จิบชาชมดอกไม้ไปพลาง คุยกันเบาๆ ที่สวน..เจ้าแก้ว กังไส





Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
9 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
เวียงนาคินทร์ ตอนที่ 2

ตอนที่ 2

ผู้ให้กำเนิด ตอนต้น

 

         ประกายแดดสาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาในบ้านจนสว่างไปทั่ว ดวงหน้าของสรวงมีแววอิดโรยจากการอดนอน  แต่แววตาหาได้อ่อนล้าหรือโศกตรมในทุกข์ของตนอย่างค่ำวันวาน หลังส่งร่างน้อยที่สร้างอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่เข้านอนตอนใกล้รุ่งแล้ว  ชายหนุ่มก็ดูจะวุ่นวายไปหมด  เมื่อต้องจัดการเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองครั้งใหญ่  

 

สรวงไม่ได้ติดต่อพราวแสงและไม่ได้คิดถึงหล่อนอีกเลยตลอดวัน เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการโยกย้ายกิจการของตนเอง  สรวงติดต่อไปหาคนรู้จักที่เคยเอ่ยปากว่าสนใจกิจการของเขา และบอกขายบ้านและกิจการทั้งหมดทันที  ซึ่งทุกอย่างเป็นได้อย่างราบรื่นราวจัดวางจนเขานึกแปลกใจ  แต่เมื่อเหลียวไปเห็นรอยยิ้มจากดวงหน้าเล็กๆ ที่เพิ่งตื่นนอน   หลังจากพักผ่อนเต็มที่ยาวไปจรดบ่ายแล้วเมื่อแรกเขานึกอยากถามว่าเป็นฝีมือ "คุณ" หรือไร  แต่รอยยิ้มบางๆ นั่นแทนคำตอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

 

         "อีก 5 วัน  ทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนมือ  เราจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่กัน ผมมีที่อยู่นั่นผืนหนึ่งมีบ้านเล็กๆ ไว้ไปพักผ่อน   แต่ช่วงแรกคงลำบากหน่อยอะไรๆ ยังไม่ลงตัว" 

 

         เขาบอกกับวิมุตติในระหว่างมื้ออาหาร   ซึ่งจนแล้วจนรอดสรวงไม่สามารถแนบสนิทเป็นพ่อลูกกับเด็กน้อยได้เหมือนเดิม   หาใช่รังเกียจที่เป็นลูกของชายชู้แต่ความกริ่งเกรงทำให้เขาเว้นระยะเรียกเด็กน้อยว่า 'คุณ'

 

         "ผมจะทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด...ก่อนที่พราวจะกลับมา"  

 

         "ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ " เสียงเล็กๆ นั่นดูจะไม่ร้อนใจ   เด็กน้อยตักข้าวเข้าปากและรับฟังไปเรื่อยๆ

 

         "ผมจะหย่าขาดกับเธอ   และจะขอรับตัวคุณไว้ในความดูแลโดยเธอไม่มีสิทธิ์ข้องเกี่ยว...แต่ผมกลัวว่าเธอจะไม่ยอมยิ่ง...DNA ของคุณ..."

 

         "งั้นพ่อท่านยิ่งไม่ควรลืมไปรับใบตรวจ DNA ของเรามาใช้ประกอบการนี้   แล้วให้ทนายความมาจัดการเรื่องนี้เงียบๆ  "

 

         "แต่...."

