Do it yourself
 
 

เปลี่ยนปั๊มฉีดกระจก nissan almera 2011 ราคา 250 บาท

สวัสดีครับ วันที่ 12 กพ 2567
รถ nissan almera วิ่งร่วม 2 แสนกว่ากิโล ตั้งแต่ป้ายแดง น่าจะร่วมๆ 11 ปีแล้ว ไม่เคยเปลี่ยน ปั๊มน้ำฉีดกระจก อาการ คือ พอจะฉีดน้ำ น้ำไม่พุ่ง ก็ไล่ วงจร คิดว่า ฟิวส์ขาด เช็คฟิวส์ หน้ารถ ซึ่งอยู๋ข้างๆ คนขับ ปรากฎว่า ฟิวส์ไม่ขาด ก็เลยหาใน online
ให้ตรวจสอบดีๆ นะครับ เพราะว่า จะมี 2 รุ่น หน้าตาไม่เหมือนกันนนะ


ภาพตัวอย่างด้านล่าง ไม่ใช่นะครับ 

ภาพบน ใช้งานไม่ได้กับ nissan almera เพราะว่ามันมี 2 รู แต่ที่ผมสั่ง ผมไม่ได้ รื้อดูก่อนเลยสั่งผิดมา แต่ก็ สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน



ภาพบน ใช้งานไม่ได้กับรุ่นผม almera ปี 2011



ภาพบน ต้องใช้แบบ ภาพด้านบน มีแบบ 1 รู



ขั้นตอนง่ายๆ ในการเปลี่ยน 
1. ถอดกันชนหน้า ออก ส่วนจะถอดแบบไหน เคยพูดไว้แล้ว คร่าวๆ คือ ถอดน๊อต ข้างล้อ ออกฝั่งละตัว และ น๊อต ด้านล่าง และ กิ๊บล็อกใต้ฝากระโปรง ก็ยกกันชนหน้าออกได้เลย











ภาพบน เป็นอะไหล่ ที่สั่งผิดรุ่นมา  รู้ตอนเมื่อถอดฝากระโปรง แล้ว เทียบรุ่น ไม่เหมือนกัน 





ภาพบน คือ ตัวติดรถ ตั้งแต่ 2011 ไม่เคยเปลี่ยนเลย อายุราว 11 ปี วิ่ง 2 แสนกว่ากิโล แล้ว





เทียบ อะไหล่ ก่อนประกอบ





ภาพบน ผมต้อง DIY โดย อุดรู ด้านหนึ่ง และ อีกด้านหนึ่ง สำหรับ ปั๊ม น้ำไปฉีดกระจก





ประกอบเสร็จเหมือนเดิม แต่ ไม่ตรงรุ่น หากเพื่อนๆ จะเปลี่ยน ปั๊มน้ำฉีดกระจก แนะนำให้ เช็ครุ่นให้ถูกต้องนะครับ 

หลังจากเปลี่ยน ก็ประกอบ ทดสอบ ฉีดน้ำ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว และ ก็ประกอบกันชน หน้าไว้เหมือนเดิม


หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อย ว่า สำหรับการสั่งอะไหล่ แนะนำให้ ดูให้เรียบร้อยว่าตรงรุ่น แต่ที่ผมสั่งผิดรุ่น ก็สามารถใส่ได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องมีเครื่องมือ ในการอุดรูน้ำอีกรูด้วยนะครับ 


















 




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2567   
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2567 10:33:50 น.   
Counter : 135 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง honda jazz ge ปี 2011 ด้วยตัวเองง่ายๆ

สวัสดีวันหยุด ที่ 18 พย. 66

พอดีต้องเดืนทางไป จ.ขอนแก่น เลยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก่อนเดินทางซักหน่อย เพราะว่า ถึงระยะพอดี ส่วนน้ำมันเครื่องก็สั่ง online ราคาไม่แพงราคา 4-6 ร้อยบาท สังเคราะห์แท้ ขนาด 3 ลิตร
และแถม 1 ลิตร รวมเป็น 4 ลิตร ครับ เผื่อใครยังไม่เคยเปลี่ยนด้วยตัวเองเฉพาะรุ่นนี้ ใครรู้แล้วก็ผ่านได้เลยนะครับ

