人生は 山もあるし、谷もあります ^_^ invisible tracker
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
食堂かたつむり



: : :

วันนี้มีหนังญี่ปุ่นมาแนะนำค่ะ
เป็นหนังที่ไปดูมาตอนที่มี Japan Cuts Film Festival 2011
ปีนี้คนจัดจัดมาหลายเรื่อง แต่เพราะช่วงนี้เวลาว่างน้อย (และตังน้อย)
เลยเลือกดูแค่สองเรื่อง -- เรื่องนี้กับอีกเรื่องชื่อ Toilet

เรื่องนี้เป็นหนังเกี่ยวกับอาหารๆ (ดูภาพก็พอรู้)
คล้ายๆหนังเรื่องโปรดของเรา Kamome Shokudo
นำแสดงโดย Kou Shibasaki นักแสดงที่เราชอบอีกคน

โชกุโด คาตาสึมุหริ (แปลว่า ร้านอาหารหอยทาก)
เล่าถึง ริงโกะ เด็กหญิงที่เกิดมาโดยไม่มีพ่อ ในหมู่บ้านแห่งนึง
ริงโกะเป็นเด็กเรียบง่าย ชอบทำกับข้าว สังเกตธรรมชาติ
ขณะที่แม่ของเธอ ชอบเฮฮา ปาร์ตี้ ทาปากแดง เป็นเจ้าของบาร์ในหมู่บ้าน
เพราะบุคลิกที่ต่างกันสุดขั้ว ริงโกะกับแม่จึงมีเรื่องทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อริงโกะเข้าสู่วัยรุ่น เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปอยู่กับยายที่โตเกียว
ริงโกะทำงานที่ร้านอาหารหลากหลาย เพื่อเรียนรู้งาน และเก็บตังไว้เปิด
ร้านอาหารของตัวเอง จนวันนึงริงโกะพบหนุ่มอินเดีย และตกหลุมรัก
หนุ่มอินเดียย้ายมาอยู่กับริงโกะ แต่ต่อมากลับขโมยเงินที่สะสมไว้ทั้งหมด
แล้วหนีไป ริงโกะไม่เหลือเงินซักเยน มีแต่ไหดองผักของยายเท่านั้น

ริงโกะจำต้องเดินทางกลับบ้าน ไปอยู่กับแม่เหมือนเดิม
แม้จะกลับไปอยู่บ้านในหุบเขา เธอก็ยังไม่ลืมความฝันในการเปิดร้านอาหาร
วันนึง เธอคิดว่า น่าจะเอาโรงเก็บของของแม่มาเปิดเป็นร้านอาหารได้
เธอจึงเริ่มลงมือ โดยความช่วยเหลือของเพื่อนเก่า
ร้านที่เธอเปิดมีชื่อว่า โชกุโด คาตะสึมุหริ (ร้านหอยทาก)
คอนเซปต์ของร้านคือ อาหารที่ทำอย่างช้าๆเท่าความเร็วของหอยทาก

ริงโกะทำอาหารทุกจานด้วยตัวเอง โดยเริ่มทำจากส่วนผสมสดๆ
อาหารของริงโกะเหมือนมีมนตร์วิเศษ
ใครที่มากินอาหารของเธอจะสามารถจัดการกับปัญหาของตัวเอง
และเปลี่ยนเป็นคนใหม่สดใสราวกับเป็นเรื่องโกหก

ระหว่างที่เปิดร้านอาหารอยู่นี้
ความสัมพันธ์ของริงโกะกับแม่ก็ยังไม่ดีขึ้น
แต่อยู่มาวันนึง แม่มาบอกริงโกะว่า ไปตรวจเจอว่าเป็นมะเร็ง
ทั้งคู่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการปรับความเข้าใจกัน
และหลังจากแม่เสียชีวิตไปแล้ว ริงโกะถึงพบว่า จริงๆแล้ว
แม่รักและห่วงริงโกะมากที่สุด ภายใต้เปลือกนอกที่เหมือนไม่แคร์ (ซึ้ง)

- - -
ที่เราประทับใจมากที่สุดตอนดูหนังเรื่องนี้คือ
ก่อนที่ริงโกะจะลงมือทำอาหารทุกครั้ง เธอจะหลับตา สูดหายใจลึก ลึกกก..
เหมือนกำลังจะเริ่มทำพิธีกรรมสำคัญอะไรซักอย่าง
แล้วถึงเริ่มลงมือทำอาหารอย่างประณีต ซึ่งความตั้งใจทั้งหมดนี้
สื่อไปถึงคนที่กินได้

