Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
กราฟฟิตี้





ถ่ายเมื่อ 5 มี.ค. 53 เทียบกับภาพบนสุด จะเห็นภาพเก่าลบไปแล้ว









สมัยยังเป็นเด็กนักเรียน ผมไม่เคยมีโต๊ะเรียนที่สะอาดๆเลย บนโต๊ะมักมีร่องรอยแกะด้วยใบมีดเป็นรูปต่างๆ หรือรอยขีดเขียนที่รุ่นพี่สมัยไหนไม่รู้ทิ้งไว้ พอนึกย้อนไปจึงรู้ว่านั่นคือศิลปะแขนงหนึ่ง

ผมไม่เก่งวิชาสามัญ แต่เรื่องวาดรูปพอไหว วาดในกระดาษแล้วเก็บไว้เงียบๆใครจะรู้ ทำอย่างไรจึงจะประกาศให้คนรู้ว่าเรามีดี (ที่ไม่ใช่ด้านการเรียน) ผมจึงวาดภาพที่ผมอยากวาดไว้บนฝาบ้านตัวเอง ผู้ใหญ่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จึงรอดตัวไป

ในวัยสิบขวบ ผมออกแบบเครื่องหมายประจำตัวเป็นสัญญาลักษณ์เล็กๆ เพราะเหตุใด เรื่องนี้ก็ตอบไม่ได้ คิดแต่ว่าคนเราควรมีเครื่องหมายอะไรสักอย่างไว้อ้างอิง ไม่ใช่ง่ายๆที่ใครจะเข้าถึงเครื่องหมายของผม จะต้องผ่านด่านต่างๆ เช่น จะต้องไปที่ตู้เก็บของ เข้าไปในมุมที่เครื่องหมายซ่อนอยู่ แกะกล่องที่มีซ้อนกันหลายชั้นอย่างกับตุ๊กตารัสเซีย ชั้นสุดท้ายจะเป็นซองจดหมายที่ในซองนั้นมีรูปวาดเครื่องหมายประจำตัว

ที่จริงเมื่อโตขึ้นผมน่าจะเป็นนักพ่นสีตามกำแพงสาธารณะ เพราะที่วัยรุ่นเขาพ่นกันทุกวันนี้ มักจะเป็นเครื่องหมายหรือลายเซ็นประจำตัวนั่นเอง

ตึกร้าง กำแพงโล้น ใต้สะพานลอย จึงเป็นเป้าหมายของคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบความตื่นเต้น เขาจะใช้เวลายามวิกาล จะออกตระเวนทำงานตอนหลังตีสองไปแล้ว เพื่อให้ปลอดจากสายตาของสายตำรวจ ไปทำเลที่หมายตาไว้เพื่อพ่นสีภาพที่อยู่ในใจลงพื้นผิวที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้คนที่มาเห็นผลงานของเขา เกิดความอึ้งและทึ่ง ส่วนจะคิดเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ภูมิหลังของแต่ละคน

ภาพแต่ละภาพจึงบรรยายสรรพคุณของคนสร้างมันขึ้นมาว่าอยู่ในระดับไหน ระดับเริ่มต้น ชำชอง หรือระดับเทพ มองทะลุไปถึงท่าทางในการพ่นสีว่าใช้ลีลาที่แปลกพิสดารหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ การทำในยามวิกาล นั่นหมายถึงต้องทำให้ไว พร้อมจะสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ในประเทศแถบยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ภาพวาดหรือลวดลายบนกำแพงนี้ถือเป็นศิลปะข้างถนนที่เรียกว่า "กราฟฟิตี้" (Graffitti)
รากศัพท์ของคำว่า Graffitti ตีความเป็น 2 ความเห็น ความเห็นแรกคือเป็นคำที่แผลงมาจาก "graffito" แปลว่า "ภาพร่างอย่างหยาบๆ บนกำแพง"
ความเห็นที่สองบอกว่าย่อมาจาก "Graphic in city" หมายถึงภาพที่มีอยู่ในเมืองใหญ่

กราฟฟิตี้โดยทั่วไปมีทั้งพวกที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์กับพวกชอบทำลาย

พวกที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์ ชิ้นงานจะเรียกว่าพีช จะใช้สีอย่างวิจิตรบรรจง จะพ่นสีทำตามตึกร้าง หรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้ทำ

อีกพวกหนึ่งคือ พวกชอบทำลาย พวกเขาพยายามเขียนชื่อตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไปไหนก็เขียน ตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรษณีย์ บานประตูห้องน้ำ เบาะรถเมล์...

