เวลาทำงานเราก็ตั้งใจ เวลารักใครเราก็รักจริง

อาทิตย์นี้เรียกว่าเป็นอาทิตย์ที่แสนเหนื่อยของผมจริงๆ ครับ
เรียกว่าเหนื่อยทั้งร่างกาย เหนื่อยทั้งจิตใจ




ช่วงนี้ออกไซต์เป็นว่าเล่นครับ 
Mail box ผมเต็มแล้วเต็มอีก จนใช้วิธี....
Delete.....
ลบแม่งซะ จะได้ไม่ต้องเห็นอีก


พูดถึงเรื่องงานหน่อยนะครับช่วงนี้
งานผมนี่ คนนอกดูอาจจะอิจฉานะครับ
เพราะไม่ต้องอยู่ประจำที่ออฟฟิศ ได้ขับรถออกไปข้างนอกเรื่อยๆ 
อยากจะแวะอะไรระหว่างทางตรงไหนก็ได้ 
ออกไปทำงานจะแวะกินข้าวที่ไหน ออกบิลได้ ก็เบิกค่าอาหารกินได้
ดังนั้น ทำงานเหนื่อยๆ ก็กินอาหารดีๆ เยียวยาได้ครับ
ได้เจอคนใหม่ๆ แต่งตัวดีๆ ได้รับการtreat อย่างดี แถมได้กินดื่มอาหารดีๆ 
ที่สำคัญคือ 
ฟรี   ครับ 
เรียกว่า
เป็นสวรรค์ในสายตาของเด็กวิศวะจบใหม่





แต่เอาจริงไหมครับ
เลือกได้ พวกผมไม่มีใครค่อยจะอยากไปกินนะ 
ไอ่อาหารดีๆ ตามโรงแรมหรู ๆ เนี้ย เพราะเหนื่อยครับ
เหนื่อยต้องเอ็นเตอร์เทนลูกค้าบนโต๊ะอาหารนั่นแหละ


หลายคนอาจจะสงสัยว่า จะเหนื่อยยังไงวะ? 
คือการนั่งบนโต๊ะอาหารกับลูกค้าไม่ได้สนุก หรือกินอร่อยเลยครับ
เพราะในหัวต้องคิดตลอดเวลาว่าจะคุยอะไรกับคนตรงหน้า
Dead air ป่าววะ   เค้าเป็นคนยังไง เค้าจะชอบเรื่องอะไร 
อ่ะเรื่องนี้ไม่ใช่ งั้นคิดหาเรื่องใหม่มาคุย 
แถมเรื่องคุยก็ต้องเลือกว่ากับใคร วัยไหนจะคุยมีสาระ หรือใครต้องไร้สาระ
จังหวะนี้รีเซียสแล้วไหม งั้นเบรกอารมณ์ก่อนให้สบายๆ ดีรึป่าว



ครั้งไหนที่ไปแบบตั้งใจกินดื่ม แบบนี้เหนื่อยมากครับ
เพราะในขณะที่เดินไซต์เหนื่อยมาทั้งวัน สภาพก็อาจจะไม่ได้พร้อมดื่มทุกครั้ง
ที่สำคัญ กฎเหล็กที่ต้องรักษาในการดื่มกับลูกค้าคือ
"ห้ามเมา"
อาจจะเมาครับ แต่ต้อง Keep look ให้เรียบร้อยดูดี บุคลิก วางมือวางไม้ต้องยังคงดี
ความลับ ข้อมูล อะไรบางอย่างห้ามหลุดออกมาจากปาก






ดังนั้น ลำบากลำบนมากครับ......
เพราะอย่างที่รู้ ๆ ว่าพวกผมเนี้ย เวลาเมาคือเฮฮาเสียงดัง ร้องเพลง ลุกเต้น
ที่สำคัญ พวกเราเฟรนลี่ครับ ก็มักจะเดินชนแก้วมันแทบจะทั่วร้าน
แล้วมันเป็นแบบนี้ทุกคน มี 12 คน เป็นแบบนี้ซะ 10 แล้ว
แถมเรื่องทั้งหมดนี้.....นายเรา คุณVP ไม่รู้......


เเล้วเพราะเรื่องนี้นั่นแหละครับ
พอดีเมื่อวานตอนค่ำ ๆ ขับรถกลับบ้านผมฟัง youtube
สัมภาษณ์ กิต three man down แล้วกิตบอกว่า
เค้าทำงานที่ต้องเจอคนเยอะก็จริง เค้าทำได้ แต่เค้าเหนื่อยนะ

เออ!!! เหมือนกัน ขนาดผมเป็น Ambivert กึ่ง Extrovert นะครับ 
เวลาต้องเอ้นเตอร์เทนคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เจอกันครั้งแรกแล้วต้องนั่งคุยกัน
ผมก็เหนื่อยนะ!!!! 
วันทำงานเหนื่อยๆ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ก็อยากกลับไปนั่งชิลๆ ที่บ้านครับ







เมื่อวานเป็นวันที่ผมวิ่งขายโปรเจคไปทั่วกรุงเทพ
ตั้งแต่เช้าถึงเย็น เสียงที่ไม่ค่อยมีก็ต้องพูดจนเสียงหมดครับ
พูดไปไอไปก็ต้องพูด ต้องมีท่าทางเฟรนลี่ สดชื่นตลอดเวลา






เชี้ย!!!!! Google map พาผมมาทำไมตรงนี้วะเนี้ย
แล้วเวลานัดหมาย 13:30 มันบอกผมจะถึง
ซึ่งความที่ผมวิ่งงานทั้งวัน ทำให้ยังไม่ได้กินข้าวเช้า และแม้แต่ข้าวกลางวัน
ไอ่ที่คิดไว้ว่าจะนั่งกินอะไรก่อนซัก 15 นาทีก่อนเข้าประชุมก็เกมส์ครับ....
ช่วงบ่ายนี้เป็นลูกค้าเดิมที่หยุดธุรกิจกันไปร่วมปีครับ
เพราะอะไร....เพราะตอนนั้นลูกค้าเจอปัญหาหนักหน่วงจากสินค้าของเรา
product ผม Breakdown แล้ว Breakdown อีกตั้งแต่ Test run 
คือมันดีอยู่วันเดียวคือวัน install หลังจากนั้นมันไม่เคย Full perfrom อีกเลย
และล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว เราส่ง Demo ไปลงให้ครับ
แต่ปรากฎว่า....ไอ่ เครื่อง Demo เจ้ากรรมก็ดันทะลึ่งไม่แมทกับโปรเจคลูกค้า
ซึ่งอันนี้ผมก็ด่าลูกน้องที่ส่งไอ่เครื่องนี้ไปให้ไม่ได้
เพราะผมเป็นคนเซ็นต์ รับทราบให้มันเอาไปลง..... นายก็เซ็นต์นะ
แต่นายด่าผม 5555555  เออ...ปกติครับ....
ซึ่งผมนี่เห็นลางไม่ดีมาตั้งแต่ E-mail ลูกค้าแล้วครับ 






