Do it yourself
 
 

ซ่อมลำโพง saag 2.1 ไฟติด เสียงไม่ออก

วันที่ 2 ตุลาคม 2565
เป็นวันหยุดอีกวัน และ แดดออก สลับกับ ฝนตก ทั้งวัน เหมือนจะหางพายุ โนรู ยังไม่จางหายไป ตู้ลำโพงยี่ห้อ saag ตัวนี้ อายุน่าจะร่วมมากกว่า 15 ปี เพราะว่าซื้อมานานนนน มาก จนลืม และ อาการก็เสียบางครั้ง ลำโพงไม่ดัง เสียงซ่า บ้าง ก็ซ่อมเรื่อยมา
พอดี วันนี้ก็อาการเสียงไม่ออก เช่นเดียว ก็ได้มีโอกาสได้ถ่ายภาพ ตอนซ่อม เผื่อเพื่อนๆ มีปัญหาเช่นเดียวกันจะได้แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง



ภาพบน เปิดฝาขึ้นมา อ่อ สาเหตุ จิ้งจก นอนพาดอุปกรณ์ภายใน ทำให้วงจร ช๊อต





ภาพบน หลังจากเปลี่ยนอุปกรณ์ ทั้งหมด และ ทดสอบเปิดก็เสียง ออกแล้ว

เรามาดูอุปกรณ์ และตัว ic ที่มีปัญหากันครับ






ภาพบน ตัวนี้ เป็น ic tda1554 ที่ควบคุมทั้งหมด จริงๆ แล้ว ไม่เสีย นะครับ แต่ผมตัดปัญหา คือเปลี่ยนใหม่เลย แต่ถ้าเพื่อนๆ  เจอตัวเสีย หรือ ic ที่เสียแล้ว ก็เปลี่ยนเฉพาะตัวเสียก็ได้ พอดีผมเปลี่ยนเพราะว่า จากประสบการณ์ที่เคยซ่อมมา
ก็เปลี่ยนตัว control เสียง ตัวนี้เลยครับ




บน เป็น ic อีก 2 ตัว control ic 4558 เสียงออก อีก 2 ลำโพง ก็เปลี่ยนซะ จริงๆ แล้ว ไม่เสียครับ แต่ผมก็เปลี่ยนเพราะว่าราคาไม่ได้แพงอะไร อีกอย่าง ไปร้านซื้ออะไหล่ ก็ซื้อมาให้ครบเลยครับ






ภาพบน หลังจากเปลี่ยน อะไหล่ ที่ซื้อมา เสียงก็เหมือนจะไม่ออก เพราะว่า ไล่ตรวจสอบ ตัวสำคัญๆ ไปแล้ว แต่ สุดท้าย ไล่ วงจรใหม่ ปรากฎว่า เจอตัว capa ตัวหนึ่งเล็กๆ ใกล้กับ ic หลัก มันแตก โอ้วววว
ตัวนี้ คือทำให้ระบบไม่ทำงาน เพราะว่ามันขาด แตก กระจายเลยทีเดียว



ภาพบน อะไหล่ที่บ้านรื้อๆ ดูก็ เอา capa 112k แทนตัว 104 โอร์ม เพราะว่า ทนกระแส แรงกว่าแน่นอน





ตัว capa ที่มองไม่ละเอียด ตัวปัญหาแค่ตัวนี้ ตัวเดียวเองครับ ขนาด 104 โอร์ม แต่เอาตัว 112k โอร์มแทนครับ




ภาพบน ตัว TDA1554Q ตัว ควบคุมเสียงต่างๆ ของบอร์ดเสียงเลยครับ




อะไหล่ที่สำคัญคือ ba4558


หลังจากเปลี่ยน capa ตัวปัญหาที่แตก ก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ

สรุป ได้ว่า ก่อนจะเปลี่ยน อะไหล่ แนะนำว่า ไล่ตรวจสอบอุปกรณ์โดยละเอียด บังเอิญ ผมไม่ค่อยละเอียดในการมองนั่นเอง เพราะว่า capa ตัวนี้ เล็ก และ อยู่ใกล้ๆ กับ c หลักก็เลยไม่สังเกต เห็น หากเปลี่ยน c 104 ก็น่าจะเสียงออกปกติ
แต่ด้วย ไปร้านอะไหล่ ก็เลยไล่เปลี่ยน ic หลัก ถือว่า เป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์หลัก เหมือน ยกเครื่องใหม่นั่นเองครับ

ราคาอะไหล่ จริงๆ หากเปลี่ยนเฉพาะตัว  c104  ตัวเดียวคงไม่ถึงบาทหรอกครับ แต่ผมเปลี่ยน ic หลักก็ หมด 100 บาท พอดีครับ ไม่รวมค่าน้ำมันนะครับ



หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยสำหรับ หากจะหาตัวเสียบน board sub ลำโพงฟังที่บ้านนะครับ










 




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2565   
Last Update : 2 ตุลาคม 2565 16:34:32 น.   
Counter : 266 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


แก้ปัญหาแอร์ samsung inverter ขึ้น error e1 01 พัดลม coil ร้อนไม่ทำงาน

วันที่ 26 กย 2565 (เขียนวันที่ 28)
พอดีเดินทางไป จ.ขอนแก่น พาแม่บ้านไปตรวจมะเร็ง ระยะ 3 เดือนไปตรวจ 1 ครั้ง โชคดีที่อาการมะเร็งตับแม่บ้าน ปกติดีหลังจากรักษาตัวมา 3-4 ปีแล้ว ร่างกายก็ปกติดี
หลังจากเดินทางไปที่ จ.ขอนแก่น ที่บ้านโทรมาบอกว่า แอร์ samsung ไม่เย็นขึ้น error code e1 01 ผมเลยแจ้งบอกว่า ให้ ปิด breaker ไฟฟ้า แล้วเปิดใหม่ อาการก็ไม่หาย ผมเลยบอกว่า ให้กลับจากขอนแก่นก่อน

วันที่ 28 กย. 2562 กลับมาที่บ้าน ฝนตกทั้งวัน สาเหตุ พายุเข้าครับ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการตรวจเช็ค ซ่อม แอร์ inverter ซึ่งซื้อมาติดตั้งไม่ครบ 5 ปีเลยครับ อาการก็พึ่งเกิดขึ้น
จากการตรวจสอบข้อมูล แจ้งว่า ic เสีย ผมก็ ตรวจสอบเบื้องต้นตาม youtube ก็ปกติดี

เราก็เริ่มตามขั้นตอนของผมดีกว่า
ตรวจสอบ series model : AR13NYDXAWKX



model samsung AR13NYDXAWKX




ใช้น้ำยาแอร์ R-32




ภาพบน หน้าตา แอร์ ที่ติดตั้ง ไม่ถึง 5 ปีเลยครับ




เช้ารุ่งขึ้น รีบถอด ตู้แอร์ ฝาบน และตรวจสอบความเรียบร้อยว่ามี อะไรบวม อะไรไหม้ โดยรวม หน้าตาดี เลย ถอดสายไฟ connect ต่างๆ ออกมาทั้งหมด มาตรวจสอบข้างนอกตู้ครับ





ภาพบน ส่วนนี้สำคัญมากคือ line ไฟฟ้า กับ newtron อย่างในภาพ ต้องวัดไฟฟ้า ว่า ไฟฟ้ามามั้ย ให้ทำการ เปิด breakert แล้วเอาไขควงวัดไฟดู ถ้าไฟมาี่สายน้ำตาล ก็หมายความว่า ไฟฟ้ามาที่ board แล้ว แต่ถ้าไฟฟ้าไม่มี
ให้ตรวจสอบ breaker ไล่สายไฟครับ ว่า สายขาด หรือ มีปัญหาตรงส่วนไหน เดี๋ยวจะหลงทางว่า ไฟไม่เข้า board แล้วไปตรวจ board ทั้งๆ ที่ไฟ 220v ไม่มานะครับ อันนี้ไล่ตรวจสอบก่อนเลย




ภาพบน ส่วนนี้ จะเห็น diagram ทั้งหมด ในการทำงาน ให้ฝึกอ่าน และ ตรวจสอบ ว่า diagram นั้น ตรงกับ board ตรงส่วนไหน อยากวัดตรงส่วนต่างๆ เช่น motor หรือ ไฟเข้า board inverter ก็ไล่จาก diagram ตรงฝา ที่ บริษัท พิมพ์มาให้ครับ





