Do it yourself
 
 

ทำ browser chrom หลอกให้เป็น มือถือ และ กำหนดตำแหน่ง gps เพื่อเข้าระบบตรวจสอบตำแหน่ง

วันที่ 19 มีนาคม 2565

หลังจากติดตั้ง vpn  เพื่อให้เราที่อยู่บ้าน สามารถ ใช้งานเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่สำนักงาน ใช้โครงข่าย internet เหมือนเรานั่งอยู่ในสำนักงานเรียบร้อยแล้ว มาคราวนี้ 
เราเองนั่งทำงานที่บ้าน ติดตั้ง openvpn ซึ่ง สามารถติดตั้งได้ทั้ง mobile และ pc, notebook และ เราก็ import file ที่ทำไว้ สำหรับ mode client ซึ่ง file ที่ได้ทำมาจากบทความที่แล้ว ก็สามารถ import เข้า program openvpn บน pc หรือ บน  mac osx รวมไปถึง mobile ตระกูล ios , android ได้หมดนะครับ 

มาคราวนี้ เราอาจจะไม่ต้องทำ vpnserver แต่เราสามารถ remote desktop หรือ ติดตั้ง applicatin teamviewer เพื่อทำการ remote จากบ้านมาที่เครื่องที่สำนักงานได้เช่นเดียวกัน  แต่จำเป็นต้องติดตั้ง teamviewer ที่สำนักงาน
แล้วเปิด run เป็น mode server เราต้อง login เข้า teamviewer เพื่อจะได้ เลือกเครื่องที่เราต้องการ  remote ได้ง่ายๆ ครับ ผมไม่ขอกล่าวถึงตรงส่วนนั้น 

สมมุติ ว่าเราสามารถ remote desktop มาที่เครื่องสำนักงานเราแล้วนะครับ (ด้วยวิธี remote desktop หรือ teamviewer ตามที่เราติดตั้งไว้ก่อนซึ่งผมไม่ขอกล่าวถึงขั้นตอนการติดตั้ง)


ผมจะอธิบายเฉพาะ pc หรือ notebook  นะครับ ที่จะทำตัวเองเปรียบเสมือน mobile เพื่อเข้าระบบใน สำนักงาน





หลังจากเราได้ import file : client.ovpn หรือสุดจะแล้วแต่ตั้งชื่อนะครับ (จากการสร้างจาก blog ที่เขียนไว้ ก่อนหน้านี้)
(หากไม่ได้ติดตั้ง ก็ไม่เป็นไรนะครับ ส่วนนี้อธิบายกรณีติดตั้ง openvpn)


ภาพบน หลังจาก import  ระบบก็จะทำการเชื่อมต่อไปยัง ปลายทาง นั่นคือ เครือ่ง pc ที่เราทำเป็น mode server ไว้แล้ว หากไม่ติดปัญหาอะไร ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
( หากไม่ได้ติดตั้ง openvpn ก็ข้ามขั้นตอนข้างต้นไปได้เลยนะครับ เราอาจจะ remote เข้ามาที่เครื่องสำนักงานด้วยวิธีอื่น)


หลังจากเชื่อมต่อ เราก็เปิด browser chrom 
จำลอง ทดสอบไป website ของสำนักงานที่ทำเปิดไว้ สำหรับลงเวลา




จากภาพด้านบน server ให้เราเข้าด้วย มือถือ ซึ่งเราก็ใช้ browser chrome นี่หละครับ จำลองเป็น มือถือ เพราะเป็นผั่ง client 




เปิด chrome เข้าเมนู เลือก More tools -> Developer tools






ตอนนี้ เครื่องเราเปรียบเสมือน iphone 12 pro เรียบร้อยแล้ว แล้วจะจะกำหนดตำแหน่ง อย่างไร ... ???? ตามมาครับ ให้ดูเมนู 




ภาพข้างบน เลือกเมนู More tools -> Sensore




ภาพบน เราสามารถเพิ่มตำแหน่ง location ตำแหน่งของเรา เพื่อให้ระบบรู้ว่าเราอยู่ที่สำนักงาน เราก็ใส่ตำแหน่ง latitude , longitude โดยเอาค่านี้มาจาก google map มาใส่ครับ
โดยการ กด Manage -> เพิ่มตำแหน่ง ใส่ตำแหน่งเรียบร้อยก็ เป็นอันเรียบร้อย




ภาพบน เราสามารถตั้งค่าตำแหน่ง เพื่อบอกพิกัด ที่เรานั่งสำนักงานได้แล้ว

เมือเราทำตามขั้นตอนข้างต้นเรียบร้อย ตอนนี้ เราก็สามารถ login เข้าระบบ ตรวจสอบการเข้างาน และ ระบุตำแหน่ง gps เปรียบเสมือนเราได้นั่งที่ทำงานเรียบร้อยแล้ว

หวังว่าอาจจะเป็นประโยชน์ กรณีทำงานที่เกี่ยวกับ การจำลอง ตรวจสอบ โปรแกรมเพื่อให้สามารถใช้งานในอนาคตได้ ไม่มากก็น้อยนะครับ
















 




 

Create Date : 19 มีนาคม 2565   
Last Update : 19 มีนาคม 2565 9:49:12 น.   
Counter : 178 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ติดตั้ง openvpn server บน windows

สวัสดีครับ วันที่ 17 มีนาคม 2565

พอดีมีโจทย์ว่า ต้องมาทำงานที่ทำงาน ต้องลงเวลาผ่านระบบ online โดยใช้เครือข่ายของที่ทำงาน เท่านั้น 
หากใช้งานผ่านระบบ 3g หรือ wifi ที่อื่น นอกเหนือจากเขตพื้นที่ ก็จะไม่สามารถ ลงเวลา เข้า และ เวลา ออก ได้ เพราะว่า คนเขียน web มีการตรวจสอบ นู๋น นี่ นั่น ตำแหน่ง เวลา  มีการตรวจสอบว่าทำงานบริเวณ หรือ zone ที่ทำงานหรือไม่
และ หากใช้ notebook หรือ pc ก็จะไม่สามารถลงเวลาทำงานได้เช่นเดียวกัน ต้องใช้งานผ่านมือถือเท่านั้น