เครื่องมือที่จำเป็นต้องมี

- น้ำมันเครื่อง เบอร์ 0w-20 ส่วนใครจะเปลี่ยนเบอร์ก็แล้วแต่ชอบครับ พอดีใช้ 0w-20 มาตั้งแต่แรก เพราะศูนย์ก็ใช้เบอร์นี้ เช่นเดียวกัน
- กรองน้ำมันเครื่องใส่ honda
- ลูกบล็อก เบอร์ 14-17 หรือจะให้ดีซื้อมายกกล่อง ราคาไม่แพงแล้วสมัยนี้ครับ
- สามขา สำหรับ ป้องกันไมให้ แม่แรงยกน้ำหนัก อย่างเดียว
- จระเข้ ยกรถ
- กระป๋องน้ำมันเครื่องเก่า ไว้รองน้ำมันเครื่องเก่า




เปิด ฝากระโปรงระบายความร้อย ให้เครื่อเย็นๆ ก่อนนะครับ แล้วค่อยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง







กรองน้ำมันเครื่อง ใส่ honda หาซื้ออะไหล่ แถวๆ บ้านก็มีเยอะมากมายครับ ราคาไม่ได้แพง อะไร พอดีผมซื้อพร้อม กรองน้ำมันเครื่อง ของ nissan almera ก็จ่ายไปร้อยกว่าบาท





หัวถอดกรองน้ำมันเครื่องมีไว้ ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้ โซ่ หรือ คีม อย่างอื่นเพราะว่า จะได้ขันออกจะง่าย ขันเข้าก็ง่าย ไม่ทำให้ กรองเสียรูปด้วยนะครับ







ก่อนทำการ ถ่ายน้ำมันเครื่องทิ้ง ต้องใช้ จระเข้ ยกรถ ฝั่งคนนั่งให้ เทลาดไปฝั่งคนขับ แล้วเอา 3 ขา รองตัวรถไว้ อย่าให้แม่แรงยกรถ แล้วเข้าไปทำงานนะครับ อันตราย เราต้องมี 3 ขารองรถไว้
ป้องกันไว้ครับ หลังจากนั้น ก็มุด เอาลูกบล็อก ขันกรองน้ำมันเครื่องออกก่อน ส่วนเพราะว่า หากมันไม่ออก จะได้ไม่ต้องถ่ายน้ำมันเครื่องทิ้ง






พอถอดกรองน้ำมันเครื่อง ก็หา กระป๋องน้ำมันเครื่องเก่าๆ รองน้ำมันเครื่องที่ไหลๆ หยดๆ รองไว้ด้วยนะครับ หลังจากนั้น ก็ทำความสะอาด





เตรียมความพร้อม เอากรองน้ำมันเครื่อง และ แหวนที่แถมมาให้ ใส่แทนตัวเก่าและใช้ บล็อก ขันให้แน่น








หลังจากเปลี่ยนกรองน้ำม้นเครื่องแล้ว ก็มาถึงเวลา ขันน๊อต ถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็ ใช้ลูกล็อกเบอร์ 17 ขันทวนเข็มนาฬิกา แล้วก็ค่อยๆ ใช้มือหมุน จนกว่าน๊อตหลุด เตรียมหา กระป๋องน้ำมันเครื่องเก่ารองไว้





น๊อตและ แหวนที่แถมมากับกล่องน้ำมันเครื่อง ก็เตรียมเปลี่ยนตัวใหม่ได้เลยนะครับ




ก่อนจะขันน้ำมันปิด แนะนำให้ใช้มือหมุน ก่อนจนสุด แล้วค่อยใช้ ลูกบล็อก ขันน๊อตน้ำมันเครื่องให้แน่นๆ พอตึงๆ มือ หลังจากนั้น เอาแม่แรง และ 3 ขา ออกทำให้รถเป็นแนวระนาบ





น้ำมันเครื่องที่ใช้ เบอร์ 0w-20 ซึ่งแล้วแต่คนที่จะชอบว่ารถชอบกินเบอร์ไหนนะครับ  ขณะใส่ ก็วัดน้ำมันเครื่องด้วยก้านวัดน้ำมันเครื่องด้วยนะครับ เอาให้ถึง จุดสูงสุดของ marker ของน้ำมันเครื่องไว้เป็นอันเรียบร้อย


เปลี่ยนเรียบร้อยใช้ น้ำมันเครื่อง 4 ลิตร มีเหลือนิดหน่อย ก็เก็บไว้ใช้งานอย่างอื่นครับ  หลังจากนั้น start warm เครื่อง ซัก 2-5 นาที ดูร่องรอยน้ำมันเครื่องว่ามีหยด มีเยิ้ม ตรงน๊อต หรือส่วนอื่นๆ ของรถหรือไม่
เป็นการตรวจสอบ หลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครับ

ง่ายมั้ยครับ สุดท้ายหวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ





 




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2566   
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2566 17:19:05 น.   
Counter : 575 Pageviews.  


