|
|
 |
| | 1 | 2 |
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | |
|
|
 |
26 สิงหาคม 2568
|
|
|
|
|
|
ดูตึก : นิทรรศการ Picturing modernity

เป็นเวลา 1 เดือน จากราวช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2568ที่ห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการจัดแสดงผลงานของช่างภาพ 3 ท่าน ในชื่อนิทรรศการว่า Picturing modernity
ระบิล บุนนาค ช่างภาพในอดีต เกิดในปี พ.ศ. 2445 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการถ่ายภาพขาวดำ ในปี พ.ศ. 2523 ท่านได้มอบภาพที่ถ่ายไว้ในช่วงปี 2493-2509 จำนวนกว่า 23,000 ภาพให้แก่หอสมุดแห่งชาติ นับว่าเป็น collection ที่ล้ำค่าของประวัติศาสตร์ภาพถ่ายเมืองไทย Walter Koditek ช่างภาพชาวเยอรมัน ที่เดินทางไปถ่ายภาพอาคารต่างๆ ที่น่าสนใจในทวีปเอเชีย ในปี 2025 ได้พิมพ์หนังสือ ชื่อ Bangkok Modern: Architecture of the 1950-1970s โดยรวบรวมอาคารที่มี façade สวยงามไว้ในเล่มนี้ และคนสุดท้ายที่เป็นแรงบันดาลให้เราเดินทางมา คุณวีระพล สิงห์น้อย เจ้าของ facebook page : Foto_momo ที่รวบรวมอาคารที่ส่วนมาก เป็นรูปแบบ Brutalist ที่มีมนต์เสน่ห์ชวนหลงใหลไว้ในนิทรรศการครั้งนี้ ที่ทำให้เราอยากตามรอยไปทุกๆ อาคาร ในนิทรรศการนี้เลยทีเดียว
พ.ศ. 2568 ประเทศไทยมีหนังดีการันตีรางวัลเข้ามาฉายเรื่องหนึ่งThe Brutalist กล่าวถึง สถาปนิกชาวฮังการีผู้มีความสามารถ แต่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก หลังสงครามโลกครั้งที่สอง จึงตัดสินใจเดินทางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ต้องเผชิญความยากลำบาก ในการปรับตัวให้เข้ากับการเป็นกรรมกร จนกระทั่งได้พบกับมหาเศรษฐี ที่จ้างให้ออกแบบอาคารในชุมชน นี่เองเขาจะใช้ความสามารถในการออกแบบอาคารที่เขาถนัด นั่นคือแบบ Brutalist Architecture มาใช้ เพื่อให้โลกนี้ได้จดจำ นั่นคือเรื่องย่อของหนังที่เราเองก็ไม่ได้ดู ด้วยเพราะว่าหนังดีนั้น มักไม่ค่อยสนุก แต่สิ่งที่เราสนใจคือ ศิลปะแบบบรูทรัลลิซึ่ม
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สิ่งก่อสร้างในยุโรปจำนวนมาก ล้วนพังทลายลงจากผลของสงคราม ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ตกต่ำ จึงมีความต้องการที่อยู่อาศัย หรืออาคารสาธารณะที่จุคนได้จำนวนมาก ขอเพียงแค่ให้ใช้งานได้ดี ต้องมีความคงทน และที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการก่อสร้างให้อาคารดูสวยงาม
โดยได้รับอิทธิพลจากสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่แสดงถึงความเข้มแข็งแบบโลกคอมมิวนิสต์ ที่กำลังสยายปีกผลิบานไปทั่วโลก
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลพ.ศ. 2492 Le Corbusier ออกแบบอาคารปูนเปลือย ขึ้นที่เมืองมาร์เซย์ โครงสร้างอาคารหลังเดี่ยว ที่มีห้องพักอาศัยจำนวนมาก และมีพื้นที่ส่วนกลาง รวมอยู่ในอาคารหลังเดียวกัน ซึ่งเป็นต้นแบบของคอนโดมิเนียมในทุกวันนี้นี่เอง พ.ศ. 2493 Hans Aspund สถาปนิกชาวสวีเดนใช้คำว่า brutalist แบบติดตลกในการที่จะอธิบายรูปแบบของ Villa Goth อาคารสองชั้นสร้างขึ้นจากอิฐสีเข้ม แผนผังอาคารที่มีความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และห้องน้ำที่สร้างจากปูนเปลือย โดยยืมคำว่า Beton brut หรือปูนเปลือยจากภาษาฝรั่งเศส ที่ Le Corbuseir เคยกล่าวไว้ ในการสร้างอาคารของเขา แต่โลกรู้จักคำว่า Brutalist อย่างแพร่หลาย เมื่อนักวิจารณ์สถาปัตยกรรมชาวอังกฤษ ได้ใช้คำนี้ กับกลุ่มอาคารที่นิยมสร้างในช่วง 50-70s ในหนังสือชื่อThe new Brutalism : Ethic or Aesthetic ที่โด่งดัง เช่น the national theatre ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ทำให้เจ้าฟ้าชายชาร์ล ถึงกับเข้าใจผิดว่า เป็นตึกของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือตึกที่เราชอบคือ รัฐสภาของประเทศบังกลาเทศ ที่แม้จะเป็นประเทศยากจน แต่ก็ออกแบบอาคารของตนได้อย่างโดดเด่น แล้วเราจะหาหมุดหมายเพื่อไปตามหาตึก brutalist เหล่านี้ได้อย่างไร มีเว็บหนึ่งซึ่งฝรั่งมักใช้อ้างอิง คือ https://www.sosbrutalism.org/ ที่อาจจะมีความหมายว่า อาคารที่อาจตกอยู่ในอันตรายเพราะการถูกรื้อทำลายโดยมีแผนที่โลกให้เข้าไปค้นหา สำหรับประเทศไทยได้กล่าวว่ามีอยู่ 2 แห่ง