สรุปว่า จะทำอย่างไรให้นั่งอยู่บ้าน แล้วเปรียบเสมือนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ใน office ลงเวลาได้ เปรียบเสมือนนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ บลาๆ จนมาถึงบทความนี้ เริ่มกันเลย

โจทย์ที่เราต้องวิเคราะห์
1. ที่ทำงาน ต้องตรวจสอบว่าเราใช้มือถือในการจับสัญญาณที่ทำงานจริงหรือไม่ อุปกรณ์ตัวอื่นหมดสิทธิ์
2. โปรแกรมลงเวลาจะหา location บนมือถือว่าเราอยู๋ในสถานที่นั้นหรือไม่  หากอยู่บริเวณดังกล่าว ก็จะสามารถ login เข้าระบบเพื่อลงเวลาทำงานได้ ถ้าห่างจากสำนักงาน ก็หมดสิทธิ์ที่จะลงเวลา




มาลุยกันเลยว่า ทำอย่างไร ทำให้ระบบมันรู้ว่า เรานั่งตรงนั้นจริง และ ใช้เครือข่ายในสำนักงานจริง ผมเลยต้องมาเขียนมาเล่าให้ฟัง เผื่อใครๆ ประยุกต์ไปใช้ประโยชน์
แต่ไม่แนะนำทำตามผมนะ ทำแบบผมคือ ทำทดสอบเฉยๆ ว่า มันสามารถลงเวลา และ ตรวจสอบตามตรงระบบที่สำนักงานนั้นทำได้หรือไม่นะครับ



ผมก็จะเริ่มทำ vpn server บน windows เพื่อติดตั้ง openvpn เปรียบเสมือน เรานั่งทำงานอยู่ในสำนักงาน และ ใช้งานอุปกรณ์ภายในสำนักงาน โดยใช้เครือข่ายของสำนักงานได้
link ที่ผมดูแล้ว ทำตาม แต่ก็ไม่ทั้งหมดเพราะว่ามันก็มีปัญหา แต่บางส่วนนั้นสามารถเอามาเป็นตัวอย่างได้





พิมพ์ตาม link เลยนะครับ เหมือนผมพิมพ์ อะไรแล้ว blog pantip ป้องกันพิมพ์ไม่ให้พิมพ์ วินโดว์สิบ 





จากตัวอย่าง ก็ลองทำตามดูใน youtube พอเราทำตามมันมีปัญหาคือ บางลำดับ ทำตามแล้วก็ไม่ได้ เอาเป็นว่า ตัวอย่างข้างบนนั้น บางส่วนเท่านั้นที่ทำได้ บางส่วนก็ต้องข้ามไป
ส่วนไหนกันบ้างมาที่ต้องข้าม ส่วนไหน เราสามารถประยุกต์ได้
หากเพื่อนๆ จะทำตามก็ลองลงมือทำที่บ้าน หรือ remote ไปที่ทำงาน ผ่าน teamviewer หรือ remote desktop ก็ได้นะครับ  

ขอข้ามขั้นตอนการ download และ setup นะครับ แต่ตอนเลือกให้เลือกแบบ custom แล้วเลือกทั้งหมดให้ติดตั้งครับ

เริ่มเลยทำจากเครื่องที่ office หรือ ฝั้งที่เราจะ remote เข้ามานั้นเอง  ( ฝั่งเครื่อง server )
ปล. เครื่องผมมี lan และ มี wifi ในตัว  พูดง่ายๆ คือ สามารถใช้งาน internet ได้ทั้งผ่าน lan และ ผ่าน wifi 

สำคัญมากนะครับ เพราะว่า จำเป็นต้องใช้ wifi จับสัญญาณในสำนักงานเท่านั้น ส่วน lan เลิกไปได้เลย โปรแกรมที่คนเขียนนั้น เขียนป้องกันไม่ให้ใช้ lan ครับ



1. ติดตั้ง openvpn บน windows ที่ทำงาน เพื่อจะได้ให้เครื่องที่ทำงานเป็น server 
ขั้นตอนตามใน youtube 

easyrsa-start.bat
./easyrsa init-pki
./easyrsa build-ca nopass
./easyrsa build-full server-remote nopass
./easyrsa build-client-full client-local nopass
./easyrsa gen-dh 

ให้ทำตามขั้นตอนด้านบน และ ไม่ต้องสงสัยนะครับ ว่าทำไม ? ทำตามที่แจ้งไว้ก่อน แล้วทำตามลำดับที่ผมจะบอก ตามมาเลยครับ

2. หลังจากทำตามลำดับขึ้นตอนที่ 1 ( ทำบน เครื่อง windows ที่ office นะ ต้องเข้าใจก่อนว่า เราจะ remote จากมือถือ หรือจาก อุปกรณ์อื่นๆ เข้า เครื่องที่ สำนักงาน)
หลังจากทำตามลำดับ ให้ทำการ copy file ที่เกิดขึ้นขึ้นตอนที่ 1 มาใส่ folder 




หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ก็ทำตามขั้นตอนจาก clib เลยนะครับ ให้ข้ามขั้นตอนที่กล่าวดังต่อไปนี้ครับ





จากลำดับที่ผมบอกไว้ ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยนะครับ ไม่ต้องทำตาม หากใครทำตามแล้ว ผ่าน ก็บอกผมด้วยนะ พอดีผมทำไม่ผ่าน เลยข้ามขั้นตอนนี้ แต่มันก็ใช้งานได้เหมือนกันครับ

3. หลังจากเราติดตั้งโปรแกรม และ ทำตามใน clib ในข้อ 2 แล้ว เราก็ ทำการ copy file ที่จำเป็นเพื่อจะทำให้เครื่องเรานั้นสามารถ run เป็น mode server ตามนี้
ทำการ copy file









