images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

nothing

ฉันโกหกตัวเองไม่ได้
ในเวลาที่ใจข้างในเป็นอย่างหนึ่ง แต่ต้องฝืนจัดการกับภายนอกในทางตรงกันข้าม

ฉันโกหกตัวเองไม่ได้ เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม
ในเมื่อเวลานี้ฉันสับสน ฉันหม่นหมอง ฉันก็ควรจะยอมรับว่าฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่กดทับความรู้สึกของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องกลบเกลื่อน

มีอะไรหลายอย่างในชีวิตที่มันต้องจัดการ
หรือต้องทำ
ข้างใน (ความรู้สึก) กระจาย มันเหมือนจะมั่นคง แต่มันมีเรื่องต้องคิด
หลายสิ่ง ไม่อาจจะจับต้นชนปลาย

ฉันรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร มีอะไรต้องทำ
แต่ในภาวะที่รู้สึกมีตๆตื้อๆ ฉันก็ไม่ควรจะโกหกตัวเองหรือดันทุรังทำ
ทั้งที่ใจข้างใน กับ ข้างนอก มันไม่ไปด้วยกัน

ในวัยขนาดนี้แล้วยังไม่มั่นคงกับอารมณ์
ยังสะเทือนไหวไปมา ฉันไม่อยากตำหนิตัวเองว่าจริงๆแล้ว ฉันไม่ควรเป็นอย่างนี้ หรือเป็นอย่างนี้ไม่ได้

ก็อารมณ์มันเป็นอย่างนี้ จะให้รื่นเริงสดชื่น แสร้งทำ ฉันก็ทำไม่ได้

อ่านไม่รู้เรื่องก็ช่างเถอะค่ะ
นี่คือ moment นี้เท่านั้น อยากเขียนอย่างนี้ก็จะเขียน ไม่มีสาระก็ช่างปะไร

ชีวิตไม่จำเป็นต้องยึดติดอะไรนี่
และฉันก็ไม่ควรยึดติดด้วย

แค่รู้ว่่าตอนนี้เป็นอย่างนี้
รู้แค่นี้ก็พอแล้ว




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 13:45:00 น.
Counter : 350 Pageviews.  

แค่เศร้าเท่านั้น..

ค่ำคืนวันศุกร์ไม่ต้องรีบนอน นั่งเขียนอะไรไปเรื่อย คิดอะไรไปเรื่อย..
ในยามที่ความคิดล่องลอย ฉันนึกถึงการเขียนบันทึก เขียนแบบใช้ปากกาเขียนลงบนสมุดจริงๆนะคะ ไม่่ใช่เขียนบล็อก ใช้คีย์บอร์ดแทนปากกาแบบนี้

ใช่.. ฉันห่างจากการเขียนบันทึกไปนานมาก อย่างน้อยก็สามปี
อย่างมากก็มากกว่านั้น สมุดบันทึกบางเล่มไม่สวยหรอกค่ะ ไม่สวยเลย
แต่มันถูกเขียนจนเต็มเล่ม แม้มันจะไม่ใช่สมุดที่ลงทุนซื้อ ความสวยของสมุดไม่ได้สำคัญเท่ากับตัวหนังสือที่อัดแน่นอยู่ข้างใน มันคือเรื่องราวในช่วงหนึ่งของชีวิตฉัน กับอดีตคนรักบ้าง กับอดีตของตัวเองบ้าง

ก็ชอบมีอดีตเก็บสะสมเอาไว้มากนัก บางทีมันก็ไม่ใช่อดีตที่ดี หวนคิด
ไปถึงทีไร ก็แก้อะไรไม่ได้แล้ว บางเรื่องก๋็ทำให้เสียใจมาจนถึงทุกวันนี้

ฉันอยากเขียน แต่มันสะเทือนใจ ความสะเทือนใจมันมีมากกว่า ความรู้สึกมันมากจนเริ่มต้นไม่ถูก

เรื่องบางเรื่องมันอาจจะเหมาะกับการเก็บไว้ข้างในนี้ เอาไว้นึกถึง คิดถึงเพียงคนเดียว จะสุขใจทุกข์ใจก็รู้กับใจนี้ เพียงลำพังคนเดียว

เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กสาวที่แอบห้าว ฉันป็นเด็กไร้เดียงสา ไม่ประสากับอะไรในโลกทั้งนั้น ถูกใครทำร้ายก็เสียใจร้องไห้ต้องไประบายกับเพื่อน
กับพี่ อดทนไม่ได่ เก็บไว้ในใจคนเดียวไม่ได้ ต้องหาทางออก

