สุด(รึยัง)ทางฝัน


"ตอนจะอายุขึ้นเลข 3 รู้สึกยังไงอ่ะ"

คำถามจากพัท เพื่อนที่แผนกถามขึ้นมา 
เพราะอยากจะเตรียมใจอายุ 30 บ้างในปีหน้า

โถ่....ตั้งปีหน้า แถมปลายปีอีก มีเวลาเตรียมใจอีกนาน
สำหรับผม มันก็....เสียดายเลข 2 ด้านหน้านิดนึงครับ
และรู้สึกว่ากำลังถึงวัยสึกหรอ จะมาซ่าเหมือนตอน 20 กว่าไม่ได้แล้ว
ผิดกับตอนจะอายุ 20 อันนั้นดีใจมากครับ อยาก 20 มาก
รู้สึกเรากำลังจะเปลี่ยนจากเด็กผู้ชายเป็นผู้ชายจริงๆ ซักที
การบรรลุนิติภาวะก็เหมือนการปลด Gold skill ครับ 55555
แต่.....เข้าผับ ร้านเหล้าแบบไม่ต้องคอยกลัวกัปตันหิ้วไปทิ้งซักที

ประเด็นวันนี้ไม่ได้อยู่ที่อายุเท่าไหร่ครับ 
แต่เพราะคุยเรื่องอายุ ผมเลยมาย้อนนึกได้ว่า  

เฮ้ย....เราทำงานมา 9 ปีแล้วหรอวะ
แถวอยู่บริษัทนี้มาจะร่วม 9 ปีแล้วซะด้วย
นี่ไม่ใช่บริษัทแรกที่ผมอยู่นะครับ และจริงๆ แผนไม่ใช่แบบนี้

ผมเรียนจบปั้บก็เอาหน้าไปโดนบริษัทปูนสีหวานด่ามาแทบจะทั้งคณะ 

"รู้ไหมถุงปูนสีอะไร"


สรุปก็ร่อนไป UK ตามเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน
เหมือนเป็นสูตรสำเร็จว่าจบวิศวะนี้แล้วต้องไปเดินเตร่เป็น UK Boy ซักปีก่อน
ใช่ครับ....แผนคือ
"ซักปี"





ระหว่างนั้นเหงาๆ จะเริ่มรู้จักเวปหางาน ที่เรากรอกประวัติทิ้งไว้
ผมก็เริ่มทำไว้กะว่าจะได้มีใช้ตอนที่กลับไปหางานแล้ว
แต่อยู่ที่โน้นได้ 3 หรือ 4 เดือนไม่แน่ใจ
ทะลึ่งได้งานเฉย
จากการสัมภาษณ์ออนไลน์ด้วยครับ เพราะผมบอกว่าตัวผมอยู่ UK
ทีนี้พอเค้าถามว่าแล้วจะกลับมาเริ่มงานได้ไหม ก็ดันดีใจบอกว่า "ได้ครับ"
งานนี้เลยต้องบ๊ายบายเพื่อนๆ บินกลับมาแบบงงๆ
แต่ที่พีคกว่านั้นคือ.....
งานแรกที่ได้โคตรทรมานทรกรรม
ตอนนั้นร้อนวิชาอยากทำงานพวก On site engineer ครับ
กับเงิน......... 12K  ไม่มี บวก บวก 
ปรากฎว่า....
3-4 เดือนแหละ.....ลาออก!!!!!
ซวยชิบหาย.....กุแม่งไม่น่าบินกลับมาทำงานนี้เลย


ออกมาก็ถ่าย Extra ไป 2 งาน ได้ตังมา 1500-2000
ช่วงนั้นเพื่อนหลายคนเริ่มชวนว่า

"ไปเป็นสจ๊วตเถอะ"
"สอบนักบินกันเถอะ"
"ไปสอนพิเศษเถอะ"

"เป็น Sale Engineer เถอะ"
ตอนนั้นเหมือนเริ่มรู้จักตัวเองว่า เราน่าจะเอาดีด้าน Sale Engineer ดูว่ะ
อยู่ๆ มีบริษัทเรียกสัมภาษณ์ Location ก็ไม่ไกลมาก
ไปสิครับรออะไร....




คราวนี้ผมสี Aim ในใจว่าอะไรที่อยากทำอะไรที่ไม่อยากทำ
พอคุยทั่วไปเส็ดผมก็เปิดว่า สนใจเป็น Sale Engineer 
แต่คำตอบที่ได้คือ
"ที่นี่ไม่มีตำแหน่ง sale Engineer"  ชิบแล้ว....
"แต่ลองฟัง JD ดูก่อนไหม"
ฟังแล้วก็.....ลองสัมภาษณ์กับที่แผนกดูก่อนก็ได้

แล้วเอาจริงๆ ครับ ใจผมตอบว่า
"ตกลง" ตั้งแต่แรกเจอคนที่เข้ามาสัมภาษณ์เลย 
ไม่ใช่สาวสวยนะ 5555555 อย่าเข้าใจผิด
แต่คนที่เข้ามาคือ คุณ VP กับพี่ ผจก คนเก่า ที่ลาออกไปนานแล้ว
ทั้ง 2 คนใส่เชิร์ตสีขาว กางเกงดำ รองเท้าหนัง และมีความดูดีมาก ๆ
ดูดีแบบที่ผู้ชายด้วยกันรู้สึกว่า
เฮ้ย! ทำไมดูดีจังวะ
บุคลิกดีมากๆ การนั่งการพูด การยิ้มน้อยๆ สายตา หน้าตา ผิวพรรณ
เป็นผู้ชาย 2 คนที่ดูเฟอร์เฟคมาก ไม่ได้หล่อพี่ติ๊ก แต่ดูเป็นคนมีสเหน่น่ามอง

