จิบชาชมดอกไม้ไปพลาง คุยกันเบาๆ ที่สวน..เจ้าแก้ว กังไส





Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
เวียงนาคินทร์ ตอนที่ 3

ตอนที่ 3
ผู้ให้กำเนิด ตอนปลาย




           นิ้วมือเรียวบรรจงหยิบเอกสารยืนยันผลตรวจ DNA ขึ้นมาอ่านอย่างพิจารณา วันนี้พราวแสงแต่งกายด้วยชุดสีครีมอ่อน ดูสุภาพเรียบร้อยกว่าปกติซึ่งมักจะเป็นชุดที่ดูเปิดเผยเรือนร่างมากกว่านี้ ผมยาวสลวยนั้นถูกเก็บรวบไว้ครึ่งศีรษะ ดวงหน้างามหวานละมุนนั้นถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีอ่อนจาง ต่างจากพราวแสงที่เคยสวยคมจนเปรี้ยวฝาดอย่างที่สรวงเคยเห็นจนเจนตา หล่อนดูจะอยู่ในอาการซึมเศร้าหากแต่พยายามเก็บอาการ ไม่ตีโพยตีพายอย่างที่เขาคาดเดา



           "คุณคงไม่มีอะไรเถียงแล้วนะ ถ้างั้นผมขอหย่า" ชายหนุ่มกล่าวตัดบทอย่างแห้งแล้ง ไม่เหลือน้ำคำหวานให้กับคนเคยรักสุดหัวใจเลยแม้สักเพียงน้อยนิด



            "ค่ะ พราวเข้าใจ" หล่อนเองก็ตอบด้วยเสียงเรียบๆ พอกัน ด้วยความนิ่งสงบนี้เองกลับทำให้สรวงเสียอีกที่เป็นฝ่ายร้อนขึ้นมา


            "คุณจะไม่อธิบายหรือขอโทษผมสักหน่อยหรือไง?" เขาเสียงดังขึ้นจนคมชาญนึกดีใจที่เขาแยกเด็กชายโอมไปไว้อีกห้องหนึ่ง ไม่ให้เห็นภาพที่พ่อแม่กำลังทะเลาะกัน



            "เอกสารนี้มันก็อธิบายตัวมันเองทั้งหมดแล้วนี่คะ พราวเองก็คิดว่าสักวันหนึ่งจะบอกคุณ....เพียงแต่ว่าพราวเห็นคุณรักลูกมากเลยไม่กล้าพูดมาถึงตอนนี้"



             "คุณนอกใจผม...คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง?" แม้เตรียมตัวมาดีแล้ว แต่สรวงเสียอีกที่เป็นฝ่ายอ่อนไหว ไอร้อนอาบอุ่นเอ่อล้นขึ้นที่ขอบตาเขา จนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำไปหมด



             "พราวไม่ได้นอกใจคุณ....เพียงแต่..." หล่อนนิ่งเงียบไปและเบนหน้าไม่สบสายตาเขา จึงอีกครู่ต่อมาจึงค่อยเริ่มพูดต่อ

             "ผู้หญิงเราน่ะ ถ้าจะแต่งงานกับใครสักคนก็ควรจะทดลองคบหาดูใจกันให้ดีก่อน แล้วในเวลานั้นก็มีคนเข้ามาหลายคน"



             "คุณก็เลยทดลองหมดทุกคน?" สรวงถามอย่างยียวน


             "อย่าดูถูกฉันนะ....ฉันเพียงแต่..." หล่อนเม้มริมฝีปากลงด้วยความไม่พอใจ

"แล้วไม่จริงหรือไง? ไม่งั้นตาโอมคงเป็นลูกผมไปแล้ว"


            "ใช่ค่ะ...มันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่เรื่องอยู่ก่อนแต่งน่ะเมืองนอกมีถมไป มันเป็นความบังเอิญไม่ใช่ความตั้งใจของพราว จังหวะที่พราวเลิกกับเขา...พราวก็เจอคุณ" คำตอบของหล่อนช่างรอบคอบปิดช่องโหว่ได้ดีเหลือเกิน



            "แล้วมันเป็นความผิดของผมหรือไง? ทำไมคุณไม่บอกผม?"

