images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
อย่าเพ่งโทษเขา .. จ ง โ ท ษ ตั ว เ อ ง ...

บทเรียนชีวิตบทหนึ่งที่ฉันผ่านมา และได้ย้อนกลับไปมอง ในวันที่ผ่านบทเรียนนั้นมาแล้วด้วยความเข้าใจและต้องขอบคุณ ที่ได้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาในชีวิต

มีน้องคนหนึ่งบอกว่า ชีวิตฉันนี่มันดีนะ .. แต่ถ้าจะต้องให้สะบักสะบอมจึงจะเรียนรู้ได้ สู้เราได้รู้เร็วๆ มันก็น่าจะดีกว่า และจะไม่ดีกว่าหรือถ้าจะไม่ต้องเจ็บปวด เปลืองตัว เปลืองใจ แต่ได้ระวังและทำดีๆเสียตั้งแต่แรก

แต่ในเมื่อเราไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ ทุกเรื่องนะคะ เรากลับไปแก้อะไรไม่ได้เพราะมันคืออดีต ปัจจุบันเรารู้ว่าเราเคยเป็นอย่างนั้นมาและจะไม่เป็นอย่างนั้นอีก

เรื่องที่ว่านี้ก็คือ การไม่เพ่งโทษคนอื่น ค่ะ แต่ให้น้อมกลับเข้ามาดูที่ใจตัวเอง

ครั้งหนึ่ง กับคนที่อยู่ด้วยกัน มีปัญหาทะเลาะกัน เราหยุดไม่ได้ ยอมไม่เป็น แล้วยังไม่มีสติอีก สิ่งนี้จะเกิดเป็นระเบิดลูกใหญ๋ในเวลาต่อมา ทำให้คนที่อยู่กับเราได้รับผลจากการที่เราเป็นแบบนี้ แล้วในที่สุดก็นำไปสู่การเลิกราโดยที่เราเองก็ไม่เข้าใจ

ความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นเริ่มจาก ความคิดที่ดูแต่คนอื่น ไม่เคยกลับมามองภายในตัวเองเลยว่าเราเป็นอะไร และเราต้องปรับที่ตัวเราเอง
ความคิดที่ว่าก็มีลักษณะแบบนี้ค่ะ

- ทำไมล่ะ คนอยู่ด้วยกันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างไม่เห็นแปลก
( คิดเองเออเอง )
- เขาว่ากันว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งรักกันไม่ใช่หรือ ( คิดเองเออเองอีกจากความเข้าใจผิดๆ)
- ต้องพูดกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ( ไม่มีสติและเริ่มโมโห ไม่รู้จักอดทนอดกลั้น อดทน รอคอย ด้วยความใจเย็น )
- เธอดีนักหรือ ทำไมไม่ฟังกันบ้าง หัดฟังเราบ้างสิ ( เรานั่นแหละไม่ฟัง เพราะมัวแต่โมโห อยากจะให้เขาฟัง อยากอย่างนั้นอยากอย่างนี้ )

เป็นต้น

ต้องยอมรับว่า ในเวลานั้น ฉันเองก็ยังเขลามากนัก ทั้งที่อายุก็ไม่ได้น้อยแล้ว แต่วุฒิภาวะทางอารมณ์ถือว่าด้อยมาก การที่เราไม่สนใจน้อมใจเข้ามามองดูตัวเอง แต่โทษคนอื่นตลอดเวลา ประโยคที่ว่า เธอดีนักหรือ เธอไม่เคยฟังฉัน เธอทำอย่างนั้น เธอเป็นอย่างนี้ คือประโยคที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีให้เกิดการทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้น

