Drugstore Girl ยาใจชุมชน



Drugstore Girl
ยาใจชุมชน

- พล พะยาบ -

คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 30 กรกฎาคม 2548


อย่าเพิ่งสับสนกับ Kamikaze Girls หนังญี่ปุ่นสีลูกกวาดอีกเรื่องหนึ่ง นี่คือ Drugstore Girl หนังสัญชาติเดียวกันที่มี เรนะ ทานากะ สาวหน้าทะเล้นเล่นเป็นนางเอก

Drugstore Girl (2004) เขียนบทโดย คันคุโระ คุโดะ ผู้เคยเขียนบทหนังเจ๋งๆ อย่าง Go(2001) และ Ping Pong(2001) กำกับโดย คัตซึฮิเดะ โมโตกิ เกี่ยวกับ เคอิโกะ โอบายาชิ สาวนักศึกษาเภสัชปี 3 โดนแฟนหนุ่มนอกใจ เธอนั่งรถไฟโดยไร้จุดหมายมาถึงมาซาโอะ เมืองเล็กๆ ที่เคยมีชื่อเสียงด้านหัตถกรรมจากไม้ไผ่

ช่วงเวลาเดียวกัน มีร้านขายยาขนาดใหญ่ ซึ่งเหมารวมทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านเบเกอรี่ไว้ในที่เดียวกันกำลังจะเปิดกิจการ โอบายาชิจึงจับพลัดจับผลูได้ทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่

การมาถึงของร้านคอนวีเนียน สโตร์กระเทือนต่อร้านค้าเล็กๆ ที่เคยเปิดอยู่เดิม ทั้งร้านขายยา ร้านโชห่วย และร้านขายขนมปัง เจ้าของร้านทั้งสามซึ่งเป็นชายวัยกว่า 50 กับเพื่อนร่วมก๊วนอีก 2 คน จึงคิดแผนต่อต้านด้วยวิธีการต่างๆ นานา

แต่แผนการทั้งหมดต้องล้มเหลวเพราะหนุ่มใหญ่(มาก)ทั้งห้าเกิดไปหลงเสน่ห์สาวน้อยอกหักจากเมืองหลวง

แผนการต่อต้านร้านขายยาจึงเปลี่ยนเป็นแผนพิชิตใจโอบายาชิแทน...

เมื่อสืบรู้ว่าโอบายาชิเป็นนักกีฬาลาครอส ทั้งห้าจึงฝืนสังขารหัดเล่นโดยให้เธอเป็นโค้ช บังเอิญว่าไม้ครอสที่พวกเขาดัดแปลงทำจากไม้ไผ่เป็นที่ถูกอกถูกใจเด็กๆ…เมืองไม้ไผ่ที่เคยซบเซาจึงคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง และทีมลาครอสผู้สูงอายุก็โด่งดังชั่วข้ามคืน

โอบายาชิจึงหวังจะใช้ความดังของเธอเยาะเย้ยอดีตแฟนซะเลย!


Drugstore Girl ครื้นเครงแบบที่ไม่ต้องใส่ใจความเป็นเหตุเป็นผลมากนัก ออกไปในทางสนุกสนานเว่อร์ๆ แบบการ์ตูน หากใครเคยผ่านตาหนังตลกหรือหัสคดีทางโทรทัศน์ของญี่ปุ่นมาบ้างคงคุ้นเคยรูปแบบกันดี ทั้งการแสดงออกด้วยหน้าตาและท่าทางของตัวละคร

แม้บทโอบายาชิ สาวน้อยนางเอก จะเป็นศูนย์กลางของเรื่อง แต่หนังวางน้ำหนักตัวละครไว้ที่เธอกับก๊วนชายใกล้ชราทั้งห้าใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม บุคลิกของโอบายาชิที่ดูก้ำกึ่ง ไม่ชัดเจน ว่าเธอยังเสียใจเพราะโดนแฟนหลอกลวงหรือไม่ อีกทั้งมีจุดมุ่งหมายอะไรกันแน่ที่ยอมมาคลุกคลีกับฝูงชายแก่ตัณหากลับ นอกจากคำพูดประโยคเดียวตอนสัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเธอต้องการแก้แค้นอดีตแฟน

ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับบุคลิกของก๊วนคนแก่ ทั้งหัวดื้อ ใจดี ทะลึ่งตึงตัง บางคนก็ดูบ๊องๆ เหมือนเด็ก โดยเฉพาะเจ้าของร้านขายยาหน้ายับ ชื่อ “นาเบยัน” กับชายจรจัดหน้าเหมือนอินเดียนแดงที่ชาวบ้านตั้งชื่อให้ว่า “เจโรนิโมะ” ที่มีสีสันกว่าใครเพื่อน

ประกอบกับหลายครั้ง หญิงสาวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กับคนโน้นที คนนี้ที เหมือนตัวละครหลักลอย ทำให้บางช่วงตอน เรื่องวุ่นๆ ของก๊วนคนแก่ ทั้งการซ้อมลาครอสแบบมั่วๆ และการคิดแผนการออกเดทกับโอบายาชิ ผู้ชมอาจจะลืมหน้าใสๆ ของเรนะไปเลย

เรียกว่าหนังใช้ทรัพยากร “ความน่ารัก” ไม่คุ้มค่า!

ประเด็นที่หนังตั้งใจใส่ไว้ชัดเจน คือ การอุ้มชูชุมชนเล็กๆ ด้วยการเสนอภาพการคุกคามของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อคนในชุมชน ทั้งเรื่องการเปลี่ยนนิสัยการบริโภค พฤติกรรมการซื้อ และร้านค้าขนาดเล็กที่ต้องล้มตายไปโดยปริยาย กับการพึ่งพาตนเองในชุมชนด้วยการส่งเสริมอาชีพที่เป็น “ของดี” ในชุมชนนั้น

ซึ่งหนัง Drugstore Girl กำลังรื้อฟื้นเรื่องราวดีๆ ที่เคยรุ่งเรืองเมื่อ 1-2 ทศวรรษก่อน กลับมาอีกครั้ง

ฟังแล้วอาจคิดถึงเมืองไทยกับหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โครงการเลอเลิศของใครบางคน อันที่จริง ญี่ปุ่นนี่แหละที่เป็นต้นแบบการส่งเสริมของดีประจำชุมชน โดยผู้ริเริ่มโครงการนี้คือ โมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ ผู้ได้รับรางวัลแม็กไซไซปี 2537 และเคยมาร่วมพิธีเปิดการสัมมนาเรื่องหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2544

ความเป็นมาของโครงการนี้เริ่มจากสภาพบ้านเมืองของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดการขยายตัวและเจริญขึ้นเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ คนหนุ่มสาวจากชนบททิ้งบ้านเกิดเดินทางสู่เมืองเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ชนบทจึงยิ่งไร้การเหลียวแล ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ

เมื่อฮิรามัตสึได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ จังหวัดชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู เขาจึงคิดพลิกฟื้นโออิตะด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นผลิตสินค้าให้เป็นหน้าเป็นตาของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นส้มจีน เห็ดชิตาเกะ และการทำเครื่องปั้นดินเผา กระทั่งความคิดนี้กลายเป็นรากฐานของ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์” (One village, one product) ในที่สุด

กระนั้น ไม่ใช่แค่สินค้าที่ส่งไปขายไกลถึงเมืองนอก ความคิดเจ๋งๆ ของฮิรามัตสึยังเป็นต้นแบบให้แก่ผู้ปกครองในต่างแดนนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตน ไม่ว่าจะเป็น One parish, one product ที่หลุยส์เซียนา One Village, one treasure ที่มณฑลฟูเจี้ยน และ One Tambon, one product ในบ้านเรา

ในหนัง Drugstore Girl สภาพคึกคักของเมืองมาซาโอะ ซึ่งมีถนนที่ตั้งชื่อว่า “ห้างไม้ไผ่” ซบเซาไม่เหลือสภาพให้เชิดหน้าชูตา มีผู้เฒ่าผู้แก่ไม่กี่คนที่ยังคงทำงานหัตถกรรมจากไม้ไผ่ เรื่องที่นำความคึกคักให้แก่ชุมชนกลับเป็นการเปิดตัวของร้านค้าครบวงจรขนาดใหญ่