 

         "ไม่มีหญิงใดต้องการประจานตนเองให้สังคมรับรู้หรอก หากแม้นว่าหญิงนั้นกระทำผิดจริงก็ยิ่งเก็บซ่อนราคีนี้ให้มิดชิด  และเราเป็นหลักฐานของราคีนั้น..."  ผู้มาจากเมืองแมนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องของตน

 

         "ถ้าคุณมั่นใจอย่างนั้น   ผมจะติดต่อทนายให้ทำเอกสารไว้ล่วงหน้า  กลับมาจะได้ตกลงกันให้เสร็จไปเลย" สรวงฟังแล้วค่อยหายใจโล่งอก นัยน์ตามีแววสะใจแฝงอยู่  สิ้นประโยคนั้นเด็กน้อยวิมุตติค่อยละสายตาจากจานข้าวขึ้นมาสบตาบิดา

 

         "พ่อท่านทำทุกอย่างตามความเหมาะสมเถิด อย่าได้ทำสิ่งใดเกินเลยไปกว่าขอบเขต  จิตใจของท่านไม่ควรหม่นหมองไปกว่านี้....ขอให้เป็นการจากกันด้วยดีเถิด  อย่างไรนางก็ถือว่าได้ให้กำเนิดเปิดทางให้เรามา"

 

ชายหนุ่มชะงักค้างไปหัวคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินคำขอร้องนั่น เป็นเพราะความเจ็บปวดนั้นยังสดใหม่  จึงไม่อาจทุเลาลงได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน  แต่ก็พยายามระงับใจจนในที่สุดก็สามารถรับปากคนตรงหน้าได้

 

         "ยุติเรื่องทั้งมวลลงด้วยตัวท่านเถิด  พ่อท่านเป็นผู้เลือกได้ควรจะเลิกสิ่งที่เป็นเกียรติแก่ตนเอง....อภัยทานเป็นทานอันสูงสุด   เรารู้ว่ามันยากยิ่ง....แต่เชื่อเราเถิดกุศลกรรมครั้งนี้  จะหนุนนำรักษาจิตใจให้กลับเป็นปกติได้ในไม่ช้า"  รอยยิ้มบางนั้นแย้มออกมามันดูผ่องใสจนผู้พบเห็นต้องถอนหายใจออกมา

 

         "ผมจะพยายาม..."

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++  

 

         เพียงแค่ไม่ถึง 10 วันที่จากบ้านไปทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปโดยที่พราวแสงไม่ทันตั้งตัว สภาพบ้านที่คุ้นเคยกลับมีคนแปลกหน้าเข้ามาดัดแปลงตกแต่งบริเวณไปทั่ว  หญิงสาวยืนงงอยู่ชั่วขณะจึงเอ่ยถามหาสรวงผู้เป็นสามีจากคนเหล่านั้น  เมื่อทราบว่าสาวสวยตรงหน้าเป็นใครผู้รับเหมาตกแต่งก็ร้องอ๋อออกมา และสั่งให้คนงานไปนำกระเป๋าเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ มาให้  

 

         "เดี๋ยวนี่มันอะไรกัน?" ผู้รับเหมาที่ดูแลงานไม่ตอบ   แต่ยื่นนามบัตรใบหนึ่งให้

 

         "คมชาญ? ทนายความ?" หมายความว่ายังไง?

 

         "ผมเองก็ไม่ทราบ  คุณสรวงเจ้าของเดิมเขาบอกไว้ว่าถ้าคุณผู้หญิงมาให้เอาของพวกนี้ให้ แล้วให้คุณโทรไปหาคุณทนายในนามบัตรนั่น"

 

         "เจ้าของเดิม? หมายความว่าไง  ฉันไม่อยู่บ้านไม่กี่วันแล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? "

 

         "อ้าว? คุณไม่รู้เหรอ?  ก็เห็นคุณสรวงเขาขายบ้านนี้ให้คุณเผดิมแล้ว ทีนี้คุณเผดิมก็จ้างผมมาตกแต่งเพิ่มเติม ให้กั้นออฟฟิศใหม่เอาให้กว้างไปสุดรั้วเลย"

 

         "ฉันไม่รู้เรื่อง !!" เสียงของหล่อนสั่นเทา

 

         ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมาโดยไม่ทันได้หลบเลี่ยง พราวแสงเหงื่อซึมไปทั่วใบหน้าและฝ่ามือ  แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่คงไม่ใช่เรื่องดีงามแน่นอน หล่อนพยายามใช้ปลายเล็บที่เคลือบสีสดไว้จิ้มปุ่มหมายเลขโทรศัพท์หาสรวงทันที  แต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงหันมาถามกับผู้รับเหมารายเดิมต่อ 

