"มนัญญา"สั่งสุ่มตรวจสารตกค้างผัก-ผลไม้ การันตีพืช GAP ปลอดภัย
"มนัญญา"สั่งกรมวิชาการเกษตร  ลุยตรวจสารตกค้างผัก ผลไม้ และทุเรียน สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ตั้งเป้าสุ่มตรวจติดตามปี 65 ทั้งห้างและแปลงเกษตรกรครอบคลุมทุกภาคกว่า 3,000 ตัวอย่าง พบยังปลอดภัยจากสารตกค้างตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข มอบอธิบดีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการวิเคราะห์สารตกค้างในทุเรียนและตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในทุเรียนให้อยู่ในค่ามาตรฐานเน้นย้ำปฏิบัติตาม GMP Plus

นางสาวมนัญญา  ไทยเศรษฐ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า  ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินการตามนโยบายสำคัญที่ได้มอบหมายไว้ คือการให้ความรู้และรณรงค์ให้เกษตรกรลด ละ เลิกการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร และสมัครเข้าสู่ระบบการผลิตพืชตามมาตรฐานที่ปลอดภัยจากสารตกค้างทั้งมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์  รวมทั้งกำชับให้เร่งตรวจรับรองแปลงของเกษตรกรให้เข้าสู่มาตรฐานการผลิตพืชปลอดภัยให้ได้มากที่สุด





 





 
ในปี 2565 กรมวิชาการเกษตรได้รายงานให้ทราบว่าได้ตั้งเป้าหมายในการตรวจรับรองแปลง GAP ไว้จำนวน 100,000 แปลง นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรตรวจติดตาม  และเฝ้าระวังสารตกค้างในผัก ผลไม้และทุเรียนทั้งจากแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริโภค หากตรวจพบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยให้ทวนสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาและเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า  กรมวิชาการเกษตรได้จัดทำแผนการสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผัก ผลไม้  และทุเรียนที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GAP จากแปลงและแหล่งจำหน่ายผลผลิตในปีงบประมาณ 2565 ได้ตั้งเป้าหมายสุ่มเก็บตัวอย่างพืช GAP และวิเคราะห์สารตกค้าง จำนวนทั้งสิ้น 3,152 ตัวอย่าง  

ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันได้สุ่มเก็บตัวอย่างพืช GAP จากแปลงและห้างสรรพสินค้าเพื่อวิเคราะห์สารตกค้างแล้วจำนวน 543 ตัวอย่าง แยกเป็นตัวอย่างพืช GAP จากห้างสรรพสินค้าจำนวน 200 ตัวอย่าง  ผลการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างพบว่ามีผลความปลอดภัย 185 ตัวอย่าง และพบความไม่ปลอดภัย 15 ตัวอย่าง และสุ่มเก็บตัวอย่างพืชจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP จำนวน 343 ตัวอย่าง

ผลการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างพบว่ามีความปลอดภัย 296 ตัวอย่าง และพบความไม่ปลอดภัย 47 ตัวอย่าง ภาพรวมผลการสุ่มตรวจตัวอย่างจากทั้ง 2 แหล่งดังกล่าวพบว่ามีความปลอดภัยจากสารตกค้างจำนวน 481 ตัวอย่าง  คิดเป็น 88 เปอร์เซ็นต์  ชนิดพืชที่มีความปลอดภัย มากที่สุด 5  ลำดับ ได้แก่  หน่อไม้ฝรั่ง  ผักกาดขาวปลี  กระเจี๊ยบเขียว  มะพร้าว  และกะหล่ำปลี  

ส่วนพืชที่พบความไม่ปลอดภัยสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานโดยสุ่มตรวจจากห้างสรรพสินค้า 5 อันดับ ได้แก่ โหระพา  ส้มสายน้ำผึ้ง  มะระขี้นก  ส้มโอ  สับปะรด  ส่วนที่สุ่มตรวจจากแปลง 5 อันดับ ได้แก่ กะเพรา  แก้วมังกร   องุ่น  ถั่วฝักยาว  และทุเรียน

