The Class บทเรียนความรุนแรง




The Class
บทเรียนความรุนแรง

พล พะยาบ
คอลัมน์อาทิตย์เธียเตอร์ มติชนรายวัน 8 มิถุนายน 2551


*คนละเรื่องกับ The Class (Entre les murs) หนังฝรั่งเศสของ โลรอง กองเต ที่คว้าปาล์มทองจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2008 แต่เป็น The Class หรือ Klass หนังปี 2007 จากเอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ทางยุโรปเหนือซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต

The Class กำกับฯ-เขียนบทโดย อิลมาร์ แร็ก คนทำหนังชาวเอสโตเนียนโดยกำเนิด เขาใช้ทุนสร้าง 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 ล้านบาท) ถ่ายทำเพียง 12 วัน และใช้นักแสดงสมัครเล่น เรียกได้ว่าเป็นหนังทุนต่ำฟอร์มเล็กในทุกองค์ประกอบ แต่ผลที่ได้รับกลับใหญ่เกินตัว

หนังขึ้นถึงอันดับสองบนตารางหนังทำเงินของเอสโตเนีย ประสบความสำเร็จพอสมควรบนเวทีนานาชาติจากการคว้า 5 รางวัล ที่การ์โลวี วารี ประเทศเช็ก และวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ก่อนจะได้รับเลือกเป็นตัวแทนเอสโตเนียชิงออสการ์หนังภาษาต่างประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

จุดที่น่าสนใจคือ หนังนำเสนอประเด็นละเอียดอ่อนอย่างความรุนแรงในรั้วโรงเรียนโดยจับไปที่เหตุการณ์เด็กนักเรียนควงปืนก่อเหตุสลดซึ่งเป็นข่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ได้แรงบันดาลใจจากกรณีโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ ในโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1999 ที่นักเรียนชาย 2 คน บุกยิงเพื่อนและครูรวม 13 ศพ ก่อนปลิดชีวิตตนเอง

The Class แบ่งเป็น 7 ตอน จาก 7 วัน ของเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในชั้นเรียนระดับมัธยมปลายซึ่งประกอบด้วยนักเรียนวัยรุ่นชาย-หญิงหลายสิบคน หนึ่งในนั้นคือโจเซฟ เด็กหนุ่มท่าทางเซื่องๆ เงียบขรึม ขาดความมั่นใจ เขามักจะถูกแก๊งเด็กซ่า 5-6 คน ที่มี แอนเดอร์ส เป็นหัวโจก รุมแกล้ง ลงไม้ลงมือ พูดจาเหยียดหยันหัวเราะเยาะ โดยโจเซฟไม่คิดขัดขืนต่อสู้เกินกว่าการปัดป้องหรือหลบหลีก

*วันหนึ่งในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากวิชาพละ โจเซฟถูกรุมจับเปลื้องผ้าแล้วโยนเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าผู้หญิงที่มีเพื่อนนักเรียนสาวอยู่กันหลายคน ขณะที่สาวๆ ร้องโวยวายให้เปิดประตูนั้น จู่ๆ กัสปาร์ หนึ่งในแก๊งของแอนเดอร์สก็ยอมปล่อยให้โจเซฟหลุดรอดออกมาได้

นับจากเหตุการณ์นั้นกัสปาร์กลายเป็นแกะดำในหมู่เพื่อน ไม่ใช่เฉพาะเพื่อนในแก๊ง แต่เป็นเพื่อนทั้งชั้นเรียน กระทั่งผลักให้เขาต้องไปอยู่ฝั่งเดียวกับโจเซฟ

กัสปาร์เริ่มเห็นใจและออกตัวปกป้องโจเซฟมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในตอนแรกเขาเพียงถูกขัดขวางไม่ให้ทำตัวเป็นพระเอก ขณะที่ เทีย แฟนสาวพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้กัสปาร์เลิกช่วยโจเซฟเพื่อให้ตนเองไม่ต้องเดือดร้อน แต่ในที่สุดทั้งกัสปาร์และโจเซฟก็ต้องถูกกระทำรุนแรงและน่าอับอายจนต้องหาทางเอาคืนอย่างสาสม