บางครั้งทางออกคือการดื่ม และสูบ อยู่กับกลุ่มเพื่อนนั่นแหละ เมื่อเมาก็ลืม เมื่อหายเมาก็ฟูมฟายอีก เป็นวงจรชีวิตซ่้ำซาก จนกระทั่งโต ความอดทนมีขนาดใหญ่ขึ้นตามหัวใจที่สามารถกักเก็บได้

หรือที่ถูกฉันอดทนกับความเจ็บปวด ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

ความเจ็บจากเรื่องใดๆในเวลานี้ ฉันเก็บมันไว้อย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องให้ใครมารับรู้ก็ได้ อาจเพราะฉันโต และภูมิต้านทานมีมากขึ้น และเรื่อวบางเรื่อง ต่อให้คนที่คิดว่าเข้าใจฉันที่สุดก็อาจจะไม่เข้าใจ

ฉันเลือกจะเก็บ เงียบ อดทนให้เวลาช่วย แทนการร้องไห้ฟูมฟายกับคนนั้นที คนนี้ที เหมือนครั้งเก่าก่อน ปล่อยให้เรื่องเก่าผ่านไป แทนที่ด้วยเรื่องใหม่ ส่วนเรื่องเก่าๆนั้นหรือ ฉันเลือกจะปล่อยให้ตัวเองคิดถึงมัน อย่างเศร้าๆเพียงลำพังโดยไม่ต้องให้ใครมารับรู้...

อดทน อยู่กับตัวเอง โดยไม่ต้องทำร้ายใครให้บาดเจ็บอีกเลย

มีสายใยบางๆสายหนึ่งระหว่างฉับกับอดีตเก่าก่อน ฉันไม่เคยทิ้งขว้างหรือตัดมันออกจากใจเลยแม้แต่น้อย แต่การมีอยู่ของมันควรจะสวยงามสำหรับ
ฉัน

อดีตบางอย่างเหมือนมีดกรีดใจ คงไม่ใช่เฉพาะฉันคนเดียว แต่คงหมายถึงใครบางคนที่ฉันและเขา เราต่างเคยทำร้ายกันและกัน ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว

บางที บางครั้ง ในบางคืน แทนการคิดถึงแล้วเจ็บปวด ฉันเลือกจะเสียน้ำตาให้กับมัน ความเศร้าอาจดูงดงามด้วยน้ำตานั้น

สิ่งที่ไหลออกมาย่อมไม่ใช่น้ำตาของความเกลียดชัง !

บางคืนหากจะจมกับความรู้สึกที่หาคำมาอธิบายไม่ได้แบบนี้ ฉันก็ยินดีจะจม

ให้มันรู้ว่า เราไม่อาจครอบครองได้แม้แต่น้ำตาที่มันไหลออกมา

แค่เศร้า... เท่านั้น




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2554    
Last Update : 21 ตุลาคม 2554 23:36:50 น.
Counter : 141 Pageviews.  

แด่ความหงุดหงิดของเขา และวันเวลาเศร้าๆของเรา

แมวหลุดออกไปนอกบ้าน เกือบสี่ชั่วโมงแล้ว ยังไม่กลับ
ปกติเขาไม่เคยออกไปนอนนอกบ้านเลย สำหรับฉันแล้ว นี่คือเรื่องหนึ่งที่ทำให้เป็นกังวล และนอนไม่ได้

ไม่เป็นไร นอนไม่ได้ก็ไม่ต้องนอน

นึกโมโห คนที่ทำให้แมวหลุด ใช่ โมโห เพราะว่าเคยกำชับและบอกแล้ว
ให้ระวัง เพราะเคสหน้าบ้านไม่ธรรมดา ถ้าแมวหลุดไปบ้านนั้น เขาอาจทำร้ายแมวได้

แต่ความหงุดหงิดเรื่องแมวเรื่องเดียวยังไม่พอ ยังมีเรื่องอื่นๆอีก ที่ทำให้หงุดหงิดเพิ่มเข้ามา

ใช่ ฉันหงุดหงิดกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่ระเกะระกะ นั่นอยู่ทาง นี่อยู่ทาง
ใช่ ฉันไม่ชอบ เลยทำให้พาลไปหมด ทั้งเรื่องแมวหลุดทั้งที่ฝนตก และยังต้องตามเก็บของรกๆ เพราะไม่ชอบอีก

ใช่ เพราะสองเรื่องนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเขาและฉัน

แล้วเรื่องนี้ก็ใหญ่โต เมื่อฉันหงุดหงิด เขาก็พาลกระแทกนั่นนี่ และโมโหกลับ

ฉันใจเย็นไม่ได้ เพราะใจเย็นมามาก อดทนทำโดยไม่ปริปากมามาก ไม่ใช่เรื่องนี้หรอกหรือที่มันทำให้ฉันถึงกับต้องวีนใส่เขาหลายครั้ง มันเป็นชนวนให้เราทะเลาะกันและตลอดเวลาฉันก็อดทน เงียบ... แม้ไม่พอใจก็ต้องเป็นฝ่ายเงียบ เก็บอาการ และอดทน