ไปถึงก็คุยทักทายกันโคตรเป็นมิตรครับ
หลังจากนั้นผมก็ถูกบรรเลงสับซะและ......
ซึ่งผมก็เสนอแนวทางแก้ไขให้นะครับ ให้ไป 3 options ทีเดียว
Defence กันอยู่นาน จนผมต้องใช้อาวุธหนักไปว่า...
ถ้าเลือก Option นี้....ในส่วนที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มน่ะ
ผม Service ให้ก็ได้ .....
Free of charge
นี่คือผมถอยจนหลังชนกำแพงแล้วถึงได้เปิดการ์ดนี้ 



เพราะเงินเป็นเรื่องใหญ่  จบได้เลยครับ 55555555



ถึงปัญหาจะจบแล้ว ก็ยังวนมาบ่นซ้ำอีก
เรื่องครั้งก่อนที่เหมือนตบหัว เส็ดแล้วลูบหลัง ว่าแล้วก็กระทืบซ้ำอีกรอบ
ความ Prond ที่แก้ปัญหาได้นี่ไม่เหลือ
แต่สุดท้ายผมเปิดโปรเจคได้ครับ ขายงานได้ 
บรรยากาศในการพูดคุย ถ้าไม่รวมที่เหมือนเรียกมากระทืบ
บรรยากาศก็ถือว่าดีครับ ผมน่าจะเชื่อมความรู้สึกลูกค้าต่อบริษัท
ให้กลับมาเชื่อมั่นได้ไม่มากก็น้อยกับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของลูกค้า


ก่อนกลับผมไหว้ลาเรียบร้อยแล้วเริ่มเก็บของบนโต๊ะ
เก็บเส็ดก็ถอดแมสดื่มน้ำ เพราะเกือบ 2 ชั่วโมงไม่ได้ดื่มน้ำเลยครับ
คือผมไอไง เสียงก็แหบๆ เลยไม่กล้าถอดแมสครับ
1 ใน 4 ลูกค้าเดินเข้ามาข้างหลังผมแล้วพูดไม่ดังมากแต่ก็ไม่เบา
เรียกว่า 4 คนได้ยินหมดแน่นอน


"ภาพจำของบริษัทคุณสำหรับคนของผมนะคือ SE หล่อ
พอคุณนัดมาปั๊บทุกคนนี่จำได้หมดเลย"

ก่อนจะจบด้วย "ขอบคุณนะ ที่ช่วยกันแก้ไขปัญหานะครับ"


ผมยิ้มๆ หัวเราะ  ๆ 
"จิงดิพี่ ขอบคุณครับ" ขำๆ ไป 
แต่ในใจนี่คือ เมิงลากกุไปกระทืบกลางสี่แยกอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง
แล้วจะมาชมว่ากุหล่อแบบนี้ไม่ได้โว้ย
แม่งไม่ได้ทำให้กุ Satisfy ... ที่ดีคือเมิงไม่ควรเอาเรื่องเก่ามายำตีนกุ

คุยแค่ในเรื่องใหม่นี่ ซึ่งกุก็ Service จนพอใจไหม
ครั้งก่อนกุก็ fully response รึป่าว
ใช่ครับ...ทั้ง service ทั้งเงิน





เล่าแล้วก็นึกได้.....
เมื่อวันจันทร์ เส็ดงานจากไซต์ผมก็ต้องรีบไปรับพัทที่บ้าน
ทำไมนั่นหรอครับ.....ผมเป็นคนอาสาไปส่งพัทที่สนามบิน....



จำได้ไหมครับ 
ที่ผมเคยบอกว่าจริงๆ ผมต้องบินไปทำงานต่างประเทศ
และครั้งนี้นี่แหละครับ....
ครั้งที่แล้วผมขอพัทไปกับผม แต่คุณ VP ไม่ให้
ครั้งนี้ผมขออีกครั้ง แต่คำตอบยังคงเป็นเหมือนเดิม คือ
ไม่ให้พัทไป
ด้วยเหตุผลเรื่อง Budget เพราะมีพี่โฟล์ค ซึ่งจะต้องไปเพิ่มอีกคน


แล้วผมต้องทำยังไง........
เมื่อเดือนที่แล้วผมเลยบอกคุณ VP ไปในสิ่งที่ผมคิดไว้นานแล้ว
ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ผมจะตัดสินใจยังไง

"งั้นผมไม่ไปแล้วกันครับ ให้พัทไปแทนผม"
แน่นอนว่าคุณ VP ตกใจกับสิ่งที่ผมพูด แล้วค่อนข้างกังวลว่าพัทจะ Cover ทุกอย่างได้ไหม
ผมบอกว่า "ได้ครับ อาจไม่ใช่ทั้งหมด
แต่เวลาเกือบเดือนนี้ผมจะทำให้พัทพร้อมที่สุด
พัทอยู่มา 4 ปีแล้ว และในบรรดาระดับ Staff ทั้ง 8 คน พัทพร้อมที่สุด"

อันนี้ไม่รวมพี่ป๊อปปี้นะครับ พี่ป๊อปปี้ Senoir กว่าและไปกับพี่ ผจก มาแล้ว
"ยังไงก็มีพี่โฟล์ค พี่โฟล์คก็ต้อง Cover ครับ ผมแค่ขอโอกาสให้พัท
และผมสัญญาว่าครั้งหน้าผมจะไปเอง"




