images by free.in.th images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 
มันก็มีอยู่สองอย่างนี่แหละ กำไร หรือขาดทุน

วันนี้อึดอัดมาก ถึงมากที่สุด กับระบบอะไรก็ไม่รู้ เรียกว่าอะไรดีล่ะคะ

ฉันผ่านการทำงานในระบบมา 17 ปีเต็ม ต๊าย.. นานเนอะ
เป็น 17 ปีที่ฉันได้เรียนรู้ชีวิต และสัจธรรมของการทำงาน และที่สำคัญ
เรียนรู้ 'คน' ค่ะ

17 ปีในการทำงาน ฉันผ่านระบบไทยไทย และระบบญี่ปุ่น
ระบบอเมริกันนั้นยังไม่เคยค่ะ แต่คิดว่าไม่ว่าจะอยู่ในระบบไหนๆ
ทุกอย่างที่เราต้องเจอมันก็วุ่นวายเพราะคำว่า คน

คนเซ็ทระบบ เพื่อให้เป็นระเบียบ แล้วก็ทำให้ระบบยุ่งเอง เฮ้อ

สัจธรรมจาก 17 ปีในการทำงานที่ฉันพบนั้นมีมากมาย คุณว่าไหม
ต่อสู้กับอะไรๆก็ไม่เหนื่อยเท่ากับการฟาดฟันกับคนหรอกค่ะ

ถึงที่สุดแล้วเมื่อระบบกร่อนใจให้ฉันท้อแท้ เราก็ต้องหาที่ยืนใหม่
ให้ตัวเอง เมื่อวันนั้นมาถึง ฉันจะยิ้มรับมันด้วยยินดี

..

คุณดาวอังคารเมลมาหา ถามว่าบล็อกคืนวานที่เขียนเรื่องการเก็บเงิน
เอาไว้นั้น น่าสนใจมาก ฉันเขียนอย่างคนที่ไม่รู้ ถ้าเป็นเด็กก็เพิ่งหัดเดินเท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ

ไม่มีครูมาสอน ไม่ได้เข้าห้องเรียน แต่เราเรียนรู้มันจากชีวิตจริง
ซึ่งฉันเคยบอกแล้วว่า ฉันใช้ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์สักเท่าไหร่ ใช้ปรัชญาชีวิตผิดๆ แต่ไม่เสียใจนะคะที่เริ่มต้นช้า ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นบทเรียน
ของเราทั้งนั้น

ไม่สำคัญว่าเราจะเพิ่งเริ่มทำอะไร แค่เราตั้งใจทำ และทำจริงๆ มันก็ต้องมีวันสำเร็จได้สิ ร้อยรู้ไม่สู้ลงมือทำ -- จริงนะคะ

ฉันเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือ และหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ฉันเกิดแรงฮึดในการสนใจตัวเลขในบัญชีคือหนังสือคุณโจ มณฑานี เล่มที่ชื่อว่า
เงิน เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน

หนังสือเล่มนี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันหันมามองตัวเองอย่างจริงจังในเรื่องนี้
ต้องขอบคุณผู้เขียน ที่เขียนให้คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องเงินๆทองๆ เกิดแรงบันดาลใจในการหันกลับมามองตัวเอง

เชื่อไหมคะ ว่าไม่มีใครมาสอนเรื่องเงิน ว่าเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ แม้แต่พ่อกับแม่จะหาเงินเก่ง เก็บเงินเก่ง แต่ท่านก็แค่สอนให้เราหยอดกระปุกหมูออมสิน และเก็บเงินไว้ให้ลูก พ่อกับแม่สมทบให้
( ใจดียิ่งกว่าบริษัทฯจ่ายสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้อีกนะคะ ฮิๆ )
ในอัตราที่เท่ากันหรือมากกว่า จนกระทั่งกระปุกหมูออมสินของฉันกับน้องมีเงินก้อนโตถึงเจ็ดแสนกว่าบาท และเราเอาเงินก้อนนี้มาเป็นเงินส่วนหนึ่งในการซื้อบ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน

พ่อกับแม่เป็นตัวอย่างในการเก็บออม แต่ท่านจะไม่สอนให้เราเล่นแร่แปรธาตุกับเงิน เพราะที่บ้านยึดหลัก พอเพียง คือหาใช้ หากินแล้วก็เก็บ หากจะนำเงินไปลงทุน ก็คือการซื้อที่ดินเพื่อทำสวนยาง ซึ่งแม่กับพ่อวางแผนไว้หมด ว่าสวนยางที่ท่านซื้อและทำไว้จะแบ่งไห้ลูกคนละเท่าไหร่ ดูความประเสิรฐของพ่อแม่นะคะ ... ท่านห่วงแม้กระทั่งว่าฉันกับน้องไม่มีสามี ไม่มีลูก ดังนั้นให้เก็บสวนยางไว้กินตอนแก่ เฮ่อ...