            "พราวไม่เจตนา....และก็ไม่รู้ว่าโอมไม่ใช่...จนกระทั่งเขาเกิดขึ้นมา....เมื่อแรกพราวไม่แน่ใจนัก"

            "จนเขาโตหน้าตาเริ่มเหมือนพ่อแท้ๆ ล่ะสิ" ชายหนุ่มต่อเข้าให้ ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความเครียด

            "พราวขอโทษ....พราวคงไม่ขอให้คุณยกโทษให้หรอกค่ะ...พราวรู้ว่ามันชดใช้กันไม่ได้....แต่พราวอยากให้คุณเชื่อพราว..."

             หญิงสาวเว้นจังหวะการพูดไปเมื่อน้ำตาเริ่มไหลริน แต่นั่นไม่ได้ทำให้อาการเจ็บปวดใจของสรวงทุเลาลง คนนอกอย่างคมชาญเสียอีกที่ต้องตบไหล่ปลอบใจสรวง และดึงยื่นกล่องใส่ทิชชู่ให้พราวแสงซับน้ำตา

            "จังหวะชีวิตบางทีมันก็ผิดพลาดไปบ้าง....ให้เรื่องนี้จบด้วยดีเถอะครับ ยังไงคุณสองคนก็คิดถึงน้องโอมบ้าง"


            "ผมน่ะคิดถึงลูกอยู่ตลอดถึงได้ต้องการทำอะไรเงียบๆ พราวคุณเซ็นหย่าแล้วออกไปจากชีวิตผมได้เลย สิทธิ์ที่ควรจะได้คุณจะได้ไป คุณอ่านแล้วเช็คดูด้วยแล้วกัน ถ้าคุณไม่พอใจที่ได้แค่นี้แล้วจะฟ้องล่ะก็ ผมขอให้คุณทบทวนการกระทำที่ผ่านมาของคุณบ้าง"


            "แล้วคุณล่ะคะสรวง คุณทำเป็นพูดดี...แต่ใจคุณน่ะคิดอะไรอยู่ คุณแค้นพราวแทบตาย แต่คุณกลับขอตาโอมไปเลี้ยงทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ลูกคุณ คุณทำไปทำไม? หรือคุณต้องการจะแก้แค้นพราวด้วยวิธีนี้ คุณไม่ใช่ลูกผู้ชายเลย"
หล่อนคลี่ยิ้มออกมามันเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนยิ่งนัก ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปด้วยความโกรธไม่คิดว่าหล่อนจะตอบโต้เขาด้วยวิธีนี้ ดูสิหล่อนช่างเตรียมการมาดีนัก


             "นี่พราว!! พอสักทีนะ....คุณน่าจะรู้อยู่กับใจคุณไม่เคยมีเวลาให้แก ผมต่างหากที่เป็นคนเลี้ยงลูกมาตลอด คนอย่างคุณชอบความสวยงาม ชอบสังคม อย่างคุณน่ะ ไม่มีทางให้เวลากับแกหรอก"


             "ที่ผ่านมานั่นเพราะฉัน ไว้ใจคุณต่างหาก เห็นว่าคุณรักแกและดูแลแกอย่างพ่อที่ดี แต่เวลานี้คุณรู้แล้วว่าคุณไม่ใช่ คุณจะรักแกลงอีกหรือ? ดังนั้นฉันไม่ยกตาโอมให้คุณหรอก"


             "คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดอย่างนี้กับผม!!!" พราวแสงยิ้มปร่าด้วยความพอใจ แล้วจึงหยิบผลตรวจ DNA ขึ้นมาชู และกระแทกมันลงบนโต๊ะต่อหน้าสรวง

              "ก็นี่ไงคะสิทธิ์? คุณมีสิทธิ์อะไรในตัวแก?" หล่อนกระตุ้นจนสรวงระงับอารมณ์ไม่อยู่ ชายหนุ่มสั่นเทาไปทั้งร่าง สรวงละล่ำละลักพูดออกมา

               "แต่ตามกฎหมายผมเป็นพ่อแก"

              

               "แต่เอกสารนี่จะยกเลิกสิทธิ์คุณเอง" หล่อนยิ้มอย่างผู้มีชัยกว่า



               "คุณไม่ต้องการลูก คุณกำลังเล่มเกมกับผมอยู่ ต้องการเท่าไรก็ว่ามา" เขาตวาดเสียงดังออกไป


              "พราวน่ะเสียทุกอย่างไปหมดแล้วนะคะ คุณยังใจร้ายจะพรากลูกไปจากพราวอีกเหรอคะ?"

