images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
ดูหนังเรื่องนี้แล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก

คุณคะ


อีกไม่กี่วันจะสิ้นปี ก่อนถึงปีใหม่สี่วันเป็นวันเกิดของฉัน ทุกปีๆ ฉันจะไปทำบุญ ทำทาน หรือทำอะไรดีๆ นอกเหนือจากโทรหาพ่อกับแม่ที่อยู่สุราษฎร์ เพื่อกราบท่านทางโทรศัพท์ แม่รับสายแล้วบอกว่า ‘เกิดอีกแล้วหรือ..’ แล้วก็หัวเราะ เหมือนแม่กำลังจะบอกกลายๆว่า ทำไมวันนี้มันมาถึงเร็วจัง เผลอไม่ทันไร เวลาผ่านไปเร็วจนเรานึกไม่ถึง แม่อายุหกสิบกว่าๆ พ่ออายุ 71 แล้ว แล้วลูกสาวอย่างฉันก็จะเฉียดๆเลขสี่แล้วเหมือนกัน อดจะคล้อยตาม แม่ไม่ได้ค่ะว่าทำไมมันเร็วจัง (ฮา! แต่คนเราห้ามอายุไม่ได้นี่นา เนอะ )

เมื่อวานฉันไปทำสังฆทานที่วัดบางพลีใหญ่กลาง ไม่ใช่วัดหลวงพ่อโตนะคะ เป็นวัดที่ถึงก่อนวัดหลวงพ่อโต ข้าวของที่ซื้อไปทำสังฆทาน เป็นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มและนม เนื่องจากฉันไม่มีเวลาทำอาหารเลี้ยงเพล เพราะเป็นวันทำงาน ตอนที่ไปถวายน่ะก็สี่โมงกว่าๆแล้ว หลวงตาที่วัดก็เมตตามาก ท่านให้ศีลให้พรชุดใหญ่ รวมถึงพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจ หลังจากนั้น แวะไปทำบุญโลงศพที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ทำบุญโลงศพไปหนึ่งชุด เขาจะมีใบสีชมพูเล็กๆให้เราแปะที่โลงศพ ฉันเขียนอุทิศให้คุณปู่ และเจ้ากรรมนายเวรตามธรรมเนียม รวมถึงเสี่ยอ่างที่เคยด่าฉันอย่างเจ็บๆแสบๆ ตามกระทู้ที่เคยลงไปก่อนหน้า
การทำบุญและทำทานทำให้ใจผ่องแผ้วค่ะ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆที่อิ่มอยู่ในใจเรา


ถ้าเมื่อวานไม่ได้ทำ คงรู้สึกไม่ดีหรอกค่ะ เพราะวันเกิดทุกปี ฉันจะถือเอาว่าเป็นวันเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆดีๆ และเป็นวันที่เราจะถือโอกาสในการให้ ..


บุญที่ทำมาทั้งปี ในปีนี้ค่อนข้างจะมากเหมือนกันนะคะ ตั้งแต่การอุปการะเด็กกับมูลนิธิฯ ทุกเดือน เป็นสมาชิกสนับสนุนนิตยสารSecret และชีวจิตให้ห้องสมุดและเรือนจำ สนับสนุนเงินให้น้องหมาที่มูลนิธิตามวาระและโอกาส ทำบุญไหว้พระตามวาระต่างๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวย


เมื่อวานตอนที่เสร็จจากการไหว้เจ้าและทำบุญโลงศพที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ฉันได้หนังสือแจกมาจากที่นั่นเล่มหนึ่ง ในนั้นเขียนเรื่องการทำบุญเอาไว้ด้วยค่ะ พลิกอ่านไปก็สะดุดอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเราทำบุญ ทำทาน ให้เราอธิษฐานจิตยกส่วนบุญนั้นให้กับใครก็ตามที่เราต้องการเลย ส่วนบุญจะถึงทันที นอกจากนั้น อย่าลืมอุทิศส่วนบุญให้กับเทวดาประจำตัวเราด้วย อ่านมาถึงตรงนี้ก็สะดุ้งเล็กน้อย ว่า จริงนะ... ทำไมเราลืมทุกที

