Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
22 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ไปดูศิลปะสมัยอยุธยาในวัดแถวฝั่งธนบุรี

"รอยอดีต" เป็นชื่อหนังสือเกี่ยวกับการศิลปะ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และเรื่องแปลกๆ แต่งโดย น. ณ ปากน้ำ เมื่อผมอ่านถึงศิลปะในวัดที่สร้างขึ้นมาในสมัยอยุธยา แต่วัดเหล่านั้นอยู่ใน กทม.ทำให้ผมหูผึ่งทันทีเลยครับ

ผมขออ้างอิงถึงข้อความที่ชอบเป็นพิเศษ ที่ดลจิตดลใจให้ไปตามหาวัดที่ท่าน น. ณ ปากน้ำกล่าวถึง ข้อความนั้นมีว่า (ข้อความสีน้ำเงิน)

มีข้อน่าคิดอยู่อย่างหนึ่งว่า ส่วนมากนักประวัติศาสตร์ และนักโบราณคดีของเรา มักจะดูถูกวัดใหม่ๆ ว่าไม่มีสาระ แล้วก็เลยไม่เหลียวแลเอาเลย บางที่เมื่อเห็นรูปภายนอก ก็ไม่ชวนให้ดูข้างในเสียแล้ว กรณีเช่นนี้นับว่าเป็นการเชื่ออย่างผิดๆ

เพราะบ่อยครั้งทีเดียวที่ข้าพเจ้าเข้าไปยังพระอุโบสถรุ่นใหม่ๆ หลายแห่ง อันถูกปฏิสังขรณ์เปลี่ยนโฉมหน้าจากของเก่าโดยสิ้นเชิง แต่ภายในนั้นกลับมีของดีอันมีค่าซุกซ่อนไว้อย่างคาดไม่ถึง เช่น พระอุโบสถวัดเก่าๆทางฝั่งธนบุรี มีพระอุโบสถเดิมวัดปากน้ำ พระอุโบสถวัดนวลนรดิศ เป็นต้น

มองดูทรงภายนอกเห็นว่าเป็นพระอุโบสถรุ่นใหม่ ไม่ชวนเลื่อมใส แต่พอเข้าไปดูภายในต้องตกใจ เพราะพระประธานในนั้นสลักด้วยหินทรายขนาดใหญ่ ทั้งยังมีพระสลักด้วยศิลาแบบศิลปะอยุธยา เต็มทั้งฐานชุกชีนั้น จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าพระอุโบสถที่กล่าวถึงนี้จะเป็นฝีมือสมัยอยุธยา

หากแต่มาปฏิสังขรณ์รูปภายนอกจนเปลี่ยนโฉมหน้าไปเสียหมด ขอให้ดูพระอุโบสถวัดหงส์รัตนาราม ที่เจริญพาศน์ฝั่งธนบุรีเป็นตัวอย่าง เมื่อดูภายนอกก็ปักใจเชื่อว่าพระอุโบสถแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งยุครัตนโกสินทร์อย่างมิต้องสงสัย

พอก้าวเข้าไปในพระอุโบสถก็ถึงแก่ตลึงงัน เพราะภายในนั้น เป็นบรรยากาศอยุธยาชัดๆ นับแต่เสาแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ มีบัวหัวสาเป็นรูปพุ่มดอกบัวและพระประทานฝีมือช่างสมัยอยุธยาใหญ่จนคับโบสถ์

วันที่ข้าพเจ้าเข้าไปนั้น บังเอิญเป็นเวลาเย็น พระกำลังทำวัตรอยู่ ฟังพระท่านสวดมนต์วังเวงก้องกระหึ่มไปทั้งโบสถ์ เสียงสวดมนต์ลอยแคว้งคว้างไปวนยังเพดานอันสูงลิบ แล้วก็สะท้อนลงมาฟังแล้วขนลุกซ่าน นึกถึงพระอุโบสถใหญ่ๆในอยุธยา อย่างเช่น วัดหน้าพระเมรุ วัดธรรมิกราช ขึ้นมาทันที พระอุโบสถสองแห่งนี้ คงจะมีระบบเสียงดีเยี่ยมดังที่เรากำลังสัมผัสอยู่ขณะนั้น ใครที่ไม่เคยเห็นบรรยากาศภายในโบสถ์อยุธยา ขอให้ไปที่วัดหงส์ ท่านจะไม่ผิดหวังแน่ๆ


วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมจึงไม่รอช้า ไปดูศิลปะของช่างสมัยอยุธยา ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร อยู่ที่ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

โชคดีที่เมื่อไปถึง พระท่านทำวัตรเช้าอยู่พอดี ได้ฟังเสียงสวดมนต์ เหมือนบรรยากาศที่ ท่าน น. ณ ปากน้ำว่าไว้ เมื่อเสร็จทำวัตรเช้า ก่อนที่จะปิดพระอุโบสถ ผมได้เข้าไปถ่ายรูปพระประธาน และจิตรกรรมฝาผนังได้บางส่วน
(พระอุโบสถจะเปิดระหว่างทำวัตร เช้า-เย็น)



"วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร" วัดนี้เป็นวัดเก่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สมัยนั้นจึงเป็นวัดราษฎร์อยู่ในท้องที่ชนบท เดิมชื่อว่า "วัดเจ๊สัวหง" หรือ "วัดเจ้าสัวหง" สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นโดยพ่อค้าจีนระดับเจ้าสัวชื่อ "หง"



ในสมัยกรุงธนบุรี เรียกว่า "วัดหงส์อาวาสวิหาร" ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดหงส์อาวาสบวรวิหาร" ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 เปลี่ยนนามเป็น "วัดหงสาราม" จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 จึงพระราชทานนามว่า "วัดหงส์รัตนาราม"



ในสมัยกรุงธนบุรี วัดหงส์รัตนารามฯ ถือเป็นศูนย์กลางการศึกษาทางศาสนา เนื่องจากอยู่ติดกับเขตพระราชฐานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อมามีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ 3


ต้นสาละลังกา

พระอุโบสถ มีพาไลรอบแบบรัชกาลที่ 3 เป็นพระอุโบสถใหญ่ ลายสลักไม้ที่บานประตูด้านหน้าและด้านหลังเป็นรูปหงส์เกาะกิ่งไม้ ลายปูนปั้นซุ้มประตูและหน้าต่างได้รับการยกย่องว่ามีความงามเป็นเลิศ แบบจีนผสมตะวันตก


ภายในพระอุโบสถ มีพระประธานเนื้อทองโบรณ หน้าพระประธานมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีนามว่า "หลวงพ่อแสน" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้อัญเชิญมาจากเมืองเชียงแสน เมื่อ พ.ศ. 2401


พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ สมัยสุโขทัย สร้างด้วยฝีมือประติมากรชั้นเยี่ยม สูงจากฐาน 183 ซม. ขนาดหน้าตัก 160 ซม.
เดิมนั้นองค์พระได้ถูกพอกด้วยปูนปั้น ต่อมาเมื่อ 26 ส.ค. 2499 พระสุขุมธรรมาจารย์ เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามฯ พบว่าพระพุทธรูปปูนปั้นองค์นี้มีรอยกะเทาะตรงบริเวณพระพักตร์ เห็นเป็นสีทองสุกอยู่ภายใน


ภายหลังกะเทาะปูนออกจึงพบองค์พระเป็นทองเนื้อผสมนวโลหะ โดยบริเวณฐานพระมีตัวอักษรสมัยอู่ทองจารึกอยู่ 3 บรรทัด เก่าแก่ถึง 585 ปี (พ.ศ. 1967)
ข้อความในจารึกหลักนี้ กล่าวถึง พระยาศรียศราช คือ เจ้าเมืองเฉลียง (ศรีสัชนาลัย - สวรรคโลก) ยุคร่วมสมัยกับสมเด็จพระบรมราชาธิราช (เจ้าสามพระยา) แห่งกรุงศรีอยุธยา


ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังและลวดลายแกะสลักที่ประตูนั้น ล้วนแต่เป็นลายดอกพุดตาน และเบญจมาศ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมสีฝุ่น เรื่องรัตนพิมพวงศ์ (ตำนานพระแก้วมรกต) เป็นฝีมือช่าง ในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ภาพทั้งหมดใส่กรอบกระจก และประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวย


เมื่อบูรณะใหม่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่ที่เสาภายในพระอุโบสถเป็นแบบอยุธยาตอนต้นซึ่งนำแบบอย่างมาจากสุโขทัยเป็นเสากลมเรียงเข้าไปแบ่งได้ เจ็ดห้อง เขียนลายพุ่มข้าวบิณฑ์ประดับด้วยดอกพุดตานด้านใน ตรงเพดานทำลดหลั่นกันเป็นชั้น มีกระดานคอสองและมีหงส์ ฐานแบบตกท้องช้าง

หลังออกจากพระอุโบสถ ผมก็ไปสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช



สระน้ำมนต์



กุฏิไม้สักเก่า


หากโอกาสอำนวยอีก ผมจะไปวัดที่มีศิลปะสมัยอยุธยาใน กทม. ตามที่ ท่าน น. ณ ปากน้ำได้เขียนถึงครับ



Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 21:49:43 น. 68 comments
Counter : 6177 Pageviews.

