Up in the Air ไปบนความว่างเปล่า




Up in the Air
ไปบนความว่างเปล่า

พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 17 มกราคม 2553


*ไรอัน บิงแฮม คือชายวัยปลายสี่สิบผู้เดินทางบนท้องฟ้ามากกว่าการหยุดพักในสถานที่ที่เรียกว่าบ้าน

งาน “รับจ้างไล่ออก” ทำให้บิงแฮม (จอร์จ คลูนีย์) ต้องพาตัวเองไปยังเมืองนั้นเมืองนี้ทั่วประเทศเพื่อบอกกล่าวข่าวร้ายแก่บรรดาลูกจ้างพนักงาน เขารับมือกับปฏิกิริยาของแต่ละคนอย่างเยือกเย็น ไม่เฉยชาแต่ไม่ถึงกับแสดงความเห็นอกเห็นใจเพื่อให้คนเหล่านั้นสงบลงและพร้อมจะไปต่อ หรืออย่างน้อยก็ให้ลุกเดินจากไปเพื่อให้งานของเขาเสร็จสิ้น

กล่าวง่ายๆ ว่าบิงแฮมทำงานด้วยการตกงานของคนอื่น ส่วนบริษัทที่เขาทำงานอยู่ก็กำลังโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำจากความล้มเหลวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

บิงแฮมเดินสายตลอดทั้งปีมากกว่า 300 วัน นี่คือวิถีชีวิตที่เขาพอใจและคิดว่าลงตัวที่สุดกับปรัชญา “เป้ว่างเปล่า” ซึ่งบิงแฮมพูดถึงทุกครั้งที่ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรว่าด้วยการพัฒนาชีวิตตามองค์กรต่างๆ

ปรัชญา “เป้ว่างเปล่า” คือการละทิ้งน้ำหนักที่กดลงบนบ่าทั้งสองข้างให้มากที่สุด โดยเฉพาะน้ำหนักที่เรียกว่า “สัมพันธภาพ” เพื่อให้ตนเองก้าวเดินเร็วขึ้น เพราะเหตุนี้หนุ่มใหญ่อย่างบิงแฮมจึงไม่เคยนึกถึงการมีครอบครัว รวมทั้งแทบจะหันหลังให้บ้านเกิดซึ่งยังมีพี่สาวและน้องสาวอยู่ที่นั่น

กระนั้น ชีวิตที่เคยลงตัวอาจถึงคราวเปลี่ยนแปลงเมื่อเจ้านายของบิงแฮมคิดจะยกเลิกการส่งคนเดินสายไล่ออกเป็นการไล่ออกผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดค่าใช้จ่ายตามแนวคิดของพนักงานใหม่ที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ ชื่อ นาตาลี (แอนนา เคนดริก) บิงแฮมซึ่งค้านหัวชนฝาจึงถูกเจ้านายบังคับให้พานาตาลีเดินสายเพื่อให้เรียนรู้งานซึ่งกันและกัน

นอกจากต้องวุ่นวายกับเรื่องงานแล้ว บิงแฮมยังต้องเป็นธุระให้น้องสาวที่กำลังจะแต่งงาน สำคัญกว่านั้นคือ ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดกับ อเล็กซ์ (เวรา ฟาร์มิกา) ผู้หญิงที่มีสไตล์ชีวิตแบบเดียวกันทำท่าจะจริงจังในความรู้สึกของบิงแฮมมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเรื่องที่รุมเร้าทำให้ชีวิตที่เคยเป็นระบบออกอาการรวน หรือว่าถึงเวลาแล้วที่บิงแฮมต้องเลิกลอยไปลอยมาสักที

เจสัน ไรต์แมน ที่เคยประสบความสำเร็จจากผลงาน 2 เรื่องก่อนหน้านี้คือ Thank You for Smoking (2006) และ Juno (2007) ร่วมเขียนบทและกำกับ Up in the Air (2009) โดยดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ วอลเตอร์ เคิร์น นักเขียนอเมริกันเจ้าของผลงานที่เคยถูกสร้างเป็นหนังเรื่อง Thumbsucker (2005)