นอกจากสวนยาง พ่อกับแม่ซื้อบ้านซึ่งเป็นตึกแถว และมีบ้านให้เช่า แม่บอกว่า ไม่อยู่กรุงเทพฯก็กลับบ้าน รับรองไม่อด (ฮา) ฉันไม่ค่อยซีเรียสเรื่องนี้ เพราะอย่างไรเสีย อ้อมแขนของแม่กับพ่อก็รองรับลูกอย่างฉันเสมอ นี่คือความโชคดีของฉันทีเดียวค่ะ

วกกลับมานะคะ เมื่อที่บ้านไม่ได้สอนให้เราเล่นอะไรกับเงิน นอกจากเก็บหยอดกระปุก หนำซ้ำแม่กับพ่อยังเคยห้าม ไม่ให้ฉันไปซื้อกองทุน
เพราะท่านเคยซื้อแล้วหมดน่ะสิ !! น่ากลัวนะคะ ฉันสงสัยว่าพ่อกับแม่เล่นกองทุนแบบไหน ไม่เคยถามท่าน และเพราะพ่อกับแม่ไม่ได้เป็นคนมีความรู้ หรือมาควานหาความรู้ผ่านทางหนังสือหรืออินเตอร์เน็ต ที่บ้านน่ะ ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด ใกล้ชิดกับแบงค์มาก รู้จักกับ ผจก.แบงค์หมด คิดดูว่าแบงค์มารับเงินฝากเองทุกวัน

พ่อกับแม่หมดกับกองทุนอะไรนะ .. ไว้ฉันค่อยเลียบเคียงถามท่านค่ะ แต่ในประเด็นที่ท่านปรามว่าอย่าไปเล่นอะไรอย่างนี้ กลัวเสียมากกว่าได้ ฉันก็เชื่อค่ะ ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ ถ้ามีใครมาชักชวนให้เล่นหุ้นโดยไม่ดูตามาตาเรือหรือไม่มีความรู้ ฉันไม่เสี่ยงแน่

เราโชคดีค่ะ ที่เกิดมาในยุคที่ข่าวสารสะพัดและถึงตัวได้ง่าย ในเมื่อเราเข้าถึงข่าวสารได้ง่าย มันก็ทำให้หูตาเรากว้างไกล แต่ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการทบทวนด้วย

จากหนังสือเล่มนั้นค่ะ ที่ฉันอ่านแล้วได้พบแง่มุมใหม่ๆอย่างน่าทึ่ง ที่สำคัญ คนเขียนเขียนได้อย่างไร เธอเล่าชีวิตตัวเองให้เป็นบทเรียนแก่ผู้อื่นอย่างไม่ปิดบังเลย ใครจะเชื่อว่าคนที่ยิ่งหาเงินได้มากและง่ายจะกลายเป็นคนไม่มีเงินไปได้ในวันหนึ่ง ทั้งหมดนั้นก็เพราะความประมาท
แท้ๆ

ถ้าคุณอยากลองเข้าถึงการบริหารจัดการเงินของตัวเองแบบง่ายๆ เริ่มต้นจากตรงนั้นก่อนค่ะ ความรู้ในหนังสือจะทำให้เราเห็นหลักว่าควรก้าวเดินอย่างไร

จากเล่มนั้น ฉันควานหาหนังสืออื่นๆอีกหลายเล่ม จากไม่เข้าใจเลย มาจนเข้าใจบ้าง และรอที่จะเข้าใจเรื่องยากๆอยู่ในลำดับถัดไปค่ะ เข้าใจแค่นั้นไม่พอ มันต้องลองด้วย ลองจากของจริงนี่แหละ

เมื่อเช้าไป up สมุด โรคจิตนิดนึงที่มักจะหาเวลาไป up สมุดอยู่เสมอเพราะอยากรู้ว่า LTF ที่กำไรดีนักหนา จะทำกำไรไปถึงไหน up บ่อยๆก็เห็นว่าทุกอย่างมันมีขึ้นมีลง วันนี้หุ้นตก กำไรสะสมในบัญชีก็ลดลง วันไหนหุ้นขึ้น แหม กำไรทะลักเลย ... มันก็มีอยู่สองอย่างนี่แหละ กำไร หรือขาดทุน ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรจากนี้เลยค่ะ

