Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
มกราคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
19 มกราคม 2564

นั่งเรือโดยสารเจ้าใหม่ แล้วไปนั่งรถไฟฟรีกัน

 



31 ธันวาคม 2563 ถึง 1 มกราคม 2564 บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน)
หรือ EA เปิดตัวเรือไฟฟ้าลำแรกของไทย ที่ผลิตโดยคนไทย 100% ให้ทดลองนั่งฟรี
โดยเป็นโปรแกรมไหว้พระทางเรือ ออกจากท่า CAT หรือตึกไปรษณีย์กลาง 9.30 น.
ไปยังวัดกัลยาให้คนขึ้นฝั่งจากนั้นก็ไปยังวัดอรุณ ก่อนที่จะวนมาท่าช้างเวลา 12.30 น
 
ถ้าจะไปท่า CAT ก็เช้าและไกลเกิน เราเลยคิดว่าขอทดลองนั่งแค่เที่ยวขากลับ
จากท่าช้างไปยังท่า CAT ก็พอแล้ว เช่นเคยวางแผนไว้อะไรก็มักจะเลทเสมอ
ระหว่างที่นั่เงรือไปก็นึกลุ้นในใจว่าจะไปถึงท่าช้างทันเวลาเรือ มาหรือเปล่า
โชคดีพระคุ้มครองไปถึงราว 12.10 น. สบายแล้วเรา มีเวลาพักเกือบ 20 นาที
 
หาที่วางกระเป๋าก่อนจะหย่อนตัวลงนั่ง ผู้คนบนฝั่งบางตาไม่น่าจะเกิน 20 คน
ในคนกลุ่มนี้น่าจะเราคนเดียวมั้ง ที่มานั่งรอเรือของ EA พอผมนั่งลงทุกคนก็ยืนขึ้น
เลยหันไปมองทางแม่น้ำเจ้าพระยา เรือ MINE smart ferry ก็วิ่งมาจากวัดอรุณ
อ้าว ยังไม่ถึงเวลาที่แจ้งไว้ใน facebook เลยนี่นา ต้องรีบเดินตามเค้าไปอย่างไว
 
สรุป ตารางเวลาก็เป็นเรื่องที่เขียนไปแบบนั้น เอาที่พนักงานเรือสะดวกจะมาแล้วกัน
สำรวจภายในเรือก็กว้างขวางมาก เงียบสมกับเป็นเรือไฟฟ้า แต่ข้างบนนั่งไม่ได้
แบบเรือ tourist boat ของเรือด่วนเจ้าพระยาที่เป็นเรือ catamaran เหมือนกัน
แต่เรือลำนี้มีประตูปิดเปิดไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังกลเหมือนกัน ถ้าเกิดอุบัติเหตุ
 
เป็นเรื่องที่น่าสงสัยถึงความอยู่รอดของการลงทุนในครั้งนี้ ในกรณีที่จะเปิดให้บริการจริง
ตอนนี้ช่วงวันธรรมดาจให้บริการจากท่าเรือพระราม 7 ไปถึงท่าเรือ CAT
ซึ่งท่าเรือที่จอดจะเป็นท่าใหญ่ๆ แต่อย่างๆรก็จะซ้ำกับเรือด่วนเจ้าพระยา
ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นที่ให้บริการด้วยราคาที่ถูกกว่า ในกรณีเป็นเรือไม้แบบเดิมๆ
 
แต่อย่างน้อย ช่วงนี้หุ้น EA ที่ได้รับฉายาว่า Tesla เมืองไทยก็กลับมาวิ่งอีกแล้ว
 


ไม่ถึง 20 นาที ก็มาถึงท่า CAT แล้วล่ะ พนักงานกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาใช้บริการ
เราเดินอ้อมไปยังท่าเรือถัดไปนั่นก็คือท่าสี่พระยาที่มีเรือของ Icon siam บริการฟรี
ซึ่งผมใช้บริการบ่อยมาก เพราะได้นั่งเรือเล่นฟรีๆ เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวเยอะมาก
ต้องต่อคิวนานเหมือนกันกว่าจะได้ขึ้น แต่ปัจจุบันเงียบมาก เหลือแต่คนไทยที่ไป
 
อุดหนุนกาแฟแบบดริปของ Starcbucks เสียหน่อย เป็นการพักผ่อนฆ่าเวลา
หลังจากมื้อกลางวันที่ร้าน Bankara ramen เมื่อก่อนชอบกินมากเวลาไปพารากอน
แต่หลังจากมื้อนี้บอกตัวเองว่าจะไม่กินอีก รู้สึกว่ามันมาก หรือว่าเราจะอายุมากได้ที่แล้ว
ออกจาก Icon siam เพื่อไปทำภารกิจต่อไป นั่นก็คือนั่งรถไฟสีทองไปสถานีกรุงธนบุรี
 
แค่หนึ่งสถานีเท่านั้น เพราะตอนนี้ทั้งสายก็เปิดวิ่งแค่ 3 สถานี ที่ใกล้มากขนาดว่า
ขึ้นไปยืนบนสถานีเจริญนครมองไปไม่ไกลก็เป็นสถานีถัดไปคือคลองสานแล้วล่ะ
จึงได้เกิดคำถามสำคัญ ถึงความคุ้มค่าการสร้างรถไฟฟ้าสายนี้ แต่สำหรับผมคิดว่า
ต้องมองกันยาวๆ กระทั่งเชื่อมต่อครบทั้งระบบจนสายสีม่วงใต้เปิดใช้บริการล่ะ
 