สุดท้ายคุณ VP พยักหน้าครับ และสั่งให้ผมไปทำหนังสือส่งชื่อพัทเสนออนุมัติ
ปกติ ผมไม่ค่อยขัดใจอะไรคุณ VP แต่ครั้งนี้ต้องเลือกทำจริงๆ 
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำถูกไหม แต่คุณ VP ก็งอนผมไปหลายวันนะ 55555




ในฐานะลูกพี่....
ผมคือคนที่ในคุณให้โทษกับน้องของผม
เพราะผมคือคนที่อยู่ใกล้นาย และถ้าพูดเสียงของผมจะดังเสมอกับนาย

ในฐานะลูกพี่....
ผมต้องสู้เพื่อความก้าวหน้าของน้อง ทั้งการงาน และการเงิน
ผมต้องผลักดันให้น้องที่พร้อมได้รับโอกาสที่ควรจะได้รับ



แต่ผมรู้สึก Down มากครับ......
ไม่ใช่ Down ที่ตัวเองไม่ได้เดินทาง ไม่เสียใจเลยซักนิดนะ
แต่เสียใจที่เจ้านายไม่ให้ความสำคัญกับจิตใจ หรือความก้าวหน้าของเด็กๆ ข้างล่าง
ผมสอนงานน้องทำงานมาจนมันเก่งเท่าทุกวันนี้ ผมเหนื่อยเว่ย....
แต่ทำบริษัทไม่คิดจะรักษาคนเก่งๆ เอาไว้ มีแต่ระดับหัวหน้ามันทำงานไม่ได้หรอก
ทำไมไม่คิดถึงการให้ความก้าวหน้า กับพวกเค้าบ้าง 

ทำไมต้องเป็นผม ที่เป็นแค่รองผู้จัดการแผนก ไม่ใช่ Vice president 
หรือ Deputy VP ที่จะใช้อำนาจที่ตัวเองมีผลักดันและรักษาคนเก่งๆ ไว้
Deputy...พี่โฟล์ค ก็นิ่งเชียว.....นั่นแหละครับที่ทำให้ผม Down






ผมเพิ่งบอกพัทเมื่อปลายเดือนมกรา ว่าพัทจะต้องเดินทางในอีก 2 อาทิตย์
พัทตอบง่ายครับ  "โอเคพี่ พี่สั่งเราได้เสมอ"
"แต่พี่ไม่ได้ไปนะ"
"อ้าว...เฮ้ยไม่เอา งั้นเราไม่ไป เราไม่ไปได้ไหม"   พัทหน้าตาสับสนมากนะครับ
"ไปเถอะไป ไปกับพี่โฟล์ค"
"แล้วพี่ละ ทำไมพี่ไม่ไปอ่ะ"
ผมก็อ้างเรื่องสุขภาพครับ ว่าช่วงนี้ป่วย (แต่ช่วงนั้นป่วยจัดจริงๆ)
ไม่อยากไปแบบไม่พร้อม ไม่สงสารพี่หรอ งั้นๆ งี้ๆ
สุดท้ายพัทก็พูดเหมือนเดิมครับ "พี่สั่ง เราก็ได้หมด แต่เราอยากมีพี่ไปด้วย มันอุ่นใจ"
"เฮ้ยไม่ต้องห่วง จนกว่าจะไป พี่จะทำให้พัทพร้อมที่สุด"

และผมก็เริ่มเทรนพัท อธิบายสิ่งที่ต้องทำ ให้ฝึกซ้อมพรีเซ้นงาน
จัด Schedule ที่ไม่ Tight มากให้ จัดเตรียมข้อมูลให้
แม้แต่ร้านอาหารที่สามารถไปฝากผีฝากไข้ได้ใกล้ๆ ที่พัก






จนวันจันทร์ผมขับรถไปส่งมันที่สนามบิน 

"ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้วะ"
"เพราะกุเป็นลูกพี่เมิงไง"
"คือเราไม่ได้อยากไปเว่ย คือไปก็ได้ไปช่วยงานพี่งี้ เราทำเต็มที่"
"นี่ก็ไปช่วยงานพี่ไง มันเหนื่อยนะทริปน่ะ"
"ก็รู้....ถึงได้ไปให้พี่ เราก็เป็นห่วงพี่"



หลังจากนั้นก็คุยกันสัพเพเหระ จนถึงครับ 
ซึ่งผมก็บอกว่า ไม่จอดแล้วเดินเข้าไปส่ง โบกมือนั่นนี่นะ
คือกุไม่ใช่แฟนเมิง เมิงก็โตแล้ว  drop ต้องจุด drop off นี่แหละ
ผมก็จอดด้านหน้าแล้วลงไปยืนดูมันยกกระเป๋าลง
ก่อนจะยืนถามว่าไอ่นั่นไอ่นี่พร้อมไหม อย่าลืม ซื้อประกันการเดินทาง
อย่าลืมของฝากให้ทางนู้น อย่าลืมเอา pocker wifi
สั่งเส็ดก็ตบไหล่มันทีนึงว่า ไปๆ โชคดีๆ
ส่วนพัทยืนมองผมทำท่าเหมือนอยากพูดอะไร
"มีไรป่าว"
"ขอบคุณนะพี่ที่เชื่อใจเราว่าเราจะทำได้"
"สบาย"
"แอบ nervous วะ ไปทริปครั้งแรก ไม่มีลูกพี่ไปด้วยเนี้ย"

คือหน้าตามันแบบนั้นจริงๆ ครับ หน้ามันกังวลๆ ประหลาดๆ 
ผมที่ทีแรกยืนกอดอกพิงท้ายรถตัวเองอยู่ ก็เลยยื่นมือไปกวักพัท



คราวนี้ก็ซีรีย์วายเลยครับ 555555 ก็เดินเข้ามากอดคอกัน
ไม่เชิงกอดคอหรอครับ เหมือนกอดคอแล้วตบไหล่กันเบาๆ แบบเพื่อนกัน
"ไปๆ เมิงทำได้ เมิงคือความภาคภูมิใจของกุพัท กุอยู่ไทยกุจะซัพพอตเมิง"
"อืม"
มันตอบแค่นั้นนะ แต่มันหันกลับไปยืนเงยหน้าตบอกตัวเองเบาๆ 
"เมิงจะร้องไห้ทำไม เมิงไปเลย"
"เออๆ ไปก่อน เดี๋ยวซื้อ Condom มาฝากเล็กกว่า 49 ไหม"

ผมยกนิ้วให้ครับ แน่นอนว่าไม่ใช่นิ้วโป้ง หรือนิ้วชี้แน่นอน....