ภาพบน คือ board control inverter ควบคุมทุกอย่างครับ ไมว่าจะให้ มอเตอร์หมุนทำงาน วัดอุณภูมิ ภายนอก จะมี sensor ตรงหลังแผงแอร์ ด้านหลัง แสดงตอนที่ ลมร้อนเป่าตรง sensor ก็จะแสดงบน จอภายในห้อง ถ้าเห็นหมายเลข
แสดงอุณภูมิภายในอก ก็หมายความว่า board inverter ยังทำงาน และดู สัญลักษณ์ไฟฟ้า ควบคู่ไปด้วยครับ




ภาพบน ภาพบน คือ สาย control ให้มอเตอร์ ทำงาน ไล่สายนี้ดูครับ ว่า โดนหนูกัดสายไฟ หรือไม่ เพราะว่า หากพัดลมไม่ทำงาน หรือวัดไฟตรงส่วนนี้ ไฟออก แต่ มอเตอร์ไม่ทำงาน ก็เปลี่ยน motor ครับ แต่ของผมไล่ตรวจสอบ
แล้ว มอเตอร์ ปกติ ไฟฟ้าออก ปกติ เลยผ่านขั้นตอนนี้ไปได้เลย




ตรวจสอบแล้ว เห็นไข่จิ้งจก ผมชัก ไม่มั้นใจแล้วว่า board จะช๊อต หรือไม่ เลยต้อง ยกแผง ออกมาตรวจสอบภายนอก ไล่เช็ด ทำความสะอาดทั้งกล่อง และ แผงวงจร อย่าให้มีรอยคราบสกปรก ติดที่แผง board





ภาพบน ถอดออกมาทำงความสะอาด ตรวจสอบร่องร่อยต่างๆ ว่ามีส่วนไหน ดำ ไหม้ แต่ผมไล่ตรวจสอบเบื้องต้น board ไม่ดำ ไม่ช๊อต ก็คิดว่า ไม่น่าจะเสีย เดี๋ยวค่อยไล่ ไฟ ตั้งแต่ board power





ภาพบน หลังจากเอา board power มาทำความสะอาด ตรวจสอบ เบื้องต้น ก็ดูดี ไม่มีส่วน ic ไหน บวม หรือ ไหม้ เหมือนจะปกติ





ภาพบน หลังจาก ประกอบใหม่ อีกครั้ง ให้ดำเนินการต่อ ส่วนต่างๆ ยกเว้น สายไฟไป motor เพราะ อยากดูว่า หากมีอะไรลัดวงจร ก็จะได้ทราบ ให้ทำการ สับ cut out ไฟ แลตรวจสอบสถาะไฟว่า มีไฟสีแดง เข้ามาหรือไม่
ถ้าหลอดไฟสีแดง มาก็หมายความว่า ระบบไฟฟ้า มาแล้ว ซึ่ง board power ก็ทำงานได้ปกติ ได้ปล่อยไฟฟ้ามาแล้ว นั่นเอง





ภาพบน ให้สังเกตุ ไฟสีเขียวที่ board power หากไม่มีไฟสีเขียว ก็แสดงว่า power board พัง หรือเสียหายครับ แต่ผมตรวจสอบเบื้องต้น ไฟเขียวกระพริบที่ board ก็หมายความว่า ไฟฟ้ามาทำงานแล้ว
และไล่ตรวจสอบไฟ ที่ inverter board ว่าไฟสีแดงติด และ รอไฟเขียวกระพริบ หากไฟเขียวกระพริบ ก็แสดงว่า board ทำงาน mode ปกติ ตาม diagram สัญลักษณ์ไฟ ที่บอกให้ สติกเกอร์จาก บริษัทที่เขียนมาให้




ภาพบน หลังจาก ตรวจสอบไฟฟ้าเข้า power board และ board  inverter แล้วไฟปกติ ผมก็ ทำการ cut out ไฟฟ้าก่อน และ ต่อสาย motor เพื่อดูว่า พัดลมจะทำงานหรือไม่ ถ้าพัดลมไม่ทำงาน นั่นคือ มอเตอร์เสีย
แต่ หลังจากที่ สับ cut out ไฟฟ้า ลง และรอดู 5 นาที พัดลม ไฟฟ้า ทำงานแล้วครับ ...​​YES

อ่อ สำคัญอีกอย่าง คือ ทำการ reset board โดยการ กดปุ่ม power ที่ remote ค้างไว้ 2-3 วินาที เพื่อทำการ reset เพราะว่า ใน สติกเกอร์ บอกไว้ว่า จะ reset ให้กด power ค้างไว้





ภาพบน แสดงไฟฟ้ามาที่ board inverter แล้ว



ภาพบน สีแดงติด ส่วนสีเขียว กระพริบ แสดงถึง การทำงานปรกติ แล้วครับ





ภาพบน ส่วนนี้สำคัญมาก หากมีไฟฟ้ากระพริบ ตามด้านบน ก็หมายความว่า ให้ไล่ อาการเสีย ตามระบบ ได้เลย ง่ายต่อการซ่อมบำรุง และ ตรวจสอบเบื้องต้นครับ ไม่ต้องคลำอาการเสีย ให้เสียเวลานะครับ
แต่ถ้าไฟฟ้า ไม่มีที่ inverter ก็ไล่ board power เพราะว่า board power สำคัญที่สุด หรือ board power ไม่ทำงาน .. board inverter ก็ย่อม control ส่วนต่างๆ ไม่ได้เช่นเดียวกันครับ







หลังจากนั้น ก็ประกอบ กลับเหมือนเดิม ใส่ สายต่างๆ ให้ถูกตำแหน่ง ให้ถูกที่ และทดสอบ เปิดแอร์ ใหม่ อีกครั้ง หลังจากประกอบเสร็จ
เป็นอันว่า หลังจากการตรวจเช็คเบื้องต้น แอร์ ก็กลับมาทำงาน ได้ปกติ อีกครั้ง ไม่มี error code e1 01 แล้วครับ

สาเหตุ ที่เกิดจาก error e1 01 ที่ผมวิเคราะห์ ไม่สามารถเปิดแอร์ แล้วทำงานได้ปกติคือ

- ระบบ board control inverter อาจจะรวน เพราะว่า เปิดไฟฟ้า ไว้ตลอดเวลา เพราะว่า ไม่ได้ เอา cut out ลง จึงทำให้ไฟฟ้าเข้า board ตลอดเวลา นี่เปิดมาร่วม 3-4 ปี ไม่เคย เอา cutout ลงเลยหลังการใช้งาน
แนะนำหากทำการปิด แอร์แล้ว ให้ทำการ สับ cut out ลงป้องกัน ไฟฟ้าที่จะวิ่งเข้า board power หากมี ไฟฟ้าลัดวงจรที่บ้านนะครับ
- board power ไล่ตรวจสอบ ขา ic power ผมไม่ได้ถ่ายไว้ เปิด data sheet และ ไล่เช็คอาการ ของ ic 4 ขา และ ic 3 ขา ที่อยู่บน board power ก็วัดได้ไม่มีปัญหา เพราะว่า ผมเปิด data sheet และตรวจสอบวัด มิเตอร์ เบื้องต้น
ก็ไม่มีช๊อต ไม่มีขาด

สรุป

- board power ทำงานได้ปกติ มีไฟ สีเขียวกระพริบที่ board
- board inverter ตัวเล็ก มีสัญลักษณ์ไฟเข้า นั่นก็หมายความว่า ทั้ง board inverter และ board power ทำงานปกติ แต่ถ้า ไม่ปกติ จะไม่มีไฟฟ้ามา ก็ไล่ตรวจสอบ power ถ้าเสีย ก็ไล่ซ่อม หรือเปลี่ยนเฉพาะ board power ก็ได้
แต่ถ้าซ่อมได้ ก็เปลี่ยน ic ตามอาการเสียของ board power ทั่วไป
- board inverter แสดงสถานะไฟฟ้า ทำงานปกติ นั่นหมายถึง board ปกติ (ถอดสายมอเตอร์ออกก่อน) หลังจากนั้น ทดสอบเอาสายมอเตอร์เข้าอีกครั้ง ถ้ามอเตอร์ไม่หมุน ก็เปลี่ยนมอเตอร์พัดลมครับ
- reset board โดยการกด ปุ่ม power ที่ remote control ค้างไว้ ตอนเปิดแอร์ ค้างไว้ 2-3 วินาที โดยปกติแล้ว เราจะเปิดแอร์ กดครั้งเดียว ไม่เกิน 1 วินาที แต่ถ้าจะ reset ก็ กด power ค้างไว้จะมีเสียง ปี๊บ เราก็ยังคงกดค้างไว้ก่อน 3-4 วินาที หลังจากนั้นค่อยปล่อย power ครับ