             "ใจเย็นๆ ครับคุณทั้งคู่ใจเย็นๆ ก่อน" คมชาญเห็นทีท่าว่าเรื่องนี้จะบานปลายไปใหญ่โต จึงพยายามออมชอมทั้งคู่



             "คุณพราวครับ ถ้าคุณฟ้องแย่งลูกกับคุณสรวงมันจะเรื่องเป็นเรื่องเป็นราว คุณเองก็จะถูกขุดคุ้ยจนเสียชื่อเสียง สู้เลิกกันไปเงียบๆ จากกันด้วยดีจะดีแก่ทั้งสองฝ่าย รวมทั้งน้องโอมด้วยนะครับ"



             "ก็พราวไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่คะ....เขาขายบ้านที่ควรจะเป็นสินสมรสก่อนที่พราวจะทันรู้ตัวด้วยซ้ำ"



            "บ้านหลังนั้นสร้างบนที่ดินของผมซึ่งซื้อไว้ก่อนจะแต่งงานกับคุณ !!" สรวงแย้งขึ้นมาทันที


            "แล้วตัวบ้านล่ะคะ? อื่นๆ ในบ้านอีกล่ะคะ?" หล่อนเล่นลิ้น



            "คุณได้รถ ได้เครื่องเพชร ได้เงินไปแล้วยังไม่พออีกเหรอ? ผมไม่ให้คุณไปตัวเปล่าก็บุญแล้ว"


           "สรวงคะ....พราวน่ะเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว คุณจัดการรวบรัดทุกอย่างแบบนี้ไม่คิดว่าเอาเปรียบหรือคะ? พราวยังไม่ได้พูดเรื่องสิทธิ์ในสินสมรสที่ควรจะได้เลยจริงไหมคะ? คุณจะมาว่าพราวว่าเรียกร้องนี่คงไม่ถูกต้องมั้งคะ พราวกำลังพูดเรื่องลูกอยู่ต่างหาก"



          "คุณไม่ได้เรียกร้องเพราะคุณเรียกร้องไม่ได้ต่างหาก ตามกฎหมายแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด ผมสามารถหย่าขาดจากคุณได้ทันที"



           "นั่นก็จริงค่ะ....แต่พราวเองก็มีสิทธิ์จะฟ้องร้องจนกว่าศาลจะตัดสินชี้ขาดนี่จริงไหมคะ? คนหน้าบางอย่างคุณหรือจะยอมเสียชื่อเสียงเสียเวลาอย่างนั้นหรือคะสรวง....แต่พราวน่ะไม่มีอะไรจะเสียแล้วนะ" พราวแสงวางสีหน้านิ่งเฉยในขณะที่สรวงจ้องมองหล่นด้วยใบหน้าร้อนผ่าวไปด้วยเพลิงโทสะ


           "เอ่อ...ขอแทรกสักนิดนะครับ คุณพราวถ้าหากฟ้องแย่งลูกกันนี่มันเป็นเรื่องของครอบครัว ศาลจะต้องเชิญนักจิตวิทยามาคุยกับน้องโอม น้องโอมต้องให้ข้อมูลและเป็นฝ่ายเลือกว่าจะอยู่กับใคร รวมถึงพิจารณาจากรายได้และสภาพแวดล้อมและอื่นๆ เป็นหลัก....ซึ่งผมเชื่อว่าคุณสรวงสามารถให้การศึกษาเลี้ยงดูน้องโอมได้เป็นอย่างดี และน้องโอมเอง...ก็น่าจะเลือกอยู่กับคุณพ่อเสียด้วยสิ"

            "นี่คุณคงไม่ได้บอกลูกสินะว่าคุณไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของแก" หลังฟังจบหล่อนก็หันไปค่อนแคะอดีตสามี


            "ลองดูไหมคะ? ว่าถ้าแกเจอฉันแล้ว...แกรู้เรื่องนี้แล้วยังจะอยากอยู่กับคุณอีกไหม?"

