images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
เรื่องบางเรื่องก็ควร..คิดมาก

อรุณสวัสดิ์วันเสาร์ค่ะ

หลังจากปล่อยเหมียวไปเที่ยวและให้ทานอาหารเช้าแล้ว เหมียวก็มานอนเล่นบนเตียงเจ้าของแบบสำราญบานใจอีกครั้ง เป็นเช้าในรอบเดือนที่รู้สึกว่าตื่นมาโดยไม่มีภาระหรือธุระอะไรมาบีบคั้นเวลา

ปลอดโปร่งโล่งใจ มาเขียนบล็อกดีกว่าค่ะ บอกว่าหายไปนาน คนอ่านก็หายไปด้วย ฮิๆ

เมื่อวานไปเดินเล่นก่อนกลับบ้าน ไม่ทราบว่ามีมิดไนท์เซลที่เซ็นทรัล
เพราะปกติไม่ได้สนใจว่าจะต้องไปซื้อของตอนเซล แต่จะซื้อเพราะอยากซื้อ และมีเหตุผลให้ต้องซื้อ

ไม่รู้จะจัดตัวเองให้เข้าพวกไหนดีค่ะ เพราะไม่ใช่ 'สาวนักช็อป' เหมือนในนิยาย การซื้อของฉันต้องเกิดจากเหตุผลว่า ของเดิมใช้มานานจนคุ้มค่าแล้ว ของใหม่จึงเข้ามาแทนที่ แต่กับของบางอย่างก็จำเป็นต้องมีเกินหนึ่งใช่ไหมคะ อย่างรองเท้า หรือกระเป๋า อย่างนี้ ก็ต้องมีไว้สลับสับเปลี่ยน

แต่ก็นั่นแหละ คนเรามีเหตุผลในการซื้อ ไม่ว่าจะซื้อถูกหรือซื้อแพง แต่เวลาที่เงินจะโบยบินจากกระเป๋าเรา บางทีเหตุผลก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่า 'ชอบ' ซึ่งคำว่าชอบนี่อันตรายอย่างยิ่งนะคะ ชอบ = ต้องการ หรือ จำเป็น กันแน่ ?

ถ้าชอบ = อยากได้มากๆ อยากได้ตอนนี้ โดยไม่คิดใคร่ครวญอะไร การใช้เงินเพื่อการซื้อความชอบ ตอบสนองความอยากได้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง อาจจะทำให้เราชักหน้าไม่ถึงหลังง่ายๆเหมือนกัน

แต่ถ้าชอบ = จำเป็น ด้วยแล้ว การจะควักเงินเพื่อซื้อสิ่งนั้นจะทำให้เรารู้สึกดีกว่านะคะ

ด้วยเหตุนี้เมื่อเวลาที่ต้องซื้ออะไรสักอย่าง การมีเหตุผลมากๆไว้เพื่อตัดสินใจจะช่วยให้เราเสียเงินไปเพื่อความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้นค่ะ

เล่าต่อ ว่าได้รองเท้ามาคู่หนึ่ง เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่ารองเท้าที่เราใส่อยู่คู่เดิมๆ เราก็ใช้มาจนคุ้มแล้ว คุณก็คงทราบว่ารองเท้าดีๆ ราคาสูง จริงๆรองเท้าน่าจะจัดเป็นของฟุ่มเฟือย ไม่ใช่ซื้อกันได้ทุกวัน แต่ถามว่าจำเป็นไหม มันก็คงจำเป็นค่ะ แต่จำเป็นจะต้องมีกี่คู่ แต่ละคนคงจะตอบไม่เหมือนกัน

รองเท้าก็คงเหมือนกับของราคาสูงอื่นๆที่เราอาจจะต้องซื้อเพื่อความจำเป็นในการใช้งาน เช่นนาฬิกา หรือ แว่นตา ซึ่งของพวกนี้หากจะให้ซื้อแบบที่ดีๆ คุณภาพดีๆ ก็ต้องจ่ายในราคาแพง