หลังจาก ตรวจสอบอาการเบื้องต้น ทุกอย่างแล้ว ระบบก็กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม พัดลมหมุนแล้ว และ ไม่ขึ้น error e1 01 ครับ

จากการสังเกต

ทั้งตู้เย็น แอร์ หากใช้ระบบ inverter หากผ่านพ้น 3-4 ปี มีปัญหา หรือ พังเร็วกว่า ระบบเก่าจริงๆ ครับ
ตู้เย็น toshiba ซื้อมาใช้งานได้ไม่ถึง 3 ปี board inverter มีปัญหา ก็ต้องซื้อ board control ใหม่ แต่ถ้าซ่อมได้ ก็ต้องไล่ ตรวจสอบ เอา อันนี้ ผมยังไม่ได้เขียน blog ครับ เอาไว้ซ่อมก่อนนะครับ เพระาว่า ระบบมันเย็นอยู่ แต่พัดลมไม่ทำงาน
อาการน้ำแข็งเกาะ ซึ่งผมจะไว้เขียนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้ทราบครับ สู้ตู้เย็นระบบเดิมๆ ใช้งาน 10-15 ปี ไม่ได้เลย ไม่เคยซ่อม ถึงซ่อมเปลี่ยนอะไหล ก็หลักร้อยบาท
แอร์ samsung  ซื้อมาใช้งานได้ไม่ถึง 3 ปี มีปัญหา แต่ก็แก้ไขได้ แต่ถ้าไม่ได้ คงซื้อ board ใหม่ ก็หลายพัน หากตัว control ก็​ไม่ถึงพันบาท ผมใช้ air ระบบเก่า ทั้ง samsung,mitsu ตอนนี้ใช้ร่วมเกิน 15 ปีขึ้นทั้งนั้น ทำงานได้ปกติ เลยครับ ต่อไปหากจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เลี่ยงได้เลย พวก inverter เนียะ ประหยัดไฟ แต่ไม่ประหยัดเงินตอนซ่อมนะครับ




หวังว่าบทความนี้ อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้ samsung inverter ไม่มากก็น้อยนะครับ













 




 

Create Date : 28 กันยายน 2565   
Last Update : 29 กันยายน 2565 0:27:23 น.   
Counter : 406 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ซ่อมตู้เย็น toshiba อาการน้ำแข็งเกาะ ตู้ล่างไม่เย็น ตู้บนไม่เย็น


วันที่ 24 กย 2565 
ตู้เย็น  toshiba อายุประมาณ 15 ปี ตั้งแต่ซื้อมาไม่เคยซ่อม ไม่เคย งอแง เย็นฉ่ำ ส่วนช่องบน แช่แข็งนี่ ไม่ต้องพูดถึง ทำน้ำแข็งได้สบายๆ เลย พอมาได้  2-3 วัต สังเกตุได้ว่า ช่องแช่น้ำแข็ง น้ำแข็งละลาย ไม่เป็นน้ำแข็ง
และ ผิดปกติ เหมือนน้ำเย็นๆ ที่เคยดืม ไม่ค่อยเย็นเฉียบเหมือนแต่ก่อน ก็เลย ลองปรับ เทอร์โมระดับ ความเย็นขึ้นอีกเป็นหมายเลข 2 จริงๆ ผมปรับระดับ เลข 1 ก็เย็นจนน้ำเป็นน้ำแข็งเลยทีเดียวครับ

พอได้วันหยุด ก็เลยทำการรื้อ เพื่อตรวจสอบ ปรากฎว่า น้ำแข็งเกาะเต็มแผง คอยล์เย็นเลยครับ











ภาพบน ถอดฝาช่องบน แกะพลาสติกที่ปิดรูน๊อต ไว้ก่อน แล้วค่อยใช้ไขควงแฉกในการเอาน๊อตออก หลังจากนั้น ก็ถอดฝาครอบออกได้เลย






ภาพบน น๊อตทุกตัวเก็บไว้ในถาดอย่าให้หล่นหาย  รวมๆ กันไว้ จะได้ขันใส่เหมือนเดิม จะได้ครบ





หลังจากถอดน๊อต ออกแล้ว น้ำแข็งมันเกาะแน่น มากเลยจำเป็นต้องเอา ตัวเป่าลมร้อน มาค่อยๆ เป่า ให้แกะฝาหลังออกมาให้ได้







ภาพบน หลังจากถอดฝาครอบ แล้วจะเจอฝาชั้นใน อีกชั้น ที่ปิดคอยล์เย็น หรือตัวทำความเย็นด้านหลัง ตัวนี้ ก็ต้องเป่าลมร้อน เพื่อเร่งให้น้ำแข็งละลายได้เร็วซักหน่อย







ภาพบน หลังจากน้ำแข็งพอทำให้ ฝาครอบชั้นใน เปิดได้แล้ว ใช้ลมร้อนเป่าละลายน้ำแข็ง หรือหาพัดลมช่วยเป่าเร่ง ละลายน้ำแข็ง เพราะว่า ผมไม่มีเวลามานั่งรอให้ละลายน้ำแข็งก็เลยต้องเร่ง ให้น้ำแข็งละลายเร็ว







ภาพบน สภาพน้ำแข็งเกาะไม่ยอมละลาย







ภาพบน ทั้งด้านซ้าย และขวา เต็มไปด้วยน้ำแข็ง







ภาพบน ค่อยๆ เป่าลมร้อน เรื่อยๆ จนหมดนะครับ 







ภาพบน ระหว่างนั้น ก็ค่อย ๆ ใช้มิเตอร์ ไล่วัด อุปกรณ์ ว่า ขาด หรือใช้งานได้หรือไม่ เช่น ภาพบนคือ เทอร์โมฟิวส์ เอาไว้ตัดการทำงาน หากระบบร้อนจนเกินไป ตรวจโดยใช้มิเตอร์ ตั้ง Rx1 แล้ววัด หากเข็มกระดิก หรือขึ้น ก็ถือว่าไม่เสีย








ภาพบน หลังจากวัดเทอโมฟิวส์ ก็ไล่วัด ตัว  เทอร์โมสตัท จะวัดตามสายไฟ หรือ จะถอดออกมาวัด ก็ได้






ภาพบน การถอดก็ง่ายๆ งัดออกมาตรงๆ เพราะว่ามีสลัก ด้านซ้าย ขวา ก็งัดเล็กน้อย ก็หลุดแล้วครับ 






ภาพบน ตัว เทอโมฟิวส์ และ เทอร์โมสตัท จะวัดที่ปลายสายไฟไม่ต้องถอดก็ได้ หรือจะถอดออกมา เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ก็ไม่ได้ยากอะไร เอาที่สะดวกเลยครับ 





สวิทซ์ ด้านบนตัวนี้ คือตัวปรับ ความเย็น ก็เอามิเตอร์ วัดเช่นเดิม ตั้ง  Rx1 แล้ว วัดหากเข็มกระดิก ก็ถือว่าใช้งานได้ ปกติครับ 





การถอดเข้า หรือประกอบ ให้ใส่ได้เหมือนเดิมนะครับ จะมีร่องต่างๆ ก็วางให้เหมือนเดิม






ภาพบน สวิทย์ ขาทั้ง 2 ข้าง ก็ ใส่เหมือนเดิม พยายามๆ ใส่ไม่สลับกัน ถึงสลับก็ทำงานได้ แต่เลือกที่จะใส่ให้เหมือนเดิมมากที่สุดนะครับ 


ภาพบน อุปกรณ์ตัวนี้ ผมวัด ขณะที่มันเย็นเข็ม ก็ไม่ขยับ อีกอย่างมีน้ำเข้าภายในเล็กน้อย อีกอย่างตัวนี้ ค่อนข้างจะเสียบ่อยๆ หากติดปัญหาเรื่องน้ำแข็งเกาะแผง ตัวนี้ ค่อนข้างจะเสียก่อนเลย
ผมก็เลือกที่จะถอดออกมาแล้ว เปลี่ยนอันดับแรกเลยครับ 




ภาพบน ส่วนตัวปัญหาที่จะเสีย ต่อมาคือ ตัว timmer ตัวนี้ ก็เช่นเดียวกัน ทำงาน ร่วม 15 ปี ตัวนี้ทำงานตลอดเวลา คือ ควบคุมการทำงานต่างๆ ในระบบทั้งหมด ปล่อยไฟในการทำงานของส่วนตัวๆ 
ซึ่งนี้ หากเสีย และ ทำงานอยู่ใน mode ไหน ก็​อาจจะทำงาน ค้างตลอดเวลา ไม่ยอมตัด นั่นเอง  ส่วนการวัด ตัวนี้ อาจจะหาได้จาก google มีคนทำไว้อยู่นะครับ หรือ จะอ่านจากวงจร ด้านล่างสุด ว่า หลักการทำงาน
ของ timmer นั้นจะทำตัวเหมือน switch เปิด ปิด ตัด ต่อ ไฟตามเวลาของตัว timmer ของแต่ละรุ่น