และนอกจากฉากทำอาหารที่ดูน่าอร่อยสุดๆแล้ว
ริงโกะยังทำงานฝีมือเล็กๆเอง เช่นที่รองแก้ว เสื้อคลุม ไว้ใช้ในร้าน
ร้านของริงโกะจึงมีบรรยากาศอบอุ่นที่เกิดจากอาหารและงานฝีมือน่ารักๆ
ริงโกะปักเสื้อคุลมทำอาหารของตัวเองเป็นรูปหอยทากตรงริมเสื้อ
เธอจะใส่มันอย่างตั้งใจ เหมือนมันเป็นเครื่องแบบศักดิ์สิทธิ์
ก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารในครัวเล็กๆ ที่มีแสงลอดเข้ามาทางหน้าต่างทุกวัน
ไม่นึกว่า การทำอาหารจะเป็นฉากที่ดูศักดิ์สิทธิ์ได้เท่านี้
(ดูภาพข้างบนประกอบ น่าจะพอได้ฟีล)

อีกอย่าง คอนเซปท์ของร้านหอยทาก
ที่บอกว่า cooking at the pace as slow as snail มันฟังดูน่ารัก
และทำให้นึกถึง อาหารฝีมือแม่ที่ค่อยๆทำ ค่อยๆเคี่ยว สมัยก่อน
ไม่ใช่กดปุ่ม ปู๊ด ปิ๊ด หั่นๆๆ โยนๆๆ ใส่ลงไปเสร็จเหมือนสมัยนี้
เวลาดูหนังที่แสดง process ที่ทำอะไรช้าๆแบบนี้แล้ว
เหมือนมันพาเราทำสมาธิ ทำให้เราอยากทำอะไรแบบค่อยๆทำ
บรรจงทำอย่างนี้บ้าง ความประณีตของผลงานที่ออกมามันต้องผิดกันอย่างแน่นอน

--คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ ถึงจะต้องอยู่คนเดียว
หรืออยู่ห่างไกลจากคนอื่นๆแค่ไหน ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

--การมีคนมาร่วมแบ่งปันความยินดีจากความสำเร็จของเราด้วยความจริงใจ
มันสำคัญพอๆกับตัวความสำเร็จเองเลยทีเดียว

โดยรวมแล้ว ทั้งเนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องของเรื่องนี้อยู่ขั้นโอเค
ไม่ได้ประทับใจมาก แต่หนังเกี่ยวกับการทำอาหาร ไหนจะยังการจัดฉาก
และของประกอบฉากน่ารักๆ และการแสดงของโค ชิบาซากิ ก็ไม่มีทางเป็น
เรื่องแย่ได้อยู่แล้ว ถึงเรื่องจะดูเดาได้โดยรวม แต่ก็ได้ข้อคิดดีๆหลายอย่าง
อย่าดูคนผิวเผินแค่ภายนอก เป็นหนังที่มีความลึกนิดหน่อยเหมือนกัน

. . .
ป.ล. 1 ดีวีดีเรื่องนี้ไม่มีซับไตเติ้ลอังกฤษ แต่ที่ไปดูมามันเป็นเทศกาลหนัง
เค้าเลยทำซับภาษาอังกฤษด้วย โชคดีไป. . .

ป.ล. 2 อ่านจากเจแปนไทมส์ บอกว่า ตอนนี้หนังแนวทำอาหารแบบนี้ โดยมี
ตัวเอกเป็นผู้หญิงกำลังฮิตมาได้พักนึงแล้ว เริ่มตั้งแต่ Kamome Shokudou
ใครจะนึกว่า การถ่ายภาพคนทำอาหารมันจะมีเอฟเฟกต์สะกดจิตคนดูได้ขนาดนี้
หลังจากนั้นก็มีเรื่อง Shiawase no Kaori, Nonchan Noriben แล้วก็เรื่องนี้
ถ้าใครชอบแนวนี้ ลองไปหามาดูกันนะคะ ^^


Create Date : 02 สิงหาคม 2554
Last Update : 2 สิงหาคม 2554 7:51:12 น. 3 comments
Counter : 631 Pageviews.

 
ต้องชอบจริงๆนั่นแหละครับถึงจะอยู่คนเดียวได้

น่าสนใจครับ
จะหามาดูนี่ ไปหาที่ไหนเหรอครับ


โดย: BIGLATTE วันที่: 2 สิงหาคม 2554 เวลา:10:09:27 น.  

 
^
^
คุณ BIGLATTE: ถ้าเป็นที่เมืองไทยน่าจะลองดูตามร้านเช่าหนังญี่ปุ่น หรือไม่ก็แถวมาบุญครองน่าจะมีมั๊ยคะ? หรืออีกทีก็น่าจะหาหรือสั่งซื้อได้จากคิโนคุนิยะน่ะค่ะ

เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเราไปดูที่เทศกาลหนังมาน่ะค่ะ


โดย: bumu IP: 68.173.102.254 วันที่: 2 สิงหาคม 2554 เวลา:20:38:23 น.  

 
นึกดูแล้วแทบไม่เคยดูหนังทำอาหารเลยแฮะ นอกจากจูลี่แอนด์จูเลีย

ต้องไปหามาดูบ้างแล้วค่ะ


โดย: BoOKend วันที่: 3 สิงหาคม 2554 เวลา:19:50:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bumu_Chan
Location :
* United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"All man's miseries derive from not being able to sit quietly in a room alone."
- Blaise Pascal
Friends' blogs
[Add Bumu_Chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.