เมื่อหลายๆวันก่อน พาแม่ไปหาหมอหลังจากที่ลอกต้อกระจกไปแล้ว หมอบอกว่าแม่ควรใส่แว่นตากันแดดสักระยะ แม่ไม่มีแว่นกันแดด ฉันเลยพาแม่ไปซื้อแว่น คิดว่าซื้อในโรงพยาบาลอาจจะแพง เลยไปซื้อในห้าง หรือร้านแว่นดีกว่า เดินๆดูจากในเคาน์เตอร์ โอ้โฮ แว่นราคาแพงมาก (มากกกกกกก ) โดยเฉพาะแว่นแบรนด์เนม แม่บอกว่าให้ซื้อแว่นราคาเป็นหมื่นหรือเฉียดหมื่นไม่ไหวนะ รู้สึกว่าหากเสียตังค์เรือนหมื่นไปกับแว่นตา จะเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าสำหรับแม่ ( คิดแบบแม่ ที่เป็นแม่ค้ามาทั้งชีวิต )

แต่ในที่สุดเลือกไปเลือกมา แม่ก็ได้แว่นในราคาสามพัน !!

เหมือนกับที่ฉันควักเงินสองพันซื้อรองเท้าเมื่อคืนนี้เลย !!

มีตรรกะว่า ของแพง = ของดี ของถูก = ของไม่ดี มันอาจจะจริงก็ได้นะคะ เมื่อลองเทียบว่า เราซื้อของราคา 99 , 199 อย่างไม่เสียดายเงิน แต่อายุการใช้งานของมันก็น่าจะสั้นกว่าของราคาสูง ทำให้เราต้องควักจ่ายอีกเรื่อยๆ เพื่อซื้อมัน

ของบางอย่างที่มีราคาสูง เราจึงคาดหวังความคุ้มค่า อย่างน้อยก็เพื่อให้รู้สึกว่าเมื่อจ่าย ก็ต้องได้คืนมาในรูปของความพอใจสูงสุดเช่นเดียวกัน เราจะได้ไม่รู้สึกว่าเสียดายเงิน หรือมาบ่นว่าตัวเองงี่เง่า ซื้อมาได้ไงไม่รู้

เกือบสิบปีเห็นจะได้ ครานั้นฉันยังอยู่กับแฟนคนก่อนโน้น เธอมีวิธีคิดที่ฉันก็ว่าดีนะคะ เวลาซื้อของสักอย่าง สมมติว่ารองเท้าที่ฉันซื้อมาเมื่อคืนราคาสองพัน มันอาจจะสะเทือนกระเป๋านะคะ ถ้าเป็นสมัยสิบปีที่แล้ว ซื้อรองเท้ามาสองพัน ถ้าเอาวันที่เราใส่รวมๆกันมาหารกับราคารองเท้า เอ้า ให้ปีละ 200 วัน ถ้าใส่ 200 วันก็เท่ากับวันละ 10 บาทเอง อะไรอย่างนี้เป็นต้น พอคิดว่าเออ ค่าซื้อรองเท้าคู่นี้วันละ 10 บาท มันก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย นี่คือวิธึคิดของเธอค่ะ

เธอก็เป็นอีกคนที่ซื้อของได้คุ้มและดี และยอมลงทุนกับของที่จะทำให้ตัวเองดูดี แต่ก็เป็นคนที่มีเหตุผลในการใช้เงินกับทุกเรื่อง บอกตรงๆว่าตอนที่ฉันอยู่กับเธอตอนนั้น ฉันเป็นคนตามใจตัวเองในเรื่องการใช้เงินมาก เคยชักหน้าไม่ถึงหลังและเก็บออมได้น้อยมากๆด้วยซ้ำ ด้วยความที่ไม่รู้ตัวและไม่เคยสนใจที่จะดูแลเรื่องการเก็บเงินของตัวเองเลยนี่แหละค่ะ ทั้งๆที่คนข้างๆก็เป็นแม่แบบที่ดีแล้ว แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ เพราะเรายังหลงระเริงกับชีวิตอยู่ แม้จะรู้ตัวช้าสักนิด แต่ก็ทำให้ฉันมีบทเรียนติดตัวมาจนบัดนี้