ทดสอบน้ำยาแอร์ 134A แบบกระป๋อง ติดไฟ ซะงั้น

อ้างอิงกระทู้
ep1 . https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mrter2012&month=06-02-2023&group=1&gblog=146
ep2 . https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mrter2012&date=08-02-2023&group=1&gblog=147
ep3 . https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mrter2012&date=02-08-2022&group=1&gblog=140
ep4 . https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mrter2012&date=18-02-2023&group=1&gblog=149

สุดท้าย 
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mrter2012&date=02-04-2023&group=1&gblog=151


ทั้งหมด ที่ผ่านมา การล้างระบบแล้วไม่จบ
ระบบแอร์ที่ผมล้างไม่เคยมีปัญหาบ่อยพังขนาดนี้เลย และผมก็แปลกใจว่าทำไม คอมแอร์ผมพัง ถึง 3 ลูก ใช้งานไม่ถึง ไม่ถึงเดือน ความเย็นก็ไม่ได้ แถมระบบน้ำยาแอร์ ดำ น๊อค และ ท่ออ่อนระเบิด ที่เคยเกิดขึ้น
มาวันนี้ ผมคิดว่า ปัญหาที่เจอ คือ น้ำยากระป๋อง ซึ่งในสังคม online ในกลุ่มว่าห้ามใช้ หลังจากที่เข้าไปอ่าน ก็เลยทดสอบด้วยตนเอง ว่ามันติดไฟ จริงๆ นั่นคือ น้ำยาแอร์ ปลอม หรือคุณภาพไม่ดี ตามที่ได้ข้อมูลมา






ส่วน vdo 
การทดสอบ  https://www.youtube.com/shorts/jD5g-N8Zc6c
อยากจะบอกว่า ใครที่ใช้ยี้ห้อนี้ ให้ระวังกันไว้หน่อยนะครับ 

ผมทดสอบวันที่ 10 สค 2566 
และคิดว่า คงมีอีกหลายคนทั่วประเทศใช้ยี่ห้อนี้ ก่อนจะใช้งาน แนะนำให้ ทดสอบจุดไฟ ทดสอบดูก่อนว่า ไม่งั้น เสียเงินหนักกว่าเก่า เพราะว่า ต้องเปลี่ยน  คอมแอร์ แบบผม ที่ผมก็ข้องใจมาหลายครั้งว่า ผมล้างระบบแอร์ดี
แต่ทำไม ใช้งานไปแล้ว ระบบน้ำยาแอร์ ดำ และ พัง ไม่ถึง เดือน 


หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ
ปล. ไม่ได้โจมตี หรือกล่าวโทษ แต่ให้ทุกคน ทดสอบน้ำยากระป๋องก่อนใช้งานทุกครั้งว่าน้ำยา แอร์ ต้องไม่ติดไฟ เหมือนกระป๋องที่ผมเอามาใช้งานในระบบแอร์ครับ



 




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2566   
Last Update : 19 สิงหาคม 2566 8:57:49 น.   
Counter : 462 Pageviews.  


ซ่อมพัดลมแอร์ honda jazz ge เปิดแอร์แล้วไม่หมุน

อ้างถึง กระทู้ https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mrter2012&date=16-05-2023&group=1&gblog=155

ก่อนหน้านี้คือ บางครั้งเปิดพัดลมแอร์ แล้วพัดลมไ

ม่หมุน รถวิ่ง 120,xxx หมื่นกิโล รถปี 2009 ส่วนอีกคัน nissan almera ของผมปี 2011 วิ่ง 210,xxx กิโล ไม่เคยมีปัญหาเรื่องพัดลมแอร์ , ไม่มีปัญหาเiรื่อง คอยล์จุดระเบิดที่ต้องเปลี่ยน เหมือน honda jazz
พูดแบบนี้ ผมคิดว่า รถคันใหม่ต่อไป ของผม อาจจะมองค่าย nissan ในความเห็นส่วนตัวผมว่า มันทนทาน ไม่มีปัญหาเลย บังเอิญว่าผมใช้ nissan almera เกียร์ธรรมดา