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งคือ Vault Pyramid อยู่ที่วังสระปทุม สร้างในราวปี พ.ศ. 2512 และถูกรื้อในปี พ.ศ. 2558 ส่วนอีกที่นั้นคือ โรงเรียนสอนคนตาบอด ตรงถนนราชวิถี ทั้งสองที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ คุณสุเมธ ชุมสาย นอกจากสองแห่งนี้ ในประเทศไทยยังมี brutalist อยู่อีกหลายตึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ออกแบบโดย คุณอมร ศรีวงศ์ ที่แม้ท่านจะไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ก็ได้ออกแบบตึกแบบ brutalist ไว้ตามมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด ด้วยเหตุผลว่าในราว พ.ศ. 2510 มีความต้องการที่จะขยายการเรียนในระดับอุดมศึกษาไปยังต่างจังหวัด แต่ด้วยข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ ระยะเวลา และความรู้ของช่างในพื้นที่ ทำให้ต้องมีความคิดนอกกรอบ ในการออกแบบโครงสร้างให้ทุกอย่างทำได้ง่าย นั่นเอง ตึกแบบ brutalist จึงหาชมได้ทั้งที่ มช. มข. และ มอ. รวมถึงตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ ม. มหิดล ที่เป็นต้นความคิดนี้ด้วย เมื่อยุคตึกแบบ brutalist ที่เรียบเกลี้ยงไร้ชีวิต ผุดขึ้นมาทั่วโลก ผู้คนก็หวนคิดถึงสิ่งเก่า การประดับประดาลวดลายเพิ่มเส้นสายให้ตัวอาคาร แต่ก็ยังเป็นแบบที่เข้ากับอาคารเรียบง่ายได้ เช่น เสาโรมัน หรือ pediment หรือการใช้เส้นตรงและเส้นโค้งต่างๆ เกิดเป็นศิลปะที่เรียกว่า post-modern ตัวอย่างเช่น ตึกหุ่นยนตร์ของธนาคาร UOB โดยคุณสุเมธ ชุมสาย หรือตึกช้างและอาคารเกษรพลาซ่า โดยคุณรังสรรค์ ต่อสุวรรณ เป็นต้น
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถึงตรงนี้เราก็อยากจะ recap ทุกสิ่งที่เขียนไป เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร แบบตะวันตกในบ้านเรา ที่เริ่มต้นจากการนำเข้าสถาปนิกชาวต่างชาติ จากต่างประเทศมาทำงานในราชสำนัก เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และสร้างสถานที่ราชการ รวมถึงวังเจ้านายต่างๆ ในกรุงเทพ ต่อมาคนไทยได้ไปศึกษาต่างประเทศ และกลับมาตั้งคณะสถาปัตยกรรม ทำให้เราพึ่งพาตนเองได้ เกิดเป็นศิลปะร่วมสมัย เช่น อาคารยุคต่างๆ ที่เราเคยเล่าไปในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในบล็อกทัสนา/สถาปัตยกัม ที่รวมถึงตึกแบบคณะราษฏร เช่น สนามกีฬาศุภชลาศัย ก็ตั้งอยู่ในพื้นที่นี้
จากนั้นก็เข้าสู่ยุค brutalist เช่น ตึกคณะสัตวแพทยศาสตร์ ต่อด้วยยุค post-modern เช่น อาคารสมาคมนิสิตศิษย์เก่าจุฬา เป็นต้น แล้วปัจจุบันหากจะมีการก่อสร้างตึกใหญ่สักหลังหนึ่งขึ้นในประเทศไทย จะอยู่จัดในศิลปะแบบไหน ก็คงเหมือนคำขึ้นต้นในนิยายสามก๊กที่ว่า
แผ่นดินเมืองจีนนั้นเป็นสุขมาช้านานแล้วก็เป็นศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข นั่นคือการวนกลับไปหาจุดตั้งต้นนั่นเอง ก็ลองดูตึกรัฐสภาหลังปัจจุบัน เป็นตัวอย่างได้อย่างดี
| Create Date : 26 สิงหาคม 2568 |
|
4 comments |
| Last Update : 27 มีนาคม 2569 13:36:37 น. |
| Counter : 709 Pageviews. |
 |
|
|
| | |
โดย: หอมกร 26 สิงหาคม 2568 14:17:46 น. |
|
|
|
| | |
โดย: อุ้มสี 1 กันยายน 2568 2:28:25 น. |
|
|
|
| | |
โดย: **mp5** 1 กันยายน 2568 6:30:08 น. |
|
|
|
| |
|
BlogGang Popular Award#22
|
 |
ผู้ชายในสายลมหนาว |
|
 |
|
|
|