"คุณพูดอเมริกัน แต่กลับมาจาก UK น่ะหรอ"
จำคำถามนี้ได้เลย ในใจผมคือ "ก็กุพูดอเมริกันมาทั้งชีวิต ไป3เดือนจะได้ติดอะไรมา"
แต่ผมตอบ "ครับ" แล้วแค่ยิ้มเบาๆ เท่านั้น

"คุณต้องลองหันพูดให้ช้าลงนะ การพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดกับจะทำให้คุณดูดี" 
นั่นคือแนะนำจากคุณ VP หลังจากจบการสัมภาษณ์ทั้งไทยทั้งอังกฤษ
ตรงนั้นผมว่าไอ่งานนี้ต้องตอบโจทย์ชีวิตผมแน่นอน
ไม่ได้นั่งโต๊ะ ไม่ทำงานจำเจ ออกไปเมื่อไหร่ก็อิสระ ฟังยังไงก็เหมือน Sale Engineer 
มีเงินเดือนแน่นอนที่ดี  แต่ไม่มีค่าคอมฯ และไม่ต้องทำยอดเหมือน Sale 


ขับรถกลับมายังไม่ทันถึงบ้าน ทาง HR ก็ตอบกลับมาว่า

"มาเริ่มงานเดือนหน้าได้เลยนะคะ"
เย้ยยยยยยย งวดนี้ดีใจมาก ตอบตกลงทันทีไม่มีลังเล
คุยเงินเดือน อะไรเรียบร้อยทั้งที่ขับรถอยู่งี้แหละ
 
พอเริ่มงานวันแรก มาถึงแผนกนี่ 
มีพี่อีก 3 คนที่เป็นสมาชิกในแผนก ทุกคนดู Nice มาก
และดูแลน้องใหม่อย่างผมดีมากๆ 
แต่ก็ไม่พลาดการถูกรับน้องด้วยการ
ห้ามพูดไทย 2 สัปดาห์
ด้วยเหตุผลที่ว่าทำงานต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารที่ชัดเจน
เราคนไทยไม่ค่อยได้พูดอังกฤษ ก็มาพูดตอนนี้เพื่อเรียก Speaking skill 
หลักจากนั้นก็ถูกส่งไป
อบรมเรื่อง Safety และที่สำคัญคือ....
Workshop การเจรจาต่อรองและโน้มน้วงจิตใจ   5555555
ส่วนอื่นๆ พี่ในแผนกจะแนะให้ เช่น นั่งประชุมยังไงให้ดูดี
มือเอาไว้ตรงไหนดีเวลาพรีเซ็นต์งาน รวมถึงโกรธยังไงไม่ให้ดูโกรธ 55555




และทุกอย่างในงานนี้ก็ตรงกับที่ผมตามหามากๆ 
ออกไซต์บ้าง นั่งออฟฟิศบ้าง เจอคนมากมาย เดินทางบ้าง
ซึ่งก็เน้นใกล้ๆ ไม่ได้ห่างไกลมาก นานๆ ถึงจะไปค้างไกลๆ ซักที
อิสระเหมือนอย่างที่คนรุ่นผมต้องการ จะแวะ จะนั่ง จะกิน อะไรก็ได้
ทำงานเส็ดแวะนั่งคาเฟ่ได้ แวะกินข้าวดีๆ ได้ แวะเดินห้างเล่นได้



ที่สำคัญคือ รายได้สมเหตุสมผล
(แต่บางทีเหนื่อยมากก็รู้สึกไม่คุ้มตาย)
สังคมที่แผนกดีมาก เราอยู่กันแบบครอบครัว และเป็นเพื่อนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ 
ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่เป็นเพื่อนเหมือนที่หาได้จากสมัยเรียนเลยครับ
มีพี่มีน้องที่รักกัน ดูแลกัน จริงๆ และเจ้านายดีมากๆ ครับ
คือนายก็เข้าใจธรรมชาติของ เด็กหนุ่มๆ ที่อยู่ด้วยกันเยอะๆ 
ว่ามันจะจับให้อยู่ในกฎในระเบียบไม่ได้หรอก ไม่อะไรนายก็ปล่อยๆ ไป



เผลอแป้บเดียว ก็ผ่านมา จะเข้าปีที่ 9 แล้ว
พี่ที่ผมเห็นในวันแรกของการทำงานมีเหลืออยู่แค่คนเดียว
คือพี่ผจก คนปัจจุบัน ที่เหลือก็เปลี่ยนหน้ากันไปหลายรุ่นมาก