เคยขอเขาว่า ฉันไม่ชอบเลย ความรกรุงรังแบบนี้ ขอให้เขาช่วยจะได้หรือไม่

กลับเคยถูกย้อน ด้วยคำว่า แล้วฉันดีนักหรือไง

ใช่ ฉันไม่ดีหรอก ไม่ได้เพอร์เฟค แต่ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายรับความหงุดหงิดที่พร้อมจะแสดงออกมาได้ตลอดเวลาของเขาด้วยเล่า หงุดหงิดได้ทุกเรื่อง รถติด หลงทาง หิวและโมโห ความหงุดหงิดของเขามาลงที่ฉัน ลงตลอดเวลาที่เขาอยู่ในอารมณ์นั้น

บางครั้ง ฉันก็ไม่เข้าใจว่า ต้องอดทนรับมันทุกครั้งเลยหรือ

ฉันเคยได้รับคำตอบว่า ทำไมไม่มองข้ามไปบ้าง

วันนี้ เมื่อฉันเป็นฝ่ายหงุดหงิดบ้างเขากลับรับไม่ได้ เก็บทุกอย่างใส่กระเป๋า พร้อมจะเดินออกไป แก้ปัญหาด้วยวิธีการที่ฉันไม่ชอบเลย ทำตามใจตัวเองได้ตลอด เคยถามฉันสักคำบ้างหรือไม่

คุณมาอยู่กับฉัน เพราะฉันบังคับคุณหรือ

คุณบอกว่า เบื่อ ต้องตื่นเช้า ต้องเทียวไปเทียวมา ไม่ได้ทำตามใจตัวเองเลย อยากตื่นสายๆ อยากวางของตรงไหนก็ได้ อยากรกอย่างไรก็ได้ อยากนอนไม่ต้องอาบน้ำบ้าง ฉันเห็นคุณมีความสุข(เพราะวางของเกะกะ) ไม่ได้เลย ต้องบ่น ต้องพูด ต้องรำคาญ

ฉันสงสัยจริงๆ ประโยคท้ายนั่นคุณคิดได้ยังไง มันออกจากใจของคุณหรือ มันออกจากปากของคนที่บอกว่ารักฉันหรือ รักแล้ว เวลานี้ ความรักไม่มีความหมายหรือ

อยู่กับฉัน คุณทำในสิ่งที่คุณอยากทำไม่ได้ เพราะฉันไม่ชอบอะไรสักอย่างที่ว่านั้น แล้วพอฉันพูดบ้าง ว่าฉันไม่ชอบแบบนั้น พอฉันวีนใส่คุณบ้าง กลับกลายเป็นฉันที่หงุดหงืด โมโห น่าเกลียด

สรุปคืออะไรหรือคะ คือว่าฉันไม่สามารถจะหงุดหงิดคุณได้บ้าง คือว่าฉันต้องฟังคุณเท่านั้น ต้องไม่บ่นอะไรเลย ต้องรับทุกอย่างเลยอย่างนั้นหรือ

แล้วพอขอให้พูดจาดีๆ ทำความเข้าใจกัน คุณกลับบอกว่าไม่ต้อง คุณจะไปอยู่ที่เดิมของคุณ คุณจะได้ทำในสิ่งที่คุณชอบแต่ฉันไม่ชอบได้อย่างถนัดถนี่ ที่ที่คุณจะรกอย่างไรก็ได้ โดยไม่มีฉันคอยขวาง คุณจะนอนโดยไม่ต้องอาบน้ำก็ได้ จะได้ทำอะไรก็ได้อย่างใจ จะรกอย่างไรก็ไม่มีฉันคอยว่า

คุณแก้ปัญหาด้วยวิธีการเดินออกไปเมื่อไม่พอใจ โดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่ข้างหลังรู้สึกอย่างไร โดยไม่คิดว่า คนที่อยู่ตรงนี้ต้องแบกรับอะไร การแก้ปัญหาของคุณคือ การหนีปัญหา แล้วก๋็ไปอยู่กับความสบายใจของตัวเอง โดยบอกว่า ฉันจะได้ไม่ต้องบ่นคุณ ( ฉันสงสัยว่าตัวเองเป็นระเบียบเกินขีดคนธรรมดาหรือ ไม่เลย ฉันปกติทุกอย่าง บ้านฉันยังมีมุมรก แต่อย่างน้อย ฉันก็ยังพอทำให้บ้านเป็นบ้าน ไม่ใช่บ้านเป็นรังหนูแบบนั้น )