มันบินคืนวันจันทร์ใช่ไหม  ส่วนพี่โฟล์คบินคืนวันอังคาร
สรุปไอ่พัทต้องไปนอนคนเดียวก่อน 1 คืนใช่ไหมครับ
เช้ารุ่งขึ้นมัน Call มาแต่เช้าเลยครับ ด้วยคำขึ้นต้นว่า
"พี่....เวลาคนเราแม่งเจอผีจริงๆ อ่ะ แม่งจะไม่โป๊ะป๊ะใช่ป่ะ"
"เออ ทำไมวะ"
"เมื่อคืนเว่ยพี่ ซัก 5 ทุ่มเราหลับ อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแบบนี้"
แล้วพัทก็เคาะอะไรซักอย่าง เหมือนคนเบื่อแล้วเคาะนิ้วกับโต๊ะหรือตู้
"เราก็ตื่นมาฟัง มันก็เงียบไป แต่ซักพักมันก็ดังอีก 
เราเงียบๆ ฟังจนแน่ใจว่ามันมาจากตู้เสื้อผ้า"

"แล้วเปิดป่ะ"
"บ้าหรอ ใครจะเปิด เรานอนฟังเว่ยแล้วบอกตัวเองเหมือนที่พี่เคยบอก"
"บอกว่าไรวะ"

"กุไม่มีเซ้น กุไม่มีเซ้น เมิงจูนกุไม่ติดหรอก อย่ายุ่งกับกุเลย"


5555555555  ผมฮาเลยครับ หัวเราะใส่โทรศัพท์ จนพัทเรียก เดี๋ยวๆๆ
"แล้วแม่งดังทั้งคืน นอนไม่ได้เลยเว่ย ตี 1 เลยบอกว่า กุเริ่มโกรธแล้วนะ"
หลังจากนั้นพัทมันก็เดินไปร้านสะดวกซื้อครับ แล้วบอกว่า
"เราก็ทำตามที่พี่เคยทำ ซื้อเบียร์มากิน 2 ป๋องรวดเดียว...ยาวถึงเช้าเลย"
5555555555 จะไม่ให้ผมขำยังไงไหว สงสารก็สงสาร ขำก็ขำ
แต่พอพี่โฟล์คไป ก็ไม่มีเสียงเคาะอีกเลย 
เลยคิดว่าพัทน่าจะหลอน เพราะนอนคนเดียวนี่แหละ



บล๊อกนี้อาจจะมีดราม่าหน่อยๆ 
แต่ผมแค่เครียดๆ ครับ อาจจะเหนื่อยแล้ว Burn out 
อาจจะ  Down จากหลายๆ เรื่อง
แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป 



Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2566 20:00:09 น.
Counter : 637 Pageviews.

35 comments
อาหารธรรมดาๆ แต่ติดใจยากลืมเลือน สมาชิกหมายเลข 7915129
(14 พ.ค. 2567 07:40:31 น.)
ความรู้สึก ว่าง ว่าง nonnoiGiwGiw
(13 พ.ค. 2567 15:49:56 น.)
น้าจอรจ์ @โจวซือกง ตลาดน้อย , พี่ปิ่น ชุมชนกุฎีจีน , ป้ามี@มัสยิดบางหลวง(กุฎีขาว) peaceplay
(12 พ.ค. 2567 23:13:49 น.)
9 พค 67 ทริปครอบครัว 2024 - เตรียมตัว mcayenne94
(9 พ.ค. 2567 10:23:25 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณhaiku, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณThe Kop Civil, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณเริงฤดีนะ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณกิ่งฟ้า, คุณSweet_pills, คุณtuk-tuk@korat, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณnewyorknurse

  
อ่านลงมาเรื่อย ๆ ดูแล้วคงเหนื่อยแย่เลย 555

...
เรื่องพูดคุยหรือไปกับลูกค้าหรือคนรู้จักครึ่งค่อนวันนี่่ ไม่สนุกเลย
ไม่รู้จะพูดอะไรมากนัก

คุยกับลูกค้าไม่บ่อยนัก เซลล์เขายังปิดการขายไม่ได้ หุ หุ
เห็นผมเดินเข้าโชว์รูม มันรีบแนะนำว่าที่ลูกค้า พี่ไวน์เขาพูดง่าย
ใจดีด้วย... พูดคุยสิบกว่านาที ลูกค้าตกลงให้ส่งคนไปดูพื้นที่
สถานที่จริงเพือสเก็ตการตกแต่งเสนอราคา เฮ้อ..ลูกค้ายอม
ให้ไปที่คอนโดสำเร็จไปครึ่งกว่าแล้ว

บางทีผมก็นึกขึ้นได้ว่า ลูกน้องมันลองภูมิว่าเราจะปิดการขายได้เปล่า บางทีคุยตั้ง 2 ครั้งกว่าจะสำเร็จ.

โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:19:54:18 น.
  
ขำประโยคนี้ค่ะ

"กุไม่มีเซ้น กุไม่มีเซ้น เมิงจูนกุไม่ติดหรอก อย่ายุ่งกับกุเลย"

ผีชอบหลอกคนขี้กลัวค่ะ เราต้องทำเป็นเเข็งแกร่ง ไม่กลัว จะได้ไม่โดนหลอก
โดย: สมาชิกหมายเลข 7221829 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:20:07:46 น.
  
วันทำงานก็ร่อนไปทั่วทักสารทิศ
แบบไม่ได้พักไม่ได้วางแล้ว เย็นยังมีแรงไปเดินงานเกษตรอีก
แบตเตอรี่เต็มตลอดเวลา.. แต่ยังไงซะก็ถามร่างกายด้วยนะคะ
ถ้ามันล้าจริงๆวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็พักร่าง นอนเน่าๆนิ่งๆ
หายใจทิ้งอยู่บ้านบ้างไรบ้าง..