เมื่อสุดทางฝัน
หลายๆ คนเลือกหาประสบการณ์ที่นี่ซักพักแล้วไปเริ่มงานที่ตัวเองฝันต่อไป
เพื่อนร่วมงานผมลาออกไปแล้วไม่น้อยกว่า 10 คน
4 คน ไปเป็น Sale Engineer ที่เหนื่อยแบบได้ค่าคอมฯ ทำงานไปเที่ยวไป
1 คน ไปเป็นนักบินเรียบร้อย 
3 คน ไปเป็นสจ๊วต
ด้วยพื้นฐานที่ภาษาดี โปรไฟล์ดี บุคลิกดี หน้าตาดี
1 คน กลับไปเรียนจนจบ ป.เอก
1 คน กลับไปอยู่กับที่บ้าน เรียนขี่ม้า ทำ Youtube ไม่ได้ทำงานต่อด้วยปัญญาสุขภาพ
1 คน ไปเปิดบริษัทรับเหมาของตัวเอง เท่ๆ
เท่าที่จำได้มีเท่านี้ 

กับที่ตรงนี้ กับบางคนอาจจะ
สุดทางฝัน
แล้วไปเริ่มเส้นทางฝันใหม่ในสิ่งที่ตัวเองคาดหวังไว้
แต่ความฝันมันมีอยู่ทุกทีแหละครับ
ขึ้นอยู่กับว่าปัจจัยตรงนั้นมันตอบโจทย์ของใคร

แต่ความฝันของผมมันยังไม่สุดทาง ยังต้องเดินต่อไปครับ
สุดทางเมื่อไหร่ ผมจะสร้างทางใหม่ต่อมันไปเองครับ

.....เพราะ....หนี้เยอะมาก......



คิดจะพัก....คิดถึง...หนี้สิน
จบ   55555555555555



ปล. เอาจริงๆ ผมก็เกือบไปเป็นสจ๊วตครับ ติดแค่เพื่อนบอกว่าต้องล้างส้วมด้วย......
และเกือบจะไปเป็นนักบินป้าจำปี กับหางแดงครับ แต่สอบไม่ติด 55555
ปล2. หลังจากทำงานมาได้ 2 ปีผมก็เรียนป.โท ต่ออีก 2 ปี
ปล3. จากคนแค่ 4 คนในตอนนั้น ตอนนี้แผนกมีกันชาย 9 หญิง 1
        หลังบ้านอีก 3 รวม 13 คน โตขึ้นเยอะครับ
        แผนกผมก็ยังซน เสียดัง วุ่นวายอยู่ดี
        แต่ก็เป็นที่พึ่งในคนทั้งชั้นตั้งแต่แปลงไฟล์PDF LAN หลุด ยันชักโครกพัง
       ตอบโจทย์ "วิศวะซ่อมได้ทุกอย่าง"  - -''


 
และ....ผม 30 แล้วนะครับ พัทมันอายุน้อยกว่าผม แค่เราเป็นเพื่อนกัน ^^

 



Create Date : 28 มีนาคม 2565
Last Update : 28 มีนาคม 2565 23:34:30 น.
Counter : 1000 Pageviews.

28 comments
หกสัปดาห์ของฤดูร้อนและลูกค้างคาวผู้ไม่ยอมบิน (1) กาบริเอล
(17 มิ.ย. 2567 12:39:19 น.)
"ความสุข" ในแบบที่เราเป็น.. nonnoiGiwGiw
(12 มิ.ย. 2567 11:38:31 น.)
I Dreamed a "Dream" จันทราน็อคเทิร์น
(11 มิ.ย. 2567 22:22:08 น.)
เรื่องเล่ากว่าจะเป็นหมอ ep 6 หมอศัลย์ คือ หมอผ่า รักษาคนหรือ แมวเหมียวลายสีชมพู
(18 มิ.ย. 2567 12:56:30 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtuk-tuk@korat, คุณSweet_pills, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเริงฤดีนะ, คุณกะว่าก๋า, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณtoor36, คุณกิ่งฟ้า, คุณอุ้มสี, คุณkatoy, คุณหอมกร, คุณlovereason

  
ใช่แล้ว หนี้สินคือแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด 555
สุดทางฝันก็ต้องหาทางไปต่อนะคะ อายุยังน้อย หนทางยังอีกยาวไกล
คิดจะพัก คิดถึง ... หนี้สิน อิอิ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:18:06:23 น.
  
พี่ก็โดนแม่หลอกกลับมาก่อนเหมือนกัน

พี่ได้จดหมายตอบรับเรียนเอกแบบมีทุนให้จากมหาลัยที่นู่นแล้ว แต่ว่างอยู่เกือบปี แมาเลยบอกว่ากลับมาหาแม่ก่อน แม่คิดถึง


พอดีว่างๆไม่มีอะไรทำเลยสมัครงานในเวบ แล้วเกิดจะได้ สัมภาณษ์ออนไลน์เหมือนกัน แล้วบอกเค้าว่าอยู่ออส กำลังจะกลับเมืองไทย เค้าเลยตกลงรับ


ก็กะว่าจะลองทำงานเล่นๆซัก 6 เดือน แล้วค่อยลาออก


วันที่ไปสัมภาษณ์รอบสุดท้ายที่บอสัดนะ ผจก ฝ่ายกฎหมายและสัญญาเท่ห์มากกกกกกก เรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เด็ก จบตรีจูฬาฯ ไปเรียนต่อเมกา สำเนียงผู้ดีๆ NY เรย


ตอนเค้าสัมภาษณ์ตลกมาก เค้าใส่แหวนเพชรเท่ห์ๆ เม็ดเป้งมาก มัวแต่สนใจเพชรไม่ได้สนใจที่เค้าพูด พอเค้าพูดจบพี่ก็ตกใจ ขอคำถามใหม่ ....