พวกชอบทำลายที่แหละที่สร้างความเลอะเทอะให้กับบ้านเมือง แปลงโฉมกรุงเทพจากภาพสาวสวยเป็นสาวขี้เหล่มีสิวเขรอะ อย่างไรก็ตาม ภาพเหล่านี้กำลังจะถูกประชันขันแข่งจากใบปลิวเงินกู้นอกระบบหรือไม่ก็โฆษณากำจัดปลวกที่
ติดเปรอะไปหมดจนชาว กทม.เห็นแล้วส่ายหน้า

นักพ่นสีหรือใช้ปากกาวาดรูปตามกำแพงนี้ จะเรียกตัวเองว่าไรเตอร์
หากจะแบ่งงานของพวกเขา คงเรียงลำดับได้ดังนี้

งานลายเซ็นหรือเครื่องหมายแทนตัวเอง มีกระป๋องสีอันเดียวพ่นไปได้ทั่วเมือง แต่ละครั้งไม่ถึงเสี้ยววินาที

งานที่ยังต้องทำคนเดียว ทำแบบหันรีหันขวาง จึงนิยมใช้สีขาวดำ เขียนตัวอักษรไม่มาก มีเส้นตัดขอบเพื่อให้ดูมีมิติ ไม่เน้นความสวยงาม

งานที่ใช้มากกว่า 2 สี เน้นความสวยงาม เพิ่มสีสันให้สวยงามขึ้น ไม่พ้นพวกตัวอักษรหรือลายเซ็นขนาดใหญ่

งานพ่นสีตัวอักษรที่เกาะเกี่ยวกันไปมา อ่านยากขึ้นถึงขั้นอ่านไม่รู้เรื่อง แสดงฝีมือที่เหนือชั้นกว่าทั่วไป

การพ่นเป็นรูปคน ดารานักร้อง หรืออาจเป็นตัวการ์ตูนที่ไรเตอร์ออกแบบเองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของไรเตอร์คนนั้น ๆ

และสุดท้ายคือ การรวมพลของไรเตอร์ที่คิดจะทำงานที่ตัวเองถนัดในบริเวณเดียวกัน หรือตามแต่สมาชิกจะเห็นชอบว่าจะไปทำเรื่องอะไร เป็นการผสมผสานของการพ่นสีที่ไปในทิศทางเดียวกัน

ผมตามไปดูหลายที่เฝ้าสังเกตมานานอยู่เงียบๆ ยิ่งเพ่งยิ่งเห็น ที่เห็นมากที่สุดคือลายเซ็นยึกยือบนสมบัติของส่วนรวม มากจนคิดว่าเขาเหล่านี้ ต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าให้รู้เฉพาะในหมูกันเอง หรือต้องการให้คนทั่วไปสนใจ ที่โดนแน่ๆเห็นจะเป็นพลังของกระแสจิตด้านลบของคนในสังคมที่ส่งไปถึง แล้วชีวิตจะเป็นฉันใด

ได้เห็นพัฒนาการอยู่บ้าง จากการใช้คำหยาบโลนแบบบ้านๆ ที่นึกอะไรได้ก็เขียน มาเป็นการเลียนแบบเมืองนอก มีการแสดงออกในเชิงศิลปะมากขึ้น แต่ยังไม่หลุดพ้น เหมือนกับความรู้ทางวิชาการด้านอื่นๆที่เรามักลอกฝรั่งมาทั้งดุ้น ทั้งๆที่งานศิลปะไม่จำกัดรูปแบบในการสร้างสรรค์

อยากให้กราฟฟิตี้ไทยพัฒนาไปถึงขั้นที่ว่าสะท้อนภาพสังคม ที่เห็นแล้วยิ้มกันทั้งเมือง ไหนๆก็ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันแล้ว...




Create Date : 06 ธันวาคม 2552
Last Update : 16 มีนาคม 2553 22:04:11 น. 32 comments
Counter : Pageviews.

 
ออกแนวเลอะๆอ่ะ


โดย: คนเมืองตำนำกิน (comnow1234 ) วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:12:46:29 น.  