เข้าเรื่องเลยต่อดีกว่า 

การถอด ไม่ยากเลยนะครับ ตัดภาพมาตอนถอดน๊อตส่วนหัว มอเตอร์ออก แหวนต่างๆ ก็เรียบไว้ให้เหมือนที่ถอด ออกมา เพราะว่า ตอนใส่จะได้เหมือนเดิม






ใช้คีมล็อก หนีบ บากให้ตรง ๆ 




วิธีง่ายๆ ก็ใช้คีมล็อค กด ทำทุกร่อง




หลังจากนั้น ก็ใช้ตะปู งัดขึ้นมา




ถอดฝา ออกได้แล้ว ก็มาครึ่งทางแล้วครับ 




จะมีเหล็กบางๆ ยึดสปริงไว้ ก็งัด ออกได้เลย เพราะว่าจะมีสลัก ยึดไว้ อยู่ ก็หาเหล็กแหลม สะกิด เหล็กบางๆ ก็ออกแล้ว




ระหวัง สปริง หลุดหาย นะครับ 




ผมใช้เหล็กแหลม สกิด ปริงก็ออกมา




สลัก ปิดสปริง ด้านบน สะกิด ก็ออกแล้วครับ




หลังจากนั้น ก็ดึง แกน ขดลวด ออกมาตรงๆ อาจจะใช้แรงมากหน่อยเพราะว่ามีแม่เหล็กอยู่ตรงกลาง




ทำความสะอาด 




ทุกอย่างดึง ออกมา ทำความสะอาด พวกเศษ แปรงถ่าน และสิ่งสกปรก ก่อนประกอบเข้าเหมือนเดิม




แปรงถ่าน สามารถใช้งานได้ต่ออีกหลายหมื่นกิโล




ทำความสะอาด และ ใส่แปรงถ่าย สายไฟ ตรงให้ตรงกับร่องเหมือนเดิมนะครับ 




ร่องแกนแปรงถ่าน ทำความสะอาด ให้ เช็ดให้เรียบร้อย



บางส่วน จะมีปัญหาบ้าง เพราะว่า ใช้งานมาแสนกว่ากิโล  ยังสามารถใช้งานต่อไปได้ แล้วแต่ว่า จะไม่หมุนนั่นแหละครับ 




ประกอบแกนมอเตอร์ เข้าเหมือนเดิม




แล้วขยับแปรงถ่านให้ตรงร่องแกนมอเตอร์ และใส่ปสริง และ ปิดท้ายด้วย เหล็กปิดสปริง




ใส่ปสริง



ใส่เหล็กปิดสปริง




จากภาพ ด้านบน ปิดสปริง แล้วใส่สลัก




ด้านท้ายก็ใส่สปริง และ สลัก กลับเหมือนเดิม




ด้านบน ค่อยๆ ปิดให้ตรงร่อง 




ปิดดให้สนิท




ใช้เหล็กสลัก ตอกปิด หรือ ตะปู ตอกเข้าตรงร่อง




ภาพบน ใช้ตะปูตอกตรงกลาง เพื่อให้สลัก กลับอยู่ตำแหน่งเดิม





ใส่มอเตอร์ เข้าโครง เหมือนเดิม




ใส่สกรู เหมือนเดิม 




สลักใส่หงาสยขึ้น เพราวะ่าต้องให้ตรงกับ ร่องพัดลม




ปิดสลักให้เหมือนเดิม แล้วเอา ตัวพัดลมกรงกระรอก ใส่เหมือนเดิมครับ 

หลังจากประกอบ กลับทดสอบเปิดพัดลม ก็สามารถใช้งานได้เหมือนเดิม หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ

วันที่ 19 กค 2566














 




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2566   
Last Update : 19 กรกฎาคม 2566 22:09:41 น.   
Counter : 516 Pageviews.  