มารู้ทีหลังเค้ามาบอกว่า "ผมเสียเซลฟ์เลย นึกว่าพูดภาษาอังกฤษผิด คุณเลยฟังไม่รู้เรื่อง คุณเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกด้วย ... พี่เลยบอกไปว่าแสงเพชรที่นิ้วมันเข้าตา .... ฮ่าๆๆๆ


ทำไปทำมาพี่เลยไม่ได้ไปเรียนเอกเลยอ่า จาก 6 เดือน เลื่อนมหาลัยไปอีกปีนึง แล้วลืมไปเลย มหาลัยส่งจดมหายมาบอกว่าใบตอบรับหมดอายุแล้วน๊า อยากเรียนเอกต้องสมัครใหม่แล้วนะ เลยไม่เรียนละ


ตอนพี่สมัครงานก็ได้ 22 K เอง.... เดี๋ยวนี้เค้าได้กัน 36 - 45 แล้วอ่า
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:18:55:17 น.
  
ทำงานที่เดิมมา 9 ปี
สุดยอดนะครับ
ถ้าเป้นเจ้านายน่าจะรู้สึกอยู่บ้างว่า
นี่คือบุคลากรที่ดีของบริษัทเลย
คืออยู่นาน เข้าใจระบบงาน เข้าใจธรรมชาติของบริษัท

คำถามเดียวกัน
พี่ก๋าต้องถามตัวเองว่า

"ตอนจะอายุขึ้นเลข 5 รู้สึกยังไงอ่ะ" 555

ตอนอายุ 29 พี่ก๋ายังเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ
กำลังทำงานหนักเลย

น้องปริ๊นซ์เก่งภาษาอังกฤษ
เป็นคุณสมบัติที่ดีมากๆเลยครับ
พี่ก๋ายังเสียดายมาจนถึงทุกวันนี้
ที่ไม่ตั้งใจเรียนวิชาภาษาต่างประเทศ
ทำให้พลาดโอกาสดีดีไปหลายอย่างเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:18:57:46 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องปริ๊นซ์

อ่านประวัติการทำงานของเธอเพลินเลย จ้ะ จบแล้วได้งานทำ
เร็วนะ จบ ป.ตรี ก็เร็วนะ ที่ว่าเช่นนี้ เพราะเทียบจากอายุการทำงาน
9 ปี แสดงว่า จบประมาณ 20 ปี ได้งานทำเลย เพราะตอนนี้ ยังไม่ขึ้นเลข 3 แสดงว่า เรียนเก่ง นะ อิอิ
แต่น่าจะเก่งภาษาอังกฤษ มากกว่า ภาษาไทย ห้าห้า

โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:19:41:53 น.
  
อ่านดู จึงรู้ว่าแวดวงงาน นี่มันกว้างมากสำหรับผม 555

ส่วนผมค่อนข้างวลูกทุ่งมากกว่า... อ่านแล้วคงต้องต่อสู้กับ
งาน คนน่าดู..

แต่เอะ ไงไม่ถ่ายแบบอีกครับ น่าสนใจนะงานออกแล้วเดินไป
ก็มีคนรู้จัก
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:20:03:00 น.
  
ตอน 29 เพิ่งทำงานได้ 4 ปีเอง คิดแต่เรื่องเที่ยวในวันหยุด เพราะต้องทำงานพิเศษเลิกโน่น สองทุ่ม
แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้วเนาะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:20:18:06 น.
  
โชคดีที่มาดามคิดคล้ายๆพี่ก๋า
เราอยากมีงานเล็กๆ เชิญแขก 100 คนพอ
เพื่อนนี่แทบไม่เชิญ เชิญแต่แขกผู้ใหญ่ของสองฝ่าย
สามทุ่มนั่งนับซองแล้วครับ 555

โควิดทำให้ชีวิตลูกพี่ก๋านี่
มีแต่บ้าน ห้อง กับจอคอม
ไม่ได้เที่ยวไหนเลย
งานก็หยุดไปโดยปริยาย

พี่ก๋าโตมาแบบไม่ตั้งใจเรียนภาษาครับ
บาปกรรมตามทันเลย 555
ยังดีที่ลูกชายชอบภาษาเหมือนแม่
ตอนนี้เลยฟัง พูด อ่านภาษาอังกฤษคล่องมาก
เห็นความสำคัญของภาษาต่างประเทศตอนพี่ก๋าทำงานนี่ล่ะ
แล้วงานที่ทำดันต้องใช้ภาษาต่างชาติเป็นหลักด้วย 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2565 เวลา:23:26:26 น.
  
ขอโหวตก่อนค่ะน้องปริ๊นซ์ พรุ่งนี้พี่ต๋ามาใหม่ค่ะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:0:38:52 น.
  
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

ขอบคุณที่ไปเม้าท์ที่บล็อกครับ
พอคุณปริ๊นซ์บอกว่าเรื่องมันคุ้นๆ ผมก็เอะใจเองด้วว่า เฮ้ย หรือเราเคยรีวิวไปแล้วนะ ค้นๆ ไม่ๆ ยังไม่เคยลง อิอิ (ชักลืมๆ)
ชื่อมิสึนะ ที่ทักมาก็เพิ่งไปเสิร์ชเจอเป็นผักน้ำ ด้วยแฮะ ^^ แล้วก็มังกรน้อยในมู่หลานด้วย เพราะถ้านึกถึง มู่หลาน ผมกลับนึกถึงเพลง Reflection เป็นอย่างแรกเลย อ้าว ไหงงั้นล่ะ 555

ช่วงที่ผ่านมาวุ่นกับงานบ้างเลยอาศัยหยอดกำลังใจให้เพื่อนๆ บล็อกแทนเม้นท์ไว้ก่อน พอหาช่วงลงบล็อกได้เลยมีเวลาได้อ่านเนื้อหาบล็อกเพื่อนๆ ครับ

อ่านบล็อกแล้ว ผมประทับใจออฟฟิสคุณปริ๊นซ์จังอ่ะ ตั้งแต่เรื่องคำแนะนำต่างๆ ผมเดาว่าคุณปริ๊นซ์เป็นคนที่รักการเคลื่อนไหวมากกว่าอยู่นิ่งกับที่ใช้ไหมครับ ได้ทำงานที่นี่ก็ดูเข้าทางดีเลย
และชื่นชมแนวคิดของคุณปริ๊นซ์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองด้วยครับ

ผมนึกย้อนไปตอนตัวเองจบใหม่ๆ ก็แอบเสียดายว่าไม่ได้ไปท่องเที่ยวหรือพักยาวๆ ก่อนสมัครงาน เพราะตอนนั้นก็คิดแต่ว่าจบแล้วก็อยากได้งานไวๆ อยู่บ้านนานเดี๋ยวโดนเม้ง อิอิ

เวลาเราไปเจอคนที่ดูดี ก็อดทึ่งไม่ได้เนาะ บางคนทำเราหมองไปเลย 555
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:5:21:58 น.
  
สวัสดียามเช้าครับน้องปริ๊นซ์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:6:54:54 น.
  
อายุย่าง 30 ปี
เป็นหนุ่มใหญ่ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง
มีคนข้างเคียง ที่จะลงหลักปักฐาน
สร้างเรือนหอ และม่อนาคตร่วมกัน

Happy ending เลย หากเป็นหนังไทย/หนังเทศ


แต่ฝรั่งเขาบอกว่า..ชีวิตเริ่มต้นที่ 40

ตรงนั้นคงเป็นการดูแลครอบครัวของตัวเอง
น้องปริ๊นซ์ ..โชคดีที่ได้อยู่ในบริษัทที่ Friendly
เป็น Happy working place..
และคงจะเจริญเติบโต เป็นMD ต่อไป

หรือขยับขยายไป Big firm/company ระดับInt.
รักษาหุ่น+ร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้

Take care ค่ะ Little Prince



สมัยเรียนจบ ป.ตรี ตอนอายุ 19 ปี
พี่อ้อก็ลั่ลล้า ดูหนัง ฟังเพลง ดู Concert
cheer กีฬา ชิลๆ 1 ปี ..ก่อนเริ่มทำงาน เมื่ออายุครบบวช
ที่ หน่วยงานพัฒนาสังคม จังหวีดต่างๆและส่วนกลาง
ตลอด 40 ปี ของอายุ ราชการ

เหมือน Born To Be..

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:9:58:35 น.
  
เมื่อวานโหวตหมดเร็วมากครับ วันนี้เลยเอาโหวตมาส่งก่อน เย็นๆมืดๆจะเข้ามาคุยด้วยคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:11:27:01 น.
  
ถ้าอยู่มาได้เก้าปี ก็ถือว่าเป็นเซพโซนได้แล้วแหละ
อายุย่างเข้า 30 ได้ขนาดนี้พี่ว่าประสบความสำเร็จมากคนนึงเลยนะ
เก่งมาก.. เหลือบ้านเสร็จแต่เมีย มีลูก มันก็ครบพร้อมสรรพแล้วล่ะ

เรื่องหนี้สินมีตั้งแต่อายุเท่านี้อ่ะดีแล้ว พออายุเข้าเลข 4 หนี้หมด
จะได้สบายๆ .. ถ้ามีหนี้ช้าจะเครียดอย่างพี่ จิงๆ ไม่ควรมีหนี้แล้ว
ก็ยังมีอยู่ แต่มันก็เป็นตัวขับเคลื่อนที่ดีจริงๆ นั่นแหละ เหอะๆ

ว่าแต่แถวนั้นคือใกล้ผัดไททิพย์สมัยหรอ..
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:11:51:15 น.
  