*จุดที่น่าชื่นชมในเบื้องแรกคือไรต์แมนดัดแปลงนิยายปี 2001 ให้มีแง่มุมพิเศษที่เข้ากับยุคสมัยโดยขยายเรื่องราวการไล่ออกพนักงานให้สอดคล้องกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญอยู่ ภาพออฟฟิสเงียบร้าง ภาพผู้คนมากหน้าหลายตาในห้วงเวลาที่รู้ว่าต้องตกงาน ทั้งความเสียใจ ความผิดหวัง ความวิตกกังวลถึงอนาคต สวัสดิการและการรักษาพยาบาลที่จะขาดหายไป

เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและผู้ชมชาวอเมริกันสัมผัสได้โดยตรง กระทั่งทำให้ Up in the Air น่าจะถูกบันทึกไว้ว่าเป็นหนังสะท้อนภาพสหรัฐยุควิกฤตเศรษฐกิจปลายทศวรรษ 2000 ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง

นอกเหนือจากภาพกว้างอันจำเพาะเจาะจง หนังยังพูดถึงสังคมปัจจุบันที่อยู่บนความฉาบฉวย ค่าของผู้คนและสัมพันธภาพซึ่งถูกลดทอนด้วยคุณค่าที่ผ่านการเสกสรรปั้นแต่ง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ดูดกลืนผู้คน ความสะดวกรวดเร็วของเทคโนโลยี ความภักดีต่อสินค้าและบริการ การแบ่งระดับผู้คนด้วยมูลค่าและปริมาณของการซื้อหา

ตัวละครบิงแฮมคือตัวอย่างของคนที่เป็นส่วนหนึ่งของความฉาบฉวยดังกล่าว วิถีชีวิตของเขาถูกจัดเป็นระบบและมีระเบียบแบบแผนเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ตั้งแต่กระเป๋าเสื้อผ้า บริการรถเช่า การเดินทางด้วยเครื่องบิน ห้องพักในโรงแรม มีบัตรสมาชิกที่แสดงถึงความภักดีและเอกสิทธิ์มากมายเต็มกระเป๋า แต่สิ่งที่เขาจงใจไม่พกติดตัวกลับเป็นความผูกพันและสัมพันธภาพที่มีคุณค่าความหมาย

การเดินทางบนอากาศ เป้าหมายสะสมไมล์ให้ถึง 10 ล้านไมล์ หรือปรัชญา “เป้ว่างเปล่า” ทุกสิ่งที่บิงแฮมยึดถือล้วนแต่เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไหนจะบ้านซึ่งไร้การตกแต่ง ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกติดกับอเล็กซ์ หน้าที่ไล่คนออกจากงาน แต่ละเรื่องราวรอบตัวต่างไม่มีร่องรอยของความมั่นคงถาวรอยู่เลย

เมื่อบิงแฮมรู้ว่าต้องยุติการเดินทางบนอากาศ จึงเหมือนว่าเขากำลังร่อนลงบนพื้นที่มองไม่เห็น!

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น งานแต่งงานของน้องสาวทำให้บิงแฮมเริ่มรู้จักการเติมความผูกพันลงในเป้ใบเดิมที่เคยว่างเปล่า ไล่ตั้งแต่การเป็นธุระถ่ายภาพรูปของน้องสาวกับว่าที่สามีหน้าสถานที่ต่างๆ (แบบเดียวกับตุ๊กตาคนแคระในเรื่อง Amelie) เพื่อใช้ในงานแต่ง แม้รูปของน้องสาวที่บิงแฮมต้องพกไปไหนมาไหนด้วยจะใหญ่ “เกิน” ออกมาจากกระเป๋าก็ตาม

จากนั้นบิงแฮมตัดสินใจไปร่วมงานแต่งงานโดยพาอเล็กซ์ไปด้วย การพาอเล็กซ์ไปบ้านเกิด แนะนำให้รู้จักคนในครอบครัว พาไปเที่ยวที่โรงเรียนเก่า จึงราวกับเป็นการเปิดพื้นที่ส่วนตัวที่สุดซึ่งแม้แต่บิงแฮมเองก็ละเลยมาเนิ่นนานให้แก่คนพิเศษ