ฉันต้องเห็นภาพที่มีคนเดินหอบกระเป๋าออกจากบ่้านหลังนี้อีกกี่ครั้ง มันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว กับการที่เมื่อไม่พอใจก็เก็บกระเป๋า แล้วเรื่องก็จบ
เหมือน้เดิม

ความสบายใจของคุณ คือการได้ทำในแบบที่คุณชอบ แต่ฉันไม่ชอบ ฉันสงสัยเหลือเกินว่าคุณสบายใจนักหรือคะ กับการมองเห็นความทุกข์ของคนที่อยู่ข้างๆคุณ แทนที่คุณจะทำทุกอย่างเพื่อประคองให้เราอยู่ได้ อยู่ด้วยความรู้สึกดีๆ ปรับทุกอย่างเพื่อให้เราเดินต่อไปได้ แต่การแก้ปัญหาของคุณคือการนำพาความสบายใจของตัวเองเพียงคนเดียว ความรักของคุณอยู่ที่ไหนหรือ ที่ผ่านมาคุณรักฉันหรือคุณรักตัวเองกันแน่

ฉันเสียใจ กับความรู้สึกที่ฉันได้รับ ความเย็นชา ความหงุดหงิด ความไม่ละเอียดอ่อน ( ซึ่งฉันควรจะสำเหนียกว่านี่คือนิสัยของคุณ นิสัยที่ไม่ละเอียดอ่อนกับความรู้สึก ซึ่งก็ไม่ได้ผิดหรอกค่ะ ถ้าคุณจะเป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกับฉันหมด แม้กระทั่งเรื่อง inner ) สิ่งทีี่ฉันค้นพบในช่วงเวลาสามปี ตลอดเวลา ฉันพยายามทำความเข้าใจ และพยายามอดทน เพราะรู้ว่า การจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ ฉันต้องทำความเข้าใจว่าคนเรานิสัยไม่เหมือนกัน ต้องรับจุดที่ไม่ดีให้ได้ด้วย

เพราะมากกว่าความไม่ดี คือความดีที่คุณเองก็ทำให้ฉันตลอดเวลาที่ผ่านมา

เคยมีคนบอก ให้ฉันเข้่าใจว่าคุณเป็นแบบนี้ ฉันพยายามเข้าใจแล้ว และพยายามมองข้ามมันแล้ว แต่ฉันก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ฉันถูกกระทบ และอาจหงุดหงิดกับสิ่งที่แบกรับบ้าง แต่นันกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ฉันหงุดหงิดไม่ได้ ต้องอดทน

เคยทำหน้าหงิกๆงอๆใส่ฉันหรือเปล่าคะคุณ คุณถามตัวเองดูสิ เคยพาลใส่ฉันกี่ครั้ง ที่ฉันปล่อยให้มันผ่านไป ฉันเสียใจ น้ำตาไหลร่วงมากี่ครั้ง เคยมีมือที่จะมาเช็ดน้ำตาให้บ้างไหม เคยมีถ้อยคำปลอบใจ และบอกว่าจะทำดีๆให้ฉันบ้างไหม เคยมีความรู้สึกที่อยากให้ฉันสบายใจ ด้วยการพยายามจะปรับลดสิ่งที่ฉันไม่ชอบ บ้างไหม เคยมีไหมคะ เคยมีครั้งไหนหรือเปล่าที่คุณบอกตัวเองว่าอยากทำดีๆเพื่อฉัน ทำให้ฉันมีความสุขมากๆบ้าง ทำเพื่อฉันบ้างได้ไหมคะ

ความรักของคุณอยู่ไหน จึงได้มองไม่เห็นว่ามันเคยอยู่ หรือจริงๆแล้วมันไม่เคยมีตั้งแต่แรก ฉันจึงไม่รู้สึกเลย ว่าคนรักกันเขาทำกันอย่างนี้ เขาแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ เขาไม่แคร์กันง่ายๆแบบนี้

มีคนบอกว่า คุณจะอยู่กับฉันได้ไหม เพราะฉันแรง ฉันร้าย ฉันขี้โมโห ฉันชอบวีนชอบเหวี่ยง ภาพคุณดีนักดีหนาในสายตาใครๆ แต่จะมีใครมารู้กับฉัน ว่าจริงๆแล้วฉันต้องเจออะไร ฉันต้องอยู่กับอะไร

เวลาทะเลาะกันที ฉันอาจเสียงดัง แต่ฉันน่ารังเกียจแล้วสำหรับคุณ คุณอายชาวบ้าน แต่คุณไม่แคร์ว่าฉันจะเจ็บ จะรู้สึกอย่างไรเลย คุณแคร์ชาวบ้านมากกว่าแคร์คนที่อยู่ด้วยเสียอีก หน้าบางมากจนไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่ด้วยใจบางจนแตกละเอียดอย่างไรแล้ว

ฉันร้องไห้มากมายอย่างไร ฉันเสียใจอย่างไม่รู้จะเสียใจอย่างไร อย่างน้อยสำหรับฉันมันก็แรง แต่จะมีสักนิดไหม กับคำขอโทษ และคำว่ารู้สึกผิด คำว่าเสียใจและจะทำให้ฉันสบายใจ จะมีสักนิดไหม กับมือที่จะจับมือแล้วบอกกันว่า ต่อไปจะไม่เป็นอย่างนี้แล้ว จะมีสักนิดไหม...