จากที่บล็อก


ตอนที่สัมภาษณ์พี่บอกว่า "ขอคำถามอีกครั้งค่ะ ... เอ๊ย ครับ (แน่นอนว่าพูดภาษาอังกฤษ)


คือ ผจก. เค้าแอบเสีย self นิดนึงเพราะเราจบนอกมานานแล้ว คิดว่าสำเนียงเค้าเพี้ยนไปหรืออะไร ทำให้พี่ไม่เข้าใจที่เค้าพูด


พอหลังๆมาทำงานด้วยกัน สนิทกัน ก็เลยบอกเค้าไปว่า "วันสัมภาษณ์แสงเพชรมันเข้าตาวาบบบบบ เลยไม่ได้ฟังว่าถามอะไร" เค้าเลยเล่าว่าเค้าแอบเสียเซลฟ์นึกว่าเค้าพูดแล้วพี่ฟังเค้าไม่รู้เรื่อง เพราะเค้ากลับมาจากเมกานานแล้ว .... ฮ่าๆๆๆๆ


อย่างที่บอกคือไม่ได้ตั้งใจจะมาทำงาน เลยแกล้งเรียกเงินเดือนสูงๆ เรียกชื่อตำแหน่งหรู ไปสัมภาษณ์ก็พกความมั่นเวอร์ไปทุกครั้ง ฟาดๆทุกครั้ง บอสัดก็ใจป้ำนะ เรียกตำแหน่งเวอร์เกิน เรียกเงินเดือนสูงก็สู้


สัมภาษณ์ครั้งแรกที่เมืองไทยกับรีครูทก็ไปโวยเค้าว่าข้อสอบที่ให้ทำให้กับงานกฎหมายไม่ได้ ต้องแก้แบบนี้ๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ ก็กะจะไม่เอาอ่า ....



ได้เงินเดือนตอนนั้นพอๆกับจบนอกแล้วไปทำ Lawfirm เลย แต่เข้างาน 8 โมง เลิก 5 โมงเย็น พวก lawfirm ทำงานกัน 24 ชั่วโมง ก็เลยเลิกที่นี่



เนี่ยเค้าถึงบอกว่าพรหมลิขิต ต่อให้ทำเลวยังไงถ้าจะได้มันต้องได้มาใช้กรรม ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:12:23:06 น.
  
พี่ก๋าเชิญเพื่อน 5 คนเองครับ
เพื่อนที่เหลือมารู้ทีหลังก็เคืองอยู่นะ
เพราะพี่ก๋าเป็นประธานรุ่นด้วยไง
แต่ก็คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ว่าไม่ชอบงานใหญ่ ไม่อยากได้แขกเยอะ
ก็มาจบที่ 100 คน 10 โต๊ะจีน
งานก็กระชับมาก โรงแรมนี่ชอบเลยครับ
3 ทุ่มจบงาน กลับบ้าน
งานแต่งเพื่อนพี่ก๋าเที่ยงคืนแขกยังเมากันอยู่ในงานเลย

หมิงนี่ชอบภาษาอังกฤษมากครับ
ดูคลิปก็ดูเป็นภาษาอังกฤษ
อาจารย์สอน ถ้าสอนสนุก
มีผลกับเด็กมกาเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:13:13:30 น.
  
เห็นใครๆพูดถึงอายุขึ้นเลข 3 เลข 5
แล้วรู้สึกยังงี้ยังงั้น แต่พี่จำไม่ได้แล้วว่า
ตอนนั้นรู้สึกยังงั้นยังงี้หรือเปล่า
เพราะตอนนี้เลยเลข 8 มาแล้วน่ะซี้

อ่านเรื่องของน้องปริ๊นซ์แล้ว
ได้อะไรๆมาหลายอย่างเลยค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปที่บ้านนะคะ
ไว้จะอัพกล้วยไม้ให้ชมอีกค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:15:33:24 น.
  
ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - เขื่อนแม่กลอง กาญจนบุรี ด้วยนะครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:21:06:17 น.
  
พอเลขสามจะรู้สึกว่าเวลามันไหลเร็วมาก ถึงตอนนี้ผมกลับคิดว่าจะอะไรก็ไม่สำคัญ ขอแค่มีเวลาพักบ้าง แล้วได้เงินก็พอ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:21:20:24 น.
  
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์ขอบคุณมากนะคะที่ไปให้กำลังใจบล็อกน้ำตกแม่แก้ค่ะ

ตามมาอ่านประวัติของน้องปริ๊นซ์แล้วอยากจะบอกว่าน้องปริ๊นซ์โชคดีมากๆนะคะที่ได้ทำงานตอนอายุน้อยๆน่าจะประมาณ 21 เองนะคะตอนนี้เริ่มจะเข้าเลข 3 ยังวัยละอ่อนอยู่เลยค่ะ อิอิ แถมโชคดีได้เจ้านายดีเข้าใจลูกน้องอีกด้วย มีเจ้านายแบบนี้ทำต่อไปให้สบายใจเลยค่ะอย่าคิดไปเริ่มใหม่อีกเลยเพราะตอนนี้ไหนจะสร้างบ้านแถมมีหนี้ด้วยรอให้บ้านเสร็จหมดหนี้แล้วค่อยคิดก็ยังไม่สายนะคะ เรื่องภาษานี่พี่กิ่งขอชมจริงๆค่ะว่าน้องปริ๊นซ์ใช้ภาษาเก่งมากๆทำงาน 2 สัปดาห์ห้ามพูดภาษาไทย เยี่ยมๆเลยค่ะต้องเป็นเด็กเรียนหน้าห้องแน่ๆสมัยเรียนถึงได้เก่งขนาดนี้ อิอิ

ขอให้น้องปริ๊นซ์โชคดีในชีวิตการงานและครอบครัวนะคะอย่าหยุดฝันหมดภาระเมื่อไหร่ขอให้ฝันเป็นจริงนะคะ พี่กิ่งเป็นกำลังใจให้ค่ะ

โหวตงานเขียน ให้ค่ะ






โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:22:20:48 น.
  