แต่จริงๆถ้าเครียดมากสวดมนต์ช่วบได้เยอะเลยนะคะ
ไม่รู้แนะนำถูกคนไหม

จะคอยเป็นกำลังใจให้นะคะ

ปล.ลูกสมุนพัดที่ทำตามคำสั่งลูกพี่ดี
เสมอต้นเสมอปลายขนาดนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
ควรส่งเสริมจริงน่ะแหละ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:20:42:47 น.
  
ข้อดีของบล็อก
พี่ก๋าว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา
ที่จะเล่าอะไรก็ได้
เพราะสุดท้ายพี่ก๋าเชื่อว่าเจ้าของบล็อกทุกคน
ก็จะมีลิมิตในการเล่าเสมอ

ข้อดีของมันคือ เรามีพื้นที่ระบายความเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ

ปัญหาในเรื่องงาน
เป็นสิ่งที่ท้าทายจริงๆครับ
ทำให้เราได้ประสบการณ์เพิ่มขึ้นเสมอว่าจะต้องตัดสินใจอย่างไร
เพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดทั้งกับบริษัท ตัวเราและรุ่นน้อง

เชื่อว่าน้องปริ๊นซ์ก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่
ดูแลทั้งเจ้านาย ลูกค้า ลูกน้อง
เหนื่อยน่ะเหนื่อยแน่ๆ
แต่พี่ก๋าว่ามันคุ้มกับประสบการณ์ในการทำงานมากเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:12:14 น.
  
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
เห็นด้วยกับเม็นตฺ์คุณก๋าเลยว่า บล็อกของเรา พื้นที่ของเราจะเขียน จะบ่นอะไรก็ได้ อย่างน้อยก็มีเพื่อนมาคุย มาให้กำลังใจ
พี่ว่างานของน้องปริ๊นซ์นี่ท้าทายตัวเองมากจริง ๆ ครับ ไปเจอคนแปลกหน้า แล้วต้องคุย ต้องเอาใจ จนขายงานได้ สุดยอดเลย
มีลูกน้องเก่ง ๆ นี่ ต้องส่งเสริมเป็นอย่างยิ่งเลยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:50:24 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:5:16:26 น.
  
แวะมาฟังท่านรองผู้จัดการแผนกปริ้นบ่น
เหนี่อยเลยเป็นหัวหน้าคนต้องรับผิดชอบชีวิตการงานคนอื่น

โดย: หอมกร วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:7:49:09 น.
  
ผมว่าคนไทยเราทำงานหนักเกินไป หลายๆ คนชอบอ้างเรื่องวันหยุดของเราที่ดูเหมือนจะเยอะ แต่ถ้าไปดูขางต่างชาติ พวกมันเยอะกว่านะ อีกอย่างรายได้เขามากกว่าด้วย

ส่วนมากตัวใหญ่ๆ เขาก็มองแค่ตัวหัวหน้าเท่านั้นแหละครับ ไม่ค่อยมองลูกน้อง เขาอาจไม่ไ้คิดเรื่องขยายจำนวน หรือทำให้ บ. เติบโต คิดว่าแค่นี้ก็กำไรระดับที่พอใจแล้วก็ได้

มันก็ไม่แปลกที่เวลาไว้ใจใครก็จะใช้แต่คนนั้น ก็เหมือนนักฟุตบอล แต่จุดที่เหมือนกันคือ ไม่ว่าจะคนทำงาน หรือนักฟุตบอล ถ้าใช้งานบ่อยๆ ก็พังครับ มันต้องมีพักบ้าง กรณีนักบอลอาจแค่บาดเจ็บ ววยหน่อยแฮมสตริง ก็พักไป 3-4 เดือนยิ่งเสียหายกับทีม คนทั่วไปเข้าโรงพยาบาลแรงสุดตายเหมือนที่เราเห็นเป็นข่าว

ดีครับที่ไว้ใจ จริงๆ เราเห้นว่าเขาทำได้แหละ ผมก็เคยเจอลักษณะแบบนี้นะ ผมไม่เคยทำหัวหน้าบอกผมทำได้ แค่ประสบการณ์น้อยเลยทำได้ช้า ก็ทำไปสิจะได้อัปค่าประสบการณ์ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกนะคุณไว้ใจผม ผมก็ทำให้ก็เท่านั้น
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:10:20:58 น.
  
พี่ว่ามันดูเหนื่อยจริงๆนะคะที่ต้องคอยเทคแคร์ลูกค้า ต้องหาเรื่องคอยคุยที่เค้าถูกใจ เป็นพี่ก็ไม่ไหวจริงๆนะ

ยินดีด้วยค่ะที่ขายงานได้แม้จะแลกมาด้วยการโดนว่า 5555 แถมชมว่าหล่ออีก

เป็นกำลังใจให้สู้ชีวิตต่อไปค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะน้อง


จากบล็อก

พี่ว่าทำงานใช้หนี้ นี่น่าจะเกือบทุกคนนะคะ
ไม่มีหนี้ ไม่มีแรงขับในการทำงานค่ะ 55555

สวัสดียามเที่ยงค่ะ น้องปริืนซ์
โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:27:44 น.
  
จากที่บล็อก


ปากคลอง 2 เค้าสร้างตอนที่มีเรื่องจะย้ายปากคลองกันไงครับ แต่มันไปลำบากมาก แทบจะไม่มีรถเมล์ผ่าน



แต่พี่ชอบนะครับ กว้างขวาง ที่จอดรถเยอะมากๆ สะอาด คนน้อย อากาศไม่ร้อนอบอ้าว ราคาดอกไม้ก็ราคาเดียวกันเลยครับ


วันนี้เพิ่งจะไปมาตอนเช้า ได้ดอกคาร์เนชั่นสีวินเทจมา 2 กำ ลิลลี่ 1 กำ ครับ เดี๋ยวรอเค้ามาอัดน้ำยาปลวกว่าจะลงไปจัดแจกันอวดซะหน่อย คริๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:28:50 น.
  
ะี่อ้อว่า..พัท Copy ..ตัวลูกพี่
คือ N' Prince ได้เกือบหมด
ยกเว้นความหล่อ
และความเป็นเด็ก En
เธอคงจะน้านิ่งออกแนว Hard core เล็กๆ

รอฟังวิวัฒนาการของลูกศิษย์/ เด็กปั้น
หรือ เด็กสร้าง
( ตามแต่จะเรียก แต่ความหมายเดียวกัน)
นะคะ..