เปลี่ยนลูกหมาก honda jazz ge 2009 ด้วยตัวเอง #EP2


วันเสาร์ ที่ 1 กค 66
หลังจากเปลี่ยนลูกหมาก ปีกนก ฝั่งขวา (ฝั่งคนขับ)​ มาเสาร์นี้ ก็ต้องไล่เปลี่ยนลูกหมากปีกนก ฝั่งซ้ายบ้าง เพราะว่า ก่อนหน้านั้น ผมตอกลูกหมากซ้ายไม่ออก เลยต้องใช้งานไปก่อน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mrter2012&month=21-06-2023&group=1&gblog=164

ด้านบน เป็น link ตอนถอดฝั่งขวา มาฝั่งซ้ายบ้างนะครับ ก็เลยถือโอกาส เปลี่ยนรายการดังนี้
1. เปลี่ยนลูกหมากกันโคลง ซ้าย และ ขวา
2. เปลี่ยนลูกหมากปลายแร็คตัวนอก ซ้ายและขวา
3. ลูกหมากปีกนก

ก่อนอื่นต้องเตรียมอะไหล่ ก็ได้สั่ง อะไหล่ไว้รอแล้วครับ



ส่วนลูกหมากต่างๆ ก็เลือก เอาเลยครับ นะครับ อย่าสั่งผิดรุ่น สั่งผิดปีหละครับ เพราะว่า มันจะใส่ด้วยกันไม่ได้ เพราะว่า ผมมีทั้ง  jazz gd ปี 2006 รุ่นแรก และ jazz ge รุ่นสอง ปี 2009




ราคาอะไหล่ ที่สั่ง มา ก็พันกว่า บาท  ยังไม่ได้รวมลูกหมากปีกนกที่สั่งมาก่อนหน้านั้น ประมาณ 900 บาท รวมทั้งหมดก็เบ็ดเสร็จอะไหล่ไม่เกิน 2 พัน บาท ครับ



ฝั่งคนขับ ก่อนหน้าเปลี่ยนลูกหมากปีกนก แล้ว ก็ไล่เปลี่ยน ลูกหมากกันโคลง และ ลูกหมากคันชักตัวนอก




ภาพบน ผมนับร่องเอาครับ นับได้  10 ร่องฟัน และ ขันน๊อตหลวมนิดครึ่งรอบ หากเปลี่ยนอะไหล่ ขันครึ่งรอบเข้าก็แน่นพอดี เพราะว่า ตัวนี้มีผลกับ พวกมาลัยและศูนย์ของรถ หากเปลี่ยนแล้ว หากศูนย์ผิดเพี้ยนก็ไปตั้งศูนย์ครับ
แถวบ้านผม ตั้งศูนย์หน้า ซ้าย ขวา ก็คิด 350 บาท ครับ




ภาพบน เป็นการเอาลูกหมากคันชักออก แนะนำใช้เครื่องมือ ผมจะไม่ตอก เพราะว่า รถจะได้ไม่ช้ำ ประมาณว่า ใช้ฆ็อนตี คงสะเทือนและอาจจะมีปัญหากับอุปกรณ์อื่นที่เราไม่รู้ ต่างจิตต่างใจนะครับ สมัยก่อนคงตอกด้วยฆ้อน
แต่สมัยนี้มีเครื่องมือใช้งาน ก็แนะนำว่าใช้เครื่องมือจะง่ายกว่าครับ




ใช้ประแจ เบอร์ 19,17 ก็ขันน๊อตตัวเล็ก หลวมๆ ครึ่งรอบ แล้ว ก็ ขันลูกหมากคันชัก ออกได้เลย และใส่ตัวใหม่เช้าไป แล้วขันน๊อตครึ่งรอบก็แน่น แล้วครับ เพราะว่าเราทำน๊อตหลวม ไว้ครึ่งรอบ



ก่อนเปลี่ยนอะไหล่ทุกครั้ง เทียบ ให้ตรงกับ ซ้ายและขวา ในตัวคันชัก ก็จะบอกข้างด้วย นะครับ




ใส่ตัวใหม่ขันน๊อตให้แน่น และใส่ ลวดล๊อก กันหลวม หรือ หลุด





เทคนิค เปลี่ยนลูกหมากกันโคลง คือ ขันน๊อตตัวใดตัวหนึ่งออกก่อน ให้เลือก ตัวน๊อตตัวที่ตรง จะได้ง่าย ขันออกให้ออกก่อน 1 ตัว หลังจากนั้น อีกตัว หากขันไม่ออก แนะนำให้ใช้ แม่แรง ยกปีกนก กันโครงก็จะขยับ และออกง่ายครับ
กันโครงต้องไม่บิดงอ หากใช้แม่รองยก ก็จะ ขันเข้า และ ขันออกง่ายครับ