ฉันไม่อาจประคองความรู้สึกระหว่างทางนี้ได้เพียงคนเดียวหรอกนะคะ นี่ไม่ใช่เรื่องของฉันคนเดียว แต่มันกลับเป็นเรื่องที่ฉันต้องทำความเข้าใจคนเดียว เยียวยาตัวเองเพียงลำพังคนเดียว

และสุดท้าย ฉันรู้ว่าอาจจะเป็นฉันเพียงคนเดียวที่เฝ้าประคองรักษาทุกอย่างระหว่างทางนี้ คุณจะรู้สักนิดไหมว่าฉันเหนื่อย

สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้มากมายอะไรเลย คุณรู้ไหม คุณรู้จักฉันดีหรือเปล่า หรือว่าสามปีที่ผ่านมาคุณรู้แต่คุณจะทำอย่างไร ( อยากทำแต่ไม่ได้ทำ เพราะทำไม่ได้ เพราะเกรงใจที่จะทำให้บ้านนี้รกเหมือนที่ของคุณ ) แต่ไม่เคยรู้ว่า ทำอย่างไรฉันจะมีความสุข และจะทำให้เรามีความสุขได้อย่างไร

จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย อยากตามใจตัวเองจนลืมว่าเมื่ออยู่ด้วยกันต้องแคร์อีกฝ่ายบ้าง ฉันก็สุดปัญญาจะรั้งคุณ

ฉันไม่รู้วันพรุ่งนี้

ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

แต่แน่นอนว่าค่ำคืนนี้ เป็นคืนที่ฉันทรมานใจ เสียใจมาก แต่คุณก็คงไม่รับรู้มันเหมือนเดิม มีอย่างอื่นไหมนะ ที่คุณจะมองเห็นบ้าง นอกจากบอกว่าฉันร่ำไรไม่เข้าท่า คร่ำครวญนั่นนี่ เราช่างมองอะไรต่างกันจริงๆ น้ำตาของฉันคือความน่ารำค่าญของคุณ

เท่านั้นจริงๆ

แต่ถึงอย่างไรก็ขอบคุณ ค่ะ ขอบคุณ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณคงทำเต็มที่แล้ว ฉันรู้ว่า ความอดทนของคนเรามีจำกัด ความคิดของคนเราที่มองเรื่องเดียวกันย่อมต่าง คุณไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองผิด ในเมื่อเรามองกันคนละมุม และอาจจะอดทนกันไม่พอ

ฉันก็ไม่รู้ว่าสามปีที่ฉันอดทนมันไม่พอจริงๆหรือเพราะอะไรกันแน่ หรือจริงๆ ฉันต้องลบคำว่าอดทนออกซะ แล้วเปลี่ยนเป็นคำอื่นแทน

แต่ฉันก็คงทำได้เท่านี้เหมือนกัน

ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันบอกตัวเองว่าแม้เหนื่อย แต่ฉันจะรับมัน เพราะฉันคิดว่ามีอย่างอื่นที่ม่ีค่ามากกว่า แต่บางที ถึงเวลานี้แล้วอาจเป็นฉันคนเดียวที่คิดและเข้าใจไปเอง

ช่างมันเถอะค่ะ ฉันก็คงทำได้แค่นี้จริงๆ

หากเราจะต้องลาจากกัน ฉันก็ขอให้มันไม่ทำร้ายเรา

เพียงแต่ฉันใจหาย ที่วันหนึ่ง วันนี้มันก็มาถึง

เท่านั้นเอง....




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2554    
Last Update : 11 ตุลาคม 2554 1:41:20 น.
Counter : 215 Pageviews.  

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนยาวนาน

วันศุกร์แล้ว ตื่นเช้ามาบอกตัวเองว่า อีกนิดเดียว นิดนึงนะ
จะได้พัก จิตตกมาหลายวันแล้ว ทั้งหดหู่ ทั้งเศร้าๆ
เรื่องให้คิดมีเยอะแยะ ความไม่สงบแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมมากเลย

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ไม่ได้ไปทำงาน แวะไปธุระบางอย่างแล้วเลยไปหอจดหมายเหตุท่านพุทธทาส ถามตัวเองว่าไปทำไม ตอบได้ว่าไปชาร์ตใจ มันล้าๆเหนื่อยๆมาพักใหญ่แล้ว และไม่อยากอยู่กับความรู้สึกที่เหมือนกับว่า นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่..