            "คุณเป็นแม่ภาษาอะไรพราว ลูกไม่ควรรู้เรื่องสกปรกของคุณ อย่าทำร้ายลูกมากไปกว่านี้ได้ไหม?"

            สรวงไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนใส่หน้าหล่อนด้วยเสียงอันดัง พลางนึกชิงชังเหลือเกินว่าครั้งหนึ่งเขาเคยรักหล่อนเข้าไปได้อย่างไร แต่พราวแสงไม่คิดอย่างเขาหล่อนยึดตนเองเป็นที่ตั้ง


            "จะช้าหรือเร็วแกก็ต้องรู้ค่ะ....คุณปิดแกไม่ได้ตลอดชีวิตหรอก ลูกควรจะรับรู้เรื่องนี้ด้วยความเข้มแข็ง"


            "แต่แกยังเด็กไปนะครับ น้องโอมเพิ่งจะ 4 ขวบเอง ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าคุณพราว" คมชาญเป็นอีกเสียงที่ค้านขึ้นมา เขานึกขยาดใบหน้าสวยเด่นนั่น แต่ในจิตใจกลับไร้ซึ่งแสงสว่าง

            "ผมเชื่อว่านักจิตวิทยาเองก็คงไม่แนะนำให้แกต้องรับรู้ตอนนี้ วัยไร้เดียงสาขนาดนั้นไม่พร้อมจะปวดร้าวอย่างกะทันหันหรอกครับ" พราวแสงฟังคมชาญแล้วจึงค่อยคิดได้ว่าหล่อนรุกไล่สรวงมากเกินไป

           "ขอโทษด้วยค่ะ....เมื่อกี้พราวโมโหมากไปหน่อย สรวงไม่น่าจะยั่วพราวขนาดนี้...เอาเถอะค่ะ พราวสัญญาว่ายังไม่พูดตอนนี้...แต่ข้างหน้านั่นอีกเรื่องนะคะ " หล่อนจ้องหน้าอดีตสามีเขม็งแววตาดุร้ายดังงูที่จ้องมองเหยื่ เหมือนต้องการขู่เขาเป็นนัย

            "คุณคมชาญคะ....ยังไงพราวขอพบลูกหน่อยนะคะ...ได้โปรดเถอะค่ะ พราวเป็นแม่นะคะ....พราวคิดถึงแกมาก" น้ำตาหล่อนคลอค้างหยาดหยดอยู่ที่เบ้าตาราวกับสั่งได้



             คมชาญกดไหล่สรวงให้นั่งลงและตบไหล่เป็นการปลอบใจ ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงถาม หากเป็นก่อนหน้านี้ชายหนุ่มไม่มีทางอนุญาตให้หล่อนพบหน้าลูกเด็ดขาด เขาไม่เชื่อว่าหล่อนจะไม่คายพิษตกค้างไว้ที่ลูกเล็กๆ วัยไร้เดียงสาแบบนี้ แต่เป็นบัดนี้เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้เขาหวนคิดไปถึงคนที่อยู่อีกห้องหนึ่ง หากเป็นวิมุตติวิทยาธรผู้มาแต่แดนฟ้าผู้นั้นคงไม่มีอะไรที่เขาต้องเป็นห่วง จึงพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต คมชาญจึงลุกขึ้นเดินไปอีกห้องหนึ่ง ไม่นานนักเขาก็เดินนำเด็กชายตัวน้อยมา...



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++




              "ตาโอม!!"