เทียบอะไหล่ ก่อนเปลี่ยน ส่วนกันโคลง จะหน้าตาเหมือนกัน ซ้าย ขวา ใส่ด้วยกันได้ครับ




เทคนิด คือ ขันตัวตัวบน ก่อน แลัวจากนั้นใช้แม่แรง ยกปีกนก รูของเหล็กกันโคลง ก็จะขยับ ตรงกับ ลูกหมาก ก็ใส่แบบง่ายๆ และขันน๊อตครับ



ภาพบน แม่แรง ยกปีกนก ช่วยในการใส่กันโคลง จะได้ง่าย




ใช้ ประแจ หกเหลี่ยม ตอนใส่ก็ไม่จำเป็นครับ แต่ตอนขันออก ด้วยอายุใช้งานหลายปี จำเป็นต้องใช้ ไม่งั้นลูกหมากจะหมุนตามครับ







ก่อนจะเปลี่ยนลูกหมาก ปีกนก ให้เปลี่ยน กันโคลง และ ลูกหมากกันโคลง ก่อนนะครับ




ลูกหมากกันโคลง ด้านซ้าย ก็การเปลี่ยนเหมือนกัน ครับ ใช้แม่แรง ช่วยยก ให้ปลายโครงให้ตรงกันแล้วขันน๊อต ออกแบบง่าย ๆ



ภาพบน วงผิดนะครับ  ให้ดูรู ลูกหมากกันโคลง เอาอะไหล่ขันหลวมๆ ข้างบนก่อน




ใช้แม่แรง ช่วยยกปีกนก แล้วเอาลูกหมากกันโคลงใหม่ใส่ได้เลย ไม่ยากครับ หากใช้แม่แรง




ส่วนลูกหมากคันชัก ก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ ขันน๊อตหลวมๆ นิดหน่อย แล้ว หมุนลูกหมากคันชัก ออกมาได้เลย พอเปลี่ยนอะไหล่ใหม่เข้าไป ก็ขันให้แน่น ตามตำแหน่งเดิม เพราะว่าศูนย์จะได้ไม่เพื้อน มากครับ


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

มาคราวนี้ จะเปลี่ยนลูกหมากปีกนก แล้ว หลังจากที่ผมพยายาม ตอก ลูกหมากปีกนก ออกก้ไม่ยอม ออก เลยจำเป็นต้องถอด ทั้งปีกนก เลยครับ หลังจากถอดแล้ว ต้องบอกได้เลยว่า ครั้งต่อไป
หากจะเปลี่ยนลูกหมาก แนะนำว่า ถอดมาทั้ง ชุด ก็ง่ายดีเหมือนกันครับ เลือก เอาเลยว่า ถ้าตอกลูกหมากปีกนก ออกได้ ก็เปลี่ยนไม่ต้องยกคาน ออกก็ได้นะครับ เอาที่ชอบเลยครับ



ภาพบน คือใช้ฆ้อน ตอก ลูกหมากไม่ออก ผมเลยจำเป็นต้อง ถอดปีกนกล่าง ยกมาทั้งแพ เลยครับ หากใครจะเปลี่ยนปีกนก ยกแผง ก็ง่าย เลือกเอาตามสบายกระเป๋าเลยนะครับ เพราะว่ามีขายชุดปีกนก ยกชุดทั้งปีก เลยนะครับ


ภาพบน คือ ถอดน๊อต ยึด ออก จำนวน  4 ตัว ตำแหน่งน๊อต แต่ละตัว ความยาว และ สั้นจะไม่เหมือนกันนะครับ หลังจากถอด น๊อต วางตำแหน่งน๊อต ให้เหมือนตอนถอด ออกนะครับ ตอนใส่ จะได้ ใส่ให้ตรงตามตำแหน่ง





ภาพบน ยกแพ ปีกนก และ ทั้งชุดดุมล้อ จะได้เอาลูกหมาก ออก ง่ายๆ ครับ



ใช้เครื่องมือ อัดลูกหมาก ขันไม่กี่รอบ ก็ออกแล้ว เสียเวลา ตอกบน ปีกนก ตั้งนาน  พอ ถอดลงมา ทำงานได้ง่าย มากๆ