จากผลการสุ่มตรวจตัวอย่างพืชดังกล่าวสรุปได้ว่าสินค้าพืชตามมาตรฐาน GAP มีความปลอดภัยจากสารตกค้างเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์  กรมวิชาการเกษตรจะยังคงเฝ้าระวังและสุ่มตรวจตัวอย่างพืชเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดเพื่อเฝ้าระวังและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการระทรวงเกษตรฯ

หากตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน (MRL) ในแปลงจะแจ้งข้อมูลการตรวจพบให้เกษตรกรทราบ หรือกรณีตรวจพบวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้แล้วจะแจ้งเตือนเกษตรกรให้ปรับปรุงระบบการผลิตพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา หากตรวจพบปัญหาซ้ำจะพิจารณาให้พักใช้ใบรับรองแหล่งผลิตพืช  

ส่วนกรณีสุ่มเก็บตัวอย่างจากห้างค้าปลีกและร้านค้าที่วางจำหน่ายสินค้า Q GAP หากตรวจพบสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน MRL จะแจ้งข้อมูลการตรวจพบให้ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าที่วางจำหน่ายทราบ  

รวมทั้งมอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่รับผิดชอบเข้าทวนสอบกลับเพื่อหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไข หรือในกรณีการตรวจพบวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้แล้ว จะสั่งเพิกถอนใบรับรอง พร้อมกับสั่งการให้สารวัตรเกษตรเข้าติดตามตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่ หากพบการกระทำผิดจะแจ้งเรื่องส่งฟ้องดำเนินคดีต่อไป





 





 
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย ดร.ภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการวิเคราะห์สารตกค้างในทุเรียน ตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในทุเรียน เพื่อวัดความอ่อน-แก่ ให้อยู่ในค่ามาตรฐาน พร้อมให้การช่วยเหลือให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการ ทางด้านปัญหาในการส่งออก ณ บริษัท ปั้นเพลิน อินเตอร์ฟรุ๊ต เอ็กพอร์ต จำกัด

การตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในทุเรียน เพื่อวัดความอ่อน-แก่ ให้อยู่ในค่ามาตรฐานของกรมวิชาการเกษตรก่อนการส่งออกไปในต่างประเทศและการบริโภคในประเทศนั้น ค่ามาตรฐานทุเรียนสายพันธุ์หลักเพื่อการส่งออก มีอยู่ 4 สายพันธุ์ได้แก่ กระดุม 27% พวงมณี 30% ชะนี 30% หมอนทอง 32% เป็นต้น

โดยเฉพาะการปฏิบัติตาม  GMP Plus (มาตรการ GMP + Covid-19 ) การปฏิบัติในโรงคัดบรรจุที่ดีตามมาตรฐาน GMP และตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 เพื่อให้เป็นมาตรฐานการบริการและผลิตผลทางการเกษตรของประเทศไทย




 


 



Create Date : 15 มีนาคม 2565
Last Update : 15 มีนาคม 2565 18:48:05 น.
Counter : 205 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ไม่เสียค่าปรับ ออกหมายจับ ? เซียน_กีตาร์
(25 มิ.ย. 2565 19:42:54 น.)
อุ้มสีมางานประเพณี กิน ดู อยู่ มอญบ้านโป่ง ราชบุรี ครั้งที่ 6 ณ วัดใหญนครชมน์ จ.ราชบุรี อุ้มสี
(20 มิ.ย. 2565 07:27:30 น.)
โนราไทยไปเวนิส haiku
(10 มิ.ย. 2565 23:13:10 น.)
ตะพาบๆ กม.ที่ 303 "เพื่อน" nonnoiGiwGiw
(6 มิ.ย. 2565 12:13:31 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Thailand-agriculture.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด