人生は 山もあるし、谷もあります ^_^ invisible tracker
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
14 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
風が強く吹いてる



+ + +

เมื่อวันก่อนได้ดูหนังเรื่อง ขณะนี้มีลมพัดแรง (เราแปลเอง)
ชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า 風が強く吹いている เป็นเรื่องเกี่ยวกับชมรมวิ่ง
ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อลงแข่งในการแข่งขันวิ่งผลัด
ระดับมหาวิทยาลัย Hakone Ekiden เส้นทางระหว่างโตเกียว-ฮาโกเน่
รวมระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นการแข่งขันที่หินที่สุดอันนึง
เพราะเส้นทางจากโตเกียวถึงฮาโกเน่ มีลักษณะเส้นทางหลากหลาย
ทั้งช่วงที่คดเคี้ยว ขึ้นลงเนินชันติดต่อกัน และทางเรียบทะเลสาบซึ่งมีลมพัดแรง
ทำให้วิ่งลำบากกว่าปกติ

นอกจากนี้ แต่ละทีมจะมีนักกีฬา 10 คน ทุกคนต้องวิ่งเป็นระยะ 20 กิโลเมตร
เท่าๆกัน ห้าคนจากโตเกียวสู่ฮาโกเน่ในวันแรก และอีกห้าคนกลับจากฮาโกเน่
สู่โตเกียวในวันรุ่งขึ้น หากนักวิ่งคนใดคนหนึ่งในทีมไม่สามารถวิ่งครบระยะทาง
ในส่วนของตนได้ ทีมนั้นก็จะถูกปรับแพ้ทั้งทีม การแข่งขันนี้จึงต้องอาศัย
ความแข็งแกร่งของสมาชิกในทีมทุกคน

เราตั้งใจว่าจะดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเห็นโฆษณาในทีวี
เพราะช่วงหลังมานี้เราก็ชอบวิ่ง เป็นการฝึกตัวเองอย่างหนึ่ง
รู้สึกว่า การวิ่งเป็นอุปมาของการใช้ชีวิต เพราะการวิ่งต้องทำคนเดียว
ไม่มีอุปกรณ์ช่วย นอกจากขาและใจ ที่จะใช้ผลักตัวเองไปข้างหน้าเท่านั้น

หนังก็ดำเนินเรื่องไปตามคาด ทีมนักวิ่งมีทั้งคนที่ร่างกายอ่อนแอกว่าคนอื่น
คนที่มีพรสวรรค์ คนที่ใจสู้ คนที่ป่วย บาดเจ็บตอนวิ่ง แต่ทุกคนก็ช่วยกันจน
ผ่านรอบคัดเลือก เข้าไปสู่รอบแข่งจริง และติดสิบทีมสุดท้ายซึ่งทำให้
สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในปีถัดไปได้โดยอัตโนมัติ

แต่พอดูจบสิ่งที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมถึงตั้งชื่อว่า มีลมพัดแรง
เลยถามคนที่น่าจะรู้ ก็ได้คำตอบว่า เพราะลมเป็นตัวแทนของอุปสรรค
ที่ต้องฟันผ่าไปให้ได้ อย่างระยะทางที่นักวิ่งคนที่สี่ต้องวิ่งซึ่งเป็นเส้นทาง
เรียบทะเลสาบ เป็นช่วงที่จะมีลมพัดแรง ต้องใช้กำลังเยอะกว่าปกติ
อันนี้เราก็คิดๆไว้อยู่แล้ว

แต่คนเฉลยบอกมีอีกความหมายนึงคือ ตอนสุดท้ายกัปตันทีมซึ่งเป็นไม้สุดท้าย
เกิดอุบัติเหตุเข่าเจ็บตอนวิ่ง(ความจริงเป็นแผลเก่า) แต่ก็ลากสังขารเข้าเส้นชัยจนได้
และช่วงก่อนเข้าเส้นชัยนิดเดียว ก็มีลมแรงมากพัดในบริเวณนั้น จนเอกสารของ
คนบรรยายการแข่งที่นั่งอยู่ในซุ้มปลิวกระจาย ซึ่งหมายถึง เวลาคนเราจะทำอะไร
สำเร็จ จะเหมือนมีลมแรงมาพัดช่วยดันไปข้างหน้า เท่ากับ ลมเป็นได้ทั้งอุปสรรค
และแรงส่งสู่ชัยชนะ

หนังจบลงด้วยภาพนักวิ่งกำลังวิ่งอยู่บนที่ราบมุ่งไปหาดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น
(หรือกำลังตก) ไม่รู้ว่าจะวิ่งไปถึงไหน แต่ก็วิ่งไปเรื่อยๆ เหมือนชีวิตของคนเรา

อ้อ ตอนต้นของหนังบอกว่า การวิ่งระยะสั้นนั้นจำเป็นต้องมีพรสวรรค์และเทคนิค
แต่การวิ่งระยะไกลนั้นไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์หรือเทคนิคอะไร
เพียงแค่มีใจที่เข้มแข็ง(กัมบัทเตะ)เท่านั้น ฟังแล้วเหมือนมันอธิบายชีวิตไปในตัว
ทุกคนสามารถวิ่งระยะไกลได้ ไม่ต้องใช้เทคนิคหรือพรสวรรค์อะไร แค่อย่ายอมแพ้
ได้ยินมั๊ย (ได้ยินจ้า) ฟังแล้วรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง

เป็นหนังที่ให้ข้อคิดสไตล์ญี่ปุ่นๆ ดูๆ คิดๆ ลึกๆ และพลาดไม่ได้คือ วลีประจำชาติ
ที่สอดแทรกมาด้วย (がんばって) ไม่ว่าลมจะแรงแค่ไหน ทางขึ้นเขาชัน ลงเนินต่ำ
ร่างกายเกิดอ่อนแอ บาดเจ็บกะทันหันยังไง ต้องพยายามให้ถึงที่สุด
ถ้าเป็นพี่ไทยก็ต้องบอกว่า สู้สู้

ป.ล. หนังเรื่องนี้ได้รางวัล Best Picture ในการแจกรางวัลนักวิจารณ์หนัง
ญี่ปุ่นครั้งที่ 19 ด้วย



Create Date : 14 ธันวาคม 2553
Last Update : 14 ธันวาคม 2553 4:24:11 น. 1 comments
Counter : 396 Pageviews.

 
น่าดูจังค่ะ^^


โดย: BoOKend วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:18:07:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bumu_Chan
Location :
* United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"All man's miseries derive from not being able to sit quietly in a room alone."
- Blaise Pascal
Friends' blogs
[Add Bumu_Chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.