ภาพบน กล่อง timmer จะอยู่ด้านหลังของตู้เย็น ก็ใช้ ไขควง 5 ดาว ในการขันออกครับ จำเป็นต้องมีชุดไขควง 5 แฉกและมีรูตรงกลางของร่องไขควง 5 แฉกด้วยนะครับ 




ภาพบน ตรวจสอบ การทำงานของ timmer แล้วปกติ ก็ประกอบกลับเหมือนเดิม แนะนำ เอาสีเมจิก mark ตรงส่วนตัวปรับ หากทำงานปกติ สีที่ทำ mark ไว้ ก็จะหมุน เราจะได้รู้ว่า timmer นั้นหมุนขยับ เราก็รู้แล้วว่าไม่เสียนั่นเอง




ภาพบน หลังจากไล่ระบบ ตรวจสอบอะไหล่ ที่เสีย ซึ่งตัวที่คิดว่า เสีย วัดแล้วมิเตอร์ไม่ขึ้น และ สถานะเย็นเข็มก็ไม่ทำงาน ก็คิดว่า ตัว bimental ตัวนี้น่าจะเสีย ไปร้านไพศาล แถวๆในเมือง ก็ได้มาตัวละ 50 บาทครับ 
ใส่ของ panasonic ก็ได้นะครับ spec เดียวกัน 




หลังจากซื้อตัวใหม่และตัวเก่า มาเทียบกัน ก็จะเห็นมีรอยน้ำ ภายในหลอดสูญญากาศ  ก็คิดว่า มันอาจจะมีความชื้น และการทำงานอาจจะผิดพลาด 




หลังจากผมใช้พัดลมเป่าละลายน้ำแข็ง แล้วก็ประกอบ ไบร์เมนทอล กลับเหมือนเดิม





สายไฟชุด ไบเมนทอล ก็จะมาพร้อมสลัก ก็ใส่เข้ากับตัวเดิมได้เลย ไม่ต้องตัดต่อ




ภาพบน ตัวทำความร้อน เอามิเตอร์วัด โดยไล่สายไฟเอาครับ ไม่ต้องถอดมาเพื่อวัด เพราะว่า ไล่สายไฟจากวงจร ได้เลยครับ หรือไล่ๆ สายๆไฟแล้วเอามิเตอร์วัด หากเข็มไม่กระดิก คือ เสีย แต่ผมวัดแล้ว เข็มกระดิก คือ ทำงานได้ปกติ




หลังจากนั้นทำความสะอาด ประกอบกลับเหมือนเดิม




ด้วยความสงสัย หลักการทำงานของ ไบล์เมนทอน ก็ทำการถอดรื้อ ตรวจสอบดูก็หลักการเหมือนเป็น สวิทย์ไฟฟ้านั้นเอง




ภาพบน ภายในกล่องจะมีขั้วไฟฟ้า และ แกนสวิทซ์ ซึ่งจะมีแผ่นไดเมนทอล ทำหน้าที่ โค้งงอ เพื่อกด switch ไฟก็จะวิ่งจากซ้ายไป หรือเป็นสะพานไฟ พออากาศอุณภูมิปกติ แผ่นไบเมนทอน ก็จะตรง ไม่งอ ทำให้ switch ไฟไม่ทำงานนั่นเอง




ภาพบน ดูๆ เหมือน สวิทซ์ไฟฟ้าทั่วไป 




ภาพบน เป็นฝาผิด สีม่วงคือแกน กดสวิทซ์ 




ภาพบน หากเอาแผ่น ไดเมนทอล วางไว้ด้านบน และเอาไปแปะเพื่อให้ได้ความเย็น ตัวแผ่นก็จะงอ แล้วไปกด แกนสีม่วง ส่งผลให้ สวิทซ์ทำงานนั้นเอง




ภาพบน ประกอบแล้วก็จะหน้าตาประมาณนี้ แล้วก็จะมี ตัวปิดอีกชั้น เพื่อรับความเย็น พอมองเห็นภาพการทำงานของ ไบเมนทอล เพื่อจะได้รู้แนวทางแก้ไข ปัญหาในอนาคต และเข้าใจหลักการทำงานของตู้เย็นครับ






ภาพบน เป็นแผงวงจร การทำงานตู้เย็น สำคัญๆ คือ ตัว timmer หากตัวตั้งเวลาทำงาน ผิดปกติ ทุกอย่างก็ทำงานไม่เป็นไปตามระบบ ที่ตั้งไว้ เช่น 
หาก timmer ไม่หมุนระบบก็ทำงานตลอดเวลา อย่างเช่น ระบบทำงานจนน้ำแข็งเกาะ คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา ไม่ตัด อันนี้ก็มีส่วนได้เช่นกันครับ

แต่ผมถอด  timmer มาวัดตามภาพแผงวงจร วัด 1,2,3,4 ตามแผงวงจร โดยใช้ไขควงแบน หมุนตัว timmer ก็ถือว่า ทำงานได้ปกติ ก็เลยไม่เปลี่ยนอะไหล่ตัวนี้ 
หากผมเปลี่ยน ไดเมนทอล แล้ว ระบบทำงานยังเป็นน้ำแข็งเหมือน ตัวต่อไป ก็ต้องเปลี่ยนคือ ตัว timmer 

และ อีกอย่าง ตัว timmer ผมเอาสีเมจิก ทำ marker ไว้ หากสีที่ผมทำ mark ไว้ แล้ว ไม่ขยับ ก็หมายความว่า ตัว timmer มันเสีย มันไม่เหมุน หรือ คอยล์ภายในอาจจะเสีย ยังงัยค่อยมาเล่าให้ฟังครับ
ว่าหลังจากเปลี่ยนแล้ว หากเปิดทิ้งไว้ ซัก 2-3 วันแล้วระบบกลับมานำ้แข็งเกาะ แล้วจะมาแจ้งให้เพื่อนๆ รู้แนวทางแก้ไขต่อไปครับ


หวังว่า บทความนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ 

# มาเล่า วันที่ 10 ตุลาคม 65
หลังจากเปลี่ยนอะไหล่ ผ่านมา 2 อาทิตย์ ก็จบปัญหา ตู้เย็นกลับมารเย็นนนนน น้ำแข็งช่องแช่แข็งปกติ ระบบละลายน้ำแข็งทำงานได้ปกติ เหมือนใหม่ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ นะครับ


















 




 

Create Date : 24 กันยายน 2565   
Last Update : 10 ตุลาคม 2565 21:12:26 น.   
Counter : 165 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


เปลี่ยน board จีน เครื่องซักผ้า toshiba aw-1190st แก้ปัญหา error e1

อ้างถึงกระทู้ แก้เครื่องซักผ้า Toshiba ขึ้น Error E1
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mrter2012&date=03-07-2022&group=3&gblog=28


วันที่ 18 กค 65 เวลา เย็นๆ หลังเลิกงาน 

ตั้งแต่ ใช้เครื่องซักผ้ามาน่าจะร่วม 10 ปีขึ้น มาคราวนี้ อาการหนัก เริ่มตั้งแต่ board เริ่ม รวนๆ ได้ถอด board มาซ่อม มาแงะ มาเช็ค ระบบทุกอย่างผ่าน หมายถึง อุปกรณ์ภายนอก เช่น มอเตอร์เดรนน้ำ มอเตอร์ปั่น ระบบ pressor switch
อุปกรณ์ได้เปลี่ยนหมดแล้ว 

อาการก่อนที่จะหันมาใช้ board จีน ก็คือ
1. board เดิมๆ เปิดติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ตรวจสอบ relay ก็ทำงานได้ปกติ แต่คิดว่าตัว ic ซึ่งผมเอง ก็ไม่อยากจะเสียเวลาเปลี่ยน เพราะว่า เบอร์ ไม่มีใน ตัว ic คิดว่าทางผู้ผลิตตั้งใจลบ ไม่ให้ทำการเปลี่ยนอะไหล่
2. เครื่องไม่สามารถ ปั่นแห้งได้ ขึ้น Error E1 แต่มอเตอร์เดรนน้ำทิ้งทำงาน และ เปลี่ยน เพรสเซอร์น้ำ แล้ว ตรวจสอบสปริงด้านล่างไม่หัก ( แต่ผมจะถอดละเอียดอีกครั้ง ช่วงวันหยุด)
3. บางครััง board ขึ้น error E9-5  หลังๆมา บอร์ดเริ่ม รวนๆ 