จากภาพ ทำการ copy file ที่ได้จากการสร้างจากข้อ 1 มาเก็บไว้ใน folder config และ config-auto จริงๆ แล้ว config-auto ไม่ต้องก็ได้นะครับ พอดีผมทำตามระบบ กรณีมีการเปิดเครื่อง auto หรือมีการตั้งค่อ auto ระบบจะทำการ
มาอ่านที่ config-auto ผมก็ทำการ copy มาไว้เพียง folder config เท่านั้นครับ ส่วน config-auto ผมไม่ยุ่ง เพราะว่า เหมือน openvpn ยังไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเข้าไปอ่านใน config-auto ครับ 
ส่วนใคร ไม่มี ipp.txt ,openvpn.log ไม่ต้องตกใจนะเด๋วจะมีเองคับ ข้ามไปได้เลยไม่สำคัญ


ตัวอย่าง config server.ovpn สามารถตั้งชื่ออะไรก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องชื่อ server.ovpn ครับ ตั้งชื่อ server-remotexx หรืออะไรก็ได้ตามใจชอบเลยครับ

ตัวอย่าง

server.ovpn 


; สัญลักษณ์นี้คือ comment ระบบจะไม่อ่านครับ หรือจะใส่ # ก็ได้

local xxx.xx.xxx.xxx   ; ip เครื่อง server จะใส่  หรือไม่ใส่ บรรทัดนี้ก็ได้นะครับ แต่ผมใส่ เพื่อจะได้ระบุ ว่านี่คือ server ip ของเครื่อง sever
port 443
;proto udp  ; ส่วนนี้ จะใช้เป็น udp หรือ tcp ก็แล้วแต่ชอบครับ พอดีผมตั้งเป็น tcp ครับ ส่วนเครื่องหมาย ; คือ ระบบจะไม่อ่านนะครับ ผมทำ comment ไว้เฉยๆ ครับ
proto tcp
dev tun
ca ca.crt ; เก็บ file นี้ใน folder ที่บอกไว้คือ ใน folder config 
cert server.crt ; เก็บ file นี้ใน folder ที่บอกไว้คือ ใน folder config 
key server.key ; เก็บ file นี้ใน folder ที่บอกไว้คือ ใน folder config 
dh dh.pem ; เก็บ file นี้ใน folder ที่บอกไว้คือ ใน folder config 
topology subnet
server 10.1.100.0 255.255.255.0   ; ส่วนนี้ จะตั้งเป็น rang ip อะไรก็ได้นะครับ เช่น 192.168.100.0 255.255.255.0 พอดีผมตั้งเป็น class a ชอบแบบไหน ก็ตั้งตามใจชอบครับ 
ifconfig-pool-persist ipp.txt  ; บรรทัดนีมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แต่ผมก็มีไว้ ไม่เป็นไร ไม่ผิด ไม่เป็นไร ไม่ error 
max-clients 100  ; รับสูงสุดเข้ามาพร้อมกัน ผมตั้งไว้ 100 ip จริงๆแล้ว เราทำไว้คนเดียวก็ตั้งไว้ แค่ 10 ก็พอ หรือไม่จำเป็นต้องมีบรรทัดนี้ก็ได้แล้วแต่เลยครับ
push "route 10.1.100.0 255.255.255.0"   ; ส่วนนี้ให้สอดคล้องกับ server นะครับ เพราะว่านี่คือ routing table ให้ระบบรู้ว่าเราจะใช้ class ip ชุดเดียวกันที่ประกาศไว้
push "route-metric 512" ; สว่นนี้จะลึกนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นค่า metric หากไม่รู้ว่าคือค่าอะไรให้ไปอ่าน เรื่อง routing metric แต่จะอธิบายง่ายๆ ตอนนี้คือ เลขนี้ใส่อะไรก็ได้ ใส่ค่าน้อยคือค่าที่ ระบบให้มันไปอ่าน ไปทำ เชื่อถือเป็นที่ 1 เอาแค่นี้พอนะครับ
push "redirect-gateway def1"  ; ค่านี้เป็นตัวกำหนด ให้ gateway หรือ เส้นทางในการวิ่ง internet นั้นไปอ่าน ปลายทาง หรือ next hop คืออะไร ใส่ไว้ครับ ถ้าใส่หรือไม่ใส่ ลองไปเล่นดูครับ แล้วดูว่าถ้าไม่ใส่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ขอไม่บอก
push "dhcp-option DNS xxx.xxx.xxx.xxx" ; ใส่ หมายเลข dns ที่ทำงาน จะใส่เป็น 8.8.8.8 ก็ได้
push "dhcp-option DNS xxx.xxx.xxx.xxx" ; ใส่ dns ที่ทำงานจะใส่เป็น 8.8.4.4 ก็ได้
duplicate-cn  ; คืออะไร ลองทดสอบดูครับ เอาออก แล้ว ผ่านมั้ย และ ใส่เข้าไป ผ่านมั้ย ผมไม่บอก
keepalive 10 120  ; คืออะไร ลองทดสอบดูครับ เอาออกแล้ว ผ่านมั้ย และ ไม่มี ผ่านมั้ย ผมไม่บอก และไม่อธิบายครับ มีคู๋มือ 
;tls-auth ta.key 0  ;ไม่ต้องใส่ ก็ได้ ไม่จำเป็น
;comp-lzo ;ตัวนี้ บางเครื่องไม่แสดง error ผมทดสอบแล้ว ปลายทาง กับ ต้นทาง คุยกันไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนครับ
cipher AES-256-CBC
persist-key
persist-tun
link-mtu 1543   ; ค่านี้จะใส่ก็ได้ หรือไม่ใส่ก็ได้
keysize 128 ; จะใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้
status openvpn-status.log  ; จะใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้
log   openvpn.log ; จะใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้
verb 3

หมายเหตุ หากไม่เข้าใจ เข้าไปหาข้อมูล แล้วทดสอบดูครับ

https://openvpn.net/community-resources/how-to/#installing-openvpn

ผมลอง option ไว้หลายตัว แต่สุดท้ายก็คิดว่า ตัวที่นำมาเสอนนี้ ก็ถือว่า ทำงานได้เลย ส่วนใครจะไปตกแต่ง หรือ เพิ่มเติม ก็ไปอ่านตามที่บอกได้เลยครับบ


หลังจากทำตามขั้นตอนที่ 1 จนถึงขั้นตอนที่ 3 ก็ดำเนินการ import file ที่สร้างขึ้น หากไม่ติด error ระบบ ก็พร้อมที่จะรับ client เข้ามาครับ


ตอนนี้ server พร้อมที่จะรับข้อมูลจาก client แล้ว หรือพูดง่ายๆ จาก ลูกข่าย หรือจากเครื่องที่บ้านจะ remote เข้ามาแล้วครับ

จบ สำหรับ เครื่อง server




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


สำหรับ เครื่องที่บ้าน หรือ client ที่จะ remote เข้า server ไม่ว่าจะเป็น มือถือ , tablet ใช้งานได้เหมือนกันครับ

1. ติดตั้ง openvpn บน notebook ,pc , mobile หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะ remote เข้า server ครับ พอดีผม ที่ทำงานบังคับให้ใช้ มือถือเท่านั้นที่จะ login เข้าระบบ ผมก็ต้อง ติดตั้ง application openvpn บน mobile ครับ

ตัวอย่าง file client.opvn หรือจะตั้งชื่ออะไร ก็ได้ แล้วแต่ชอบเลยครับ สำคัญคือ ข้อมูลข้างในครับ

ตัวอย่าง รายละเอียด file client.ovpn ครับ


หมายเหตุ นะครับ ที่ทำงาน ส่วนมากแล้ว ก็คือ ได้ ip private คือ ง่ายๆ คือ สามารถ ใช้งาน internet ได้ แต่ หากคนอื่น เครื่องอื่น จากต่างประเทศจะเข้ามาเครื่องเราจะเข้ามาไม่ได้ เพราะว่า ip ของเราเป็นแบบ private ip ในองค์กร
แต่ถ้าจะให้เข้ามาได้นั้น จำเป็นต้องแจ้ง admin เพื่อบอกว่าให้เครื่องผม remote เข้ามาจากภายนอก โดยใช้ ip public หรือ สุดแล้วแต่ admin จะ design ให้นะครับ พอดีว่า ผมสามารถจัดการตรงนี้เลย ไม่ต้องแจ้ง admin
ขั้นตอนก็ต้องเข้าระบบ firewall ของ สำนักงาน ประกาศ ip ของเครื่องเราที่ทำเป็น server ให้ภายนอกเข้ามาได้ โดยเปิดเป็น ip plublic จะเข้าจากขั้วโลกใต้ เข้ามาเครื่องเราก็ได้ เอาเป็นว่าตรงนี้ขอข้ามขั้นตอนไปนะครับ

รายละเอียด ภายใน file clien.ovpn หรือ สุดแล้วแต่จะตั้งชื่อ

 client.ovpn

;////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

client  ; บอกว่าฉันคือ ลูกข่ายนะ
dev tun 
proto tcp   ; เราจะพูดคุยกันทาง tcp นะจ๊ะ
remote xxx.xxx.xxx.xxx ; ip server ของฝั้ง ที่ office ครับ 
resolv-retry infinite
nobind
;auth-user-pass
auth-nocache
persist-key
persist-tun

   ; รายละเอียดด้านล่างไม่ต้อง copy ไปนะ มันใช้งานไม่ได้แต่ทำเป็นตัวอย่างเฉยๆ ผมตัดบางส่วนออก จะได้มองเห็นภาพ
-----BEGIN CERTIFICATE-----
MIIDUTCCAjmgAwIBAgIUdbxWrOaOfAw4zi1vgestCZBfMb4wDQYJKoZIhvcNAQEL
ฯลฯ
xl/NKV6bOq3Sp9O+4UEwG5gDy3lKKiWBFCBPMxU0W7/N1+hDn3q+imEZREsbQH3X

-----END CERTIFICATE-----



-----BEGIN CERTIFICATE-----
MIIDWDCCAkCgAwIBAgIQSt8DfII0E6HFPHmmMrJLTjANBgkqhkiG9w0BAQsFADAY
ฯลฯ
ZmktL/zYxoTSnqcA+WmlhQJdw/LeCXqvCSh/EO9JrP6QOxe68GQcYxF+zyTJosYP

-----END CERTIFICATE-----



-----BEGIN PRIVATE KEY-----
MIIEvgIBADANBgkqhkiG9w0BAQEFAASCBKgwggSkAgEAAoIBAQDPpkIxG8tYqhZV
ฯลฯ
Cl6DqxXVuziL7RbrWf8d8JPY
-----END PRIVATE KEY-----

;comp-lzo ; ลบทิ้งก็ได้ พอดีผมมีไว้ให้แสดงให้เห็นเฉยๆครับ
;AES-256-CBC  ; ลบทิ้งก็ได้ พอดีผมมีไว้ให้แสดงให้เห็นเฉยๆครับ
cipher AES-256-CBC
verb 3

;///////////////////////////////////////////////////////////////


ว่ากันที่เครื่องที่จะ remote เข้าไป หรือพูดง่ายๆ คือ มือถือ หรือ device ต่างๆ นั่นเอง พอเราได้ file client.ovpn มาแล้ว (ชื่ออะไรก็ได้นะ แต่สำคัญคือ รายละเอียดข้างใน)
ก็ทำการ import ตามภาพครับ




จากภาพด้านบน ผมตั้งชื่อ client-xxx ไว้ สามารถ import ได้แต่อย่าตั้งชื่อให้เหมือนกันพอคับ พอดีผม import เป็น cleint หลายๆ version มันก็เลยแสดงตามลำดับ ไม่ต้องกังวล สามารถลบได้ ส่วนจะลบ มันก็มีในเมนูนั่นหละครับ



ส่วนมือถือ ก็ติดตั้ง openvpn แล้ว import file ตัวเดียวกันนั่นหละครับ ก็จะแสดงตามนี้










จากภาพ จะสังเกต ได้ว่า ได้ ชุด ip 10.1.100.x นั่นคือ เราตั้งไว้ว่า จะให้ ip rang บน file server.opvn ที่ยกตัวอย่างครับ 
ส่วนที่ไม่ให้แสดงนั้น คือ ip plublic ip ที่ให้ทาง admin นั้นตั้งค่า เพื่อให้ภายนอกเข้ามาที่เครื่องเราได้ครับ  
ตรงนี้ ต้องคุยกับ admin network เองนะจ๊ะ เพราะ admin ต้องดำเนินการผ่าน firewall ของสำนักงานให้ชาวบ้าน เข้ามาที่เครื่องเราได้ ประมาณนั้น อาจจะต้อง forward ip สุดแล้วแต่ admin network ทำให้ครับ