ฉันเคยเขียนเอาไว้ในบล็อกก่อนๆ นานแล้วล่ะค่ะ ว่าฉันเชื่อว่าคนเรามีเทวดาประจำตัว ตัวฉันเองเชื่อในข้อนี้ ที่เชื่อเพราะเคยผ่านเหตุการณ์
หลายๆเหตุการณ์แล้วรอดมาได้ ผ่านมาได้ ‘เหมือนมีเสียงกระซิบบอก’ ให้ทำอะไรบางอย่าง แล้วก็โชคดีมาได้ทุกครั้ง ฉันเชื่อว่าตัวเองมีเทวดา
หรือ ‘ใครสักคน’ คอยคุ้มครองดูแล ... ตามหนังสือท่านว่า คนเราชอบลืม เรายกบุญให้คนอื่นๆไปทั่ว แต่เราลืมที่จะนึกถึงเทวดาประจำตัวเรา


ข้อนี้.. ฉันคิดว่าเป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะคิดหรือเชื่อค่ะ เราบอกแทนกันไม่ได้ แต่ฉันเชื่ออีกอย่างว่าไม่ว่าเราจะทำบุญและอุทิศให้ผู้ใด สิ่งแรกที่เราจะสัมผัสได้ คือจิตใจของเราจะเบาสบายก่อนแล้วในเบื้องต้น และนั่นคือความหมายของบุญ ที่ไม่ต้องอาศัยเงินทองจำนวนมากมาย เมื่อเรามีจิตจะให้ ใจเราจะกว้างและกว้าง จนไม่เหลือที่แคบๆให้เราเกลียดหรือชังใครได้อีก ( นี่คือความเชื่อของฉันเท่านั้นนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการเชื่อของคุณเองค่ะ )



จบจากเรื่องทำบุญ จะบอกว่าช่วงเวลานี้คงเป็นช่วงเวลาที่ใครต่อใครยิ้มแย้ม มีความสุขกัน เพราะเป็นเทศกาลของการให้และรับ อย่างวันนี้ก็มีพี่ๆน้องๆ เอาของเล็กๆน่ารักๆมาสวัสดีปีใหม่ แต่เรายังไม่ได้ของครบที่จะไปให้ใครต่อใครเลย วันหยุดสามสี่วันนี้คงได้ไปซื้ออะไรเล็กๆน้อยๆ สำหรับแจกจ่าย หรือมอบสิ่งดีๆค่ะ กระซิบว่า การได้รับของที่ใครต่อใครให้มานี้ บางทีของนั้นอาจจะไม่ใช่ของที่เราใช้ได้ แต่เราถือว่าเราได้รับน้ำใจ ดังนั้นก็ควรต้องตอบแทน

การเลือกของให้ผู้รับถ้าใส่ใจสักนิดและในความสัมพันธ์นั้นมีระยะที่ควรต้องดูแล ก็อาจจะต้องหาอะไรที่เหมาะสมกับเขา มากกว่าของที่ให้ไป
แล้วเขาไม่ได้ใช้ ซึ่งแบบนี้จะน่าประทับใจกว่านะคะ

ว่าแล้ว .. ก็มีแพลนจะต้องไปเดินซื้อของจริงๆจังๆโดยต้อง list ไปก่อนซะแล้วล่ะ

...

กลับมาถึงอีกเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนถึงค่ะ คือเรื่องหนัง yes or no ทีได้ไปดูมาในวันสองวันก่อน มีคนถามมาเหมือนกันว่าดูแล้วรู้สึกอย่างไร
ชอบไหม


วันที่ไปดูเป็นวันหยุด สังเกตได้ว่าหนังเรียกคนดูที่เป็นกลุ่มผู้หญิงได้มาก และเรียกเสียงกรี๊ดได้เป็นระยะ เมื่อมีฉาก sweet ระหว่างนางเอกสาว( น่ารัก และเล่นได้เป็นธรรมชาติมากค่ะ ) กับทอม ( ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นทอม )


โดยรวม ฉันว่าหนังเรื่องนี้น่ารัก และหากต้องชม ก็จะต้องชมไปที่ความกล้าหาญของคนทำ ที่คงจะประเมินแล้วว่าจะเรียกแฟน หรืออย่างน้อยก็
ทำให้คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็ยืนยันได้ว่ามีมากจริงๆ เข้ามาดูหนังเรื่องนี้ได้ สังเกตนะคะ คนที่ไปดู ส่วนใหญ่ก็ 95 % ในโรง เป็นสาวๆ
ที่ควงคู่มากับทอม หรือสาวๆด้วยกัน


เป็นความรู้สึกที่จะว่าขำก็ขำ เมื่อเราเป็นหนึ่งในนั้น และเข้าไปอยู่ในโรงหนังเพื่อดูหนังเรื่องนี้อย่างไม่ได้ตั้งความคาดหวังใดๆ


หลังจากดูแล้ว สิ่งที่ฉันคิดถึงอย่างแรกก็คือ


เนื่องจากฉันเคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน ในหนังสือ ตัวแพท ( ซึ่งก็คือคิม ) จะดูงงงวยกับตัวเอง ตั้งข้อสงสัยกับตัวเอง อยู่กับความไม่แน่ใจ
ซึ่งมีมากจนกลายเป็นความสับสน แต่ในหนัง รายละเอียดตรงนี้ไม่ค่อยมี แม้กระทั่งแบคกราวด์ของครอบครัว ในหนังสือมีที่มาที่ไป
แต่ในหนังเหมือนถูกละเลย และจงใจจะให้ตัวคิม เป็นทอมจริงๆ สังเกตจากที่พ่อของคิม เรียกลูกว่าไอ้แสบ หรือแม้แต่แซวลูกว่าเมียมาหา
( เห็นลูกเป็นเด็กผู้ชายมากๆ ) ซึ่งถ้าหากว่าคิมอยู่กับพ่อซึ่งเห็นลูกเป็นทอม ( หรือผู้ชายด้วยกัน ) บุคลิกของคิมจะต้องแช็งๆห้าวๆ ไปเลยมากกว่า
ไม่น่าจะอยู่กับความไม่แน่ใจ ซึ่งก็มีเพียงน้อยนิด และในหนังที่เห็นความไม่แน่ใจของคิม แต่คิมกลับทำท่าทางเหมือนจะจีบนางเอกตั้งหลายตอนด้วย

ฉันเห็นว่าบทอ่อน และไม่ให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปของตัวละคร ทั้งที่จริง ความลังเลไม่แน่ใจ ไม่รู้ตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่ กับเพื่อนสาว เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ที่ต้องให้คนดูไปค้นหา ไปนั่งในหัวใจของแพท ( หรือคิมในเรื่อง ) และตามลุ้นเอาใจช่วยเธอ ซึ่งจะบอกว่า นี่เป็นปัญหาคลาสสิค หรือ topic ยอดนิยมสำหรับคนที่เป็นเลส เป็นทอม เป็นดี้เลยทีเดียวนะคะ

นี่ถ้าหนังเรื่องนี้ ทำออกมาในยุคสิบปีที่แล้ว หรือสิบกว่าปีที่แล้ว สงสัยจะโดนเละ และเรื่องคงไม่จบได้สวยงามแบบนี้แน่นอนค่ะ
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่เราจะเห็นหรือคาดหวังจะเห็น คือ ‘การยอมรับที่มากขึ้น’ จากสังคม ที่จริง การที่สังคมสมัยนี้ยอมรับให้
มีความรักประเภทนี้ ก็เท่ากับเปิดทางให้การใช้ชีวิตของคนสมัยนี้ง่ายขึ้น และแน่นอนย่อมส่งผลต่อวิธีคิดและบทสรุปของหนังด้วยเช่นกัน