 

         "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  คุณมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า? ไม่ใช่ว่าทิ้งเมียหนีหนี้ไปแล้วล่ะ" เขาทำหน้าสงสัยใคร่รู้  จนพราวแสงสะอึก

 

         "บ้าสิ!! สามีฉันไม่มีหนี้สินอะไร" หล่อนสบถออกมาอย่างหัวเสีย จำยอมต้องถอย  และรับกระเป๋าเสื้อผ้าหลายใบนั่นขึ้นรถยนต์ของตนเองไป

 

         เมื่อติดต่อสรวงไม่ได้จริงๆ หล่อนจึงจำต้องโทรหาทนายความในนามบัตรที่ให้ไว้ เมื่อทราบเรื่องว่าเขาจะขอหย่าขาด  หล่อนตกใจจนต้องเบรกรถกลางถนนแล้วละล่ำละลักถามออกไป แต่ได้รับคำตอบเพียงขอให้หล่อนมาพบทนายเพื่อฟังเรื่องราวอย่างละเอียด แล้วจะนัดสรวงมาเพื่อเซ็นเอกสารการหย่าอีกครั้ง โดยแนะนำว่าหล่อนไม่ควรเรียกร้องทรัพย์สินใดๆ เว้นแต่ที่ได้รับตามกฎหมายเท่านั้น  เพราะสามีของหล่อนมีหลักฐานในการขอหย่าโดยสมบูรณ์  พราวแสงวางหูลงไปด้วยมึนงง  หล่อนยังจับใจความไม่ได้ว่าเขาขอหย่ากับหล่อนทำไม  จนต้องจอดรถเข้าข้างทางเพื่อตั้งสติ  เพราะไม่อาจขับรถไปสนทนาไปได้อีกแล้ว ไม่นานนักความเลวร้ายเหลวแหลกที่เคยเก็บซ่อนไว้  ก็ค่อยๆ ผลักบานประตูออกมาจากห้องอันมืดมิดในใจ  แล้วโถมถลาเข้าหาหล่อนอย่างรวดเร็ว

 

         "โอม งั้นเหรอ!!" หล่อนอุทานเสียงดังออกมาเมื่อนึกถึงสิ่งอันเป็นต้นเหตุนี้ขึ้นมาได้ ใจก็สั่นอย่างไม่มีเหตุผล

 

         หญิงสาวถามตนเองว่าสรวงรู้ความจริงตั้งแต่เมื่อไร  แต่ครู่เดียวก็ตระหนักได้ว่าไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด  วันนี้คงต้องมาถึงสักวัน  เพราะลูกชายของหล่อนไม่มีส่วนใดคล้ายเขาเลย เพียงแต่คนซื่ออย่างเขารักเด็กชายออกปานนั้น ไม่เคยมีใครทำให้เขาสั่นคลอนได้  นี่คงมีใครสักคนยุยงแน่ๆ  พราวแสงถอนหายใจออกมาอะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด อย่างไรเสียวันนี้คงต้องมาถึงอยู่แล้ว เมื่อตั้งสติได้หล่อนก็โทรกลับไปหาทนายอีกครั้ง

 

         "คุณคมชาญขอโทษนะคะ  เมื่อกี้พราวขับอยู่ไม่สะดวกคุยเท่าไร  ตอนนี้จอดแล้วค่ะคุยได้...ตกลงสรวงเขาว่าไงคะ? แล้วทรัพย์สินเขาจะแบ่งยังไง" ความรวดเร็วของหล่อนเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทนายความ  แต่ก็นึกยินดีที่เรื่องราวง่ายขึ้น

 

         "มันมีรายละเอียดเยอะน่ะครับ  คุณพราวแสงเข้ามาดูเองจะดีกว่า แต่หลักๆ ก็มีเงินสดจากการขายบ้าน  รถ  เครื่องเพชรและปลีกย่อยอีกนิดหน่อย  แต่คุณสรวงขอน้องโอมไว้ในความดูแลน่ะครับ"

 

         "เขาจะบ้าเหรอ?"