 
ก็สวยดี เราชอบดูนะ
ว่าที่เห็นอยู่ตามกำแพงต่างๆ
มันเท่ห์ แนวๆดี..คนทำ ทำเก่ง..

แต่ข้องใจอ่ะ ว่าที่ทำอ่ะ
มันใช่บ้านตัวเองหรือเปล่า..
หรือเจ้าของเขาเต็มใจให้พ่นไหม

ถ้าบางคนเขาไม่ชอบ
ศิลปะก็เป็นได้แค่ศิลเปรอะ

เราชอบนะ
แต่อย่ามาเขียนที่บ้านเราก็พอ


โดย: nikanda วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:16:13:05 น.  

 
อ่านแล้วก็นึกไปถึงเด็กแว๊น ชอบมาแข่งรถกันบนถนนสาธารณะ เขาจัดที่ทางให้แข่งเป็นเรื่องเป็นราวก็ไม่ชอบเหมือนต้องการอวด ว่าข้านี้เก่ง อะไรที่เขากำหนดกฎเกณท์ให้ เขาจะไม่ชอบ ชอบที่จะแหกกฏเกณท์

ก็ไม่เข้าใจความคิด ของพวกเขาค่ะ วาดรูปทำไมต้องทำให้สกปรกเลอะเทอะ ซึ่งดูแล้วมันน่าเกลียด จริงๆแล้วก็ไม่ได้ลงชื่อไว้ว่าใครเป็นคนวาด อันนี้ก็กลายเป็นเรื่องขี้ขลาดตาขาว แอบเขียนเลอะเทอะโดยไม่แสดงตัวต้องแอบๆซ่อน แล้วยังงี้จะเรียกว่าศิลปะรึเปล่าหรือแค่ต้องการปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย

เดี๊ยนไม่มีความรู้เรื่องศิลปะการเขียนและวาดหรือระบายสี
แต่ก็ชอบดูอะไรที่สวยๆงามๆ วาดแล้วสวยงามก็ชอบดูค่ะ

ก็วิจารณ์ไปตามประสา คนไม่มีความรู้ด้านนี้ค่ะ

แต่พอคุณ IM พูดถึงตอนเด็กบนโต๊ะเรียนจะมีรอยสลักชื่อหรือรอยขีดเขียน เด็กๆเดี๊ยนก็เป็นค่ะ บนโต๊ะนี้จะเอามีดเหลาดินสอแกะ อะไรต่อมิอะไร เต็มไปหมด
มาคิดย้อนหลังมันก็เป็นนิสัยของเด็กที่มืออยู่ไม่นิ่ง ตอนเป็นเด็กพลังมันเหลือเฟือ ก็เที่ยวใช้พลังไปไม่เข้าเรื่อง
ตอนโตก็ค่อยๆเปลี่ยนชอบความสะอาด บนโต๊ะเรียน จะขัดจนขาว แล้วเอารูปวิวสวย หรือรูปดาราน่ารักมาแปะไว้ที่มุมโต๊ะค่ะ ดูแล้วสดชื่นดี

เข้าบ้านคุณ IM ก็ให้นึกถึงวัยเด็กเสมอ เป็นความสุขไปอีกแบบค่ะ (เริ่มเล่าความหลัง อิอิ..)


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:16:29:23 น.  

 
พี่อิมคะ.....หุหุอายๆจังเลยถ้าจะบอกว่าชอบดูหล่ะค่ะ55555......อ้ายที่ทำสวยๆก็มีเยอะนะคะ...นกเองยังชอบถ่ายเก็บไว้ถ้ามีโอกาส...ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าทำสวยๆและอยู่ในที่ที่ไม่น่าเกลียดหรือเดือดร้อนใครนั้นก็ไม่เสียหายอะไร เป็นธรรมดาของเมืองใหญ่ แต่เห็นด้วยอย่างพี่อิมว่า ต้องทำอย่างดี ไม่หยาบคายและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ค่ะ


โดย: โปแป้ง (popang ) วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:18:35:12 น.  