              นั่นเป็นเสียงเรียกของพราวแสงผู้เป็นมารดา หากแต่เด็กชายโอมยังคงนิ่งเฉยไม่ได้แสดงท่าทียินดีที่เห็นหน้ามารดาแต่อย่างใด ทำเอาหล่อนชะงักไปบ้างแต่ก็หาได้หมดกำลังใจไม่ หญิงสาวเดินตรงไปหาลูกชายแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าเด็กตัวน้อยแล้วดึงมือเล็กนั่นมากุมไว้ ก่อนจะลูบไล้ไปทั่วใบหน้าอ่อนเยาว์



             "โอม...แม่คิดถึงลูก คิดถึงแม่บ้างไหม?" เด็กชายไม่ได้ตอบ เพียงแต่ยิ้มให้เรียบๆ ภาพนั้นสร้างความสาแก่ใจให้กับสรวง จนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงแค่นหัวเราะออกมาจากลำคอ



              "ลูกสบายดีหรือเปล่า? พ่อเขาทำอะไรลูกหรือเปล่า?" หล่อนลอบมองสรวงด้วยสายตาไม่วางใจ ลูกน้อยของหล่อนเปลี่ยนท่าทีไปมากมายนัก


 
               "เราสบายดี...พ่อท่านเคยดีกับเรามาเช่นไรก็ยังเป็นเช่นนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก" ไม่เฉพาะแต่ท่าทางที่ดูสงบนิ่งเกินวัยเท่านั้น แม้แต่วิธีการพูดยังเปลี่ยนไป หากเป็นเมื่อก่อนนี้แล้วทันทีที่เด็กชายเห็นหน้าหล่อนจะต้องวิ่งโผเข้ามากอด


              "โอมลูกเป็นอะไรไป? ทำไมพูดกับแม่แปลกๆ"



               "มิได้เป็นอะไร เราปกติดีทุกอย่างคุณพราว"


              "คุณพราวงั้นเหรอ? ทำไมเรียกแม่แบบนั้น?" หล่อนหันขวับมาจ้องหน้าสรวงทันที และก็พบเพียงรอยยิ้มมีเลศนัยเท่านั้น

              "คุณสอนอะไรลูก? ตาโอมถึงแปลกไป"



              "ไม่ได้สอน...แกพูดของแกเองจริงไหมลูก"


              "ครับ" เด็กชายตอบ



              "พราวไม่เชื่อ พราวจะพาลูกไปเดี๋ยวนี้ ไปหาหมอกัน" หล่อนผุดลุกขึ้นลากจูงแขนลูกชายให้เดินตามแต่ถูกสรวงเข้าขวางไว้



              "ถ้าหมอล่ะก็...ลูกเพิ่งไปหามา เพิ่งแกะผ้าพันแผลที่หัวออก" สิ้นคำตอบพราวแสงหันกลับไปมองเด็กชายอีกครั้ง



              "ลูกเป็นอะไร?!! นี่คุณทำร้ายลูกเหรอ?!"



              "คนอย่างเธอมันก็ดีแต่คิดอกุศลกับคนอื่น ฉันหรือจะทำร้ายลูกได้ลงคอ เธอต่างหากอยู่ที่ไหนตอนที่ลูกประสบอุบัติเหตุ !! "



              "อะไรนะ?" พราวแสงอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ


    
              "ลูกตกบันไดที่โรงเรียน หัวแตก!"



               "เจ็บมากไหมตาโอม" หล่อนดึงร่างเล็กนั้นเข้ามากอด และจูบหน้าผากเป็นการปลอบประโลม



               "ไม่เจ็บแล้วคุณพราว ขอบคุณที่เป็นห่วง" คำพูดบุตรชายราวกับเป็นคนอื่น ดูห่างเหินจนหล่อนใจหาย



                "แม่ขอโทษนะ ที่แม่ไม่อยู่ตอนหนูไม่สบาย ต่อไปนี้แม่จะไม่ไปไหนแล้ว เราจะมีกันสองคนแม่ลูก...หนูอยู่กับแม่นะโอม" ร่างน้อยนั่นปล่อยให้หล่อนโอบกอดอยู่ครู่หนึ่งจึงผละออกห่าง

                "เห็นจะไม่สะดวก....แยกจากหนนี้ หากคุณพราวคิดถึงค่อยมาเยี่ยมเยียน"



                "โอม!!"