บทของแม่ ( อุ๋ย มณีรัตน์ ) ในเรื่อง ไม่ได้เป็นบทที่เกินจริง เพราะในชีวิตจริงๆ ย่อมมีแม่ที่ไม่ใจกว้างพอที่จะเปิดโอกาสให้ลูกรักเพศเดียวกัน
แบบนี้ ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เจอปัญหานี้ ความรักแบบนี้ก็ไม่ง่ายแล้วค่ะ ในหนังเราจะเห็นว่าพ่อของแพท (คิม) ใจกว้างมาก
แต่แม่ของพาย ไม่ได้ใจกว้างแบบนั้น การที่ผู้หญิงกับผู้หญิงจะรักกัน มันไม่ใช่ปัญหาของคนสองคนนะคะ แต่มันเป็นปัญหาครอบครัวเลยทีเดียว
เรื่องรักในชีวิตจริงของคนสองคนจึงไม่อาจจะจบแบบ happy เช่นเดียวกับพายและคิม ซึ่งนอกจากจะต้องต่อสู้กับหัวใจตัวเองแล้ว อาจจะยังต้องต่อสู้
กับคนอีกหลายๆคนในครอบครัว กว่าจะรักกันได้เล่นเอาเหงื่อตก

ดูหนังเรื่องนี้แล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ต้องเรียกว่าโคตรโชคดีด้วยซ้ำไป ที่พ่อกับแม่ฉันไม่ได้ว่าอะไรในเรื่องนี้ แม้ฉันจะรู้ว่าเป็นเรื่องยากที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะรับได้ กับการที่ลูกจะรักเพศเดียวกัน แต่คุณว่าเป็นบุญไหมเล่าคะ ที่พ่อกับแม่ฉันท่านไม่เคยด่าว่า ไม่ว่าฉันจะเป็นอะไรและเลือกจะทำอะไร แม้แต่เลือกจะเป็นแบบนี้ สักคำแม่ยังไม่เคยว่าเลย

ฉันใช้เวลาสิบกว่าปีเพื่อที่จะค้นพบว่าตัวเองชัดเจนในการเลือกวิถีทางนี้ แม้จะมีฤดูกาลผันเปลี่ยนในชีวิตไปบ้าง แต่ฉันก็ยังยืนยันว่าตัวตนของฉันเป็นเช่นนี้ ไม่ได้เป็นจากพันธุกรรม ไม่ได้จากยีนใดๆ ( คิดว่านะคะ ) ไม่ได้เกิดจากการดูหนังหรือทีวีจนทำให้เบี่ยงเบน ไม่ได้มาจากอะไรใดๆทั้งสิ้น ทุกสิ่งอย่างเป็นไปเอง โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อย่างไร รู้แต่มันเป็นไปแล้ว และเมื่อเลือกแล้วก็ต้องรับได้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง

โชคดีที่ไม่เจออุปสรรคจากครอบครัว นี่ไงที่บอกว่าโชคดีมาก
โชคดีที่ได้เรียนรู้ว่า ความรักนำทั้งความสุขและความทุกข์มาให้
โชคดีที่ได้รักและเลิก จนรู้สึกถึงความเจ็บปวด
โชคดีที่ได้เจอคนดีๆในชีวิตมากมาย แม้จะสั้น หรือ ยาว และมันก็ได้ทำให้เรียนรู้และรักเป็น

เจ็บจนในที่สุดก็คงรู้ว่ารักเป็น...