 
มาดูงานศิลปะของคุณ im ที่นำเสนอในบล็อกนี้แล้วให้นึกถึงคำกลอนที่ผมจำได้ในสมัยเด็ก ๆ ว่า

"ศิลปินคือศิลปะ
กองขยะมองดี ๆ ก็มีศิลป์"

ส่วนในทัศนะของผม จะแสดงออกอย่างไรก็แสดงไปเถอะ ข้อสำคัญให้อยู่ในที่ทางของมันก็ดีทั้งนั้นครับ


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:19:47:46 น.  

 
ก็พอมีบ้างค่ะ..แถวบ้านเรา
เป็นต่างจังหวัด นอกเมืองหน่อย
ก็เลยมีไม่เยอะ ไม่ศิลป์อะไรมากมาย
เห็นตามกำแพง ใต้สะพาน หรืออุโมงค์
ก็มักจะเป็นการเขียนอักษรเก๋เป็นส่วนมาก
ประมาณว่าคนนั้นรักคนนี้ คนนี้รักคนนั้น


โดย: nikanda วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:21:39:03 น.  

 
ตามตึกร้างๆมีเยอะ
เรายังชอบดูเลยค่ะ
ไหนๆก็ดีกว่าเห็นกำแพงเก่าๆโทรมๆ

เห็นด้วยค่ะ
อยากเห็นภาพวาดที่โดนๆแบบกัดจิกสังคมเล็กๆบ้าง
สงสัยคุณInsigniaต้องนำร่องซะแล้ว
รับรองจะตามดูและไม่บอกว่าเป็นฝีมือใครหรอกค่ะ
หรือจะให้ดูต้นทางให้...ก็บอกมา 5 5 5

วันนี้ 4 ทุ่มเศษ ก็ออกมาจากเต้นท์แล้วค่ะ
พอดีทราบว่าจะต้องต่องานบนถนนราชดำเนินออกไปอีกถึงวันที่ 13 ธค.
น้องๆก็ล้ากันแล้ว...กลับบ้านดึกๆทุกคืน
เดี๋ยวจะต้องเปลี่ยนคำนำหน้านางโดยมิได้ตั้งใจ
ชอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนที่เต้นท์ พม.

ไม่ว่างเข้าบล็อคเลย..อยากนอนๆๆๆลูกเดียว
ถ้าหายไปอีกอย่าว่ากันนะคะ
Good night..



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:23:51:35 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องเนื้อในของมะเขือนะคะ^^

ใช่เลยค่ะ นึกถึงโตีะเรียนตอนเด็กๆ แล้วอีกอย่างที่จะต้องมีคือชื่อเขียนไว้บนโต๊ะเรียนว่าใครรักใครด้วยค่ะ


โดย: oRanGIsM วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:10:49:36 น.  

 
อั๊พบล๊อกแล้วค่ะ
วันนี้เขียนบทประพันธ์โครงการณ์ถนนสายนี้มีมิตรภาพค่ะ
เศร้านิดนึง ว่างก้ไปลองอ่านนะคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:16:43:45 น.  

 
ชวนพี่อิมทานผัดเผ็ดปลาดุกกรอบค่ะ


โดย: popang (popang ) วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:20:23:35 น.  

 
=ชอบรอยสลักตามโต๊ะมากครับ
เคยซื้อโต๊ะเก่านักเรียนมา
เพราะร่องรอยน่ารักนี่แหละ
นึกถึงโต๊ะสมัยมัธยม
อยากไปหาดูเหลือเกิน
แต่ไม่หลงให้เห็นแล้วครับ
เดี๋ยวนี้เขาใช้โต๊ะเหล็ก


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:21:30:07 น.  

 
..
....มาดูศิลปค่ะ....แต่ชอบแบบสวยงามมากกว่าค่ะ
....


โดย: ลมลวง IP: 114.128.5.84 วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:21:30:21 น.  

 
Graphic in city พอบอกว่ามาจากคำนี้ ทำให้รู้สึกเก๋ไก๋ไปซะงั้นค่ะ

อ่านแล้วทำเอานึกถึงโต๊ะนักเรียนวัยเด็ก เออ นั่นสิเนาะ ต้องมีรอยขูดนิดหน่อย

ที่สงสัยคือในห้องน้ำน่ะค่ะ ทำไมคนเขาจะต้องเขียนอะไรประหลาด ๆ ในนั้น


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:21:49:48 น.  