 

         หล่อนสบถออกมาอย่างไม่รู้ตัว  เมื่อได้ยินว่าอดีตสามีต้องการตัวเด็กชายที่ไม่ใช่สายเลือดของเขาไปเลี้ยงดู  แต่เมื่อได้ยินเสียงกระแอมของทนายความ จึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงทันที  บางทีเรื่องราวอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หล่อนคิดก็ได้

 

         "ขอพบสรวงกับลูกก่อนได้ไหมคะ?  พราวไม่สามารถตัดสินใจอะไรตอนนี้ได้หรอกค่ะ  มันกะทันหันเกินไป" หลังสิ้นประโยคนี้คมชาญก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ออกมา

 

         "เกรงว่าจะไม่สะดวก   เพราะตอนนี้คุณสรวงไม่อยู่เมืองไทยครับ"

 

         "เขาไปไหนคะ?  ขอเบอร์ติดต่อได้ไหม?....เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก  เขาไม่ควรหนีหน้าพราวแบบนี้  ที่สำคัญพราวคิดถึงลูก"

 

         "เอ่อ...."

 

         "ได้โปรดเถอะนะคะ   ถ้าคุณมีลูกก็เห็นใจคนเป็นแม่บ้าง" หล่อนหยอดประโยคเด็ดลงไป

 

         "ไว้ผมจะนัดคุณสรวงให้  แล้วจะติดต่อคุณพราวแสงอีกครั้งนะครับ" คมชาญวางหูไปแล้ว  พราวแสงค่อยคลี่ยิ้มออก  หล่อนหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเมื่อสักครู่  แต่เพียงไม่นานก็เลือนหายไม่มีแววเศร้าเสียใจอีกต่อไป  ที่เหลือไว้เพียงแค่โทสะ

 

         'สรวงทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง?' 

 

         หล่อนถามตัวเองด้วยความโกรธ  ก็ทุกๆ ครั้งเขาออกจะว่านอนสอนง่าย  นี่คงมีใครยุยงอะไรเข้า  และท่าทางเรื่องนี้จะใหญ่หลวงนัก คนเงียบๆ และอ่อนโยนอย่างสามีหล่อนถ้าโกรธขึ้นมาถือเป็นขั้นเด็ดขาด สรวงคงจะยืนยันขอหย่าขาดดังเดิมแน่ๆ  แต่การที่เขาขอลูกไว้เป็นการยืนยันว่าเขายังรักลูกนักหนา  หล่อนควรจะเข้าหาทางลูกสินะ  เมื่อได้คำตอบให้ตัวเองแล้ว  พราวแสงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง

 

         "แดเนียล   พราวมีปัญหานิดหน่อย  ขอไปพักด้วยได้ไหมคะ?" หญิงสาวสนทนาอยู่ไม่นานนักก็ได้รับคำตอบที่พอใจจึงวางสายลง  และเคลื่อนรถออกไปยังจุดหมาย

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 




Create Date : 09 กันยายน 2555
Last Update : 9 กันยายน 2555 13:37:16 น. 3 comments
Counter : 2116 Pageviews.

 
Nice


โดย: green IP: 108.20.205.144 วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:20:43:43 น.  

 
green :


โดย: แก้วกังไส วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:12:31:36 น.  

 
น่าติดตามค่ะ


โดย: nookhwan IP: 118.172.101.38 วันที่: 3 ธันวาคม 2555 เวลา:10:29:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แก้วกังไส
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]







ผลงานเขียนที่ผ่านมาค่ะ

รักนี้(แค้น)ต้องชำระ


Amethyst Sonata
เพลงรัก..ลิขิตหัวใจ



บาปปาริชาต

Blooper
Friends' blogs
[Add แก้วกังไส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.