Do it yourself
 
ซ่อมหลอดไฟ led ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

สวัสดีครับ ช่วงหยุดสงกรานต์ ได้กลับบ้านนอก ทำอะไรๆ หลายอย่างไม่ว่าจะทำ แท่นรองแท๊งน้ำขนาด 1-2 พันลิตร จากเศษเหล็กหลังบ้าน ผมไม่ได้ถ่ายไว้ก่อนทำเพราะว่า ลืมสนิท
เหล็กขึ้นสนิมมาก ใช้เวลาทำคนเดียว 3 วัน เริ่มจากหาเหล็ก คำนวนขนาดจากเหล็กที่มี และซื้อเพิ่ม ใช้เวลาทำคนเดียว 3 วัน จากตัดเหล็ก เชื่อม สุดท้าย ทาสี แล้วพร้อมจะสั่งถังน้ำมาลง
และสุดท้าย หลอดไฟที่บ้านนอก ขาด 2 หลอด ออกไปหาซื้อในตัวอำเภอ ตกหลอดหละ 60 บาท ...
ในเมืองผมซื้อได้หลอดหละ 25-45 บาท เป็นหลอด led ด้วย (จากร้านไพศาล มีหลากหลายราคา)

ผมเลย หาหลอดที่เสีย เปิดไม่ติด มาซ่อมเองซะเลย เจ็บใจซือหลอดไฟแพงแถวบ้านนอก หาหลอดไฟ led ที่ผมเก็บไว้ ซึ่งตั้งใจจะซ่อมไว้ใช้งานสำรอง ก็ได้ถึงเวลาซ่อมซะที

ชมภาพกันเลย




















ภาพด้านบน คือ ถ่ายทุกมุม เสียดายผมไม่ได้ถ่าย before - after ไว้ครับ แต่พอบอกคร่าวๆ สำหรับวางแท๊งน้ำขนาด 1-2 พันลิตร เก็บไว้ใช้ยามน้ำไม่ไหล อีกอย่าง
น้ำแถวบ้านนอก อ.พิมาย น้ำไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ครับ





เริ่มจาก เปิดฝาครอบหลอด (พลาสติก) งัดขึ้นมาได้เลยไม่ต้องกลัวแตกนะครับ แล้วจะเห็นแผง หลอด led แล้วใช้ มิเตอร์เข็มวัดสลับ หลอดไฟ ตั้งมิเตอร์ rx1 ไฟจะออกจากมิเตอร์ประมาณ 3 volt ก็จะเห็นว่าหลอดไฟสว่างเป็นชุดละ 2 หลอด ส่วนชุดไหนไม่สว่างนั่นคือ ขาดครับ





ด้านบน คือ ข้ามหลอดไฟที่ขาดครับ เอาลวดทองแดง เชื่อมข้ามหลอดไฟได้เลย ไม่ต้องถอดหลอดไฟให้เสียเวลานะครับ เอา + ต่อ - หรือ - ต่อ + ได้เลย
เพราะว่าหลอดทุกหลอดจะต่อ อนุกรม กันครับ





หลังจากเปลี่ยน ก็ใส่เกลียว ทดสอบ เปิดไม่ติด ก็เช็คดูว่า เราข้ามหลอดที่ขาดหรือไม่ ผมทดสอบทุกหลอด ซ่อม 6 หลอดส่วนมากขาดแค่ 2 หลอด (led ภายใน) เท่านั้น บางหลอด ขาด 4 หลอด



ภาพด้านบน จำนวนหลอดที่ผมเก็บไว้ 6 หลอดเป็น led ทั้งหมด เวลาซ่อมก็ซ่อมพร้อมกันเลยครับ ซ่อมไม่ยากครับ



จากการสังเกต หลอดที่ขาดจะมีตำหนิ คือ กลางหลอด led จะเป็นรอยไหม้สีดำ ผมก็จะต่อสายไฟ ข้ามหลอดที่ขาด ก็สามารถใช้งานได้เลย








ใช้เศษทองแดง จากสายไฟฟ้าเก่าทีบ้านนอกนั่นหละครับ ต่อค่อมหลอด led ที่ขาดได้เลย



สังเกต ได้ว่า สว่างเหมือนใหม่ แต่ หลอดที่ขาดก็จะไม่สว่าง ก็ถือว่า ได้หลอดไฟ สำรองเก็บไว้ใช้งานได้เหมือนเดิม



แบบที่ 2 ใช้มิเตอร์ จิ้มไม่ขึ้นนะครับ เพราะว่าหลอดไฟ น่าจะขนาดกินกระแส มากกว่า 3 volt ผมเลยต่อเข้า ไฟ 220 volt และ จิ้ม มิเตอร์ ทดสอบเลยว่าหลอดไหนใช้งานได้ ก็จะสว่าง
แต่สังเกต เห็นแล้วว่า มีคู่นี้ ที่หลอด led มันดำตรงกลาง นั่นคือ มันขาดครับ


หลังจากซ่อมเรียบร้อย ก็ทดสอบ ใส่หมวกพลาสติกเหมือนเดิม ใช้งานได้ทั้งหมดแล้วครับ


อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมี

1. หัวแร้งไฟฟ้า
2. ตะกั่ว+ยาประสาน มีไว้ก็ดีครับ
3. แท่น เกลี่ยวหลอดสำหรับ ทดสอบหลอดไฟ จิ้มกับปลั๊กไฟจะได้ง่าย
4. มิเตอร์เข็ม หรือ มิเตอร์ไฟฟ้า จริง มีไว้ 2 อันเลยนะครับ ซื้อติดบ้านไว้นะครับ

ผมอาจจะอธิบายไม่ค่อยจะละเอียด แต่ให้เพื่อนๆ ลองซ่อมดูนะครับ เดี๋ยวก็เป็นเอง และไม่ต้องออกไปเสียเงินซื้อหลอดตั้ง 45-60 บาท
ตอนนี้ผมมีหลอด led เป็นอะไหลไว้ 6 หลอดน่าจะใช้งานเป็นปีๆ เลย

หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย









 


Create Date : 15 เมษายน 2565
Last Update : 15 เมษายน 2565 19:27:49 น. 0 comments
Counter : 437 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#18


 
mrter2012
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




...
ไม่ต้องการ ยอด like ไม่ต้องการ ต้นตะไค้
แค่ อยากบอกคนที่ไม่รู้ หรืออยากจะหาข้อมูล..

กระผม..สนใจและศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ มือถือ ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถยนต์ เครื่องยนต์ กลไกต่างๆ เครื่องมือช่าง electronic

ว่างๆ ก็จะหาอ่าน ศึกษา หาทำงาน หาซ่อมเป็นงานอดิเรก ฯลฯ

ชอบลงมือทำเอง หากไม่เกิน หรือไม่คิดว่าเกินความสามารถก็จะลงมือทำเลยครับ
หากไม่มีอุปกรณ์ หรือเกินที่เราจะมีได้ ก็ศึกษา หาวิธีที่จะทำ จนสุดก่อน

หากคิดว่าไม่ได้ ทุกอย่างมันก็จะไม่ได้ครับ ดังนั้น เราต้องมั่นใจว่าทำได้ และลงมือเลยครับ

และอยากให้เพื่อนๆ ที่อ่านลงมือทำ อาจจะไม่เหมือนผม แต่อาจจะทำอย่างที่ตัวเองถนัด
แล้วมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเป็นความรู้ประสบการณ์ เป็นวิทยาทานให้กับคนอื่นๆ รุ่นต่อรุ่น

เพราะว่าช่างที่ทำงานจริงๆ คงไม่มาเขียน หรือบอกเล่าให้เราอ่าน ดังนั้น เพื่อนๆ ทำอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ก็เขียนได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพียงแค่ เสียเวลา และถ่ายภาพ
เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ที่จะทำตาม ....


ขอบคุณครับ สุดท้าย บทความต่างๆ ที่ผมเขียนคิดว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับใครบางคนที่ยังไม่รู้ .. ทุกคนไม่รู้ และไม่เก่งกันทุกคนครับ เอาที่ความถนัดมาเขียนบอกเล่ากันครับ... :)



New Comments
[Add mrter2012's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com