ทดสอบ หลังจากเครื่องของเราที่อยู่บ้าน Client ลอง ping ไปยังเครื่อง server ที่อยู๋สำนักงานที่เราทำการ run mode server รอรับ client ไว้แล้ว
(ปล. เครื่องที่ office ต้อง เปิด openvpn mode server ตามภาพด้านบนไว้นะคับ ถ้าไม่เปิดไว้ ก็ client ก็ไม่สามารถเข้าไปใช้งานได้นะ)




จากภาพคือ ping จากเครื่องลูกข่าย สามารถ ping ไปยัง ลูกข่ายอื่นๆ ที่ login เข้ามาในระบบ หรือ server ภายในสำนักงานได้ และ server ก็สามารถ ping ไปยัง ลูกข่าย หรือเพื่อนๆ ที่อยู่บ้าน ได้ทุกเครื่องได้เช่นเดียวกันครับ





ตัวอย่าง หากเรามี server 1 ตัว ip 10.1.100.1 ทุกคนใช้งานพร้อมกัน
อาจจะมี 10 คน ทุกคนก็สามารถที่จะ ping ip หากันได้ เลย ครับ เปรียบเสมือน เรานั่งข้างๆ กันที่ office นั่นเองครับ

ก่อนจบ 
แนะนำว่า หากใครทำไม่ผ่าน ให้ไป control panel เปิด firewall port 443 หรือ port ที่ชอบหรืออยากได้ก็ได้เลยครับ 

ฝั่ง server ทำการ start service openvpn ไว้





ภาพบน service ฝั่ง server หรือ office ตรวจสอบว่า service run อยู่









ภาพด้านบน คือ ผมต่อ lan และ ต่อ wifi ไว้ ไม่ต้องสนใจ computer จะเลือกเองครับว่าจะใช้ routing เส้นทางไหน อันนี้ ไม่ต้องรู้ก็ได้ครับ เด๋วจะลึกไปสำหรับ คนไม่มีพื้นเรือง internet 
แนะนำให้ไปอ่าน บทความ โก้ ชัยวัฒน์ ใน blog นะครับ หรือใน youtube อันนี้ คือ ระดับ อาจารย์สอน ให้เข้าใจแก่นแท้ของระบบ network เลยครับ หากใครทำงานสายนี้ ไปฟังนิดหน่อย ก็เข้าใจแก่นแท้แล้วครับ
ผมก็ได้ ความรู้จากอาจารย์ โก้ ชัยวัฒน์ มาประยุกต์ในงานที่ทำครับ





ภาพด้านบน คือ หลังจากเราตั้งค่าตามขั้นตอนแล้ว ฝั่งลูกข่าย สามารถเข้ามาในเครื่อง server ได้แล้ว เราต้อง share internet ให้กับ ฝั่งลูกข่าย โดยการเข้าไป control panel -> internet -> adapter setting ->
เลือก card ที่เราต่อ internet อยู่ ในตัวอย่าง ผมต่อ lan และ wifi ก็ทำการ share internet ให้ servervpn สามารถใช้งานได้ทั้ง lan และ wifi ครับ




หลังจากทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้ หาก และ ทำการ connect server (ไปที่เครื่องที่ office) ภาพที่เห็นด้านบน คือ จะ แสดง access ได้ เปรียบเสมือนเรานั่ง หน้าคอมพิวเตอร์ใน สำนักงานเลยทีเดียวครับ


ตอนนี้ เราก็ได้คำตอบแล้วว่า เราสามารถใช้งานที่บ้าน เหมือนเรานั่งหน้าโต๊ะที่สำนักงานเรียบร้อยแล้วครับ สามารถที่จะลงเวลาเข้าออก และ ระบุตำแหน่ง gps อันนี้ ผมขอไม่กล่าวถึงนะครับ ติดตั้ง application fake gps บน android ได้เลย
ส่วนวิธ๊การใช้งานไม่ขอกล่าวถึง เพราะว่า มีคนแนะนำไว้เยอะแล้ว

เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ว่างๆ จะมาอธิบายแบบละเอียด อีกทีครับ หากเพื่อนๆ ไม่เข้าใจครับ

ปล. ต้องเปิดเครื่อง server (pc ทีทำงานตลอดเวลา เพราะว่า ต้องให้ เครื่องที่อยู่บ้าน remote หรือ openvpn เข้ามาได้ตลอดเวลา)
หรือทดสอบ boot เครื่อง server (pc) แล้ว ทดสอบใช้ app ที่มือถือ connect อีกครั้ง




หาก boot แล้วสัญลักษณ์ไม่ขึ้นไม่ต้องตกใจนะครับ ว่ามันไม่เป็นสีเขียว แต่จริงๆ แล้ว service server มันทำงานแล้วหละครับ แล้วทดสอบ openvpn จากมือถือ เข้ามาลองดู และทดสอบลองเล่น internet ดู หากเล่น internet ไม่ได้
ให้ไปตรวจสอบ ที่ card network ว่ามีการ share internet ให้ card vpn หรือไม่นะครับ




สุดท้าย อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับ เพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ
ส่วนสำหรับ การ fake location นั้นไม่ขอกล่าวถึง มีคนทำไว้เยอะ แล้วครับ










 




 

Create Date : 17 มีนาคม 2565   
Last Update : 19 มีนาคม 2565 20:49:02 น.   
Counter : 300 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


ตั้งค่า interlink ps-3140 manual config

Link PS-3140 basic manual config


สวัสดีครับ อุปกรณ์ GIGABIT PoE SWITCH ตัวนี้ได้ใช้งานและ ทางผมเองได้ set ในที่ทำงานซึ่ง กระจายไปส่วนต่างๆ โดยผ่าน sfp port และหาข้อมูลในการตั้งค่า ติดตั้งไม่ค่อยจะมี ผมก็เลยทำขึ้นมาแบบ ง่ายๆ และแบบบ้านๆ นะครับ
(อุปกรณ์นี้ ผมใช้งานมามากกว่า 2 ปีนับถอยหลังจาก 2565 แต่เกิดปัญหาคือ update rom firmware แล้วบางตัว อาการคือ หยุดการทำงานไปเฉยๆ ก็เลยต้อง set ใหม่)
link firmware https://www.interlink.co.th/firmware