กระทั่งสาวน้อยอย่างนาตาลีซึ่งยังไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความฉาบฉวยประดามี ได้ช่วยให้บิงแฮมตระหนักว่าคุณค่าความหมายที่จับต้องได้คืออะไร

และการอยู่คนเดียวที่เขาคุ้นเคยมาตลอด แท้แล้วคือความอ้างว้างเดียวดาย

ถึงตรงนี้บทสรุปทางความคิดของบิงแฮมจึงดำเนินสอดคล้องไปกับบทสรุปของภาพกว้างของหนัง ว่าถึงที่สุดแล้วสัมพันธภาพที่มีคุณค่าความหมายคือสิ่งที่คอยอุ้มชูเราได้เสมอ ไม่ว่ากำลังเผชิญกับเรื่องเลวร้ายเช่นใด

ปัญหาคือคนที่เดินทางบนอากาศยาวนานอย่างบิงแฮม จะลงมาก้าวเดินให้มั่นคงโดยไม่ลอยคว้างไปบนความว่างเปล่าอีกครั้งได้อย่างไร

หรือจริงๆ แล้วอาจเป็นไปไม่ได้เลย...



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2553 5:35:41 น. 9 comments
Counter : 1712 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

หนังให้แง่คิดอะไรมากมายเลยนะคะ
ว่าแต่วันจันทร์นี้
คุณเก็งหนังเรื่องใดได้รางวัลออสการ์มั่งคะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:02:40 น.  

 
ชอบนกตัวเล็กบนโปสเตอร์ครับ (ผมเลยเอามาทำหัวบล็อค) ดูแล้วเหงาดี

หนังวางพล็อตได้งามมากๆ สำหรับคนที่ต้องบินทั้งชีวิต เต็มร้อยกับเสรี แต่ความผูกพันกลับเป็น 0

ผมแอบนึกถึงวันร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับบิงแฮม ว่าจะมีใครคอยประคับประคองเค้า นึกถึงผู้หญิงผิวสีที่โดดสะพานฆ่าตัวตายแล้วก็เศร้าแทน

แต่กระนั้น นี่ก็เป็นอีกรูปแบบชีวิตที่เค้าเลือกแล้ว และจำเป็นจะต้องยอมรับผลข้างเคียงของมันให้ได้



โดย: beerled IP: 203.144.144.164 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:32:47 น.  

 
ขอบคุณ คุณพล มากๆครับ ที่นำมาให้อ่าน เพราะผมพยายามหาจากห้องสมุดไม่เจอ ได้มาใน Blog ยิ่งทำให้เห็นมุมมองที่แตกต่างมากขึ้น และยิ่งชอบหนังเรื่องนี้มากขึ้น


โดย: River Run IP: 115.67.170.87 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:20:07 น.  

 
ความจริงที่เจ็บปวดอะ


โดย: The Fast And Furious วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:03:22 น.  

 


เนื้อหาดี เพลงเพราะ โปสเตอร์งาม ^_^



โดย: renton_renton วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:20:37:05 น.  

 
อยากดูมากครับ ยังไม่กล้าอ่านก่อน


โดย: Seam - C IP: 203.144.144.165 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:12:30:14 น.  

 
ไปดูมาแล้ว ... เหงามากมาย


โดย: หมาป่าเสรี วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:22:53:37 น.  

 
อยากดูครับ
ชอบสองเรื่องก่อนของผู้กำกับคนนี้


โดย: คนขับช้า วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:5:26:32 น.  

 
ขอบคุุณครับ
hptouchpadblackfriday


โดย: aomzon (aomzon ) วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:19:37:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บทวิจารณ์ภาพยนตร์รางวัลกองทุน
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ปี 2549

..............................








พญาอินทรี




ศราทร @ wordpress
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
27 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แค่เพียงรู้สึกสุขใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.