จากบล็อก ขอให้คุณแม่หายจากอาการป่วยไวๆนะคะหลานน้อยฉีดวัคซีนละยังคะขอให้น้องหายไวๆด้วยค่ะ
แถวบ้านพี่กิ่งติดกันเยอะมากค่ะพี่กิ่งก็ระวังมากไม่ค่อยออกไปไหนเลยค่ะและขอให้น้องปริ๊นซ์ปลอดภัยจากโควิดนะคะ

เป็นห่วงทั้งคุณแม่และหลานน้อยด้วยค่ะ
โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:22:36:53 น.
  
แปปแปป 9 ปีแล้วซวง
อั๊ยย่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 29 มีนาคม 2565 เวลา:23:09:17 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มีนาคม 2565 เวลา:6:12:44 น.
  
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์

ชะตาชีวิตของเราหลายครั้งเราก็ไปตามน้ำแบบงงๆเหมือนกันนะคะ
น้องปริ๊นซ์กลับมาเจอบริษัทฯที่ยังไม่ใช่ก่อน
จนได้ทำงานในบริษัทฯนี้เข้าปีที่ 9 น่าจะถือว่าใช่แล้วสำหรับตอนนี้
เป็นที่ทำงานที่เราพอใจ เจ้านายดี เพื่อนร่วมงานที่เป็นเพื่อนกันจริงๆ
เรียกว่าบรรยากาศเป็นมิตร น่ามีความสุขกับทุกวันที่ต้องตื่นไปทำงาน
ถือว่าโชคดีมากๆสำหรับคนทำงานนะคะ

พี่ที่เห็นในวันแรกของการทำงานมีเหลืออยู่แค่คนเดียว
งั้นน้องปริ๊นซ์ถือว่าเป็นรุ่นพี่สำหรับคนที่เข้ามาใหม่ๆได้เลย

โกรธยังไงไม่ให้ดูโกรธ 55 ถูกใจค่ะ มีสอนวิธีให้ดูดีหลายข้อเลย

วิศวะซ่อมได้ทุกอย่างแม้แต่ชักโครก ซ่อมได้แต่หากต้องล้างนี่ขอบายใช่มั๊ยคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 30 มีนาคม 2565 เวลา:7:56:38 น.
  
ปริ้นยังหนุ่มอยู่เลย
อย่างปริ้นต้องไปเป็นนักเขียนจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 30 มีนาคม 2565 เวลา:8:38:17 น.
  
พี่ก็อยากจะรอดนะ.. พี่จะไม่ประมาท จะเชื่อฟังอย่างดี
ถ้ามีอะไรอัพเดทจะรีบแจ้งนะจ๊ะ..

ป็นผมคงกินไปซัก 2-3-4 ช้อน ---- เดี๋ยววว ถ้ากินนี่
จากเผาไขมันหน้าท้องอยู่เพลินๆ STOP
กลับมาแดรกน้ำตาลเลยนะจ๊ะ 555+
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มีนาคม 2565 เวลา:17:38:02 น.
  
สวัสดีค่า คุณภพ เอ๊ย คุณปรินซ์ 55
วันนี้เล่าเรื่องน่าสนใจมากเลยค่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาชีพวิศวะก็มีงานหน้าที่หลายแบบ คุณปรินซ์เลือกที่ถูกใจและอยู่ได้ยาวดีจะตายไป ดีกว่าเป็นสจ๊วต นักบิน ถ้าตอนนั้นสมัครได้ทำงาน ตอนนี้เหนื่อยนะคะ พี่ชาย ญาติกันเป็นสจ๊วตการบินไทยสายการบินระหว่างประเทศ ทำมาเป็นสิบๆ ปี ตอนนี้ตกงานแล้วค่ะ ตกยาวๆ เลย คอนโดก็ต้องขาย กลับไปอยู่บ้าง พออายุเยอะขึ้นจะไปสมัครทำงานโรงแรมที่ได้ใช้ภาษาก็โรงแรมเจ๊งกันอีก โควิดทำพังเยอะเชียว

นุ่นเขียนเรื่องนึงพระเอกเป็นวิศวะรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดลึกๆ เท่าไหร่ มาอ่านที่คุณปรินซ์เล่าเส้นทางการเป็นดาว เอ๊ย เป็นคุณภพ เอ๊ยไม่ใช่ๆๆ แซว เป็นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเลยค่ะ

ตกลง sale กับ jd เหมือนกันมั้ยคะ งือออ ถามเพราะอ่านแล้วงงหน่อยว่าต่างกันยังไง รู้ละ เรื่องหน้าให้นางเอกภาคสองรุ่นลูกคุณภพวาร์ปมาปัจจุบันเจอนางเอกต่างสายงานแบบแก่นๆ แต่เป็นหญิงแกร่งประมาณสาววิศวะก็น่าจะดีเนาะ คิดไว้ก่อนจดๆ นุ่นได้ปกแล้วด้วยนะ คิดว่าน่าจะเอาปกที่จ้างวาดนี่แหละ นึกภาพรวมนิยายแล้วได้ๆๆ