หนังเรื่องนี้อาจจะทำให้หลายๆคนเพ้อฝัน อาจทำให้หลายๆคนได้ยิ้ม แต่ฉันก็ยิ้มได้เหมือนกัน แม้จะมีบางอย่างที่ไม่ completed แต่มันก็คงทำได้ดีที่สุดแล้วสำหรับการบอกเล่าเรื่องรัก ซึ่งเป็นเรื่องยากๆเรื่องหนึ่งของคนที่เลือกจะรักเพศเดียวกัน

สุขสันต์ในวันที่ใกล้จะเปลี่ยน พศ. นะคะ และคงต้องบอกว่าแม้ในชีวิตคนเราจะเจอทั้ง yes และ no เพราะบางทีก็เลือกไม่ได้ แต่ก็ขอให้เต็มที่กับมันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย ชีวิตมีไว้ใช้ หัวใจมีไว้รัก(และเจ็บ)

สวัสดีปีใหม่ค่ะ


Create Date : 28 ธันวาคม 2553
Last Update : 28 ธันวาคม 2553 21:40:55 น. 5 comments
Counter : 254 Pageviews.

 
สวัสดีวันปีใหม่พา
ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม
ต่างสุขสมนิยมยินดี
ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า
ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี
ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย
ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์
ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย
ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่
ผองชาวไทยจงสวัสดี
ตลอดปีจงมีสุขใจ
ตลอดไปนับแต่บัดนี้
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์
สวัสดีวันปีใหม่เทอญ


โดย: เชิญจุติ วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:22:19:01 น.  

 
คิดอยู่ว่าจะไปดู แต่หากว่าบทอ่อน ก็เริ่มเฉยๆ แล้วล่ะ
ขออนุโมทนาบุญที่คุณได้ทำด้วย กุศลนี้จะส่งให้เทวดาประจำตัวอิ่มเอิบ และได้เรียนรู้พระธรรมในที่สุดค่ะ



โดย: วารุ IP: 182.53.33.253 วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:22:49:19 น.  

 
มาบ้านนี้ทีไรก็ได้ยิ้มกับความคิดบวกๆของคุณทุกทีค่ะ

ฉันแวะมาอวยพรวันเกิดย้อนหลังค่ะ ขอให้สุขกับทุกวันนะคะ

ความสุขของเรา เราเป็นผู้กำหนด แม้ปีนี้จะสะบักสะบอมแต่ก็ยังยิ้มได้ใช่ไหมคะ

ยังจำฉันได้รึเปล่าน้อ ???


โดย: เจ้าพระยา IP: 124.157.147.206 วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:22:53:24 น.  

 
กรี๊ด
กระแสจิตใดเรียกคุณมาเนี่ย คุณ จพย

ไม่ได้คุยกันนานทีเดียว
ส่งข้อความจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือว่าจากอีสานบ้านเฮากันแน่คะ

ดีใจนะเนี่ย

ขออวยพรกลับคืนนะคะ ให้มีความสุขทุกวันเช่นกัน


โดย: บี (bewae1001 ) วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:22:58:11 น.  

 
แวะมาสวัสดีคุณบี ค่ะ ...

ติดตามดวงดาวดอกไม้ของคุณบี จากใน leslady มาตลอด วันนี้ มานั่งเปิด blog ได้เจอคุณบี ที่นี่ คิดเหมือนคุณบี หลายเรื่องนะค่ะ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจัง ที่ฝ่าด่านอะไร ๆ มาได้หลายด่านแล้ว

เหลือด่านเดียว ปราการที่แข็งแกร่ง คือ เรื่องพ่อแม่ของคนรัก รวมถึงตัวคนรักของแอร์นี่แหล่ะ ที่แสนจะยากเย็น คบกันมา 4 ปีถึงขนาดที่ว่า ใครรู้จักแอร์ ต้องรู้จัก ยัยคนนี้ด้วย .... แต่ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ ชีจะยอมรับกับใครเลย ว่า เราเป็นอะไรกัน


อิอิ ราตรีสวัสดิ์ ค่ะ


โดย: ฟ้าสีหม่น คืนไร้ดาว วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:23:23:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.