หรือ ผอ สระ อี
พี่อ้อก็ว่า..น้องเขาพารานอยด์
วิตกจริตไปเอง..
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:14:11:40 น.
  
อ้อ!!..ส.ว.
อ่านหน้า .ลืมหลัง
อ่านหลังลืมหน้า..
N' Prince บ่นเหนื่อยระเห็ดระเหี่ย
มากถึงมากที่สุด จนอยากจะหยุด

หายใจลึกๆค่ะ
เปฌนกำลังใจ..เหมือนเพื่อนบล็อก
ที่เข้ามาเยี่ยม มาเยืยนทุกๆคน
ด้วยความรัก ความเอ็นดูหนุ่ม Gen Y คนนี้

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:14:15:44 น.
  
กลางวันก็มีงานค่ะ คนเยอะมากๆ ช่วงนี้อากาศร้อน มีชุดไทยสวยๆให้เช่าถ่ายรูปเยอมากๆ ของกินอร่อยเยอะมาจากทั่วเมืองไทย พี่ไม่ได้เข้ามุมร้านค้า รีบไปก่อนวันงานจริง ปีนี้จัดตกแต่งสวยกว่าทุกๆปี
โรงแรมที่พักเยอะ ราคาไม่เว่อร์
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:17:44:29 น.
  
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์ อ่านแล้วเหนื่อยไปกับน้องปริ๊นซ์จริงๆค่ะ
งานที่ต้องเทคแคร์ลูกค้างานที่ต้องพบเจอคนแปลกหน้าและพูด
คุยด้วยเป็นสิ่งที่พี่กิ่งไม่ถนัดเลยค่ะแต่น้องปริ๊นซ์เก่งไง VPถึงไม่อยากให้ลูกน้องทำ และก็ทำได้สำเร็จขายงานได้นี่เยี่ยมเลยค่ะ

พัทน่าเห็นใจนะคะ ลูกพี่ไม่ไปด้วยนอนคนเดียวหลอนเลย 555
ดีใจนะคะที่ตอนนี้อาการป่วยหายวันหายคืนจนคุณหมอชม ขอให้เป็นปกติไม่ต้องกลับมาเป็นอีกเลยนะคะ พี่กิ่งอ่านที่น้องปริ๊นซ์บอกเหนือยนี่แสดงว่าเหนื่อยมากๆจริงๆ งานก็ต้องทำ อาการป่วยก็กำเริบ แบบนี้แย่จริงๆนะคะ ต่อไปขอให้ดีวันดีคืนนะคะ

โหวต Diarist

ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจบล็อกยำถั่วพูหมูสับนะคะ





โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:52:07 น.
  
วัยและประสบการณ์ชีวิต
เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจจริงๆครับ
หลายเรื่องในชีวิต
พี่ก๋าก็เรียนรู้มันผ่านวัยและประสบการณ์ชีวิตนี่ล่ะครับ

"รอยทรายใต้ฟองเบียร์" อันนี้น่าจะเป็นชื่อโจทย์ตะพาบนะครับเนี่ย 555

ชั่วโมงนี้
งานหนัก งานยาก
พี่ก๋าว่ามันเป็นโบนัสของชีวิตเลยนะครับ
เพราะยิ่งผ่านงานยาก งานหินแบบนี้เยอะๆ
เรายิ่งเก่งครับ

พี่ก๋าเพิ่งนั่งฟังสัมภาษณ์กิต ทรีแมนดาวน์
รายการป๋าเต๊ดทอล์ก เขาพูดได้ดีเลยนะครับ
ว่าทุกคนต่างมีฟิลเตอร์ว่าจะเขียนเล่าอะไรในโซเชี่ยลของตัวเอง
เราอาจจะถ่ายมา 3 พันภาพ
แต่เลือกแค่รูปนั้นรูปเดียวในการลง

ก็เหมือนเรื่องบล็อกด้วยเช่นกัน
แต่ละคนเวลาจะเขียนอะไรลงไป
พี่ก๋าว่าเราก็มีฟิลเตอร์กลั่นกรองกันทุกคน
ว่าจะเขียนเรื่องอะไร ลงลึกมากขนาดไหนนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:49:05 น.
  
ขอบคุณค่ะน้องปริ๊นซ์
ขอส่งกำลังใจก่อนอีกแล้วค่ะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:0:27:43 น.
  

สวัสดียามเช้าครับน้องปริ๊นซ์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:6:18:09 น.
  
"ขอบคุณนะพี่ที่เชื่อใจเราว่าเราจะทำได้"

เป็นประโยคจากรุ่นน้องที่น่าประทับใจมากค่ะ

น้องปริ๊นซ์ผลักดัน ให้โอกาส ให้รุ่นน้องได้รับประสบการณ์
ทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นในสายงาน
จริงๆแล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารหรือหัวหน้าควรมีเลยนะคะ

สิ่งที่น้องปริ๊นซ์ทำคล้ายปิดทองหลังพระ
แต่ระยะยาวผลที่ได้ทั้งด้านที่มองเห็นเช่นความเจริญก้าวหน้า
ของรุ่นน้องหรือสิ่งที่อยู่ในใจไม่ว่าจะเป็นความอิ่มใจ ภูมิใจ
ในสิ่งที่น้องปริ๊นซ์ได้ทำ
พี่ต๋าเชื่อว่าจะส่งผลคุ้มค่าหายเหนื่อยแน่นอนค่ะ

รักษาสุขภาพมากๆนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:7:43:21 น.
  