เรื่องการมีเหตุผลในการใช้เงิน เพื่อซื้อของหรือเพื่ออะไรก็ตาม ฉันว่าเราควรจะต้องมีค่ะ อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้เราต้องลำบาก หรือมา suffer ที่หลัง

และประเภทซื้อก่อนจ่ายทีหลังก็อันตรายไม่น้อยเหมือนกัน เราควรต้องจัดลำดับ ความจำเป็นและความต้องการ รวมถึงคิดมากๆสักนิด ถ้าเราไม่ได้เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองมีเงินให้ใช้เหลือเฟือ รูปแบบชีวิตที่เราใช้ ทัศนคติที่เรามีต่อการซื้อของและเรื่องการใช้เงินสำคัญมากต่อวันข้างหน้าค่ะ

คิดก่อนซื้อนะคะ ท่องไว้ค่ะ !!


Create Date : 28 สิงหาคม 2553
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 8:29:38 น. 5 comments
Counter : 1072 Pageviews.

 
สวัสดีตอนสาย ๆ ค่ะคุณบี
เรื่องซื้อของคิดถัวเฉลี่ยแบบนี้เหมือนกัน
กระเป๋า,รองเท้าอาจซื้อแพงนิดนึง แต่ใช้ได้นานเป็นปีสองปี หารออกมาวันละสิบกว่าบาทแล้วคุ้มค่ะ

คุณบีสบายดีไหมคะ สุขสันต์วันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ


โดย: k kuk IP: 118.172.8.229 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:9:11:50 น.  

 
เห็นด้วยเลยค่ะ เดี๋ยวนี้ต้องมีเหตุผลในการซื้อทุกครั้ง อิอิ


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:9:15:51 น.  

 
ถ้าทุกคนคิดได้แบบนี้ สุดยอดครับ..


โดย: CEO นิ้วก้อย วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:12:02:42 น.  

 
แม่ของคุณกะแม่ว่านนี่เหมือนกันเลยค่ะ แต่ถ้าเวลาลูกควักให้ก็จะดูรีแล็กซ์ขึ้นมานิดนึง ฮ่าๆ

ส่วนว่านเป็นคนขี้เบื่อ ซื้ออะไรแพงๆมาคงใช้ไม่คุ้ม เบื่อซะก่อน เลยชอบซื้อของถูกค่ะ คิดซะว่าถ้าเบื่อ หรือไม่ถูกใจจะทิ้งก็คงไม่เสียดายอะนะ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคนเนอะ


โดย: ว่านแสงอาทิตย์ วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:12:37:26 น.  

 
สบายดีค่ะคุณกุ๊ก แต่เหนื่อยกับช่วงที่ผ่านมามากเลย
เพราะงานก็ยุ่ง และช่วงที่แม่กับพ่อมาอยู่ด้วย ก็ตื่นทำกับข้าวทิ้งไว้ให้เขาทุกวัน นอนสี่ทุ่มกว่าห้าทุ่ม ตีห้าก็ต้องตื่นแล้ว

แต่เป็นสิบวันที่มีความสุขมาก เพราะได้ทำอะไรให้เขานี่แหละค่ะ

คนไกลพ่อไกลแม่ เราต้องอาศัยช่วงเวลาแบบนี้ แสดงความรัก ตอบแทนพระคุณท่านค่ะ

คุณกุ๊กก็คงสบายดีนะคะ

แหม ชอบเมนท์สุดท้ายจัง ฮิๆ
ส่วนใหญ่แม่ๆ จะมีความสุขค่ะคุณว่าน เขาอาจจะไม่เรียกร้องอะไรหรอกแต่ถ้าเราทำให้เขา เขาก็จะอิ่มเอิบ

ใครที่ยังมีพ่อกับแม่อยู่ก็จงหวงแหนวันเวลาแบบนี้เอาไว้นะคะ

สวัสดีคุณโยเกิร์ตและ CEO นิ้วก้อย ด้วยค่ะ ที่บริษัทมี CEO เหมือนกัน

มีล้อกันขำๆว่า CEO ย่อมาจาก Chief Entertainment Officer ค่ะ ฮ่าๆๆๆ


โดย: บี (bewae1001 ) วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:13:51:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.