เริ่มขั้นตอนการ ตั้งค่า เลยครับ โดยการ เสียบปลั๊ก แล้ว ก็ หาอะไรแหลมๆ ทำการ reset ค่าต่างๆ ภายให้ clear ก่อน แล้วก็เริ่มกันเลยครับ
1. เสียบปลั๊กไฟ รอไฟนิ่ง
2. หาคลิปหนีบกระดาษ มาจิ้มรู ข้างๆ ที่เขียนว่า reset จิ้มเข้าไป แช่ซัก 2-5 วินาที ไฟจะกระพริบ เหมือนระบบ boot ตัวเองใหม่ แล้วก็ปล่อยเข็มที่จิ้มออก
3. ต่อสาย lan เข้า port lan 1-5 ของ switch poe ต่อ port lan ของ  notebook  ให้เรียบร้อย
4. หลังจาก reset switch จะมี ip default ของ switch คือ  192.168.0.254 เราก็ set ip notbook เป็นวงเดียวกัน อาจจะเป็น 192.168.0.2 ก็ได้





5. set ip ของเครื่อง notebook อยู่ในวง 192.168.0.2 sub 255.255.255.0 ส่วน gateway ไม่ต้องใส่ก็ได้ (ตัวอย่างผม set ip 192.168.0.2) เปิด browser ก็จะเจอหน้าแรก ให้ทำการ set password admin โดยครั้งต่อไปจะต้องใส่ ก็จำรหัสผ่านให้ได้นะครับ






6. เปิด browser พิมพ์ ip 192.168.0.254 และเข้าไปในระบบ จะเริ่มตั้งค่าของ ip switch โดยผมยกตัวอย่าง ตั้ง ip สำหรับ manager switch วง 172.16.2.102 หรือจะเอา default ip ในระบบ ก็ได้แล้วแต่ ว่ากลุ่ม ip ของที่ทำงานคุณนั้นจะใช้แบบไหนนะครับ







7. หลังจากใส่ ip ของ switch เรียบร้อแล้ว กด next เลือก normal mode เพื่อจะได้ง่ายๆ พอกด apply ระบบที่เรา set จะหลุด เพราะว่า วง ip เปลี่ยน  เราต้องแก้ไข ip เครื่อง notebook อีกครั้งคราวนี้ ต้องอยู่ในวงเดียวกันกับ ip ของ switch ที่เปลี่ยนใหม่





8. หลังจาก set ip ของ notebook ใหม่ ต้องอยู่ในวงเดียวกันกับ ip ของ switch ที่เราตั้งค่าไว้ก่อนหน้านั้น ตัวอย่างผมก็ตั้งค่า ip 172.16.2.100 เพื่อจะอยู่ในวงเดียวกันกับ ip switch 172.16.2.102 ตอนนี้ จะเข้าหน้าจอ config switch อีกครั้ง
แต่คราวนี้ ip จะไม่ใช่วง 192.168.0.254 แล้วแต่จะกลายเป็น ip 172.16.2.102 (ผมตั้งใหม่นั่นเอง)







9.คราวนี้ ระบบจะถาม user & password (เพราะว่าตอนแรกผมไม่ได้ถ่ายไว้ ระบบจะบังคับให้ใส่รหัสผ่าน admin) หลังจากนั้น เข้า switch ip 172.16.2.102 ได้ โดย ip เป็นตัวใหม่ที่เรา set ไว้นั่นเอง






หลังจาก set ip ที่ notebook อยู่ในวงเดียวกันกับ switch ก็สามารถเข้า login ผ่านหน้าจอได้แล้ว






ส่วน user & password จะถามช่วงแรก ตอนต้นให้จำ รหัสผ่าน ให้ได้นะครับ







ตรวจสอบความถูกต้อง ส่วน port vlan ก็สามารถ เปลี่ยนได้ ตามต้องการว่าจะต่อเชื่อมกับ switch ตัวไหน ที่ทำงานผม ต้องเปลี่ยนจาก vlan 1 เป็น vlan 100 เพราะว่า จะต่อ switch ps-1340 นี้ไปยัง switch cisco sg300
โดยที่  port trunk บน switch cisco ต้อง set ค่าประมาณนี้



กรณีที่ใช้ switch cisco ต่อกับ ps-1340 ก็ set port เป็น general หรือ trunk ก็แล้วแต่สะดวกครับ

รูปแบบที่ 1 ต่อแบบ port general




รูปแบบที่ 2 set แบบ port trunk





จากภาพข้างบน ตัวอย่างคือ การ set port ของ switch cisco เพื่อต่อกับ switch ps-1340 ให้มองเห็นกัน สามารถเชื่อมต่อผ่าน fiber sfp ตามตึก หรือ ไปส่วนต่างๆ ตามที่เราต้องการ
หาก set ถูกต้องจะต้อง ping ip ระหว่าง switch และ ping ไปยัง ลูกข่ายภายใน switch ได้






หลังจาก reset sp-1340 จะได้ ip 192.168.0.254 vlan 1 ซึ่งเป็น default vlan ของ switch ตัวนี้ครับ








diagram  คร่าวๆ เผื่อจะได้มองภาพออกนะครับ

notebook port lan <------> (port 1-3 ผม set เป็น port access vlan 46) ps-1340 (port 5-6 ผม set เป็น port trunk ) <--------> (port trunk )switch cisco





ผมกำหนด port 5,6 เป็น trunk และ 1-4 เป็น access เพื่อใช้งานต่างๆ กันไป






switch รองรับได้เพียง 5 vlan เท่านั้นนะครับ






จากภาพ ผมเปลี่ยน vlan manager เนื่องจากต้องต่อ เข้ากับระบบใหญ่ เพื่อจะได้เป็น vlan สำหรับ manager โดยเฉพาะ พอดีทางผม set vlan 100 สำหรับ ip กลุ่มพวก switch cisco หรืออุปกรณ์ network พวก core switch ต่างๆ จะอยู่ในวง vlan 100 ครับ (จากภาพอธิบายภาพจากด้านบนนะครับ)