หลังจาก ลูกหมาก หลุดออกจาก ชุดดุมล้อ แล้ว สภาพ ไม่เคยเปลี่ยนมา 10 กว่าปี



หลังจากอัด ลูกหมากปีกนก ออกจาก ปีกนกล่างแล้ว ก็ทำความสะอาด และ เตรียม ลูกหมากตัวใหม่เข้าไปแทนครับ




เทียบอะไหล่ทุกครั้ง และ ใส่จาระบี เพิ่ม เพราะว่าซื้อให้จาระบี มาน้อยไป ทาจาระบีกันน้ำด้วยและเพิ่มการหล่อลื่นด้วยครับ




หลังจากอัดลูกหมาก ด้วยเครื่องมือ ก็อย่าลืมเอา ยางหุ้มใส่เข้าไปด้วยนะครับ เทคนิค หาเศษเหล็ก มาครอบลูกหมากจะได้ง่าย ถ้าไม่มี ก็ไปร้านรับซื้อของเก่า หรือร้านเหล็ก เศษท่อเหล็กมีเยอะ เอาลูกหมากอะไหล่
ไปเทียบแล้วซื้อติดบ้านไว้ครับ



หลังจากอัดลูกหมาก แล้ว ก็ทดสอบวางบน ดุมล้อ ขันน๊อต เพื่อทดสอบ ว่าไม่ติดปัญหาอะไร ก็ เตรียมยึด ปีกนกคืนครับ



ภาพบน คือ ขันน๊อตตัวหน้าก่อนนะครับ ส่วนน๊อตอีก 3 ตัวปีกนก ขันหลวมๆ ให้เข้าล๊อค เข้ารูให้เรียบร้อยกันทุกรู แล้วค่อยขันแน่น
(เฉพาะชุดปีกนก อย่าพึ่งประกอบพวกดุมล้อ นะครับ ยึดเฉพาะปีกนกก่อน)




หลังจากประกอบปีกนก แล้ว ก็มาคราวนี้เราก็จะใส่ ดุมล้อ เพลา แล้วเราก็จะเอา ดุมล้อ ยกใส่ปีกนกครับ แนะนำว่า อย่าพึ่งไปขัน ชุดลูกหมากคันชักนะครับ จะได้หมุนดุมล้อ ได้ง่าย ๆ





เทคนิค ในการใส่ ดุมล้อ พยายามหักคอ ดุม เพื่อจะได้ใส่น๊อต 2 ตัวขันกับโช๊คให้ตรง มันต้องหักคอ เพื่อจะได้ใส่ ปีกนกได้ ตรงนี้ ลองหามุม ดีๆ แล้วจะใส่ได้ทั้ง ลูกหมากปีกนก และ น๊อตยึด โช๊คครับ




หลังจากขันน๊อตโช๊ค แล้ว ขันน๊อตคันชัก ให้แน่น แล้วใส่หมุดเหล็กกันน๊อต หลุดเป็นอันเรียบร้อย





อย่าลืมขันน๊อต ยึดน๊อต เพลาด้วยนะครับ พอดีก่อนถอด ผมก็ต้องขันน๊อต ยึดเพลาหลวมๆ ก่อน แล้วค่อย ยกแม่แรงนะครับ (ตรายี่ห้อปิดไว้อยู่นะครับ หากจะง่ายถอดล้อ แล้ว ถอดฝาปิดดุมล้อออกก่อน)





เครื่องมือ ที่ผมใช้ แต่ไม่ได้ใช้หมดทุกตัวนะครับ ผมซื้อเก็บไว้เป็น set ทั้งประแจแหวน และประแจ และชุดบล็อก



เครื่องมือบ้านบน เป็นชุดใหญ่ เพราะว่าผมเปลี่ยนทั้ง กระบะ และ เก๋ง ที่ใช้งาน เลยจำเป็นต้องซื้อไว้ ครับ เปลี่ยนเองที่บ้าน ก็ต้องมีเครื่องมือช่วยครับ
หากไม่สะดวก ก็ไปร้านครับ แต่บอกตรงๆ ว่า ค่าเปลี่ยนช่วงล่าง บ้านเรา ราคา แพง เพราะว่า ค่าแรงครับ จริงๆ แล้ว อะไหล่ไม่ได้แพงครับ




ภาพบนเป็นชุด ที่เป็นเครื่องมือถอดลูกหมาก ก็ซื้อเป็น set ไว้ครับ ไม่ได้แพงอะไร สมัยนี้ ถูกกว่าที่สมัยผมซื้อครับ ใช้งานมามากกว่า 10 ปีแล้วครับ