ไม่ต่างอะไรกับในองค์กรหรือในบริษัทฯ หรือที่ไหนก็ตามที่ เราแต่ละคนต่างก็ใช้อัตตาตัวตน ตัวกู ( ฉันนี่แหละ ) ใหญ่มาก จนใครก็มาแตะต้องไม่ได้ เมื่อมีสิ่งใดมากระทบเรา และใจเราวิ่งตามอารมณ์ที่มากระทบนั้นไป มันก็พร้อมจะเกิดการกระทบกระทั่ง ทำให้เกิดการทะเลาะ ขัดแย้ง การงานก็ไม่ราบรื่น ฝ่ายนั้นขัดกับฝ่ายนี้ ฝ่ายนี้ขัดกับฝ่ายนั้น ยอมกันไม่เป็น ถามว่าถ้าเป็นอย่างนี้บรรยากาศแบบนี้ส่งเสริมให้เรามีความสุขในการทำงานไหม

ในห้องปฏิบัติกรรมฐาน อาจารย์มีกติกาให้เรากำหนด-งดพูด เพื่อน้อมใจให้เข้ามาดูตนเอง อย่าเอาใจส่งออกนอก การเอาใจส่งออกนอกอาจจะทำให้เราแสดงอะไรที่กระทบกับอัตตาของคนอื่น และแม้แต่ใจเราเองอาจจะไปตัดสินคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น แต่ถ้าเราสนใจตัวเอง น้อมใจตัวเองเข้าหาธรรม ดูใจตนเองอยู่เสมอ รู้สึกตัวอยู่เสมอ เราจะยับยั้งและใคร่ครวญสิ่งที่มากระทบผัสสะทั้งหก ( ตา หู จมุก สิ้น กาย ใจ ) ด้วยใจสงบ แค่รู้ว่ามากระทบ กระทบแล้วก็จบไป ไม่ปรุงแต่ง ไม่เกิดกิเลส ไม่เกิดอะไรทั้งสิ้นเลย

เมื่อระงับสิ่งที่มากระทบได้ ใจก็สงบ เมื่อสงบ เราก็พบความสุข

ในชีวิตประจำวันเราอาจจะต้องเจอผู้คนมากมายที่มากระทบใจเราในรูปแบบต่างๆ คนเหล่านั้นก็เป็นเหมือนเรา เราเคยผิด เคยพลาด เคยไม่เข้าใจมาก่อน แต่ถ้าวันนี้เราเข้าใจและไม่อยากทุกข์ ก็แค่ไม่มองหาจุดดำบนผ้าขาว ไม่เพ่งโทษคนอื่นเขา ดูตัวเองก่อน เกิดอะไรขึ้นก็ทำความเข้าใจกับตัวเอง ระงับที่ตัวเองก่อน การไม่เพ่งโทษคนอื่นจึงมีประโยชน์อย่างนี้ค่ะ

ในชีวิตคู่ก็เหมือนกันนะคะ ใกล้ตัวที่สุดแล้ว ให้นึกว่าเราและเขาต่างก็มีข้อบกพร่อง ไม่มีใครสมบูรณ์ รักกันต้องให้โอกาสกันด้วยการมองสิ่งดีๆที่อีกคนมี แม้ว่าสิ่งที่อีกคนมีหรือเป็น จะไม่ใช่สิ่งที่เราชอบนัก เราอยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครจะเป็นได้อย่างใจเรา แม้แต่ตัวเราเองก็ยังเป็นไม่ได้ดั่งใจตัวเองเลย แล้วจะอยากอย่างนั้นอย่างนี้ ( กิเลส ) นักหนาไปทำไม มองเขาอย่างเพื่อนร่วมทุกข์ เราจะให้อภัยเขาได้ และมองตัวเองตามความเป็นจริง ตัวเองบกพร่องตรงไหน ปรับตรงนั้น ยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเองเสีย อย่าเพ่งโทษคนอื่นเลย

คิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ ใจจะเบาและเป็นสุข เราจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องอารมณ์เสีย

รักษาใจให้ดีอยู่เสมอนะคะ

รู้แล้วหนอ...


Create Date : 04 พฤษภาคม 2555
Last Update : 4 พฤษภาคม 2555 13:11:58 น. 0 comments
Counter : 446 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.