 
โต๊ะสมัยเรียนไม่เคยสะอาดเลยค่ะ
มีเขียนสูตรโน่นสูตรนี่เต็มไปหมด เอิ๊กๆๆๆ
บางทีก็มีรอยมีดแกะเอาไว้ว่าใครเป็นแฟนใคร

ข้างกำแพงก็เจอประจำว่าถิ่นใคร ใครใหญ่
โรงเรียนไหนเป็นพ่อของโรงเรียนไหน

ในห้องน้ำก็เยอะ บนรถเมล์ก็แยะ
แต่ชอบขำคำว่า... ตรูนึกแล้ว ว่าเมิงต้องอ่าน
อ่านจบทีไรสะดุ้งทุกที...

เอมานรู้ได้ยังไงหว่า 555


โดย: Fullgold วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:22:22:44 น.  

 

สวัสดีจร้า... วันหยุด มาช๊อปกระจาย ที่ตลาดโรงเกลือ....ค่ะ เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์

หลังจากทำงานจนแทบไม่มีเวลาหายใจ วันหยุดที่ผ่านมาเลยไปเที่ยวตลาดโรงเกลือที่ จ.สระแก้วมาค่ะได้ของกลับบ้านมามากมาย เผอิญไปได้แฮร์พีช(ผมปลอม)มาค่ะสำหรับลูกศิษย์ที่อยุ่ชั้นมัธยมต้นที่ผมต้องสั้นเวลาแสดงต้องใช้ผมปลอมช่วยอยู่ทุกครั้ง ได้พักผ่อนก็สบายขึ้นและต้องเตรียมลุยงานต่อในวันที่๑๑ ในพิธีเปิดปิดกีฬาจังหวัด ครูเกศได้รับความไว้วางใจจากประธานกลุ่มให้จัดขบวนพาเหรดค่ะ คุณim สบายดีนะคะไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:22:26:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายเทศกาลวันพ่อค่ะ


โดย: ไผ่สวนตาล วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:50:48 น.  

 
ที่โคราชจะมีลวดลายอยู่อันหนึ่ง สีดำ น่าจะเป็นลายเซนต์ เห็นหลายที่มาก ๆ จนชินตาเลยค่ะ ที่บ่อยก็ป้ายรถเมล์ และกำแพง คิดว่า ถ้ามันอยู่ในบางตำแหน่งก็ดูดี บางตำแหน่งก็ดูรก


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:13:56:01 น.  

 
thk 4 comment ka


โดย: NuAeaw วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:19:05:08 น.  

 

การแสดงเริ่มแล้วค่ะ แวะไปชมกันนะคะ เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์

คุณimสบายดีนะ...........


โดย: เกศสุริยง วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:22:24:33 น.  

 


หวัดดีค่ะคุณอิม
อืม มินเพิ่งรู้ว่า เขาเรียกกันแบบนี้นี่เอง เหรอคะ อิอิ
มินชอบแบบว่า สร้างสรรค์ให้มันสวยงามค่ะ
ปล. นอนหลับฝันดี ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:3:17:58 น.  

 

งานที่ถนนราชดำเนินมีต่อถึง 13 ธค.2552
แต่หน่วยงานอื่นในสังกัดเดียวกันรับผิดชอบต่อ
เลยมีโอกาสมาแวะเวียนเยี่ยมเยียนชาวบล็อคค่ะ



ปายนี่เป็นความโรแมนติกจริงๆ..
จากบล็อคใหม่ค่ะ..




โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:10:48:49 น.  

 
ตอนสมัยสาวๆเคยเห็นคนเขียนเบาะรถเมล์กับตา แต่ตอนนั้นไม่กล้าว่า อยากเอาคนทำมาตีมือค่ะแล้วให้ล้างกำแพงซะให้เข็ด


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:11:21:34 น.  

 
ตอนนี้ยุ่งมาก ไม่ได้มาชวนไปเที่ยวบล็อก แต่คุณ im ยังคิดถึงจึงขอขอบคุณครับ


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:13:34:02 น.  

 
ชอบดูพวกที่วาดสวยๆ ไม่มีถ้อยคำหยาบคาย ค่ะ
เพราะรู้สึกว่ามันเป็นงานที่คนวาดตั้งใจมาก
ยิ่งพวกที่ใช้สีสวยๆนี่ดูเพลิน

แต่พวกวาดไม่สวยนี่ต้องให้ล้างกำแพง
ซื้อสีมาทากำแพงใหม่ให้เข็ดจริงๆค่ะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:18:00:28 น.  