อะไหล่ ทั้งหมดที่เปลี่ยนรวมๆ ก็ 2 พันกว่าบาท ไม่เกินนี้ แล้วแต่ยี่ห้อครับ
ส่วนค่าแรงในการเปลี่ยน ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

หวังว่า คงเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ

คราวหน้า คงต้องเปลี่ยนยางรองแท่นโช๊ค เพราะว่า ปัญหาของ jazz คือ ยางรองแท่นโช๊ค เสื่อมเร็วกว่าค่ายๆ อื่นๆ ครับ เพราะว่าผมใช้ almera ทุกวันตอนนี้ 2 แสนกิโลกว่าๆ ยางแท่นโช๊ค ยังไม่ยุบเท่า jazz ที่วิ่งแค่ แสนกว่ากิโล
เอาเป็นว่า รถแต่ละยี่ห้อ มีทั้งข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป ต้องบอกก่อนนะครับ ว่าผมใช้ ford fiesta 1.4 ปี 2010 และ jazz gd 2006 และ jazz ge 2009 รวมไปทั้ง nisssan almera 2011 สมัยนั้น ผมออกป้ายแดง
กัดฟันผ่อนรถ จนหมด ก็มีทั้งจ่ายช้า จ่ายไม่ตรงรอบ ก็ผ่านมาหมดแล้วครับ เหนื่อยครับ ก็เลย ซ่อมรถจน พังหนักๆ นั่นหละครับ ถึงจะมองหารถคันใหม่

ซ่อมเองเราก็จะประหยัดค่าแรง และได้ทำงานวันหยุด เป็นกิจกรรม วันหยุดครับ แต่หากใครไม่สะดวกซ่อมเอง ก็แนะนำว่า ดูราคาอะไหล่คร่าวๆ ไปสอบถามอู่พร้อมติตดั้ง หากค่าแรงไม่แรง รวมๆ ไม่แพง ก็เปลี่ยนอู่ครับ
แต่ถ้าราคาที่ผมเคยสอบถาม เปลี่ยนเหมือนผม ซ้ายขวา ก็ไม่ต่ำกว่า 5 พันบาทครับ  แต่ถ้าเปลี่ยนเหมือนผม แล้วคิดเงิน 3 พันไม่ถึง 4 พันก็แนะนำว่าเปลี่ยนเลยนะครับ
หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ นะครับ


















 




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2566   
Last Update : 2 กรกฎาคม 2566 12:23:56 น.   
Counter : 594 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

mrter2012
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





ผม..สนใจและศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ ,network, มือถือ ,ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถยนต์,เครื่องยนต์,กลไกต่างๆ เครื่องมือช่าง electronic

ว่างๆ ก็จะหาอ่าน ศึกษา หาทำงาน หาซ่อมเป็นงานอดิเรก ฯลฯ

ชอบลงมือทำเอง หากไม่เกิน หรือไม่คิดว่าเกินความสามารถก็จะลงมือทำเลยครับ
หากไม่มีอุปกรณ์ หรือเกินที่เราจะมีได้ ก็ศึกษา หาวิธีที่จะทำ จนสุดก่อน

หากคิดว่าไม่ได้ ทุกอย่างมันก็จะไม่ได้ครับ ดังนั้น เราต้องมั่นใจว่าทำได้ และลงมือเลยครับ

และอยากให้เพื่อนๆ ที่อ่านลงมือทำ อาจจะไม่เหมือนผม แต่อาจจะทำอย่างที่ตัวเองถนัด
แล้วมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเป็นความรู้ประสบการณ์ เป็นวิทยาทานให้กับคนอื่นๆ รุ่นต่อรุ่น

เพราะว่าช่างที่ทำงานจริงๆ คงไม่มาเขียน หรือบอกเล่าให้เราอ่าน ดังนั้น เพื่อนๆ ทำอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ก็เขียนได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพียงแค่ เสียเวลา และถ่ายภาพ
เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ที่จะทำตาม ....


ขอบคุณครับ สุดท้าย บทความต่างๆ ที่ผมเขียนคิดว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับใครบางคนที่ยังไม่รู้ .. ทุกคนไม่รู้ และไม่เก่งกันทุกคนครับ เอาที่ความถนัดมาเขียนบอกเล่ากันครับ... :)



New Comments
[Add mrter2012's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com