ตัดสินใจเปลี่ยน board จีน ราคา 320 บาท ให้จบปัญหาในการใช้งาน คิดว่าระบบ ปั่นแห้งน่าจะทำงานได้ 




ภาพบน pressor น้ำ วัดแรงดันน้ำ ก็เปลี่ยนใหม่แล้ว ตัวเก่า ก็ทำงานได้ปกติดี ถ้าใครตรวจสอบแล้ว ทำงานปกติดี ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ก็ได้ แต่ผม ซ่อมก็เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่หมด จะได้ตัดปัญหา หากติด error 





สายพาน ผมก็เปลี่ยนใหม่ เพราะว่า อายุใช้งานก็นานพอสมควร 10 กว่าปี




c หรือ capa ผมก็เปลี่ยนใหม่ จริงๆ แล้วตัวเก่าก็ใช้งานได้แหละ เปลี่ยนใหม่เลยครับ ตัวหลักสิบกว่าบาท




ตัวมอเตอร์ เดรนน้ำตัวนี้ สำคัญเลย ตัวเก่า ก็ใช้งานได้ ตัดปัญหา โดยการเปลี่บนใหม่ หลักร้อยครับ




ภาพบน เรามาดูที่ บอร์ด ปัญหาที่เจอคือ ตัว relay ทำงานบ้างบางครั้ง แต่จริงๆ มันใช้งานได้ แต่ตัวสั่งการคือ ic มันไม่สั่งให้ทำงาน นี่คือสาเหตุ ที่ต้องเปลี่ยนบอร์ดจีน มาใช้งาน ครับ



ตรวจสอบด้านหลังของ บอร์ด ไล่ไฟ ก็มานะครับ อันนี้ หากเช็คไม่เป็น ก็แนะนำว่า เปลี่ยน บอร์ดจีนเลยครับ




ฝา relay เอาไว้เทียบหากจะไปซื้อมาเปลี่ยนใหม่ แต่ตัวเก่า ถอดยากมาก แนะนำว่า ต้องต่อสายไฟ มาข้างนอกบอร์ดแทนนะครับ




ภาพบน ผมเปิดให้เห็นการทำงานของ relay หากมีไฟเข้า ตัวขดลวดก็จะทำงานเป็นเหมือนแม่เหล็ก ก็จะทำให้ เหล็กติดกับขั้ว ก็จะทำให้กระแสไฟฟ้า ไหลผ่าน ตรงนี้ ทำงานปกตดี แต่บางครั้งไม่ทำงาน ก็เพราะว่า ic control ไม่ทำงานนั้นเองครับ






ภาพบน จะเห็นขดลวด เล็กๆ นั่นคือ เอาไว้ทำเป็นสนามแม่เหล็ก



ภาพบน หากสังเกตุ จะเห็น เหล็กแนบชิดกับเหล็ก คือมันเป็นแม่เหล็ก ทำงานแล้ว .... แต่ หลังจากใช้งานไป อีกวัน ตัว relay ก็บางครั้งก็จะไม่ทำงานครับ อันนี้ เลยหันมาเปลี่ยน บอร์ดจีน น่าจะ work กว่า 



อุปกรณ์ ยังไม่ต่อสายไฟไปยัง motor หรือ อุปกรณ์ส่วนควบ อื่นๆ เอาแค่ line และ นิวตรอน ไฟฟ้าบ้านต่อเข้า ลองเปิด ปิด ก็ติดบางครั้ง และ ไม่ติดในบางครั้ง นี่คือ อาการ บอร์ดเริ่มจะเสียแล้วหละครับ










ปัญหาอย่างหนึ่งของ error ก็จะเป็นตัว กันฝาเปิด หรือ บางครั้งก็จำเป็นต้องตรวจสอบตัวนี้ด้วยนะครับ แต่ผมต่อตรง แผงวงจร บางครั้ง ก็ error เช่นเดียวกัน  (อาการบอร์ดเริ่มรวนๆ )
























ตัดสินใจ เอาบอร์ดจีน มาทำงาน แทนบอร์ดเดิม เพราะว่าตัวเก่า หากจะซื้อหลักพันบาทครับ บอร์ดจีน ราคาหลักร้อย ทำงานได้เหมือนกัน








ทดสอบ เอา line ,นิวตรอน สายไฟบ้าน ต่อเข้า บอร์ดก่อน แล้วค่อยๆ ไล่สายไฟ ส่วนควบเช่น สายมอเตอร์ , มอเตอร์เดรนน้ำ, วาล์วน้ำ , เพรสเซอร์น้ำ 


ภาพบน คือ ต่อสาย ไฟ บ้าน line , นิวตรอน บน ล่าง  ตาม diagram ข้างกล่อง




ภาพสายแต่ละสี แต่ละเส้น ไม่จำเป็นต้องต่อแบบผมนะ ครับ ต้องไล่สายไฟ เองหากเครื่องคนละยี่ห้อ




จะสังเกต จาก diagram อ่านได้ว่า
สาย groud ของแต่ละอุปกรณ์ จะใช้เส้นเดียวกัน ซึ่ง เครื่องซักผ้า ที่บ้าน toshiba จะเป็นสีเทา อันที่ 2 นับจากด้านล่าง
เส้นที่ 1 ด้านบน ก็จะเป็น line ไฟ 
เส้นที่ 2-3 ก็จะเป็นมอเตอร์ ซึ่งต่อมาจาก capa จะมี 2 เส้น ลำดับที่ 2,3 นั่นเอง หากตอน ทำงาน ขณะปั่นห้อง สามารถสลับกันได้ หากถังไม่หมุน ก็เพียงสลับตำแหน่ง 2-3 นี้เทานั้นเอง
เส้นที่ 4 จะเป็นสายจากวาล์ว น้ำ ซึ่ง toshiba จะมี 2 ตัว เราก็เอาสาย 2 เส้นมาจากวาล์วน้ำ รวมกันครับ มันก็จะทำงานพร้อมกันเลย ง่ายๆ แบบนี้ 
เส้นที่ 5 เป็นเส้นจากมอเตอร์ น้ำทิ้ง อันนี้ ก็มาต่อเลย 

เรีบบร้อยแล้วฝั่งด้านซ้ายมือ

ส่วนฝั่งขวามือ 
ตัวเดิม จะมี สายจาก เพรสเซอร์ 2 เส้น แต่อุปกรณ์จีนต้องการ 3 เส้น และมีแถมตัวเพรซเซอร์ จำนวน 3 ขามาให้ เราก็เปลี่ยนเพรสเซอร์ ของจีนใส่เข้าไป และต่อไฟเพิ่มอีก 1 เส้นครับ ก็ครบ 3 เส้น
เรียบลำดับสีให้ถูกต้อง เส้นที่ 1 จากเพรสเซอร์ ก็เข้าช่องที่ 1 ฝั่งขวา มือ เรียงลำดับเลยครับ

ส่วน 2 ชุดสุดท้ายฝั่งขวามือ ต่อจาก switch ผม ต่อ เข้าหากันเลย ไม่จำเป็นต้องต่อจาก switch เปิดปิด ฝาถึง หรือใครจะต่อ ก็ต่อเลยครับ มันมีสายไฟอยู่แล้ว ผมไม่อยากต่อครับ เลยต่อเข้าหากันเลย



จากภาพบน ผมต่อแล้วทดสอบ กดน้ำ ปรากฎว่า หากต่อสลับ ไม่เรียงลำดับตามสี ระบบน้ำจะไม่ยอม หยุดนะครับ เพราะว่ามันไม่รู้ว่าน้ำเต็ม หรือ น้ำระดับ ต่ำ สูง กลาง  ดังนั้น ต้องเรียงสี ลำดับให้ถูก