ที่มาคุย
ผมไม่ได้รู้สึกดีอะไรหรอกครับ ก็แค่ทำตามหน้าที่แบบนักบอล ผมเล่นกลางรับ คุณจะถอยผมไปเป็นเซ็นเตอร์แบคผมก็เล่นได้ แต่จะดีมั้ยอีกเรื่องนะ คุณต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของคุณไม่ว่ามันจะดีหรือร้ายก็ตามไม่ต้องมาโทษนักเตะ

พูดตามตรงว่าการมีผมในจุดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่ ผมโดนให้ทำเพิ่มในส่วนของการแปล (ภาษาจีน) จริงๆ ในองค์กรมีฝ่ายที่ทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว แล้วงานที่ผมทำมันดันตรงใจหัวหน้ามากกว่า อย่างน้อยชื่อตัวละครอย่างฮัตสึเนะ มิกุ หรือชื่ออื่นๆ ที่เป็นภาษาต่างประเทศ ก็ไม่โง่ทับศัพท์ภาษาจีนไปเลย แม้งานอาจจะช้ากว่าฝ่ายที่ทำโดยตรง แต่ก็ไม่ได้ช้ามากเกินไป เขาบอกเขากะเวลาเผื่อให้ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ทัน ถ้าคิดว่ายังไงก็ไม่ทันจริงๆ เขาก็มีไพ่ตาย ทำๆ ไปอีกหน่อย EXP มากขึ้นประสิทธิภาพก็จะดีกว่านี้ แต่การที่หัวหน้าผมทำแบบนี้มันกระทบฝ่ายนั้นมาก สงครามเลยเกิดครับ ปัญญาอ่อนสิ้นดี

ตอนผมทำเถื่อนที่จีนตอนไปเรียนภาษา ผมไม่เคยเจอเรื่องโง่ๆ แบบนี้เลย แต่เรื่องนั้นก็พูดยากเพราะผมทำแบบลักษณะจ้างเป็นงานๆ แต่เข้าไปบริษัทแต่ละคนนี่ทักเราเรียกว่าเราไม่ต่างจากบอสคนหนึ่งเลย ทั้งที่เป็นแค่คนนอก สงสัยเพราะเคยเดินกับบอสเขามั้ง อย่างที่ผมเคยเล่าไงสมัยก่อนตอนผมอยู่จีน มันมีความรู้สุกแบบโค้ชฟุตบอลโชเซ่ มูรินโญ่ --- "ที่นั่น.. รองจากพระเจ้าก็คือผม"
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:10:33:40 น.
  
จากบล็อก
สมัยก่อนแถวเกษตรฯ พี่ว่ายังเป็นชานเมืองอยู่นะ ลอยกระทง งานอื่น ๆ มันก็เลยจะสนุกมาก ๆ ออกจะลูกทุ่งสักหน่อย
โดย: The Kop Civil วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:15:11:44 น.
  
พี่ว่าดอกไม้ของพี่แต่ละอาทิตย์ จ่ายแพงกว่าค่าผลไม้ พวงมาลัยไหว้พระซะอีกอ่ะ แบบธรรมดาๆ ก็ 400-500 แล้วอ่ะ ถ้าพิเศษได้ลิลลี่สวยๆก็ 1000 หรือเกือบๆ


อาทิตย์นี้รู้อยู่แล้วว่างานเยอะ ธุระเยอะมาก ก็ยังซื้อดอกไม้มาเยอะ แช่น้ำไว้ 2 วันแล้ว ยังไม่มีเวลาจัดเลยอ่ะ รุ่งนี้ต้องหาเวลาว่างจัดซะหน่อย
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:20:09:19 น.
  
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์ ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจที่บล็อกนะคะ
พี่กิ่งชอบงานเขียนบทร้อยกรองและอยากฝึกให้เก่งและคล่องๆค่ะที่ออกมาแต่ละบทยังไม่ดีเท่าไหร่เลยค่ะคงต้องฝึกอีกนาน

บุคลิกภาพของคนเราบางทีก็ไม่ได้ออกมาตามที่เราเห็นเลยนะคะน้องปริ๊นซ์อาจจะคิดว่าบุคลิกเราไม่เหมาะกับงานเขียนทั้งๆที่เราชอบ นั่นเพราะน้องปริ๊นซ์คิดไปเองนะคะ บุคลิกภาพของคนเราเป็นเพียงสิ่งลวงตานะคะ อิอิ





โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:28:14 น.
  
เสาร์อาทิตย์ได้พักบ้างแล้วนะคะN'Prince
พรุ่งนี้Valentine ในบ้านตัวเอง
คงจะRimantuc และสุดพิเศษไปอีกแบบ

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:6:35:54 น.
  
น้องปริ้นซ์เหมือนพี่เลยค่ะ ตอนที่พี่เริ่มเดินช่วงแรกๆ
หัวใจพี่มันขึ้นโซนส้มกับแดง เร็วและบ่อยมากไม่รู้เพราะอะไร
ทั้งที่พี่ที่ออฟฟิศอีกคน เค้าก็ไปเดินออกกำลังกายเหมือนกัน
ในระยะความเร็วเท่ากันแต่หัวใจเค้าไม่เกิน130

แต่รอบ2ที่พี่มาเริ่มเดินใหม่ตอนต้นปีนี้ นี่เป็นครั้งที่2ที่พี่ขึ้นโซนแดง
ยังว่ารอบบนี้ส่วนมากจะอยู่โซนเหลือง
น่าจะเพราะอากาศมันเย็น แล้วพี่สปีดต่ำมั้ง
พูดถึงอากาศเดือนหน้ารู้กัน น่าจะร้อนนรกตั้งแต่มีค.เลยค่ะ

สวัสดียามสายนะคะน้องปริ้นซ์
โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:9:48:33 น.
  
อ่านสนุกเหมือนเคยค่ะ
แอบลุ้นพัท แต่หากไม่ทำก็ไม่รู้จะทำได้เมื่อไรเนาะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:14:48:19 น.
  
ที่ไปคุย น้อยมากครับ ต่างประเทศดีกว่าเราเยอะ เราติดภาพมายาที่ว่าไทยดีที่สุดในโลกเพราะความไม่รู้ ผมมองกลับกันเมื่อไปอยู่จีนระยะหนึ่ง ผมมองว่าถ้าอยู่ที่ไทยรอดที่ไหนก็ไม่น่ากลัวแล้ว

ผมเคยอยู่บริษัทจีนแบบจีนจ๋า หยุดคือหยุดครับไม่มีโทรตาม แต่ใช้งานก็งานทาสมากๆ

ผมมองว่าสิ่งสำคัญคือการให้เกียรติ บางอย่างนิดๆ หน่อยๆ ควรคุย ไม่ใช่ยึดกฎอย่างเดียว ความยากในการแปลจีนคือ จีนใช้ทับศัพท์ ทับอักษร อย่างชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น (คันจิ) แต่เขียนออกมาเป็นภาษาจีน มันอ่านเป็นภาษาจีนได้ แต่เวลาแปลต้องแปลด้วยภาาาญี่ปุ่น ก็สนุกดีครับเรื่องนี้

ผมแค่เคยเดินกับบอสเขา เข้าออฟฟิศแค่ไม่กี่ครั้งเอง แต่พนักงานจำเราได้นะ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:18:50:55 น.
  