ก่อนหน้านี้ กัส แวน แซนต์ ผู้กำกับฯดังชาวอเมริกัน เคยใช้เหตุการณ์โคลัมไบน์เป็นแรงบันดาลใจถ่ายทอดออกมาเป็นหนังเรื่อง Elephant (2003) เป็นเสมือนการไว้อาลัยต่อความบริสุทธิ์ของชีวิตเยาว์วัยที่สูญเสียไป ขณะที่เหตุแห่งความรุนแรงไม่ได้ถูกแจกแจงให้เห็นภาพชัดเจน นอกจากทิ้งร่องรอยบางอย่างให้ผู้ชมเก็บงำคิดตาม หนังเนิบช้าอ้อยอิ่ง ใช้เพลงบรรเลงเปียโนของเบโธเฟนเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีประกอบ ฉากสังหารหมู่ถูกแปรรูปเป็นเพียงนาฏกรรมแห่งความโศกเศร้า

สำหรับ The Class นั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง นอกจากจะใช้เทคนิคด้านภาพหวือหวา เช่นการเปลี่ยนโฟกัสอย่างรวดเร็ว แต่งสีและแสงแปลกตา และใช้เพลงจังหวะคึกคักเร่งเร้าตามสไตล์วัยรุ่นในช่วงเริ่มต้นของแต่ละตอนแล้ว

เนื่องจาก อิลมาร์ แร็ก มีความเห็นว่าไม่ควรทำหนังว่าด้วยความรุนแรงโดยไม่พยายามอธิบายเหตุแห่งความรุนแรงอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้น เนื้อหาของ The Class ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงฉากสำคัญในช่วงท้ายจึงเป็นไปในลักษณะค่อยๆ ปูเรื่องราวให้เห็นว่าเด็กนักเรียน 2 คน ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง จากระดับเบาจนหนักข้อมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะถึงจุดแตกหักทางความรู้สึก และตัดสินใจก่อเหตุสะเทือนขวัญในท้ายที่สุด

จาก “เหยื่อ” ซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำรุนแรงกลายเป็น “ผู้กระทำ”

และจาก “ผู้กระทำ” ต้องตกเป็น “เหยื่อ” เสียเอง

เป็นจุดประสงค์ของผู้สร้างเพื่อบอกแก่ผู้ชมว่ากรณีสังหารหมู่ที่หนังสมมุติขึ้นนั้นเกิดได้อย่างไร อะไรคือแรงผลักดันของผู้ก่อการ และพวกเขาหาอาวุธมาจากไหน ซึ่งใน The Class หนังมุ่งไปยังการแก้แค้นที่ถูกเพื่อนนักเรียนด้วยกันข่มเหงรังแก ส่วนอาวุธปืนเป็นของสะสมของพ่อโจเซฟ

ชัดเจนแจ่มแจ้งโดยไม่ต้องคิดค้นหาเหตุผลหรือคำตอบใดๆ อีก

*อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนของหนังก็ชวนให้คิดว่าเรื่องราวที่ผู้สร้างสมมุติขึ้นนั้นเป็นกรณีตัวอย่างที่ง่ายดายเกินไปหรือเปล่า เนื่องจากเหตุสลดใจทำนองเดียวกันที่ผ่านมามักจะเต็มไปด้วยความสงสัย ข้อสันนิษฐาน หรือถูกวิเคราะห์กันไปมากมาย มีตั้งแต่ความผิดปกติทางจิตใจ ความเชื่อและลัทธิประเภทล้างสมอง ไปจนถึงปัจจัยแวดล้อมที่อยู่ไกลตัว เช่นสื่อต่างๆ ซึ่งมักตกเป็นจำเลยอยู่เสมอ

