสองสิ่งที่ทำให้
เรามีความสุขมากๆ เราชอบเล่าเรื่อง และคิดว่าการถ่ายทอดโดยผ่านถ้อยคำ
และภาพเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราในขณะนี้ ตั้งแต่หนังสือ At a Crossroads
ตีพิมพ์ออกมา เราเริ่มตระหนักว่า ชีวิตคนเราก็เหมือนกันทางแยกที่ไม่รู้จบ
(เรารู้สึกเหมือนเราสามารถพูดว่า 'เราอยู่ทางแยก...' ได้ทุกหกเดือน)
แต่คิดว่าตอนนี้เรามองเรื่องการเจอทางแยกเป็นเรื่องน่ากลัวน้อยกว่าตอนที่
เราเพิ่งจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ

:: มีคำแนะนำสำหรับคนที่กำลังพยายามหาทางของตัวเองอยู่มั๊ย
อย่าหมดหวัง อะไรบางอย่างจะปรากฏให้เห็นอย่างแน่นอน
ถ้าคุณเลือกทางนึงแล้วมันไม่เวิร์ค คุณจะเจอทางใหม่ คุณสามารถเปลี่ยน
ทิศทางได้เสมอ เราแนะนำให้เขียนบันทึกในสมุดจดหรือสเก็ตช์บุ๊คเป็นประจำ
ตอนที่เราอยู่บ้านพ่อแม่ เรามักจะบันทึกอะไรต่อมิอะไรที่มันขำๆ หดหู่
หรือเรื่องเปิ่นๆ พอคิดว่าเราสามารถจะเอามาเล่าเป็นเรื่องราว หรือวาดเป็น
ภาพออกมาได้ มันทำให้รู้สึกดีขึ้น และก็แนะนำให้ไปอยู่ที่สูงๆเวลา
ใช้ความคิด (เช่นบนยอดเขา เรารู้สึกเหมือนเรามองเห็นอะไรได้ชัดกว่า
จากด้านบน)

ป.ล. ความจริงสัมภาษณ์เยอะกว่านี้นิดหน่อย แต่เราดึงเฉพาะบางส่วนมา
ใครสนใจอยากอ่านฉบับเต็มเขียนมาบอกได้ จะส่งไปให้


Create Date : 23 ธันวาคม 2553
Last Update : 23 ธันวาคม 2553 9:49:31 น. 4 comments
Counter : 324 Pageviews.

 
ชอบจังค่ะ ไม่รู้ว่าจะยังหาหนังสือได้มั้ย^^


โดย: BoOKend วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:23:50:02 น.  

 
^
^
น่าจะยังหาได้ค่ะ
ลองดูในอเมซอน ไม่แน่ใจว่าเค้าส่งไปเมืองไทยรึป่าว


โดย: bumu_chan IP: 68.175.33.66 วันที่: 27 ธันวาคม 2553 เวลา:8:53:36 น.  

 
เราชอบงานของคุณคนนี้เหมือนกันค่ะ
แต่มีหนังสือเค้าแค่เล่มเดียว
ดีจังที่เอาบทสัมภาษณ์มาให้อ่าน :)


โดย: fonkoon วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:20:20:15 น.  

 
มีเล่มนี้เหมือนกันเลยค่ะ
ชอบๆ :)


โดย: mew IP: 210.4.143.66 วันที่: 29 มีนาคม 2554 เวลา:9:43:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bumu_Chan
Location :
* United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"All man's miseries derive from not being able to sit quietly in a room alone."
- Blaise Pascal
Friends' blogs
[Add Bumu_Chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.