               "คุณพราว...พ่อท่านไม่มีใครอีกแล้ว ปู่ย่าท่านก็สิ้นแล้วญาติพี่น้องก็ห่างไกลนัก หากเราจากไปท่านต้องอยู่เดียวดาย คุณพราวให้เราอยู่กับพ่อท่านเถิด"



                "แล้วแม่ล่ะ?" หล่อนใจหายวาบไม่คิดว่าเด็กวัยไร้เดียงสา จะพูดอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวถึงขึ้นนี้ พราวแสงถึงกับดึงร่างลูกน้อยมาเขย่าไปมาด้วยความลืมตัว


                "คุณพราว...เราจากเป็นมิใช่จากตาย คุณพราวคิดถึงเราเมื่อใดก็ไปเยี่ยมเยียนได้"



                "หึ! พ่อเราเหรอจะยอมให้แม่ไปหา"


               เด็กชายโอมยังไม่ได้ตอบอะไร พราวแสงก็รวบรัดตัดบทว่าอย่างไรหล่อนก็ไม่ยอมให้บุตรชายอยู่ในความดูแลของอดีตสามีเด็ดขาด


               "พราวว่าคุณกล่อมลูกไว้ล่วงหน้า ทำให้ลูกผิดปกติไปขนาดนี้ พราวไม่ยอมให้ลูกอยู่กับคุณเด็ดขาด!!"



                "นี่พราว ผมว่าเราพูดกันรู้เรื่องไปแล้วนะ ก็ไหนคุณบอกเองว่าให้ลูกเลือก" หญิงสาวยิ้มเยือกเย็นออกมา หล่อนไม่ต่อความกับเขาในทันที แต่หันไปที่ทนายความ



               "คุณคมชาญคะ พราวจำได้ว่าพราวพูดว่าขอพบลูกหน่อย ไม่ได้บอกว่าให้ลูกเป็นคนเลือก เรื่องนี้คุณคงเป็นพยานให้พราวได้ใช่ไหมคะ?"


  
                "พราว!!" ชายหนุ่มกำหมัดแน่นสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ เขาเพิ่งจะรู้ตัวก็คราวนี้ว่าอยู่กับนางจิ้งจอกที่กลิ้งกลอกไปมาลื่นไหลได้ขนาดนี้มาหลายปี



                "เด็กเล็กขนาดนี้น่ะ...ไม่ยากที่คุณจะป้อนข้อมูลอะไรเข้าไป เห็นอยู่ชัดๆ ว่าโอมมีอะไรแปลกไป" พูดจบหล่อนก็ดึงมือลูกชายจะพาเดินออกไปให้ได้ แต่ติดสรวงที่ยืนขวางอยู่



                "ถอยไปนะ!!"



                "ผมไม่ให้ไป!!"


               "คุณกำลังหาเรื่องฉันต่อหน้าทนายของคุณเองนะ ก็ดีงั้นเตรียมตัวโดนฟ้องร้องได้เลย แล้วถ้ายังขืนดึงดันไม่ให้ฉันออกไปล่ะ คนที่รอฉันอยู่ข้างนอกเห็นฉันเข้ามานานเกินเวลาที่กำหนดจะแจ้งความทันที" หล่อนขู่ฟ่อจนแม้แต่เด็กน้อยที่หล่อนจูงอยู่ยังต้องส่ายศีรษะด้วยความระอา


               "ตกลงกันมาเลยดีกว่าพราว จะเรียกเท่าไร? แล้วไม่ต้องมายุ่งกับโอมอีก"



               "แหม...ทำไมคุณว่าพราวหน้าเงินอย่างนั้นล่ะคะ?" ริมฝีปากสีสวยนั่นคลี่ยิ้มงดงามออกมาอย่างผู้มีชัย



               "เท่าไรก็ว่ามาผมจะให้"



               "งั้นขอพราวกลับไปคิดดูก่อนนะคะ เสียลูกทั้งคนนี่ไม่ใช่น้อย แต่ยังไงวันนี้พราวขอเอาโอมกลับไปก่อน" หล่อนส่งเสียงหัวเราะน้อยๆ ออกมา ระหว่างที่ดันร่างอดีตสามีออกไปให้พ้นทาง แต่จู่ๆ กลับมีแรงขืนจากร่างน้อยที่กำลังจูงอยู่