คำพูดมูรินโญ่ แต่ละอันเท่ๆ ทั้งนั้นครับ ลองเอาไปดูเล่นๆ ได้ครับ มีคนรวบรวมไว้

//topicstock.pantip.com/supachalasai/topicstock/2011/10/S11268347/S11268347.html
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:18:51:44 น.
  
งานของอาจารย์เสกสรรค์เปลี่ยนไปตามวัยของท่านด้วยครับ
ส่วนใหญ่งานช่วงแรกเป็นประสบการณ์จากการเข้าป่า
จับปืนเป็นนักปฏิวัติ จากนั้นจึงเป็นช่วงเข้าป่าเดินดอยล่องทะเล
งานช่วงท้ายจึงเป็นปรัชญา ศาสนา และจิตวิญญาณ

พี่ก๋าตามอ่านงานของอาจารย์ทุกช่วง
เลยชอบครับ เหมือนเติบโตไปพร้อมกับงานเขียนของท่านเลย

ตอนที่พี่ก๋าเขียนบล็อกใหม่ๆ
ตอนนั้นคนในบล็อกเยอะมาก
เป็นชุมชนใหญ่ที่มีความหลากหลายมาก
บางคนก็ทะเลาะกันเพราะเรื่องชู้สาว
บางคนก็ทะเลาะกันเพราะความเห็นต่างทางการเมือง
บางครั้งมาทะเลาะกันกลางบล็อกพี่ก๋าก็มีครับ 555

พี่ก๋าเขียนบล็อกตามใจตัวเอง
ไม่ได้คิดว่าจะต้องมีใครชอบหรือเข้าใจงานเขียนของตัวเองทุกบล็อกหรอกครับ
บางครั้งเขียนตามใจตัวเองมากๆ คนอ่านก็งงนะ
มาอารมณ์ไหน 555
แต่พี่ก๋าก็เขียนบล้อกไปตามความรู้สึกนี่ล่ะครับ
เพียงแต่พอเขียนนานเข้า
ก็ไม่อยากเล่าอะไรแรงๆ แบบสร้างความขัดแย้งอีกแล้ว
อย่างการเมืองเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เขียนแบบแสดงความคิดเห็นบ้างนานๆครั้ง

ช่วงก่อนลงงานด้านธรรมะมากๆ คนไม่กล้าเม้นท์ก็มีครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:19:37:55 น.
  
อ่านแล้วเหนื่อยแทน แต่ถ้ายังสนุกกับงานก็แล้วไปเนอะ
ทำให้นึกถึงข่าวคนทำงานหนัก ไม่ได้พักผ่อน ตายคาโต๊ะทำงาน
ประมาณว่าตายในหน้าที่ ... โรคคาโรชิ ซินโดรม (Karoshi Syndrome)
ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครเลยจ้า

---------------------

ยำผลไม้ไม่เผ็ดอยู่แล้วค่ะ เน้นรสจัด แต่ไม่เผ็ด (ทานเผ็ดไม่เก่ง)
ยำผลไม้ได้รสของผลไม้ ผสมน้ำยำเพิ่มรสชาติ ทานแล้วสดชื่นดีค่ะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:20:46:58 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องปริ๊นซ์

บล็อกนี้ ของเธอยาวมากเป็นพิเศษ ไล่อ่านเป็นชั่วโมง น่าจะ
เป็นบล๊อกที่ระบายความรู้สึกเกี่ยวกับงานที่ดูแล้ว น่าจะสนุกสนาน นั่ง
คุยกับลูกค้า ดื่มกันไป ฟังเพลง ทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้ารับโปรเจ็ค
ที่เราไปเสนอ ให้ผ่านฉลุยได้ เข้าใจ จ้ะ
เรื่องการเทรนลูกน้องเป็นงาน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นงานสอนเขา
ถ้าได้ลูกน้องที่หัวไว ก็เบาใจหน่อย ไม่เหนื่อยมาก แต่เธอเป็นคน
พูดเก่งอยู่แล้ว คิดว่า ไม่ยากนัก ครูเชื่อฝีมือ ฝีปากเธอ จ้ะ
แต่อย่างไรก็ตาม ร่างกายก็ต้องการพัก นะจ๊ะ เหนื่อยนักก็
ต้องพักบ้าง โหมงานหนักไป ก็ไม่ดีต่อสุขภาพ จ้ะ

โหวดหมวด งานเขียนฯ
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:22:13:20 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:5:20:16 น.
  
สุขสันต์วันแห่งความรักคะคุณน้องปริ๊นซ์

ขอให้มีความสุขมากมากนะคะ..

โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:10:20:29 น.
  
การให้โอกาสคนเป็นสิ่งที่ดี บางครั้งเรามองว่าเขาทำได้ ความสามารถเขาก็ทำได้ เพียงแต่ไม่มั่นใจ ถ้าเพิ่มความมั่นใจให้เขาได้ทุกอย่างก็จะจบลงสวยๆ ทุกฝ่าย

บอสคุณปริ๊นซ์คงไว้ใจคุณปริ๊นซ์มาก แต่ยังไม่ไว้ใจลูกน้องคุณปริ๊นซ์ น่าจะเป็นลักษณะนั้นมากกว่า แต่ก็เข้าใจความรู้สึกเขานะ
โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:59:20 น.
  
สวัสดีวันวาเลนไทน์ค่ะ น้องปริ้นซ์

วันนี้ได้ดอกกุหลาบกี่ช่อ กี่ดอกคะ
โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:15:43:38 น.
  

ทำงานมาก ทำงานสำคัญ
แสดงว่าเรามีความสามารถ น่าชื่นชมค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:3:17:42 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Threepopstory.BlogGang.com

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]

บทความทั้งหมด