กำหนดค่า snmp เพื่อ monitor และ ต้อง เปลี่ยน snmp state เป็น enable ด้วยนะครับ ไม่งั้น snmp จะไม่ทำงานครับ 












หลังจากนั้นทำการ save ด้านบน มุมขวา เพื่อจะทำการ flash rom ในระบบ เป็นอันเรียบร้อย ครับ

สุดท้ายคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ มี swith ps-3140 ตัวนี้ จะได้ลองทำดูครับ




















 




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2565   
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2565 17:15:07 น.   
Counter : 199 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


เปลี่ยนจอ oppo a3s แบบง่ายๆ ราคาไม่แพง



วันอาทิตย์ที่ 26 ธค. 64 กลับเยี่ยมบ้าน พอดีเจอญาติ ๆ ฝากมือถือให้เปลี่ยนจอให้ oppo a3s ซึ่งญาติได้เตรียม จอ อุปกรณ์ ไว้แล้ว เหลือเพียงแต่เราไปเปลี่ยนให้
ผมก็เลย เอามาเล่าสู่กันฟัง หากใครจะเปลี่ยนเอง ระวังตรงไหน ค่อยๆ แกะส่วนไหนจะได้ง่าย ก่อนอื่นหากใครไม่เคยแกะ ก็ต้องเปิด youtube ดูตัวอย่างมืออาชีพที่เค้าเปลี่ยน เราก็แค่ทำตามขั้นตอน ตามแค่นั้นเองครับ

เริ่มกันเลย






ใช้เครื่องมือที่แถมมาในกล่อง ก็งัดส่วนท้ายจอ จะได้ง่ายๆ ครับ






ค่อยๆ งัดรอบมือถือ จะมีกิ๊บ หรือ แง่ง เราก็งัดๆ รอบ แล้วก็ดึงออกได้เลยครับ





แบตไม่เคยถอดเลย ก็ต้องดูตามคู่มือที่แปะไว้ เค้าบอกว่า ให้ ลอกพลาสติกขาว และ ดึงเขียว






ด้านบน จะเห็นว่า พลาสติกขาว จะรองก้อนแบตอยู่นะครับ อย่าไปดึงขาวนะครับ มันจะไม่ออก





หลังจากถอดแบต ก็ถอดน๊อตเพลต ที่วงไว้ครับ





จอเตรียมไว้




กรณี เพลตค่อย งัดออกนะครับ จะมีพลาสติก ตรงจอติดกับเพลา ซึ่งถ้าดึงแรงจะทำให้ จอขาดได้ ค่อยๆ เอาไขควงเล็กๆ ที่แถมมา ค่อยๆ แซะกาวระหว่างจอ กับ เพลต ที่จะถอด ให้ออกจากกันก่อนแล้วค่อย ดึงเพลต ออกนะครับ




ประกอบ จอใหม่ อย่าพึ่งทากาว นะครับ เพียงประกอบ ใส่ แบต ใส่ connector ต่างๆ แล้ว ก็ทดสอบเปิด ถ้าจอติด ก็เป็นอันใช้งานได้ และ ปิดจอ ทำการ ทากาว ประกอบได้เลยครับ




จากภาพก็เตรียมทากาว รอบจอ และ ปิดเพลต ใส่ connector ต่างๆ ให้เรียบร้อย และเข้าที่ หลังจากนนั้นทดสอบ เปิด ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

หวังว่า จุดระวังที่บอกไว้ ใครไม่เคยถอด อย่าไปพลีพลาม ดึงออกอาจจะทำให้ จอขาดได้นะครับ คงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับเพื่อนๆ จะถอดประกอบ จอ ให้เพื่อนๆ ญาติๆ พี่น้องเราเองได้ครับ







 




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2564   
Last Update : 27 ธันวาคม 2564 11:46:51 น.   
Counter : 418 Pageviews.  


ประกอบ iphone 6s plus จากซากที่พัง ให้กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง




พอดีมีเครื่องที่พี่ทำงาน iphone 6s plus ใช้งานไม่ได้ ไปซ่อมร้าน 2 ร้านบอกว่า ไม่สามารถซ่อมได้ ผมเลยเอา ซากกลับมาเพื่อจะทำเองซะเลย แต่อาจจะใช้งบในการซ่อม 




สั่งมาจากจีน
เหลือ จอ และ แบต ซึ่งทั้ง 2 พอใช้งานได้ เลยยังไม่ได้สั่ง แต่จะสั่ง board iphone 6s plus มาเหมือนเดิม คือ ขนาด 16 gb ร้านเดิมที่เคยซื้อไว้ ครับ






ก็แจ้งให้ผู้ขาย ซึ่งอยู่ ต่างประเทศ จีน ให้ทำการทดสอบ เหมือนที่เคยซื้อครั้งก่อน ทดสอบให้เรียบร้อยแล้ว ถึงส่งให้ จะได้ไม่มีปัญหา ตอนประกอบเครื่อง

เอาไว้ เครื่องมาและ อะไหล่ ครบ ก่อนแล้วจะมา update ให้ฟังใหม่นะคับบบบ

ตอนนี้ ยอดรวมในการสั่งสินค้า ก็ประมาณ 1,383+190 = 1,473 บาท ก็ถือว่า ยังรับได้ เพราะว่า ถ้าซื้อมือสองประมาณ 3,500 บาท ถึง 5 พันบาท สำหรับ iphone 6s plus แล้วแต่สภาพของเครื่องบน online ครับ


วันนี้ พอแค่นี้ก่อน เอาไว้อะไหล่ มาแล้วจะมา update ให้ฟังอีกทีครับ บางครั้งผมเขียนขึ้นมา บางคนอาจจะเอาไปแนวทาง ไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วเจอกันครับ