ภาพบน จะเห็นได้ว่า ไฟบอกระดับน้ำ อยู่ระดับ ต่ำ แต่ น้ำจะท่วมถัง อยู่แล้ว สาเหตุ เพราะว่า เรียงสีเข้า บอร์ดผิด นั่นเองนะครับ หากต่อลำดับผิด ระหว่างบอร์ด กับ ตัวเพรสเซอร์ ลำดับ 1 มาเข้าบอร์ดช่อง 2 หรือ
จากเพรสเซอร์ช่อง 2 มาใส่บอร์ดช่อง 1 ฝั่งขวา ก็จะทำให้น้ำวัดไม่ถูก ดังนั้น ต้องต่อ จาก ชอ่ง 1 ฝั่งเพรสเซอร์ ก็ต้องมาเข้าบอร์ดช่อง 1 ฝั่งขวา ให้ตรงกันนั่นเองนะครับ  ไล่ให้ตรงกัน ระหว่างสายไฟเพรสเซอร์ เข้าบอร์ดให้ตรงช่องกันแค่นั้น
ก็ไม่มีปัญหาครับ





จะสังเกตุ ได้ว่า  ด้านขวาจะชิดกัน ก็ให้เรียงนับจากขวา มาซ้าย นับ 1,2 ส่วน 3 ก็จะเป็นเขี้ยว ห่างๆ ก็เป็นลำดับ 3




ด้านบน ของบอร์ดฝั่งขวา ก็นับจากบน ลงล่าง ก็จะเป็น 1,2,3 ส้ม ชมพู น้ำตาล ก็เรียงเหมือกันกับฝั่ง เพรสเซอร์ ของแถมที่ให้มาในกล่อง ให้ตรงกัน หากสลับฝั่งใด ฝั่งหนึ่ง ก็ลองทดสอบดูนะครับ ว่าน้ำมันจะไหล ไม่หยุดเพระาว่ามันไม่รู้ระดับนั่นเอง





ภาพบน ก็ให้เห็นว่า เส้นที่ 4 นับจากซ้าย จะมี สี ชมพู + ฟ้า รวมกัน นั่นคือจากวาล์วน้ำ เพราะว่า รุ่นผมมี วาล์วน้ำ 2 ตัวนั่นเอง สายสี เทา นั่นคือ สาย groud ร่วมกัน ของทุกอุปกรณ์ พอเข้าใจกันแล้วนะครับ




ทดสอบ ปั่น และ เปิด ปิด ไฟมาปกติ ไม่เหมือน บอร์ดตัวเก่า ที่บางครั้ง ทำงาน และ ไม่ทำงาน ทำให้ผมเลยต้องเปลี่ยนบอร์ดจีนมาใช้แทน




อุปกรณ์ที่ผมถอดไม่ได้ใช้งาน เก็บไว้ 




ทั้งหมด ก็เป็นอุปกรณ์ที่ผมใช้ทำงาน หรือใช้คีม หนีบสายไฟ ก็ได้นะครับ พอดีผมมี อุปกรณ์ย้ำสายไฟ ก็เลยเอามาใช้งาน


หลังจากเปลี่ยน บอร์ดจีน 
1. เปิด ปิด การทำงาน ได้เร็ว ไม่เหมือนบอร์ดเก่า บางครั้งทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าน
2. บอร์ดเก่า ระบบปั่นแห้ง ไม่ทำงาน บอร์ดจีน ปกติจะทำงาน แต่ของผม ไม่ทำงาน อันนี้ ผมต้องรื้อ อุปกรณ์ปั่นแห้ง ด้านล่าง อีกที แล้วจะมาเล่าให้ฟัง
3. ระบบ ที่ตรวจสอบ เปิด ปิด ฝาถังน้ำ ไม่มีใช้งานแล้ว ง่ายดี 
4. ราคาค่าตัว ราคาต่ำสุด 320 บาท ถือว่า เอามาใช้งานแทน ตัวเก่า ราคาสูงหลักพัน สองพัน ได้เลย
5. ต่อง่าย ต่อตามวงจร ข้างกล่อง ได้เลย 

ข้อเสีย
หากอุปกรณ์ดัวใด ตัวหนึ่งเสีย หรือ พัง ก็จะไม่ทราบ error code ต้องไล่ หาสาเหตุ เอง อันนี้ ระบบผมก็คือ ระบบ ปั่นแห้ง ซึ่งก่อนเปลี่ยนบอร์ด และ อุปกรณ์ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ก็หมายความว่า เป็นที่ระบบของตัวปั่นแห้ง

ง่ายๆ ระบบปั่นแห้ง ของผม ต้องรื้อ ตรวจเช็คระเอียด อีกครั้ง เอาไว้ จะมาเขียน มาเล่าให้ฟังนะครับ


สุดท้ายคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับ เพื่อนๆ ที่เจอปัญหา บอร์ดเก่า พัง ก็เปลี่ยนบอร์ดจีน มาใช้งาน ได้เหมือนกันครับ




มา update วันที่อังคารที่ 19 กค 2565

ก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้ทดสอบอะไรมากมาย กด spin หรือ mode ปั่นแห้ง ก็ไม่ได้ทำงาน ร้องปี๊บๆ ๆ แต่มาวันนี้ ผมสลับสาย motor กลับทำงานปั่นแห้งได้ปกติ ผมก็ งง ๆ ว่า board จีน มัน เอ๋อๆ หรือว่า คนทำมัน เอ๋อๆ 
เพราะว่า ผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ ระบบ ปั่นแห้งทำงานแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมก็ ต่อแบบนี้ แต่ระบบปั่นแห้ง ไม่ยอมทำงาน ผมก็สลับสายตำแหน่งมอเตอร์ กลับทำงานได้ เอาเป็นว่าตอนนี้ ระบบทำงานครบวงจรแล้วนะครับ 
ดีหน่อย ไม่ต้องรื้อ ด้านล่างมอเตอร์ ให้เหนื่อย







ภาพบน 2 เส้นนี้หละครับ ที่มาจาก มอเตอร์ ปั่น ซึ่ง ก่อนหน้านี้ เอาน้ำเงิน อยู่ที่ลำดับ 2 ม่วงลำดับ 3 ระบบ ปั่นแห้งไม่ทำงาน แต่พอสลับสาย เอาม่วงลำดับ 2 และน้ำเงินลำดับ 3 ระบบปั่นแห้งทำงานครับ 





อีกฝั่งก็ปกติ ไม่ได้ต่ออะไรเพิ่มเติม







มีวันที่ฝนตก รู้สึกว่า มีความชื้นในอากาศค่อนข้างเยอะ เพราะว่า เครื่องซักผ้าอยู๋ข้างนอกบ้าน  กดปุ่ม ซักนั่น นี่ รู้สึกว่า เหมือน board ช๊อต เอ๋อๆ ผมเลยป้องกันโดยการใช้เทปใส ขนาดใหญ่ มาแปะปิด board ไว้หน่อยนะครับ เอาเป็นว่า ถ้าไม่ทำตามผม
ก็ลองดูว่า สิ่งที่ผมพูดไปนั้นมันจะจริงหรือไม่ เอาเป็นว่า ต้องลองครับ




สุดท้าย ก็หา พลาสติกบางๆ มาห่อ แผงวงจรหน่อย ป้องกันน้ำเข้าไปในระบบ เดี๋ยวจะช๊อต เดี๋ยวให้ทางแม่บ้าน ทดสอบอีกซัก อาทิตย์ แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับว่า board นี้จะทำงานได้เกิน 1 อาทิตย์มั้ยนะครับ


// 
25 กค 65

หลังจากให้แม่บ้านใช้งาน มาซัก  1 อาทิตย์ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ซัก ล้าง ปั่นแห้ง ได้หมด เร็ว แรง (เพราะว่าเปลี่ยนเกือบทั้งหมด ยกเว้นมอเตอร์ 555)
คงใช้งานได้อีกนาน หากเสียพัง ก็จะมาเล่าให้ฟังนะครับ งานนี้ปิด job ได้โดยไม่ต้อง เปลี่ยน board ตรงรุ่น ใช้ board จีนหลักร้อย ก็สามารถทำงานได้เหมือนกัน แต่ความ ทนทาน ก็ตามราคา รอดูว่า ถ้า 1 ปี แล้วพัง ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ
เพราะว่าราคา 3 ร้อยกว่าบาท รอดูว่า ปีหน้า หากยังทำงานได้ก็ถือว่า คุ้มสุดๆ หละครับบบบ














































 




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2565   
Last Update : 25 กรกฎาคม 2565 21:40:00 น.   
Counter : 346 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


แก้เครื่องซักผ้า Toshiba aw-1190st ขึ้น Error E1

วัน 3 กค 65 เมื่อ 3 ปีก่อน ตัวนี้ ก็เคยเกิด error e2-3 ตั้งแต่แก้นั้นมาก็ไม่เคยมีปัญหา จนมาวันศุกร์ ปัญหา แจ้ง error e1 ช่วงที่จะปั่นแห้ง ระบบก็ไม่ปั่นแห้งซักที แล้วก็ขึ้น error e1