เรื่องสายงานที่เรียนกันชีวิตจริงนี่ก็จริงนะคะ คุณปรินซ์ยังได้ทำในสาขาที่เรียนแถมได้เดินทาง ได้รีแลกซ์ไม่ต้องจำเจอยู่กับโต๊ะทำงานดีจะตาย หนี้เท่าไหร่เดี๋ยวก็ปลดหมดค่ะ เนี่ยนึกหน้าคุณแฟนไว้ บ้านก็ต้องสร้าง ครอบครัวก็ต้องมี 555

นุ่นก็เรียนมาทางแต่มาทำงานอีกทาง เขียนนิยายก็ไปอีกทาง สรุปว่าทำอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้จนแม่บ่น แต่เค้าก็บอกว่าทำแล้วมีความสุขทำไปเถ๊อะ แต่ถ้าทำแล้วเหนื่อยไม่ได้ตังนี่ต้องคิดใหม่ค่ะ 55

เรื่องวัคซีนถ้ามีอาการข้างเคียงน่าจะหาหมอนะคะ หรือลองไปเอกซเรย์ปอดแบบไดรฟ์ทูก็ดีนะคะ เห็น thg มีลงว่า รพ.ในเครือมีตรวจ 1000 นึงหรือไงนี่แหละ แต่นุ่นไม่แน่ใจว่ามันจะดีมั้ย วันเสาร์จะไปฉีดน้องโมเข็ม 4 แล้วเหมือนกัน คราวนี้จะดักพาราตั้งแต่มื้อเที่ยงเลย ดูซิจะชนะมันหรือมันชนะเรา 55

ขอบคุณคุณปรินซ์มากๆ ค่า มาช้าหน่อยค่ะ บางบล็อกก็อ่านไม่ทัน งือออ

ขอบคุณคุณปรินซ์มากๆ เลยค่า
โดย: lovereason วันที่: 30 มีนาคม 2565 เวลา:20:46:33 น.
  
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

แสดงว่าเพลง Reflestion เป็นที่รู้จักมากจริงๆ นะ


มีแซวองค์กรด้วย 555 คับที่อยู่ได้แต่คับใจอยู่ยาก เมื่อมีเพื่อนร่วมงานโอเค เราก็โอเคกับปัจจุบันไปด้วยเนาะ ผมเองก็เคยรู้สึกตอนยังทำงานออฟฟิส โห แต่เจ้านายใส่ใจมากเลยครับ ดูแลบุคลิกภาพลูกทีมด้วย

ช่วงที่ผมทำงานประจำใหม่ๆ ก็จะชอบเวลาได้ออกไปธุระเรื่องงานข้างนอกบ้างแบบไม่มีเจ้านายไปด้วย แต่จะเบื่อถ้าต้องกลับเข้าออฟฟิสอีก อยากเสร็จงานแล้วเตร็ดเตร่บ้าง 55
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 30 มีนาคม 2565 เวลา:23:36:07 น.
  
หวัดดีค่ะคุณปริ๊นซ์ 30 แล้ว เป็นการเริ่มต้นชีวิตช่วงใหม่
อีกช่วงนะคะ ขอให้คุณปริ๊นซ์เจอแต่เรื่องดี ๆ นะคะ ดีใจกับ
เรื่องงานด้วยนะคะ ทำมา 9 ปี แสดงว่ามั่นคงแล้ว ดีจังเลยค่ะ
ใช่ว่าทุกคนจะได้เจอบริษัทที่ใช่ เจองานที่ชอบ

เห็นที่คุณปริ๊นซ์ว่าเพื่อน ๆ ผันตัวไปสายงานอื่น ก็เข้าใจเลยค่ะ
ว่าแต่ละคนก็มีความชอบและจังหวะชีวิตที่แตกต่างกัน
หรืออยากลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง โดยเฉพาะเรื่องเงินนี่เรื่อง
ใหญ่จริงค่ะ ค่าตอบแทนไม่คุ้มความรู้ความสามารถหรือ
สภาพแวดล้อมขององค์กรไม่โอเค ไม่น่ามีใครอยากทน
จริง ๆ ด้วยอะเนาะ

เรื่องสำเนียง US แล้วจะมาให้เปลี่ยนเป็น UK แหม ขอหมั่นไส้
คุณคนนั้นซักนิด ฉันสปีก US แล้วมันทำไม 555555 เหมือน
โดนว่าไปด้วยเลย เราชอบสำเนียง US มากกว่า UK ค่ะ
ฟังง่าย ดูคล่องกว่า เราว่าสำเนียง UK มันผู้ดีและเก๊ก ๆ
เครียด ๆ ไปหน่อย แต่ก็ทางการดีเวลาที่ต้องติดต่อกับผู้ใหญ่หรือเวลางานพวกราชการอะไรงี้ ส่วนตัวเราสำเนียง US ค่ะ
กำลังฝึกสำเนียง UK เอาไว้เผื่อใช้เหมือนกันค่ะ
ยากนิดหน่อย อาศัยฟังเอาเยอะ ๆ
โดย: ลูกไม้ (LittleMissLuna ) วันที่: 1 เมษายน 2565 เวลา:1:35:32 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Threepopstory.BlogGang.com

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]

บทความทั้งหมด