 
สุดยอดการดั้นด้นค้นหาเลยค่ะ
เพราะภาพพระแสนสวยงามน่าเลื่อมใสน่าไปกราบไหว้จริงๆ
สมกะที่ชื่อ อินซิกเนีย มิวเซียม
บ้านนี้มีแต่ของเก่าๆหาดูได้ยาก หรือไม่รู้เช่นวัดหงส์เป็นต้นค่ะ


โดย: จันทร์ไพลินลืมล็อกอินจ้า IP: 124.121.83.119 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:37:07 น.  

 
งดงามมากค่ะ อยู่ในกรุงเทพนี่เอง

เคยได้ยินแต่ชื่อมานานแล้ว

หากมีโอกาสต้องแวะเวียนไปไหว้พระและชมความงามภายในพระอุโบสถบ้าง

ขอบคุณที่แนะนำนะคะ



โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:00:26 น.  

 

สวัสดีคะ แวะมาทักทายในวันหยุดที่อากาศร้อนมาก ๆ



โดย: หน่อยอิง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:11:48 น.  

 
ก๊อกๆ

แว๊บๆ

สวัสดีค๊า...

โซดาชอบบล็อกของพี่จังค่ะ

เหมือนกับว่าโซดาได้ไปเที่ยววัดหงส์ด้วยจริงๆเลย

ขอบคุณพี่มากน่ะค่ะ

แร๊ะโซดาก็ตกใจกับเสามากๆเลยค่ะ

ภายในงดงามมากจริงๆ

เสียดายที่อยู่ ตจว.

ถ้ามีโอกาสจะขอไปด้วยตัวเองบ้างคร่า...

แวะมาเยี่ยมกันน๊า

*-*


โดย: zodayenka วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:23:58 น.  

 
แวะมาเที่ยวด้วยค่ะ ดีนะคะที่ไปเที่ยวไปดูศิลปะของช่างสมัยอยุธยา ไปยังวัดที่คิดว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักด้วยค่ะ ถ้าไม่ใช่คนแถวนั้น


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:37:22 น.  

 
วัดหงส์มีบานประตูแกะไม้สวยมากไม่รู้ว่าได้ถ่ายรูปมาหรือเปล่าครับ


โดย: ปุราณ (ปุราณ ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:55:40 น.  

 
โอ... ทั้งภายในและภายนอกพระอุโบสถงดงามมากครับ แต่แปลกมากที่ผมเองก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อของวัดนี้....

แค่จินตนาการถึงเสียงพระสวดมนต์ในโบสถ์ก็ขนลุกแล้วละครับ ถ้าได้ไปฟังพระสวดจริงจะขนาดไหน...

คงต้องหาโอกาสสักครั้งในชีวิต เดินตามรอยคุณ Insignia Museum เสียแล้ว...

ตอนนี้รออ่าน จขบ.เดินตามรอยท่าน น. ณ ปากน้ำไปพลางก่อนแล้วกันนะครับ...

ขอบคุณสำหรับภาพสวย ๆ และเรื่องดี ๆ ครับ


โดย: ลุงแว่น วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:15:17 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจ

ตามมาชมวัดด้วยคน



โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:20:35 น.  

 
เห็นภาพภายในดบสถ์แล้วเหมือน
วัด หน้าพระเมรุเลยค่ะ

เรื่องกระเทาะปูนออก สมัยก่อนเค้าทำกันจริงๆ
เพื่อพรางตา



โดย: Fullgold วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:31:04 น.  

 
ภาพภายในกับภายนอกนี่แตกต่างกันมากเลยค่ะ

ภาพพระประธานกับเสาต้นใหญ่และผนังด้านหลังนี่
ให้ความรู้สึกอลังการ ด้วยศรัทธาของคนที่วาดและสร้างขึ้นมาจังเลยค่ะ

บรรยากาศก็เงียบสงบดี


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:04:38 น.  

 
เข้าวัดเข้าวาแล้วสบายใจดีค่ะ


โดย: Yolanrita วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:21:27 น.  

 
เห็นพระพุทธรูปแล้ว
ต้องตีอกตัวเอง
ผมไม่ได้ไปกราบพระวัดนี้เลย
ข้ามไปได้ไงก็ไม่ทราบ คงอย่างที่ว่า เห็นอุโบสถใหม่ ก็มักจะปรามาสไว้ ไม่เข้า เสมอๆ
ขอบคุณครับที่ทำให้วาดหวังว่า เข้ากทม.ครั้งต่อไปจะแวะไปกราบพระวัดหงส์

อ้อ รูปวาดโลเคชั่นหัวบล็อกเป็นฝีมือของผู้ใด
พี่ท่านใช่หรือเปล่า
ข้าพเจ้าเลื่อมใสยิ่งนัก


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:01:51 น.  

 
แอบมาทักทายอีกแล้วค่ะคุณพี่

*-*

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: zodayenka วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:53:08 น.  

 
วัดหงส์นี่ผ่านตาผมบ่อยมากเลยครับพี่ แต่ไม่เคยหยุดแวะ เพราะไปฝั่งธนทีไรผมจะหยุดแต่ที่ วัดอินทาราม ไว้วันหลังจะต้องไปซักที สมบูรณ์จริง ๆ


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:23:19 น.  

 
สวยงามจริงๆ ครับ
ที่นี่มีแต่ของสวยงาม ทั้งนั้นเลย
ที่สำคัญ คือ คุณได้ไปดูมาเอง ถ่ายภาพมาลง เป็นสิ่งเดียว ในโลก

ผมไม่ได้เข้ามาในบล้อค นานมากเลย ครับ น้องโรสก้ไม่ค่อยได้เขียน ตอนนี้ น้องโรสใกล้สอบแล้ว สอบเสร็จ จะมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังตามประสา คนตาพิการละครับ

ตอนนี้น้องโรสเริ่มขี่จักรยานได้อีกแล้ว ครับ
มองเห็นดีกว่าแต่ก่อน ขอขอบคุณทีได้ไปเยี่ยมเสมอมานะครับ


โดย: ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ (คนตาพิการ ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:30:27 น.  

 
วัดสวยจัง
โดยเฉพาะพวกลวดลาย เหนือหน้าต่าง เหนือโบสถ์

เดี๋ยวนี้เข้าวัดบ่อยขึ้น
ไปทำบุญมากขึ้น
เผื่อใจจะได้สบาย มั่นคง อย่างสม่ำเสมอ


โดย: ถ่านหินจำศีล วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:37:04 น.  

 
ฝั่งธนฯไปบ่อยค่ะ เเต่ไม่มีโอกาสไปวัดนี้สักที ต้องไปบ้าง
ไม่พลาดเเน่ค่ะคราวต่อไป..
ขอบคุณมากสำหรับศิลปที่สวยงามที่หาดูได้ไม่ง่ายนักค่ะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:2:13:52 น.  

 
สวัสดีครับพี่


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:6:39:43 น.  

 
ดีจังเลยค่ะ ถ้ารู้ประวัติอย่างนี้ การไปวัดก็น่าสนใจขึ้นอีกเยอะเลยนะคะ


โดย: pim(พิม) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:6:59:08 น.  

 
งามเหลือเกิน...นัทไม่เคยไปค่ะ..ไม่ค่อยได้เข้าวัดเท่าไหร่..บาปหนา..

แต่ถ้าไปจะชอบวัดเก่าๆ ที่ไม่พลุกพล่าน ได้นั่งดูพระประธานเงียบๆ..ต้นสาละก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน..ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้และก็รูปสวยๆค่ะ


โดย: Why England วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:43:06 น.  

 
ภายในพระอุโบสถ์วัดหงส์ดูงดงามอลังการมากเลยครับ

ผมเคยคิดไว้ว่าจะเที่ยวชมวัดราษฎร์ วัดหลวงในกทม. จวบจนช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้แวะไปดูตามวัดราษฎร์ใกล้ๆบ้าน

แม้ว่าโบสถ์และสถาปัตยกรรมมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดแล้ว แต่บางวัดยังมีพระพุทธรูปและโบราณวัตถุเก่าแก่ให้ได้ชมได้บูชาสักการะ

ขอบคุณภาพและเรื่องราวที่นำมาฝากมากๆ นะครับ


โดย: bite25 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:22:39 น.  

 
แงๆๆเม้นท์ไว้หายหมดเลยค่ะ
เอาใหม่
ชอบๆๆเดินชมวัดเก่า อารามเก่า โบสถ์เก่ามากค่ะ
เป็นโรคจิตเลยล่ะคะ เห็นวัดเก่าไม่ได้เลย
แต่วัดใหม่ๆ โบสถ์แจ่มๆไม่ชอบนะคะ

ขอบคุณมากที่ชมมาเผื่อค่ะ เสียดายที่บูรณะแล้วนะคะ
แหะๆ ชอบให้มันเก่าๆเหมือนเดิมค่ะ

อยากชวนให้คุณมาเดินชมวัดจังหวัดนนท์นะคะ
รับรองเดินเดือนหนึ่งก็ไม่หมดค่ะ เป็นร้อยๆวัดเลยค่ะ

ชอบอ่านงานท่าน น . เหมือนกันค่ะ และตามรอยไปหลายวัดแล้วเหมือนกัน อิอิ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน IP: 124.121.51.33 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:09:11 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอตามไปเที่ยวด้วยคนนะคะ ดูยังไงก็สวยมากๆ ถึงจะเป็นวัดเก่าแก่แต่ก็มากไปด้วยคุณค่าจริงๆ


โดย: ไผ่สวนตาล วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:16:28 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะ

...................

จริงสินะคะ ถ้าเรามองแต่ตัววัด ตัวโบสถ์ อาจทำให้พลาดของดีที่อยู่ข้างในได้

ต้องขอบคุณท่าน น.ณปากน้ำที่เตือนสติ
และขอบคุณจขบ.ที่ถ่ายทอด พร้อมกะไปตามรอย เอ่รูปมาฝากกัน

ยังมีรอยอดีตอีกหลายที่ให้จขบ.ได้ตามจนเหนื่อยเลยนะคะ




โดย: ทากชมพู IP: 58.136.52.49 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:37:00 น.  

 
วัดหงส์รัตนารามแห่งนี้ผ่านบ่อยๆค่ะแต่ไม่เคยเข้าไปเยี่ยมชมสักที่ อ่านคำบรรยายประกอบรูปภาพเกิดติดใจซะแล้วซะแล้ว ทำไงดัล่ะคะ อยู่แถววัดอรุณฯ คงไปถูกเนอะ

วักแถวฝั่งธนน่าจะมีอีกมากที่ยังคงรักษาศิลปะสมัยอยุธยาเพราะพระเจ้ากรุงธนบุรีท่านก็ต้องนำช่างมาจากอยุธยามาสร้าง เคยไปวัดหนัง วัดนางนอง ชื่นใจค่ะ ของเดิมของเก่าๆยังอนุรักษ์ไว้ และคิดว่ายังคงมีอีกหลายแห่ง หลายสถานที่

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ได้รับ

แถมอีกนิดนะคะ ที่หายหน้าหายตาไปก็เพราะมีภารกิจที่ไม่อาจวางได้ ขอบคุณอีกครั้งที่เข้าไปเยี่ยมที่บล็อกค่ะ


โดย: nathanon วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:55:26 น.  

 
อาโหล...อาโหล...สบายดีเปล่าค๊า...


โดย: Why England วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:13:36 น.  

 
ขอบคุณมากๆ เลยครับกับการนำชมวัดที่ท่าน น. ณ ปากน้ำ เขียนถึง งานเขียนและทรรศนะของท่านเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ยิ่ง
Insignia museum ตามไปสำรวจของจริงมาให้ชม ต้องขอติดตามอ่านโดยตลอด ครับบรรยากาศแถวฝั่งธนบุรียังเหลือสวรรค์สำหรับนักท่องอดีตอีกหลายแห่ง โดยส่วนตัวชอบบรรยากาศแถบนั้นมาก 10 ปีก่อนอยู่หากินใน กทม.ก็เช่าบ้านฝั่งธน ไม่เคยคิดไปอยู่แถบอื่น แม้ว่าจะต้องดั้นด้นไปทำงานฝั่ง กทม. ที่ไกลแสนไกลก็ตาม


โดย: sarntee วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:35:48 น.  

 
การไปชมวัดที่ตั้งใจ บางครั้งก็ผิดหวังครับ เพราะพระอุโบสถของวัดส่วนใหญ่จะปิด เหมือนจะไม่ต้องรับคนแปลกหน้าผู้มาเยือน ส่วนใหญ่จะเปิดในช่วงเทศกาลงานวัด ในวันปกติมักจะเปิดเฉพาะในช่วงทำวัตรเช้า-เย็น การเข้าไปชมจึงไม่ค่อยสะดวก

สำหรับวัดหงส์ฯ นั้น มีวิหารที่อยู่ใกล้ๆกันปิดอยู่ ยังไม่ได้เข้าไปชม แต่หากไปเที่ยวเป็นหมู่คณะ ที่จัดโดย กทม. เช่น ทัวร์วัดสำคัญตามลำคลองบางกอกใหญ่ คงได้ชมอย่างละเอียดครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:24:51 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณ IM สบายดีมั้ยคะ ??

ป้าเดซี่หายหน้าหายตาไปซะหลายวัน อาการบ้ากำเริบค่ะ ไม่ใช่อะไร

คุณ IM ตามรอยอดีตแล้วเป็นไงบ้างคะ สมหวังหรือเปล่าเอ่ย

จริง ๆ แล้วป้าเดซี่ก็มีแผนการจะตามรอยกะเค้าเหมือนกันน้า อ่านหนังสืออาจารย์ศิลป์แล้ว อาจารย์ฝรั่งบอกว่า วัดที่สวยที่สุดในกทม.ตามสายตาของแกน่ะ คือวัดสุทัศน์

ป้าเดซี่เคยไปวัดสุทัศน์มาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ไปไม่เคยเอาสายตาหรือพกหัวใจรักศิลปะไทยไปด้วยซักที โอกาสหน้าต้องไ่ม่ลืม


โดย: Oops! a daisy วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:26:37 น.  

 
อัพแล้วจ้า
ขอสีปรีดปร้าดหน่อยนะครั้งนี้ อิอิ


โดย: noitpituk วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:41:44 น.  

 
วันนี้มีข่าวสารใหม่ในบล็อกที่อัพค่ะ

ถ้ามีกำลังใจเหลือใช้...ขอหน่อยนะคะ



โดย: ทากชมพู วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:07:43 น.  

 


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:43:13 น.  

 
วัดเข้าไปครั้งใดรู้สึกสงบทุกครั้งไป
ความรู้สึกเมื่อได้ยินเสียงสวดมนตร์แล้วขนลุกนั้นก็เป็นคะ
แต่มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะคะ...ไม่ได้กลัว

ส่วนตัวแยะไม่ออกหรอกว่าเป็นศิลปะสมัยใด
แต่ชอบดูคะ...กำลังนึกว่า
ถ้ามีบ้านมียังสร้างแบบศิลปะของไทย
เรียงรายกันอยู่ทั่วเมือง...คิดว่า
คงเป็นเมืองที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


โดย: aomamm (Forest-ic ) วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:48:04 น.  

 
เรื่องถ่ายรูปเนี่ย เป็นอะไรที่ไม่มีพรสวรรค์เอาซะเลยค่ะ อาศัยใจรักอย่างเดียว

แหม เปรียบป้าเดซี่เป็นประชาสัมพันธ์ร้านอาหารกันทีเดียวเชียวหรือ เป็นตัวกินกับจะถูกต้องกว่าค่ะ

คนช่างกิน ก็จะรู้ว่าต้องจัดวางยังไงให้ดูน่ากินอ่ะค่ะ อิอิ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:46:19 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะครับ

ผมชอบเรื่องราวประวัติศาตร์มากๆครับ
อยากที่จะถ่ายรุปแนวๆนี้ แต่มันไม่ค่อยจะมีโอกาสเลย




โดย: palmy_yoyo วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:30:03 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่ชม..เอ..ทำไมกลายเป็นคนดีไปได้อ่ะ..มีแต่ข้อเสียทั้งนั้นเลยนัทอ่ะ...

ฝันดีค๊า


โดย: Why England วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:4:02:46 น.  

 
เห็นกุฎิที่เป็นไม้สัก สวยมากๆ
ทำให้นึกถึงจังหวัดอะไรไม่ทราบที่เปิดให้ชม "บ้านไม่สักร้อยต้น "

กลิ่นเเละไม้สร้างได้เป็นเรือนไทยที่สวยงาม ร่มรื่น จำได้ว่าไปซื้อเข็มขัดเงิน 100 % พอเอามาญี่ปุ่นสีเปลี่ยนเป็นดำมืดทันที

คงระคายเคื่องกับอากาศที่ญี่ปุ่นค่ะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:4:48:40 น.  

 


โดย: ดาวดวงน้อย...ของพ่อ วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:9:28:24 น.  

 
วันอาทิตย์วันนี้ ได้สัญจรไปไหนบ้างมั้ยคะ

น่าจะมีน้า...รู้สึกว่าจขบ.ก็เป็นคนอยู่ไม่นิ่งอยู่นะคะ (ชมค่ะชม)


โดย: ทากชมพู วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:19:55:47 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะพี่
โหพี่ขา ไม่ไ้้ด้มาแป็บเดียว เกือบพลาดวัดสวยๆค่ะ
ภาพในโบสถ์ สวยจังค่ะ
พี่คะ ต้นสาละ ตรงกลางต้น นั้น คือผลหรือเปล่าคะ
นึกถึงตอนพ่อภูมิไปเขียนโบสถ์ ที่หมู่บ้านเล็กๆ ใน
จังหวัดอุดรค่ะ
พ่อภูมิ เสก็ต เป็นลายไทย ๆ หนูก็เรียกไม่ถูก
ลายประมาณภาพนี้หล่ะค่ะ
แต่ด้านหลังพระประธาน เป็นภาพ นางฟ้า โปรยดอกไม้ค่ะ
ชาวบ้านบอกไม่เอา จะเอา ต้นโพธิ์
ก็เลยต้องหา ภาพวัด จากในหนังสือให้ดู
แล้วบอกว่า เนี่ย ถ้าวัดเก่า จริงๆ ตามวังนะ
จะต้องแบบนี ถึงได้ยอม เพราะคำว่า วัดตามวัง นั่นเองแล
แต่พ่อภูมิ ก็ไม่ได้วิจิตรขนาดนี้หรอกค่ะ
เทียบชั้นไม่ติด
....
อัพบล็อกใหม่ เมื่อไร ไปตามหนูบ้างนะคะ



โดย: แม่ภูมิ (Artagold ) วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:21:13:26 น.  

 
ตามมาชมวัดด้วยคนค่ะ...
เป็นการใช้เวลาที่มีประโยชน์มากเลย ได้ทั้งความสงบ พักผ่อน และบุญกุศล
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันที่บล็อกนะคะ...


โดย: Devonshire วันที่: 1 มีนาคม 2552 เวลา:22:52:50 น.  

 
นอนหรือยังค่ะ มาตอนดึกๆอีกแว้ว
ฝันดีนะคะ




โดย: Fullgold วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:21:43:47 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรมาก ๆ เลยครับพี่


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:23:05:12 น.  

 


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:1:35:45 น.  

 
แวะเข้ามาชวนคุณ IM ไปฟังเพลงที่บ้านครับ

วันนี้เพิ่งอัพบล็อกครับ


โดย: ลุงแว่น วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:8:08:58 น.  

 
อยากไปดูมั่งจัง กลัวหลงอ่ะไม่เคยไปแถวนั้นน


โดย: Em-emiley วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:14:18:29 น.  

 
เที่ยววัดที่นี่แล้ว..มาตามไปเที่ยวโบสถ์มั่ง...ไปมั้ยค๊ะ


โดย: Why England วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:16:06:32 น.  

 
เข้ามาทักทายคุณ IM ค่ะ สบายดีนะคะ

แอบชำเลืองมองดาวสีทองบนท้องฟ้าสีแดงอีกรอบ เพดานโบสถ์อ่ะค่ะ ไม่ใช่อะไร อิอิ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:16:29:17 น.  

 
วันนี้อัพบล็อกใหม่ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับโลกนะคะ

แวะไปน้า....


โดย: ทากชมพู วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:20:35:47 น.  

 
ภาพจิตรกรรมในอุโบสถ ทั้งผนัง ประตู เสา .. งามมากๆ เลยค่ะ


โดย: แม่ส้มแป้น วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:20:55:13 น.  

 
สวยครับศิลปะของไทยนี้สวยมากๆชาติอื่นไม่มีอย่างเรา

ส่วนต้นสาละนี้ชอบปลูกกันตามวัดมากๆเลยน่ะครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:0:03:04 น.  

 
อยู่เมืองไทยแท้ๆกรูหนอ ยังไม่ได้เห็นเลยครับพี่น้อง


โดย: แมงแสบบบ (pongporc007 ) วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:1:52:55 น.  