ต้องบอกก่อนว่า เครื่องซักผ้ารุ่นนี้ ผมใช้งานมากกว่า 10 ปีแล้วครับ ใช้งานทนทาน แต่นานๆ มีปัญหาก็สามารถที่จะซ่อมได้ เพราะว่ามีข้อมูลเยอะ และจาก internet แต่ของผมส่วนมากปัญหาที่เกิดขึ้น จะไม่ค่อยมีใครเป็น และเขียนไว้
ผมเลยเอามาเขียนไว้ เผื่อใครๆ เข้ามาเจอปัญหาเดียวกันจะได้แก้ปัญหาได้ ไม่ต้องไปหาช่าง ช่างดี ช่างไม่ดี ก็มี แต่ผมซ่อมเองดีกว่า เพราะว่าระบบมันไม่ได้ยากอะไรมากมาย น๊อตไม่กี่ตัวก็ถอด เปลี่ยนอะไหล่ได้แล้วครับ 


ปัญหา
- ระบบไม่ปั่นแห้ง ขึ้น error e1

ระบบที่ใช้งานได้
- ซักผ้า ได้ปกติ
- เดรนน้ำทิ้ง ได้ปกติ




toshiba aw-1190ST




หน้าตา แบบข้างบน


ก่อนอื่น reset กล่องก่อนเลย
wash + spin + course ค้าง แล้วก็ กด power on จะได้ยินเสียง ปี๊บๆ ก็เป็นอันเรียบร้อย  หลังจาก reset ผมก็เลยทดสอบกด spin ปั่นแห้ง ปรากฎว่า ยัง error e1 ขึ้นเหมือนเดิม
เลยหาข้อมูล บางคนอาจจะเกิดจาก เฟืองหัก สปริงหัก แต่ของผมนั้น เฟืองไม่หัก สปริงไม่หัก ระบบ ซักผ้า ปกติ ระบบเดรนน้ำปกติ  แต่ไม่ปั่นแห้ง 






จับนอน เปิดฝาด้านข้าง และ ก้น ตูดซักผ้า สนิมกินเยอะพอสมควร เพราะว่าแม่บ้าน เอาฝ้าพลสาสติก ครอบตัวเครื่อง แนะนำว่า อย่าเอาผ้ายางคลุม หรือครอบตัวเครื่องไม่งั้น สนิมกินแน่นอนครับ




ก่อนถอด ถ่ายภาพไว้ครับ จะได้ ใส่เหมือนเดิม





ภาพบน ชุดครอบ จานสายพาน






ภาพบน เตรียมถอดจานสายพาน มีหัวบล็อกเบอร์  8-10-12 - 13 เตรียมไว้ครับ 






ภาพบน ผมใช้ตัวจับจานครัช แล้วใช้ลูกบล็อก เบอร์ 13 ขันทวนเข็ม ออกเลยครับ 







สายพาน เบอร์ m-21





ภาพบน ฝั่งนี้จะเป็นผั่งที่หงานขึ้น 





ภาพบน ระบบเฟือง ก่อนจะถอดออกมา ก็ให้ถ่ายไว้ก่อน เพราะว่าตอนใส่กลับจะได้เหมือนเดิม 






ภาพบน ถ่ายหลายๆ มุม จะได้ง่ายว่า ตอนใส่เข้าไปนั้นถูกต้องเหมือนเดิม



ภาพบน จะสังเกต ได้ว่า แกนสปริงยาว อยู่ในร่อง สามารถสวิงไปมา ตามร่องของมันอยู่ ตอนใส่กลับก็ให้ร่องยาวอยู่ร่องนี้นะครับ 




ตอนใส่หรือตอนถอดกลับ อาจจะต้อง ง้างปริง เพื่อให้บูชเหล็กเข้าไปในสปริง ง่ายๆ 




ภาพบน สปริง จะมีเขี้ยวเล็กๆ อยู่อีกฝั่ง โดยจะมีร่องเล็กๆ ตอนใส่ต้อง งัดสปริง สูงกว่าร่อง แล้วถึงจะใส่กลับคืนได้นะครับ  ต้องใช้ ไขควงแบน งัดขึ้นเล็กน้อย แล้วถึงจะใส่ประกอบกลับเหมือนเดิมได้นะครับ 






ภาพบน ก่อนเอาสปริงออกมาตรวจสอบ สปริงจะรัดแกนเหล็กอยู่ ก็ให้ ง้าง สปริงเล็กน้อย ลูกเหล็ก หรือบูชเหล็กแหลมก็จะออกมาได้ ง่ายๆ 






ฝั่งแหวนจะเป็นฝั่งที่ประกอบ บูชอีกตัว อย่าลืมใส่กลับ ตอนประกอบ




ทดสอบ ใส่กลับก่อนที่จะทำความสะอาด จะได้รู้ว่า ใส่กลับแล้วไม่ติดปัญหาอะไร ต้อง ง้าง แกนสปริงเล็กน้อย ถึงจะประกอบได้ เพราะว่า มีแกนเหล็กต้องเข้าไปในสปริง ตามลำดับ





หลังจากถอด ออกมาเช็ก สปริงไม่ขาด  ก็ทำความสะอาด และใส่ จาระบี ขาว หรือ จาระบี จะได้ง่าย ตอนประกอบ และหล่อลื่่น ตอนระบบมอเตอร์ ทำงาน





ภาพบน ความกว้างของ แกน สปริง ประมาร 2 cm





หลังจากนั้นก็ใส่ จาระบี และประกอบกลับ



ภาพบน ทดสอบจับหมุน ของเฟือง ว่าสามารถทำงานได้ปกติหรือไม่ เฟืองจะหมุนไปทางเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ถ้า หมุนได้รอบ ซ้าย ไปขวา ขวาไปซ้ายได้ คือเฟืองพังแล้วครับ ต้องซื้อชุดเฟืองใหม่นะครับ แต่
ของผม เฟืองทำงานปกติดีครับ 




ทดสอบจับ ตัวจับร่อง แหลมๆ นั้น ง้างขึ้น แล้วทดสอบหมุนมอเตอร์ ดูครับ ว่าหมุนปกติ ดีหรือไม่ ทดสอบแล้ว จานปั่นภายในหมุนปกติ 




ตอนประกอบ ใส่แหวนในร่องก่อนนะครับ 




ประกอบกลับ เหมือนเดิม ใส่แหวน แหวนสปริง และ น๊อต ขึ้นให้แน่นเหมือนเดิม





ทดสอบหมุน ด้วยมือก่อน แล้วเสียบปลั๊ก ไฟ ทดสอบ




capa ของมอเตอร์ ซึ่งหากอาการของใคร หมุนช้า ไม่แรง ก็ซื้อตัวนี้มาเปลี่ยนได้เลยครับ 




หลังจากทดสอบ ระบบปั่นแห้งยัง ขึ้น error e1 เหมือนเดิม ก็ใช่ สิ เพราะว่า เฟือง ไม่หัก สปริงไม่ขาด ก็แน่นอนว่า อาการ เสีย ไม่ใช่ เฟือง และ แกนสปริง





ผมเลยถือ โอกาส เอาตัว body ของเครื่องซักผ้า ตัวเก่า มาปะ ส่วนที่เป็นสนิมของเครื่องนี้ ซะเลย ซึ่ง ก็ต้องใช้กรรไกร ตัดสังกะสี มาตัดนะครับ หรือใช้ลูกหมู ก็ได้ พอดีไม่ได้ถ่ายไว้ครับ 






ภาพบน ส่วนไหนที่เป็นสนิม ผมก็ตัด ออก แล้วเอา โครงเก่าเครื่องซักผ้าที่มันใช้งานไม่ได้แล้ว มา ตัด แล้วยึดด้วย รีเวท


เช้าวันอาทิตย์ สิ่งที่ยังไม่ได้เปลี่ยน นั่นคือ pressor น้ำ เบอร์ wl-84B
















เอาไว้เปลีย่นแล้วจะมาเล่าต่อนะครับ ขอ อาบน้ำ ขับรถไปร้านไพศาล ดูราคาอะไหล่ ซักหน่อย เพราะว่า เบอร์นี้ก็มีขายใน online แต่ผมสะดวกไปเดินซื้อ เพราะว่าวันนี้วันอาทิตย์จะได้ ออกไปเลือกซื้ออุปกรณ์ซักหน่อยครับ