เป็นรถไฟไร้คนขับ และวิ่งได้ขลุกขลักมาก ไม่เหมือนรถไฟฟ้าที่ใช้รางของสายอื่นๆ
ซึ่งรถไฟฟ้าแบบนี้การท่าอากาศยานหรือ AOTได้ซื้อมาเพื่อใช้บริการเชื่อมระหว่าง
Satellite ที่สร้างใหม่กับ Terminal หลักเดิม แบบเดียวกับสนามบินต่างประเทศ
โดยรถไฟจะวิ่งอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินแบบไร้คนขับเช่นเดียวกัน
 


หลังจากนั้นก็นั่ง BTS กลับบ้าน ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องราวที่ค้างคาใจคนกรุงว่า
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับค่าบริการถึง 160 บาท ก็เลยอยากเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า
การเพิ่มระยะทางของสายที่เปิดใหม่ ไม่สามารถจะบวกราคาต่อสถานีเข้าไปดื้อๆ ได้
เพราะเป็นสัญญาคนละฉบับ BTS ที่มีสัมปทานเดินรถเส้นเดิมที่จะหมดในปี 2572
 
ที่หลังจากนั้นก็ตกเป็นของ กทม ตามสัญญา built-operate transfer หรือ BOT
ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะจ้างใครมาเดินรถแลกสัมปทานก็ได้ กำหนดราคาค่าโดยสารเท่าไหร่ก็ได้
ซึ่งมันจะจบแบบไม่มีปัญหาอะไร เหมือนสายสีม่วงและ airport railink ที่เป็นของรัฐ
 
แต่ กทม อยากสร้างส่วนต่อขยายเพื่อเอาใจคนกรุงออกมาสามเส้นทางคือ
บางหว้า คูคต และสมุทรปราการ เส้นทางแรกไม่มีปัญหา เพราะอยู่ใน กทม
ปัจจุบันเส้นทางนี้แล้วเสร็จโดย กทม ตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคมมาเป็นผู้ดูแล
ซึ่งก็ไปจ้างให้ BTS เดินรถต่อ ปัจจุบันเส้นทางนี้ก็ยังขาดทุนอยู่เป็นหนี้ก้อนที่ 1

อีกสายที่เป็นปัญหาคือ ส่วนต่อขยาย หมอชิต-คูคต และ แบริ่ง-สมุทรปราการ
ที่รัฐบาลเห็นว่าอยู่นอกเขต กทม เลยให้ รฟม ออกเงินค่าก่อสร้างเพื่อเป็นเจ้าของ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนการก่อสร้างแล้วเสร็จ นโยบายของรัฐก็เปลี่ยนอีก     
เป็นว่าให้ กทม รับกลับไปทำเองก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าก่อสร้างทั้งหมดคืนให้ รฟม.
 
กลายเป็นหนี้ก้อนที่ 2 อีกหนึ่งแสนล้านพร้อมดอกเบี้ยที่เดินทุกวันเพราะเป็นเงินกู้
กทม บอกว่าก็ได้ โดยจะขอให้ BTS ล้างหนี้ทั้งหมดให้ แลกกับสัมปทานใหม่
โดยรวมเส้นทางเก่าที่จะหมดอายุและเส้นทางใหม่ไปหมดพร้อมกันปี พ.ศ. 2585
และจะลดค่าโดยสารให้เหลือ ไม่เกิน 65 บาท ไม่ว่าจะนั่งจากทิศทางไหนก็ตามที
 
แล้วทำไม กทม ถึงบอกว่า ถ้าไม่รับเงื่อนไขนี้ค่าโดยสารจะมากสุดถึง 160 กว่าบาท
เพราะเมื่อนั่งจากสถานีหมอชิตไปสถานีเซ็นทรัลลาดพร้าว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญา
แม้ว่าปัจจุบันเราจะนั่งรถขบวนเดิมก็ตาม เพราะ BTS ถือว่าถ้าคนอื่นประมูลได้
ก็ต้องออกจากสถานีไปจ่ายค่าแรกเข้าส่วนถัดไป พร้อมค่าโดยสาร 1 สถานีแรกที่แพง
 
ทำให้ค่าโดยสารเมื่อต้องนั่งจากคูคตไปสมุทรปราการ ออกมาเป็นราคาที่เราเห็นนั่นเอง



Create Date : 19 มกราคม 2564
Last Update : 19 มกราคม 2564 21:23:40 น. 3 comments
Counter : 230 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณSai Eeuu, คุณnewyorknurse


 
ตามไปนั่งเรือแบบใหม่ด้วยครับ ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ได้นั่งเรือด่วนอีกเลยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 มกราคม 2564 เวลา:19:20:35 น.  

 
ธุรกิจต้องคิดกันหลายซับหลายซ้อน
มีคำถามให้ได้ขบคิดกันตลอดนะคะ

ตามมาเที่ยว กทม.ด้วยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 มกราคม 2564 เวลา:15:23:04 น.  

 
เรือไฟฟ้า น่าสนุกค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 21 มกราคม 2564 เวลา:23:26:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]