 
นึกขึ้นมาได้ทันทีค่ะ
ในกรุงโตเกียว จะมีทางรถไฟ ข้างใต้จะเป็นอุโมงค์ทางเดินเล็กๆ ยาวประมาณสิบเมตร

เวลาเดินรอดใต้ทางรถไฟจะเเอบมองเสมอ คือเป็นภาพที่ทราบได้ทันทีว่ามีศิลปสมัครเล่นวาดไว้
เเต่ไม่มีการลบเพราะเห็นเเล้วถึงจะไม่ไฮโซ ก็น่าชมมากๆ

ชอบค่ะ ถ้าเป็นภาพวาด จะเป็นภาพที่เเสดงอารมณ์ของศิลปินโดยผ่านพู่กัน


โดย: YUCCA วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:18:08:05 น.  

 
สงสัยค่ะ ว่าเจ้าสัญลักษณ์ประจำตัวของคุณนี่ นอกจากคุณแล้ว เคยมีใครฝ่าด่านเข้าไปเจอหรือยังคะ

ถ้าเก็บไว้ไม่มีใครรู้ใครเห็น มันก็ทำหน้าที่ของสัญลักษณ์ไม่ได้สิคะ ฮ่าๆ

ปะการังว่าเรื่องนี้มันน่ารักดี


โดย: ปะการังเรืองแสง วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:20:27:53 น.  

 
สัญลักษณ์ประจำตัวของผม ยังไม่เคยมีใครฝ่าด่านเข้าไปพบ ที่จริงด่านต่างๆที่สร้างขึ้นนั้นเพียงทำให้รู้สึกว่าเครื่องหมายนั้นสำคัญมาก แม้แต่เจ้าของเองก็ไม่เว้น...เมื่อจะเข้าถึงเครื่องหมายประจำตัวครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:20:53:49 น.  

 
แถวถนนพระรามสี่ใกล้ๆกล้วยน้ำไทนี่ มีสวยๆเยอะเลย ชอบ แต่ต้องแบบพวกมีฝีมือนะ ไม่ใช่แบบพวก

...............พ่อของ.................

อะไรทำนองนี้ ฮ่า ฮ่า



โดย: วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:12:49:43 น.  

 
สมัยเรียนตอนป.ตรี หลงใหลงานศิลปะประเภท Graffiti มาก ถึงขั้นทำวิจัย ไปดูสถานที่จริง สัมภาษณ์คน เขียน reserach paperถึงวัฒนธรรม สังคมของมันเลยทีเดียว เห็นบลอกนี้แล้วทำให้นึกถึงช่วงเวลาตอนนั้นเลยค่ะ ^^


โดย: ~nocturne b flat minor~ วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:0:48:51 น.  

 
แถวที่ทำงานก็มีค่ะ

กราฟฟิตี้สวยประมาณในรูปเลย อยู่ที่กำแพงยาวเหยียด

เห็นแล้วคิดว่า น่าจะเอาดารานางแบบมาถ่ายแฟชั่น

คงงามเข้มข้น...

.........

ชอบที่จขบ.ทิ้งท้ายค่ะ

อยากให้กราฟฟิตี้ไทยพัฒนาไปถึงขั้นที่ว่าสะท้อนภาพสังคม ที่เห็นแล้วยิ้มกันทั้งเมือง ไหนๆก็ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันแล้ว...

เห็นด้วยค่า....


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 115.67.233.22 วันที่: 14 ธันวาคม 2552 เวลา:7:35:46 น.  

 
ตอนนี้มีใครอยากลองฝีมือบ้างไหมครับ

พอดีบ้านผมมีสนามบาสอยู่ข้างบ้าน แล้วทีนี้อยากทาสีให้มันสดใส ดูเข้ากับ street ๆหน่อยอะครับ

ให้เอาเป็นสนามเล่นบาสด้วย

อยู่แถวๆ สายสองนะครับ ใครอยากลองฝีมือติดต่อได้นะคับ

turbo_auto@hotmail.com


โดย: turbo IP: 203.144.144.164 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:41:30 น.  

 
แล้วแต่มุมมองครับ~



โดย: ทีแปลง วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 เวลา:23:18:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.