ฉันคิดว่าทุกคนต้องมีช่วงเวลาแบบนี้

ออกจากหอจดหมายเหตุ แวะไปตลาดบองมาเช่ ไม่ได้ไปมานานนับปี ตลาดยังสะอาดสะอ้าน เต็มไปด้วยของกินและขนมอร่อยๆมากมาย แต่เหนืออื่นใด อยากได้รับการบำบัด จึงไปนอนนวดที่นวดไทยอภัยภูเบศร์ ได้ใจมาก เหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลก กลิ่นหอมที่ลอยลมมากับเครื่องปรับอากาศ ทำให้ผ่อนคลายสบายใจอย่างไม่น่าเชื่อ

บองมาเช่มีของกินที่ฉันชอบตั้งหลายอย่าง โดยเฉพาะขนมไทยเก้าพี่น้อง ข้าวยำปักษ์ใต้ และไก่ย่างกอและ สองอย่างหลังนี่หาทานไม่ง่าย เป็นโชคดีที่วันนั้นได้หิ้วของชอบกลับบ้านอย่างใจ

วันที่น่าเบื่อ เลยกลายเป็นวันดีไปได้ แค่ได้ทำตามใจตัวเองเท่านั้น เดินเดี่ยวๆ ไปคนเดียวท่ามกลางแดดร้อน แต่มีความสุขที่ได้อยู่ลำพังเงียบๆ แล้วก็ทำในสิ่งที่อยากทำ สู้รบกับใจตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องสู้รบกับใคร ฟังตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องสนใจคนอื่น

หลังจากวันจันทร์แล้ว วันอื่นๆถัดมา เป็นวันที่แสนเหนื่อย มีอยู่วันที่จิตตก เพราะเหนื่อยกับงาน ขับรถกลับบ้านน้ำตาไหล... เป็นอารมณ์ที่อธิบายไม่ได้ ทำงานเหนื่อยไม่เป็นไร สู้ได้ .. แต่ทำแล้วยังถูกบั่นทอน อันนี้รับไม่ไหว เมื่อเกินรับ มันก็เกินต้านเช่นเดียวกัน

ขับรถกลับบ้านน้ำตาไหลตลอดทาง รู้สึกอ้างว้าง เหนื่อย อยากวางทุกอย่างทั้งหมด ไม่แบกรับอะไรอีกแล้ว

วันสองวันที่ผ่านมานั้น ฉันอ่านหนังสือศิลปะการดำเนินชีวิตตามแนวทางของท่านโกเอนก้า อ่านแล้วใจที่ฟีบๆเหมือนจะพองฟูขึ้นได้ รู้สึกสงบเย็นจนอยากจะไปปฏิบัติธรรม แต่ยังไปไม่ถึงตรงนั้นได้สักที นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันจะต้องทำให้ได้ก่อนจะแก่งั่กแล้วก็ตายไปโดยที่ไม่ได้เข้าใกล้ธรรมะของพระพุทธเจ้า คงเสียดายถ้าจะต้องแก่แล้วตายไปโดยไม่ได้ทำสิ่งดีๆให้ตัวเองและคนอื่น นี่คงเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

เมื่อคืนแปะรูปที่ไปเที่ยวกับพ่อแล้วชื่นใจ เมื่อหัวค่ำพ่อก็โทรมา ต้องใจแข็งไม่ถามเรื่องที่เขาแอบไปตรวจเลือดแล้วพบว่าค่าเลือดสูงขึ้น บางทีพ่ออาจไม่สบายจริงๆ หากเป็นอย่างนั้น ฉันคิดตัวเองคงมีเรื่องหนักต้องรับมืออีกเรื่อง ที่สำคัญ ไม่ว่าจะต้องทำอะไรเพื่อพ่อหรือให้พ่อ ฉันคงไม่ต้องรออะไรอีก ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากแล้ว

เช้าวันนี้.. งานยังยุ่งและยังมีเรื่องให้คิดมากมายอีกเช่นเคย แต่เมื่องานยุ่งมากกว่า จึงเป็นเรื่องดีที่ทำให้นาฬิกาเดินเร็วในความคิดของฉัน วูบหนึ่ง ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า ทำไมคนเราชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และทำไมต้องทำอะไรโดยอยู่บนพื้นฐานของความกลัว และบางครั้ง ยังชอบทำเรืองไม่ถูกต้องทั้งที่รู้ว่ามันไม่ถูก แต่ก็ยังทำ
หรือคนเราไม่กลัวการทำความผิด เพราะอะไรกันแน่นะ...