               "โอม...มากับแม่สิ ชักช้าอยู่ทำไม?" หล่อนออกแรงดึงเท่าไรก็ไม่อาจขยับร่างบุตรชายตัวน้อยได้ สร้างความพิศวงให้แก่หญิงสาวยิ่งนัก แต่ไม่ทันได้ว่ากล่าวอะไรร่างเล็กนั่นก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน



               "คุณพราว เราไม่ไป....เพราะเราไม่ใช่สิ่งที่คุณพราวจะมีไว้ใช้ต่อรองกับใคร โดยเฉพาะกับพ่อท่าน"



                "ตาโอม พูดอย่างนี้กับแม่ได้ยังไง ?!!" อย่าว่าแต่มารดาของเด็กน้อยตกใจเลย แม้แต่คมชาญที่เป็นบุคคลที่สาม ยังเผลอครางออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ



                  "น้องโอม...."

                เด็กน้อยค่อยๆ แกะมือตนเองออกจากการเกาะกุมของมารดา แล้วก้าวถอยห่างมาสองสาวก้าว ก่อนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง



                "เราสลักไว้ในใจเสมอว่าคุณพราวเป็นผู้ให้กำเนิดเปิดทางให้เรามาโลกนี้ เรื่องนี้เรามิลืมเลือน หากวันหน้าคุณพราวเดือดร้อนลำบากสิ่งใด โปรดรำลึกถึงเรา....วิมุตติยินดีตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชักนำเรามา แต่...เรื่องครานี้ขอให้ทุกอย่างยุติลงวันนี้ ณ ที่นี้ ! "



               "ตาโอม!!"



               พราวแสงได้ยินดังนั้นก็ผวาเข้าหาบุตรชายทันที สองมือเรียวนั่นบีบไหล่เด็กน้อยแน่นสองตาจ้องมองด้วยความไม่พอใจ นึกอยากทุบตีร่างเล็กขึ้นมาทันที แต่คนถูกจ้องมองหาได้มีอาการหวาดกลัว ดังเช่นเด็กทั่วไปยามถูกผู้ใหญ่ข่มขู่ด้วยแววตาไม่ แก้วตาสีน้ำตาลใสนั่นจ้องมองมารดาด้วยความสมเพชเวทนายิ่งนัก แล้วในบันดลหญิงสาวรับรู้ถึงพลังบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากดวงตาคมกล้าคู่นั่น ร่างของหล่อนแข็งไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดังใจนึก จึงได้แต่ครางชื่อเด็กน้อยออกมาอย่างแผ่วเบา...



               "โ...อ....ม..."


                                               (จบตอนที่ 3)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






Create Date : 15 กันยายน 2555
Last Update : 15 กันยายน 2555 6:18:48 น. 4 comments
Counter : 2159 Pageviews.

 
ผู้หญิงคนนี้..
ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติ ลูกได้เอาไว้โดนต่อรองแน่ๆ


โดย: พี่หมูน้อย IP: 171.4.92.194 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:23:18:53 น.  

 
พี่หมูน้อย : พราวแสงเขารักลูกน้อยกว่าตัวเองน่ะค่ะ


โดย: แก้วกังไส วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:12:33:44 น.  

 
เป็นแม่ภาษาอะไร ไม่รักลูก


โดย: nookhwan IP: 118.172.101.38 วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:10:38:00 น.  

 
เข้ามาอ่านครั้งแรก สนุกมากกก


โดย: จตุรพัฒน์ IP: 110.171.186.127 วันที่: 9 กรกฎาคม 2559 เวลา:3:01:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แก้วกังไส
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]







ผลงานเขียนที่ผ่านมาค่ะ

รักนี้(แค้น)ต้องชำระ


Amethyst Sonata
เพลงรัก..ลิขิตหัวใจ



บาปปาริชาต

Blooper
Friends' blogs
[Add แก้วกังไส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.