images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
เราไม่ได้มีชีวิตเพื่ออยู่ไปวันๆ

สายวันหนึ่งขณะนั่งทำงานมีน้องมานั่งคุยด้วย มีคำถามหลายคำถาม คำบ่น คำพ้อ คำพูดที่จับสาระได้ว่า “เบื่อชีวิตที่เหมือนไร้จุดหมายนี่เหลือเกิน” อะไรกันน้อง! อายุสามสิบเท่านั้นเอง ปกติที่ฉันเคยเห็นเธอ น้องคนนี้ก็ไม่ใช่คนเงียบขรึม จมจ่อมอยู่กับตัวเองคนเดียว เธอก็ดูปกติดีในความคิดของฉัน

ฉันสงสัยว่าอะไรทำให้น้องคิดเช่นนี้ น้องอยากระบายอยู่แล้ว ( ต้องขอบคุณที่เธอเลือกมาคุยกับฉันค่ะ ) เธอจึงพรั่งพรูทุกอย่างออกมาโดยแทบไม่ต้องง้างปากพูด ทุกอย่างที่น้องพรั่งพรูออกมาล้วนสัมพันธ์กันหมด นับจากเรื่องงานที่บ่นว่าเบื่อและท้อแท้ เพราะงานที่ทำอยู่ไม่ใช่งานที่ชอบ งานที่ถนัด หรืออยากทำ เลยไปจนถึงเรื่องที่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวเหลือเกิน รู้สึกเหมือนไม่มีใครเลย

“พ่อกับแม่ล่ะ” ฉันถาม น้องส่ายหน้าและบอกว่าพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้อยู่กับพี่สาวแค่สองคนเท่านั้น แต่พี่สาวกับเธอก็แทบไม่มีเวลาพูดคุยกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิต ( นี่ล่ะค่ะ ชีวิตในเมืองใหญ่ ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนกับคน ในขณะที่คนก็ชอบที่จะอยู่กับโทรศัพท์มากขึ้นๆ เรื่อยๆ)

“แฟนล่ะ” ฉันถามอีก น้องให้คำตอบที่ทำให้ฉันปะติดปะต่อเรื่องได้ว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเช่นนี้ เพราะเธอบอกว่า มีแฟนก็จริง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามี ไม่ได้สนิทแนบแน่น ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคู่ที่จะสร้างอนาคตไปด้วยกัน ( น่าคิดจริงๆ )

น้องทำเสียงเหี่ยวๆ และบอกว่าไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากมาทำงาน รู้สึกว่างเปล่าและกลวง เธอพูดอีก ว่าเธอใช้ชีวิตไปวันๆ เท่านั้น มาทำงานสายๆ เหมือนไม่อยากจะมา แปดชั่วโมงในหนึ่งวันที่เธอใช้ไปกับการทำงาน แทบไม่มีความรู้สึกว่ามันมีค่า ตลอดเวลาที่คุยกันเธอไม่เอ่ยถึงมุมดีๆของการทำงานให้ฉันได้ยินเลย

ฉันฟังที่เธอเล่ามาจนจบ จึงสรุปได้ว่า น้องไม่ให้คุณค่ากับการใช้ชีวิต ไม่ตระหนักถึงคุณค่าของการได้เกิดมามีชีวิต ในขณะเดียวกันก็ขาดเป้าหมายที่จับต้องได้เพื่อยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เธอจึงปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปเหมือนต้นไม้เฉาแดดเช่นนี้

ฉันไม่ได้ตัดสินว่าการที่เธอคิดอย่างนี้คือเธอคิดผิด หรือไม่ควรคิด เพราะถ้าเราไม่เป็นเธอ เราจะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงปล่อยให้ตัวเองอยู่ในโหมดเศร้าซึมและห่อเหี่ยว ชีวิตคนเราต่างกรรมต่างวาระ และบริบทในชีวิตของเราก็ต่างกันด้วย สิ่งที่เราทำได้ คือการรับฟังอย่างเข้าใจและให้กำลังใจเขาเท่านั้น ฉันจึงบอกน้องไปว่า การที่เธอคิดเช่นนี้ไม่ได้ผิดแม้แต่น้อย เธอมีสิทธิ์ทำอะไรอย่างไรก็ได้เพราะนั่นมันชีวิตของเธอ เธอเลือกได้ทั้งนั้น เลือกจะอยู่ไปวันๆ หรือเลือกสนุกกับชีวิต เลือกให้ชีวิตมีความหมายหรือเลือกที่จะให้ชีวิตไร้คุณค่า

น้องรับฟังในขณะที่คิดตาม ฉันจึงถือโอกาสบอกเธอด้วยความหวังดีว่า ที่เธอรู้สึกเช่นนี้ เพราะเธอไม่มีเป้าหมายในชีวิตให้เดินต่อใช่หรือไม่ เธอไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร อีกห้าปีเธอจะอยู่ตรงไหนหรือเป้าระยะสั้นก็ได้ เอาแค่ในระยะสั้นๆสักหนึ่งปี เธอได้กำหนดไว้หรือไม่ว่าเธอต้องการอะไร เธอจะนำพาชีวิตไปทางไหน หรืออย่างน้อยแค่ถามตัวเองสั้นๆว่ามีความสุขกับชีวิตทุกวันนี้ไหม ก็จะพอเดาได้ว่า เราต้องปรับหรือเปลี่ยนจุดไหนในชีวิตเราได้แล้วค่ะ นี่คือ check list ที่ฉันมักจะถามตัวเองเสมอๆ