ป่วยการคิดเพราะฉันหาคำตอบไม่ได้ และต้องเร่งสะสางงานก่อนจะกลับมาอีกทีก็วันพุธ

พรุ่งนี้บ่ายมีอบรมกับกลุ่มเพื่อนมณฑานี เป็นโอกาสที่จะได้เจอคุณโจ มณฑานี นักเขียนในดวงใจของฉันอีกคน เธอนี่แหละเป็นเจ้าของหนังสือเรื่อง เงินเรืองใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน หนังสือที่ทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจหันกลับมามองตัวเองในเรื่องของการใช้เงินและเก็บออม คอร์สอบรมนี้คงได้ความรู้กลับมาเยอะ เพราะมันมาจากประสบการณ์ของคนเคยพลาด ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เคยพลาดมาก่อนในเรื่องนี้ แต่หลังจากนี้จะไม่ยอมพลาดอีกแล้ว ใช่.. เราไม่ควรพลาดอีกในเรื่องที่เราพลาดมาแล้วเต็มๆ

วันอาทิตย์ต้องเก็บเสื้อผ้า หิ้วกระเป๋าขึ้นเครืองไปสุราษฎร์แล้ว มีกิจกรรมปั้นผันที่นั่นในวันอังคาร ฉันมีเวลาอยู่กับพ่อแม่และเยี่ยมคุณย่าสองวัน ไปทำงานไม่เสียเที่ยว อย่างน้อยก็ได้กลับไปกอดแม่และพ่ออีกรอบ เอาความเหนื่อยไปทิ้งทะเลดีกว่า แล้วกลับมาสู้ต่อ

หนึ้่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนยาวนาน แต่มันก็จะผ่านไปแล้ว ดีจังเลยที่ได้พัก อย่างน้อยนาทีนี้ก็คือได้พัก

ก่อนกลับบ้านแวะร้านหนังสือ ได้หนังสือมาอีกสองเล่ม มีความสุขง่ายๆ เดี๋ยวจะอ่านหนังสือก่อนนอน นี่แหละคือการได้พักจริงๆ พักจากโลกที่วุ่นวายมาอยู่กับโลกภายในตนเอง

น้ำตาหยุดไหลแล้ว....




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2554    
Last Update : 26 สิงหาคม 2554 22:41:14 น.
Counter : 200 Pageviews.  

ฉันแข็งแรงเพื่อตัวเอง

บันทึกด้านล่างเขียนเมื่อวันที่ 23 เมษายน 54
หลังจากมีเรื่องช็อก(ใจ) และ after shock อีกระลอกในอีกไม่กี่วันถัดมา

เรื่องที่เกิดขึนนั้นดีแล้ว ดีแล้วที่ทำให้รู้ว่า เราไม่ควรวางใจใครง่ายๆ
ดีแล้วที่มันเกิดแบบนี้ ดีแล้วที่ทำให้มองเห็นแง่มุมร้ายๆ ของความสัมพันธ์บางอย่าง ดีแล้วที่เขาทำร้ายเรา

ฉันไม่ต้องการความเห็นใจหรืออะไรทั้งสิ้น
การกลับมาเขียนหนังสืออีก และใช้พื้นที่ของฉันก็ไม่เกี่ยวกับใครใดๆ
ฉันแข็งแรงเพื่อตัวเอง
ไม่ใช่เพื่อความจริงเน่าๆ บางอย่าง

.......................

ป่วยกาย - ป่วยใจโดย Parawee Nasaree เมื่อ 23 เมษายน 2011 เวลา 18:33 น.
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ
แต่ฉันคิดว่ามันดีแสนดี ที่งานยุ่ง เพราะหากว่างานไม่ยุ่ง
ฉันคงจะเก็บเรื่องบางเรื่องมาคิดมากจนไม่เป็นอันทำอะไร
ขอบคุณงานที่ยุ่งมาก จนทำให้ฉันไม่มีเวลาคิดอะไรเลย
ในตอนกลางวัน
หากไล่ลำดับแล้ว ชีวิตช่วงที่ผ่านมาเป็นดังนี้
วันจันทร์ ฉันเกือบทำให้งานเสีย เพราะมีเรื่องบางเรื่องของคนบางคน
มากวนใจ เรื่องที่ฉันคิดไม่ถึง
และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น
วันอังคาร ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเศษ ทั้งที่เมื่อคืนก่อนหน้า
นอนไม่หลับเลย อาจเพราะฤทธิ์กาแฟเขาทะลุที่ซื้อติดรถกลับมาตอนกลับบ้าน
ฉันรู้อยู่แล้วว่าการดื่มกาแฟแบบนี้จะทำให้ตัวเองตาค้าง
ในที่สุดคืนก่อนหน้านั้น ฉันเข้านอนไปโดยได้หลับแค่สิบนาที
วันอังคาร ฉันอยู่ข้างนอกทั้งวัน
นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ ดูถ่ายโฆษณา ทั้งที่ไม่มีแก่ใจอยากจะดูหรืออยากจะทำอะไรเลย ร่างกายมันบอบช้ำมาก
แต่ก็ยังไม่เท่ากับใจที่ไม่นิ่ง
คืนวันอังคาร ฉันหลับเหมือนถูกน็อก
วันพุธ ฉันต้องจัดการกับงานที่เต็มโต๊ะ
แล้วก็มีตารางงานตอนเย็น ประมาณสามทุ่มยังต้องนั่งดูตัดต่อหนังโฆษณา
จะไปไหนก็ไม่ได้ เป็นไฟท์บังคับที่แม้แต่นายระดับ EO ก็ต้องมาดู
เป็นอีกคืนที่ฉันนอนดึก ทั้งกายทั้งใจ เหมือนสิ้นแรง
วันพฤหัส มีประชุมข้างนอกและงานก็เต็มโต๊ะเหมือนเดิม
อยากตะโกนร้องไม่เอาอะไรสักอย่าง
แต่ทำไม่ได้ ในเมื่อต้อง go on ต่อให้ในใจไม่อยากทำอะไร
แล้วร่างกายที่บอบช้ำก็ส่งผลอีกระลอก เมื่อไมเกรนกลับมา
ฉันบอกลูกน้องว่า พี่ไม่ไหวแล้ว แล้วก็เดินไปหาหมอที่กรุงเทพคริสเตียน
โชคดีที่เจอหมอดี หมออายุรกรรมสมองที่ตรวจฉัน
ตรวจละเอียดมาก ซักถามอาการอย่างตั้งใจ หมอถามว่า
ไปเจอสิ่งกระตุ้นอะไรมา แสงแดด เสียงดัง ที่แคบ พักผ่อนไม่พอ หรือเครียด ที่หมอบอกมาทั้งหมด มันเป็นสิ่งกระตุ้นที่ฉันต้องหลีกเลี่ยง
เพราะมันส่งผลให้อาการปวดหัวกำเริบ
ฉันบอกหมอว่าบางทีอาจเพราะเครียดไม่รู้ตัวก็ได้ ( จริงๆคือรู้ว่ามาจากอะไร )

หมอสรุปว่า อาการที่เป็นมันก็อาการไม่เกรน ( ก็ฉันรู้อยู่แล้ว และประวัติคือ ฉันเป็นโรคนี้ มันรักษาไม่หายหรอกค่ะ และมาเยี่ยมกันอย่างสม่ำเสมอด้วย )
หมอให้ยาในกลุ่มไมเกรน แล้วก็นัดมาดูอาการในสัปดาห์หน้า
ฉันเดินเหี่ยวๆออกมาจากโรงพยาบาล แต่เมื่อเดินผ่านร้านขายหนังสือคริสเตียนในโรงพยาบาลก็เลยหยุดดู ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ ตอบ 12 คำถามยากๆในชีวิต
คนเขียนชื่อ ริค วอร์เรน อ่านไปได้แค่คำนำ ก็ตัดสินใจซื้อ
หนังสือเล่มนี้กำลังตอบคำถามบางอย่างในใจฉัน
ฉันไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นหนังสือของศาสนาที่ฉันไม่ได้นับถือ
แต่เนื้อหาของหนังสือต่างหากที่ฉันสนใจ แม้จะเป็นหนังสือที่อ้างอิง
มาจากพระคัมภีร์ แต่เมื่อได้อ่านแล้วสงบเย็น มันก็ดีที่สุดแล้ว
วันศุกร์ ฉันพาร่างกายที่บอบช้ำกับใจที่ยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ เพราะเหนื่อย มาทำงานอย่างโหยไห้ กลางคืนที่ผ่านมาฉันหลับได้เพราะยาที่หมอจ่าย
ดีเหมือนกันที่ได้นอน แม้จะเพราะยาก็ตาม
อาการไม่สบายในช่วงที่ผ่านมาราวกับมาเพื่อเตือนสติ
ว่าหากปล่อยปละละเลยแม้เพียงนิด ก็จะเจ็บป่วยง่ายดายได้แบบนี้
แต่ถึงกระนั้น ฉันก็คิดว่าป่วยกายน่าจะดีกว่าป่วยใจ
เพราะเมื่อเราป่วยกาย มันคงรักษาได้ง่าย ด้วยยา หรือด้วยการพักผ่อน
หากแต่เมื่อเราป่วยใจ ( ซึ่งฉันก็คิดว่าตัวเองป่วยใจด้วย ) มันรักษายากกว่ามาก

ซึ่งก็คงจะจริง !!!

.................................




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2554    
Last Update : 26 มิถุนายน 2554 12:11:33 น.
Counter : 171 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.