กองทุนหุ้นที่ฉันถือเป็นกองทุนระยะยาว ฉันจะโรคจิตดูมันบ่อยๆไปทำไมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันก็สนุกดี พร้อมๆกับการเรียนรู้ไปด้วยว่า ถ้าวันหนึ่งกองทุนเกิดขาดทุนขึ้นมา ฉันก็จะหมดเงินจำนวนนั้นไป แต่นั่นมันก็จะเป็นบทเรียน ให้เรารู้จัก อีก step ของการบริหารจัดการ บนพื้นฐานของการใช้ชีวิต ทุกอย่างล้วนแต่เสี่ยง แต่ถ้าเราไม่เสี่ยง เราก็จะอยู่แค่ตรงนั้น

เขาเตือนเราแล้วล่ะค่ะ ว่าการลงทุนคือความเสี่ยง เราต้องรู้จักตัวเองว่าเราเสี่ยงได้แค่ไหน แล้วเราก็ต้องรับมันให้ได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อเรากล้าที่จะก้าวแล้ว เราจะไม่กลัว

เป็นเรื่องจริงค่ะ !!


Create Date : 16 กันยายน 2553
Last Update : 16 กันยายน 2553 21:51:36 น. 2 comments
Counter : 205 Pageviews.

 

สวัสดีวันฝนพร่ำค่ะคุณบี...หายไปนานไปฟักตัวค่ะ...จากดักแด้ ก็ยังไม่เป็นผีเสื้อสักที


ระบบการจัดการเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยุ่งที่สิ่งอำนวยความสะดวกแต่ยุ่งที่คนนี้ละค่ะ คนเยอะเรื่องแยะ...


การลงทุนเสี่ยงได้แต่ต้องระวังค่ะ ถ้าถูกจังหวะ และโอกาสเหมาะก็ไม่เจ็บตัวเยอะ


โดย: aenew วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:14:16:55 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณเอ๋ หายไปนานจริงๆด้วย

คนเขียนก็หาย ไม่ค่อยได้ up กันบ่อยๆ นิยายก็หยุดไปที่ 50 ยุ่งมาก เรี่ยวแรงหาย พอวันเสาร์อาทิตย์ก็อยากพัก แทบไม่แตะคอม บางวันหยุดมีธุระกับที่บ้าน พ่อกับแม่มาถี่ๆ ต้องพาเขาไปหาหมอ

วันหยุดผ่านไปเร็ว จนไม่อยากเชื่อว่าปีนี้ เป็นปีที่แทบไม่ได้ไปไหนเลย

ไม่มีรูปให้ print มากมาย ไม่มีทริปเดินทางไปไหน ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยและหนัก

เหมือนถูกดูดวิญญาณอย่างนั้นแหละ

สบายดีใช่ไหมคะ
ขอบคุณที่แวะเวียนมาทักทายค่ะ


โดย: บี (bewae1001 ) วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:10:29:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bewae1001
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




***************
// อย่ารอให้ป่วยก่อนแล้วจึงคิดนะคะ

นวภัทร ( บี )
นักเขียนอิสระ และ ที่ปรึกษาแผนประกันชีวิตและการเงิน
โทรศัพท์มือถือ 089-1459977

ความรู้อื่นๆ :
ผ่านการอบรม basic skilsl in counselling psychology กับอาจารย์พงศ์ปกรณ์ พิชิตฉัตรธนา @ ชมรมจิตวิทยาสมาธิ

ขอฝากเว็บไซต์ของอาจารย์พงศ์ปกรณ์ค่ะ http://www.medihealing.com

EMail ของผู้เขียน : Mybusy2004@yahoo.com
Facebook ของผู้เขียน : Parawee Nasaree

สำนักพิมพ์สะพานจัดพิมพ์นิยายหญิงรักหญิงของฉัน ( ดวงดาวดอกไม้ 2 เล่มจบ และนิยายขนาดสั้น ดอกไม้กับดอกไม้ ( ปกหนังสือด้านบน ) สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ คลิกเลย!!

จำนวนบล็อก ณ ขณะนี้ 1147 บล็อกค่ะ
เริ่มเขียน 6 กันยายน 2548 บล็อกเก่าๆค้นได้จากกรุ๊ปบล็อกผู้หญิงสีรุ้งปี 53 นะคะ

ยินดีแบ่งปันความรู้และสิ่งที่มีประโยชน์ผ่านข้อเขียนในบล็อกนี้ และหากต้องการนำไปใช้ต่อหรือลงเผยแพร่้ในที่ใดก็ตาม กรุณาแจ้งก่อนนำไปใช้ที่ email ด้านบน ขอบคุณค่ะ





Parawee Nasaree

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add bewae1001's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.