///////

บ่ายโมงกว่าๆ ก็ออกไปหาซื้ออะไหล่ คิดว่าจะซื้ออะไหล่มาเปลี่ยน หลายตัวเลย









ขนาดเล็ก และ ขนาดใหญ่ ราคา 120 บาท 





สายพาน 35 บาท


















คาปา 45 บาท













pressor ราคา 120 บาท ราคาไม่แพงมาก





สายพานเปลี่ยนใหม่ซะเลย เพราะว่า ราคาก็ไม่ได้แพง









มอเตอร์เดรนน้ำตัวเก่า มีเสียง ตอนเกิด e1 ตอน ปิดเครื่องซักผ้า ก็คงเหลือเพียงอะไหล่ตัวนี้ ตัวเดียวที่จะเอามาเปลี่ยน เพราะว่า ที่แก้มา ก็เปลี่ยน pressor แรงดันน้ำแล้ว 




สายพานเปลี่ยนใหม่ (ตัวเก่า คงไม่ได้เปลี่ยนมานานมาก ใช้งานมากกว่า 10 ปี)


หลังจากไปร้านซื้ออะไหล่ ก็ซื้อบางอย่างมาเปลี่ยน เช่น capa มอเตอร์ และตัวเฟชเซอร์น้ำ ,สายพาน ,สายน้ำใหม่ เพราะว่าตัวเก่า ก็แข็งแล้วซื้อมา 20 บาท
รวมๆ จ่ายไปหลายอย่างก็หมดไปประมาณ สองร้อยกว่าบาท

รีบกลับบ้านมา เปลี่ยนอะไหล่ ตามที่แจ้ง และทดสอบว่าจะขึ้น error e1 มั้ย ปรากฎว่า ยังไม่สำเร็จครับ ระบบเดรนน้ำก็ยัง error ขึ้น e1 เหมือนเดิม ตอนนี้มองไปที่ มอเตอร์ เดรนน้ำแล้วหละครับ ว่ามันทำงานได้จริง แต่อาจจะมีปัญหา
ที่เราอาจจะมองไม่เห็น เช่นปกติ หากดึงระบบน้ำเดรนทิ้งไปแล้ว มอเตอร์ก็น่าจะหมุน แต่ไม่หมุนครับ ระบบการสั่งงานให้ระบบมอเตอร์ไม่ทำงาน 

คงต้องรออีกอาทิตย์ เพราะว่าผมอาจจะต้องไปซื้ออะไหล่ อีกชิ้น นั่นคือ มอเตอร์เดรนน้ำ หากเปลี่ยนแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่า จะยังแจ้ง error e1 หรือไม่นะครับ 

อาทิตย์นี้คงพอแค่นี้ก่อน อาทิตย์หน้า จะเปลีย่นอะไหล่ สำหรับ เดรนน้ำทิ้ง แล้วมาคุยกันต่อว่าจะจบที่มอเตอร์เดรนน้ำหรือไม่นะครับ 


//// วันจันทร์ ที่ 4 กค 65 ก่อนจะกลับบ้าน แวะร้านไพศาล เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่อง เครื่องไม่ ปั่นแห้ง





มอเตอร์ เดรนน้ำ ราคา 220 บาท ขนาดเท่าตัวที่จะเอาไปใส่แทนตัวเก่า




ด้านหน้าและ หน้าหลัง





รีบกลับบ้าน ก็เริ่ม ถอดอะไหล่ตัวเก่าออก ก็ง่ายๆ ดึงสายสลิง ออกจากร่อง ก่อน 





หลังถอด ออกมาก็เทียบขนาดก่อนที่จะประกอบกลับ 





หลังจากใส่ตัวกันรูด ใส่ในร่องแล้ว ดึงสายสลึงให้ตึง แล้วขันน๊อต ยึด เหมือนเดิม






เอาอะไหล่ ตัวเก่าออกมาชำแหละ เปิดดูซักหน่อยว่าทำงานปกติ หรือผิดปกติ แต่ที่ถอดดูและ วัดด้วยมิเตอร์ ก็ไม่เสีย (ก็ก่อนเปลี่ยนก็ทำงานได้ปกติ ที่เปลี่ยนเพราะว่า อาจจะทำงานไม่ 100%)






ถอดออกมาก็ง่ายๆ มีน๊อต ยึด 3 ตัว สั้น ยาว ไม่เหมือนกันนะครับ 




จับหงายขึ้นมา  ร่องต่างๆ ก็ดูสมบูรณ์ ไม่มีบิ่น ไม่แตก ไม่หัก





สปริงก็ ยึดเข้ากับเหมือนเดิม




ด้านฝาปิด ด้านขวามือ ก็ขันน๊อต มาประกอบกับตัวฝั่งซ้าย




ด้านบน หลังจากถอดจากฝาครอบ ก็ประกอบให้ตรงร่อง เหมือนเดิม




ภาพบน ปิดฝา ประกอบเหมือนเดิม




ส่วนประกอบ ร่องจะมีบาก ให้ใส่ตรงร่องกับ ตัวเฟืองด้านใน




ภาพบน ใส่เฟืองและร่องให้ตรงกัน  

หลังจากเปลี่ยนอุปกรณ์ 
- วาล์วน้ำ ทำงานปกติ เพราะว่าน้ำไหล ปั่นได้
- มอเตอร์ ทำงานปกติ เพราะว่าปั่นได้ปกติ
- pressor แรงดันน้ำเปลี่นใหม่ (ตัวเก่าก็ทำงานปกติ เปลี่ยนเพราะว่า error e1)
- เปลี่ยน มอเตอร์ เดรนน้ำใหม่ (ตัวเก่าก็ทำงานปกติ เปลี่ยนเพราะว่า error e1)

หลังจากเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมด แล้ว ระบบเดรนน้ำ ทำงานปกติ แต่ไม่ ปั่นแห้ง และแสดง error e1 เหมือนเดิมครับ 

หลังจากนี้ ผมคงต้องเปลี่ยน board อย่างเดียวแล้วหละครับ คงเอา board จีน ราคาหลักร้อย มาแปลงใส่ เพื่อควบคุม คงไม่ซ่อม board เดิม เพราะว่าเสียเวลา แต่ถ้าว่าง ผมก็จะเอามา ตรวจเช็คอีกเพื่อจะได้เป็นประโยชน์
สำหรับเพื่อนๆ แต่ ตอนนี้ ผมคิดว่า คงต้องสั่ง board จีน มาแปลง แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังครับ 

คงจบเพียงเท่านี้ครับ v v  รอเปลี่ยน board จีน แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับ






​​​​​​






























 




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2565   
Last Update : 20 กรกฎาคม 2565 10:51:10 น.   
Counter : 1299 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


1  2  3  4  5  6  7  

BlogGang Popular Award#18


 
mrter2012
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




...
ไม่ต้องการ ยอด like ไม่ต้องการ ต้นตะไค้
แค่ อยากบอกคนที่ไม่รู้ หรืออยากจะหาข้อมูล..

กระผม..สนใจและศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ มือถือ ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถยนต์ เครื่องยนต์ กลไกต่างๆ เครื่องมือช่าง electronic

ว่างๆ ก็จะหาอ่าน ศึกษา หาทำงาน หาซ่อมเป็นงานอดิเรก ฯลฯ

ชอบลงมือทำเอง หากไม่เกิน หรือไม่คิดว่าเกินความสามารถก็จะลงมือทำเลยครับ
หากไม่มีอุปกรณ์ หรือเกินที่เราจะมีได้ ก็ศึกษา หาวิธีที่จะทำ จนสุดก่อน

หากคิดว่าไม่ได้ ทุกอย่างมันก็จะไม่ได้ครับ ดังนั้น เราต้องมั่นใจว่าทำได้ และลงมือเลยครับ

และอยากให้เพื่อนๆ ที่อ่านลงมือทำ อาจจะไม่เหมือนผม แต่อาจจะทำอย่างที่ตัวเองถนัด
แล้วมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเป็นความรู้ประสบการณ์ เป็นวิทยาทานให้กับคนอื่นๆ รุ่นต่อรุ่น

เพราะว่าช่างที่ทำงานจริงๆ คงไม่มาเขียน หรือบอกเล่าให้เราอ่าน ดังนั้น เพื่อนๆ ทำอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ก็เขียนได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพียงแค่ เสียเวลา และถ่ายภาพ
เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ที่จะทำตาม ....


ขอบคุณครับ สุดท้าย บทความต่างๆ ที่ผมเขียนคิดว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับใครบางคนที่ยังไม่รู้ .. ทุกคนไม่รู้ และไม่เก่งกันทุกคนครับ เอาที่ความถนัดมาเขียนบอกเล่ากันครับ... :)



New Comments
[Add mrter2012's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com