///// wait update ////

วันที่ 28 ธค 64 อะไหล่ บางตัวมาแล้ว ก็เปลี่ยนทีละตัว จะได้ไม่ต้องเสียเวลา มาตัวไหน ก็เปลี่ยนตัวนั้นๆ เลยครับ









น๊อต ยึดหลายตัวก็ถอดทั้งหมดครับ




เทียบอะไหล่ ก็ขนาดเท่ากัน ก็จับเปลี่ยนได้เลยแบบง่ายๆ




ประกอบเสร็จ ก็ใส่น๊อตให้เรียบร้อย




เรียบร้อยแล้วครับ รออะไหล่ มาอีก ก็ไล่ๆ เปลี่ยนไปครับ

วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ อะไหล่ กำลังเดินทาง

วันที่ 4 มกราคม 2565 ก็ได้สินค้าครบเรียบร้อยแล้ว ก็รีบถอด เปลี่ยนและทดสอบ


ปุ่ม สวิตซ์ เปิด ปิด ได้มาแล้ว




บอร์ดจาก จีน 16 gb ใส่ สำหรับ iphone 6s plus ราคาพันกว่าบาท




แบตเตอรี่ ของ iphone 7 plus ครับ พอดีได้ฟรี มา ส่วนแบต iphone 6s plus พอดีมันเสื่อม ผมเลยเอาของ iphone 7plus ใส่ได้แทน iphone 6s plus ได้เหมือนกันครับ




เริ่มถอดสายแบตเตอรี่ออกก่อน หลังจากนั้น ก็ถอดสายแพร จอ ฯลฯ ออกจากตัวบอร์ด พร้อมทั้งสายสัญญาณ wifi ด้วยนะครับ ค่อย จับออกนะครับ ไม่งั้น เกิดขาด 





ถอดบอร์ดเก่า ออกก่อน และ จัดการ ถอดน๊อต switch power off ออกก่อนเปลี่ยน







ถอดเทียบ ก่อนเปลี่ยนอะไหล่





แผ่นเหล็กที่ล๊อก ไฟ flash ตัวนี้ ถอดออกก่อน ส่วนขันน๊อต ออกก่อนใส่ บอร์ด




ภาพบน ใส่เหล็ก เพลท ก่อนใส่บอร์ดจะได้ง่ายๆ




หลังจากประกอบ ก็ทดสอบ เปิด ปิด และ ทดสอบใส่  sim  ก็ไม่สามารถใช้งานได้ เลยจำเป็นต้อง reset ใหม่ทั้งหมด ก็สามารถจับสัญญาณ เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ ได้





เปิดครั้งแรกเป็นภาษาจีน ทำการเปลี่ยนเป็นภาษาไทย







ได้บอร์ดมาครั้ง ไม่สามารถ ตั้งค่าได้บ่างส่วน ผมเลยทำการ reset ใหม่ทั้งหมด ก็สามารถที่จะใส่ sim และ รับสัญญาณได้ และ update ได้ปกติ

สรุป ผมได้เอาซากมือถือ ที่บางส่วนใช้งานไม่ได้ ก็สั่งซื้อใหม่ ทั้งบอร์ด สวิตย์ เปิด-ปิด ขาด ก็เปลี่ยนแล้ว และ ตัวมอเตอร์สั่น สายขาด ก็สั่งเปลี่ยนใหม่ ทั้งหมดเรียบร้อยในงบที่พอจ่ายได้ รายละเอียดตามแจ้งไว้ข้างบน

สุดท้ายคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับ เพื่อนๆ ที่มี iphone รุ่นเก่าๆ หากจะซ่อมไว้ให้ญาติ หรือ ขายต่อราคากำไรนิดหน่อย ก็สามารถทำได้นะครัช 

เผื่อใครยังไม่รู้

- แบตเตอรี่ของ iphone 7 plus สามารถใส่กับ iphone 6s plus ได้
- เคสทุกรุ่นของ iphone 7 plus สามารถใส่กับ iphone 6s plus ได้





​​​​​​​​​​​


















 




 

Create Date : 22 ธันวาคม 2564   
Last Update : 5 มกราคม 2565 11:16:25 น.   
Counter : 339 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

mrter2012
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




...
ไม่ต้องการ ยอด like ไม่ต้องการ ต้นตะไค้
แค่ อยากบอกคนที่ไม่รู้ หรืออยากจะหาข้อมูล..

กระผม..สนใจและศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ มือถือ ซ่อมแซมบ้าน ซ่อมรถยนต์ เครื่องยนต์ กลไกต่างๆ เครื่องมือช่าง electronic

ว่างๆ ก็จะหาอ่าน ศึกษา หาทำงาน หาซ่อมเป็นงานอดิเรก ฯลฯ

ชอบลงมือทำเอง หากไม่เกิน หรือไม่คิดว่าเกินความสามารถก็จะลงมือทำเลยครับ
หากไม่มีอุปกรณ์ หรือเกินที่เราจะมีได้ ก็ศึกษา หาวิธีที่จะทำ จนสุดก่อน

หากคิดว่าไม่ได้ ทุกอย่างมันก็จะไม่ได้ครับ ดังนั้น เราต้องมั่นใจว่าทำได้ และลงมือเลยครับ

และอยากให้เพื่อนๆ ที่อ่านลงมือทำ อาจจะไม่เหมือนผม แต่อาจจะทำอย่างที่ตัวเองถนัด
แล้วมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเป็นความรู้ประสบการณ์ เป็นวิทยาทานให้กับคนอื่นๆ รุ่นต่อรุ่น

เพราะว่าช่างที่ทำงานจริงๆ คงไม่มาเขียน หรือบอกเล่าให้เราอ่าน ดังนั้น เพื่อนๆ ทำอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ก็เขียนได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพียงแค่ เสียเวลา และถ่ายภาพ
เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ ที่จะทำตาม ....


ขอบคุณครับ สุดท้าย บทความต่างๆ ที่ผมเขียนคิดว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับใครบางคนที่ยังไม่รู้ .. ทุกคนไม่รู้ และไม่เก่งกันทุกคนครับ เอาที่ความถนัดมาเขียนบอกเล่ากันครับ... :)



New Comments
[Add mrter2012's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com