น้องไม่มีอะไรที่ว่านั้นจริงๆ เพราะเมื่อฉันถามเธอ เธอก็นิ่งแล้วก็บอกว่า ไม่รู้ โอ้.. ไม่แปลกแล้วค่ะ ฉันบอกเธอว่ารู้ไหมที่เป็นอย่างนี้เพราะน้องขาดเป้าหมาย ชีวิตที่ขาดเป้าหมายจะเป็นชีวิตที่ล่องลอยแบบนี้ เหมือนคว้าอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรเพื่ออะไร น้องถามฉันว่าเธอควรจะทำอย่างไร ฉันจึงบอกเธอว่าในเมื่อไม่มี ก็ต้องสร้างให้มี อันดับแรกน้องต้องหาเป้าหมายให้เจอ

คิดง่ายๆแบบนี้ก็ได้ค่ะ เช่น เป้าหมายคือ การได้มีอิสระ เป็นนายตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น ต้องมีเงินลงทุน ทีนี้ก็คิดต่อว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็กำหนดแผนเก็บเงินรายเดือน เป้าหมายคือจุดหมายที่เราจะต้องไปให้ถึง วิธีการคือรูปธรรมที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริง จากนั้นก็เดินหน้าอย่างเดียว

บางคนอาจจะมีเป้าหมายอยู่ที่การเติบโตในระบบต่อไป ก็ต้องวางเป้าและวางแผนดูว่า เราจะทำอย่างไรจึงจะบรรลุเป้าหมายได้ เช่น จะต้องขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนี้ภายในกี่ปีๆ กำหนดให้ชัดและเดินตามนั้นไป

ไม่สำคัญว่าเป้าหมายของเราจะต้องเหมือนของใคร มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ใหญ่โตก็ได้ แต่มันจะเป็นตัวผลักดันให้เรามีแรงจูงใจที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น บางทีการที่เราคิดว่าเราจะอยู่เพื่อใครสักคน หรือแมวสักตัวก็ทำให้เราไม่คว้างแล้ว เราจะอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเขา หรือคนที่มีเป้าหมายที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก เขาก็เอาจุดนั้นมาท้าทายชีวิตเขา อัจฉริยะของโลกหลายๆคนในประวัติศาสตร์ ก็ท้าทายตัวเองด้วยการมีเป้าหมายเช่นนี้ และหลายๆครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นก็เปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนเราคนตัวเล็กๆ หากไม่อาจหาญพอที่จะเปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่เราก็ตั้งเป้าของตัวเอง เพื่อสร้างโลกใบเล็กๆของเรา เพื่อขับเคลื่อนชีวิตได้ค่ะ

ฉันขอเพิ่มเติมว่าการให้ความสำคัญกับเป้าหมาย ควรจะมากพอๆกับวิธีการที่จะเดินไปถึงค่ะ นั่นหมายความว่า จริงอยู่ที่เราวางเป้าไว้แบบนั้น แต่วิธีการเดินไปถึงของเรา ก็ไม่ควรทำให้เราต้องเหนื่อยเกินไป ไม่ใช่การตะบี้ตะบันจนหมดแรง เพราะมัวแต่จะมุ่งเดินไปข้างหน้าโดยไม่สนใจรายละเอียดระหว่างทาง เพราะมันอาจทำให้เราพลาดอะไรดีๆไปก็ได้

อาจใช่ค่ะ ที่การให้ความสำคัญกับเป้าหมาย จะท้าทายเรามาก แต่การเหนื่อยและหมดแรงลงเสียก่อนจะได้ชื่นชมสิ่งที่หวังและฝัน ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเหมือนกันไม่ใช่หรือ

การใช้ชีวิตจึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง และถ้าเราใช้ให้เป็น เราจะรู้ว่าการได้อยู่ชื่นชมทุกอย่างบนโลกนี้ด้วยความรื่นรมย์ในทุกวันนั้น จะทำให้เรามีความสุขเพียงใด

การที่เรามีเป้าหมายไว้ตะกาย ก็น่าท้าทายพอๆกับการใช้ชีวิตให้ละเอียดและประณีตเช่นเดียวกัน จริงไหมคะ ?


Create Date : 23 มีนาคม 2555
Last Update : 23 มีนาคม 2555 23:32:47 น. 2 comments
Counter : 1739 Pageviews.

 
ขอบคุณครับกับแนวทางคิด ชีวิตต้องมีเป้าหมายที่ดีจริงๆ ครับ
อย่าใช้ชีวตแบบประมาท ผมก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ประมาทในชีวิต เป็นโรคซึมเศร้า ตกงาน คิดว่าตัวเองไร้ค่า ไม่รู้จะอยู่เพื่ออะไร ตอนนี้ดีขึ้นครับ เริ่มคิดเป้าหมายในชีวิตได้ เพราะมีแม่ และน้องสาว ที่คอยดูแล ไม่มีใครที่รักเรา เกินคนในครอบครัว
**ขอให้ทุกคน อย่าใช้ชีวิตแบบประมาท, รักและใส่ใจคนในครอบครัว, กำลังใจที่ดีที่สุดคือตัวเอง



โดย: tum IP: 115.67.3.197 วันที่: 4 เมษายน 2556 เวลา:14:49:58 น.  

 
ขอบคุณครับ ผมกำลังเขว้งคว้างเหมือนกันครับ


โดย: เอก IP: 115.67.70.5 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:59:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.