 
โห..ต้องเชิญชวนด้วยเหรอค๊ะถึงจะยอมไปดู...นัทก็คิดเหมือนกันว่าเหมือนรูปโปสเตอร์..แต่โบสถ์แทบทุกโบสถ์ก็เหมือนๆกันหมด ไม่เหมือนวัดของไทย..

มีความสุขมากๆนะค๊ะ


โดย: Why England วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:7:13:51 น.  

 
แวะมาอีกทีค่ะ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน IP: 124.121.46.218 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:8:07:47 น.  

 
สวัสดีครับ...
...แวะมาชื่นชม กันศิปะและความเป็นไทยครับ


โดย: nai-nu-19 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:17:12:30 น.  

 



วันนี้เอารูปหลวงพ่อที่วัดหน้าพระเมรุ อยุธยามาฝากค่ะ
พระประธานเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรง เครื่องปราง มารวิชัย



โดย: Fullgold วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:22:18:16 น.  

 
เหตุที่ได้ชื่อว่าวัดหน้าพระเมรุนั้น
เพราะพระเจ้าอลองพญาหลังจากที่ได้ยิงปืนใหญ่
ใส่วัดราชบูรณะจนเสียหายแล้ว
ก็ได้พยายามยิงปืนใหญ่ใส่พระบรมมหาราชวัง
โดยปกติ ปืนใหญ่โบราณหลังยิงไปแล้วลูกหนึ่ง
จะต้องหยุดพักสักครู่แล้วจึงยิงใหม่

แต่ด้วยความใจร้อนของพระองค์
พระองค์สั่งให้ยิงปืนใหญ่โดยไม่ต้องพัก
ทำให้ปืนร้อนจัดจนระเบิดใส่พระองค์
ระหว่างเดินทางกลับ พระเจ้าอลองพญา
ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงสิ้นพระชนม์
ระหว่างการเดินทาง

วัดหน้าพระเมรุได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓



โดย: Fullgold วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:22:20:32 น.  

 
สวยงามมากจริงๆ ค่ะ
เพราะไม่เคยถูกเผาไฟ


โดย: Fullgold วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:23:38:58 น.  

 
ทำได้แค่ถ่ายจากข้างนอกแหล่ะค่ะ..เท่านี้ก็อับอายชาวบ้านเค๊ามากพอแล้ว ไปไหนก็เดินกดชัตเตอร์ แชะๆเป็นคนญี่ปุ่นไปเลย..

สบายดีนะค๊ะวันนี้..


โดย: Why England วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:3:17:08 น.  

 
ขอขอบคุณที่อวยพรให้ในวันคล้ายวันเกิด

ขอให้ความสุขความสมหวังนั้น ย้อนสะท้อนกับไปหา จขบ. ร้อยเท่าพันเท่า

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น จ๊ะ


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:10:25:30 น.  

 
สาธุ


โดย: แมงแสบบบบ (pongporc007 ) วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:17:58:41 น.  

 
ม่ายมีไร

แวะมาทักทายประสาคนรักๆกัน...


โดย: ทากชมพู IP: 115.67.182.227 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:21:25:56 น.  

 
สวัสดีเช้าวันศุกร์ สดใสๆค่ะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:5:24:12 น.  

 
มาเที่ยวบ้านด้วยคนครับ...+++


โดย: ตาติ๊ก...น๊ะน๊ะ..ครับ (สกุลเพชร ) วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:5:49:07 น.  

 
แวะมาชวนไปดูยุงลายครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:10:26:29 น.  

 
อรุณสวัสด์วันเสาร์ครับ

แวะเข้ามาแจ้งข่าวว่าอัพบล็อกแล้ว เชิญไปฟังเพลง "ดวงจำปา" ครับ


โดย: ลุงแว่น วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:7:08:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ ...

ดีใจจังที่พบคนลำดับเดียวกันจากแปดคน

แต่ต่างกันตรงที่ไม่ต้องแก้ปัญหาอะไรยากๆเลยค่ะ

การมีพี่น้องเยอะๆดีนะคะ

เพราะเวลามีปัญหา พวกเราจะทำให้สิ่งใหญ่ๆนั้นเล็กลงทันทีค่ะ

.
.

สุขสันต์วันหยุดนะคะ




โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:10:47:33 น.  

 
พระประธานบนฐานชุกชีสวยมากค่ะ
ยังไม่เคยไปวัดหงส์รัตนาราม
ขอบคุณที่นำมาให้ชมค่ะ


โดย: bleuemontagne IP: 58.10.195.76 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:5:35:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.