กรณีตัวอย่างว่าด้วยความขัดแย้งระหว่างนักเรียนด้วยกันจึงถือว่าง่ายและไม่ซับซ้อนต่อการทำความเข้าใจ ที่สำคัญคือง่ายสำหรับผู้สร้างในการนำเสนอ เพราะถ้าเลือกเอาเหตุอื่นไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติทางจิตใจ ความเชื่อ หรืออิทธิพลสื่อ ซึ่งล้วนแต่ไม่อาจมองเห็นเป็นรูปธรรม ผู้สร้างคงต้องใช้วิทยายุทธมากกว่านี้เพื่อให้ผู้ชมคล้อยตามหรือเพียงเข้าใจและเข้าถึง

อย่างที่บอกว่าเหตุการณ์สังหารหมู่ในโรงเรียนเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ขณะที่สื่อมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าหากินกับความรุนแรง หนังอย่าง The Class ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงคำถามถึงท่าทีและบทบาทของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฉากไคลแม็กซ์ของหนังเป็นภาพสองตัวละครถือปืนไล่ยิงเพื่อนนักเรียน

ไม่เพียงเท่านั้น คำถามดังกล่าวยังสะท้อนมายังผู้ชมด้วยว่า ขณะที่ตัวละครซึ่งผู้ชมสงสารเห็นใจมาตั้งแต่ต้นกำลังยกปืนเล็งไปยังแก๊งเด็กที่ข่มเหงรังแกพวกเขา

คุณอยากให้ยิงโดน....หรือไม่โดน?

ตาย...หรือไม่ตาย?!!



Create Date : 14 ธันวาคม 2551
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 18:00:14 น. 6 comments
Counter : 1470 Pageviews.

 

ช่วงนี้อัพบล็อกถี่หน่อยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นงานเก่า

เพราะใกล้จะสรุปผลโจทย์ดูหนังปีนี้ เลยต้องเอาเรื่องที่เคยเขียนแล้วมาลงจะได้อ้างอิงง่ายๆ






โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 14 ธันวาคม 2551 เวลา:13:46:56 น.  

 
อยากดูเรื่องนี้ครับ จำได้ว่าเคยอ่านแล้ว เหตุการณ์สังหารหมู่ในโรงเรียนนี่ทำให้เกิดหนังที่น่าสนใจหลายเรื่องแล้วนะครับ

เมื่อเช้าอ่านมติชน ทำให้อยากดู padre nuestro เช่นกัน แต่อ่านแล้วรู้สึกมันมีกลิ่นน้ำเน่าหน่อยๆรึเปล่าครับ


โดย: เอกเช้า IP: 124.120.194.229 วันที่: 14 ธันวาคม 2551 เวลา:19:55:56 น.  

 
แหม ตอนแรกตกใจนึกว่า มือไวตาไว ได้ดู หนังปาล์มแล้ว แหะๆ

อ่านแล้วอยากดูครับ

ชอบเรื่อง Elephant มากๆ (แ้ม้เพื่อนผมหลานคนจะชอบด่าว่าหนังดัดจริต 555)


โดย: merveillesxx วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:10:27:28 น.  

 
หากินกับความรุนแรง?

ก็มันอร่อยไม่ไช่หรือ?


โดย: haro_haro IP: 203.153.163.34 วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:14:02:36 น.  

 
นึกถึงหนังเรื่อง Ondskan (2003) เลย ที่ตัวเอกโดนแกล้งมาตลอด
แต่ใน The Class จบแรงกว่าเยอะ

ชอบตอนที่ทั้งสองถือปืนเข้ามาโรงเรียนแล้วพูดเรื่องระยะหวังผล อุกอาจได้ใจจริงๆ


โดย: renton_renton วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:18:05:43 น.  

 
นึกถึง 19 นาที
เล่มหนาบึ๊ก อ่านรวดเดียวจบ


โดย: ม่วน IP: 125.24.235.24 วันที่: 21 ธันวาคม 2551 เวลา:16:45:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แค่เพียงรู้สึกสุขใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บทวิจารณ์ภาพยนตร์รางวัลกองทุน
ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ปี 2549

..............................








พญาอินทรี




ศราทร @ wordpress
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
14 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แค่เพียงรู้สึกสุขใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.