เมืองใหญ่ที่เคยเติบโตไม่คอยชนบท กลืนคนหนุ่มสาวไปไม่รู้เท่าไหร่ เมื่อชนบทฟื้นฟูตนเองด้วยการผลิตสินค้าขึ้นชื่อ ทั้งยังนำไปวางขายในร้านสะดวกซื้อในเมืองใหญ่ จนเศรษฐกิจของชุมชนเข้มแข็งขึ้น

สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป เมืองใหญ่ก็ส่งร้านสะดวกซื้อกลับเข้ามาทำลายเศรษฐกิจชุมชนอีกคราหนึ่ง

ตัวละครโอบายาชิคือตัวแทนของเมืองอีกรูปแบบหนึ่ง สังเกตว่าเธอมาถึงเมืองนี้พร้อมกับกำหนดเปิดร้านใหม่พอดี แต่ถึงอย่างไรโอบายาชิไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการมาที่นี่ หนำซ้ำสาเหตุที่นำพาให้เธอมาถึงมาซาโอะคือ ความเลวร้ายของ(คนใน)เมือง

เธอกับตัวแทนชุมชนจึงร่วมมือกันเอาคืน(ตัวแทนจาก)เมืองใหญ่ ซึ่งผลที่ออกมาคือแพ้ยับ

แม้หนังจะนำเสนอในประเด็นการคุกคามของเมือง แต่ก็ใช่ว่าผู้สร้างจะจริงจังกับมันถึงขนาดจะให้เกิดเป็นมรรคเป็นผล หนังจึงมีท่าทีประนีประนอม แทนที่จะเป็นการเสียดสีหรือเสียดเย้ยแบบที่บุคลิกของหนังสามารถทำได้

โดยรวมแล้วหนังจึงดูสนุก มีสาระบ้าง แต่ที่สำคัญ...อย่าซีเรียส



Create Date : 03 กรกฎาคม 2549
Last Update : 21 สิงหาคม 2549 2:24:53 น. 3 comments
Counter : 1178 Pageviews.

 
...เป็นแฟนชุมชนต้องทนหน่อยน้อง...
เอ๊ย ม่ายช่าย


แต่รู้สึกจะเสียดายทรัพยากรความน่ารักออกนอกหน้านะคะ อะแฮ่มๆ


โดย: ทะเลอาบแสงจันทร์ วันที่: 4 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:56:55 น.  

 
บางคนก็มองว่ามันเป็นไปตามกลไกของการขยายเมืองหรือความเจริญ มันก็จริง แต่ถ้ามันเป็นไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยก็คงไม่เท่าไหร่ แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ ถ้ามันเป็นการเห็นช่องโดยสายตาของผู้มีอำนาจแล้วคุกคามโดยมีผลประโยชน์ล่อใจอยู่ ก็น่าคิดว่าเราจะกันสีดำๆเหล่านี้ออกจากสีสดใสอื่นๆได้ยังไง

เอ.....นี่มันเหมือนที่ประเทศไหนซักแห่งนะ คุ้นๆ

ดู คามิกาเซ่ เกิลด์ เหมือนกันค่ะ น่ารักดี บ๊องๆดี นางเอกมีความเป็นตัวของตัวเองมาก แยกไม่ออกว่าเธอกำลังแตกต่างจากคนอื่นๆขนาดไหน แต่เธอก็สามรถใช้ชีวิตทั่วๆไปอย่างคนอื่นได้


โดย: octavio วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:0:35:36 น.  

 
ขอเบอร์


โดย: เบนช์ IP: 222.123.20.224 วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:14:09:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บทวิจารณ์ภาพยนตร์รางวัลกองทุน
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ปี 2549

..............................








พญาอินทรี




ศราทร @ wordpress
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แค่เพียงรู้สึกสุขใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.