พุธที่เงียบเหงา ฮิ ฮิ !~

บ่ายของวันพุธที่เหงา เหงา เหงาจิงนิชีวิต ฝนก็ตก จริงๆ เวลาฝนตกจะกระดี๊กระด๊าเหมือนปลาได้น้ำมากๆ แต่วันนี้ไม่เลยแฮะ มันเหนื่อยๆ เพลียๆ เมื่อคืนหลังจากออกไปทะแระแทะแถนอกบ้านมา ด้วยการไปดู อินทรีแดง ที่เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ด้วยค่าเข้าชม 2 ที่นั่ง 120 บาท (เพิ่งจะเคยได้ราคานี้กับเค้านะเนี่ย แอบดีใจเล็กน้อย) ดีนะที่ไม่ซื้อตั๋วหนังกับแมคโดนัล เพราะตอนบ่ายของเมื่อวาน (13 ต.ค. 53) ได้โทรไปสั่งแมคฟิชมารับประทานเป็นอาหารกลางวัน เช่นเคยเมื่อไม่มีอะไรกิน แล้วทางพนักงานที่รับออเดอร์ก็ไถ่ถามถึงการซื้ออย่างอื่นเพิ่ม ซึ่งในรายกันนั้นก็รวมตั๋วหนังด้วย ก็เลยสนใจถามๆ ดู แต่ก็ไม่ได้ซื้อ แหะๆ

หลังจากหนังจบก็เดินดูหนังสือต่อนิดนึง (จนได้ยินเค้าประกาศจะปิดร้าน) ก็ซื้อมาเล่มนึง จ่ายตังค์แล้วก็กลับบ้าน กลับมาถึงรู้สึกง่วงมากกกกกกก ขณะรอคุณแฟนที่เคารพไปปรนเปรอความสนุกสนานให้เด็กๆ 4 ขา ก็เอนๆ กึ่งๆ นอนๆ หลับตาลงกะว่าซักแป๊บจะไปอาบน้ำ ไปๆ มาๆ เหมือนยิ่งนอนยิ่งจะหลับ แล้วก็เกือบหลับ แต่อยู่ดีๆ ก็หายใจไม่ออกอึดอัดขึ้นมาซะอย่างนั้นอีก ทรมาณสุดๆ ต้องหายใจทางปากพะงาบๆ เหมือนปลาเวลาอยู่บนบกอย่างนั้นแหละ เหมือนใจจะขาดให้ได้ ต้องรีบลุกขึ้นมานั่งในทันที แล้วพยายามหายใจเข้าปอดให้ลึกๆ คุณแฟนเหมือนจะตกใจรีบมาลูบหลังให้ (เอ่อ...ชั้นไม่ได้แพ้ท้อง )

ทุกวันนี้ก็ยังพยายามหาข้อสรุปที่มาที่ไปเวลาที่อาการมันเป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอยุ่ดีๆ มันก็เป็นขึ้นมา อาจจะเพราะฝน (โทษไปเรื่อยเปื่อย) เพราะเมื่อคืนมาถึงบ้านฝนก็ตกพอดี หรืออาจเป็นเพราะเครียด (โทษไปเรื่อยเปื่อยได้อีก) เพราะเมื่อวานทำๆ งานอยู่แล้วมีโทรมาจากที่ทำงานเรื่องงานที่ทำอยู่นิดหน่อย ความรู้สึกเวลามีโทรศัพท์มามันจะค่อนข้างกดดัน และรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เวลาที่เราทำงานในเวลาที่กำหนด แล้วมีโทรมามันเหมือน มีคนกำลังเร่งเราอยู่ข้างหลังตลอดเวลา รู้สึกรนๆ ทั้งๆ ที่งานมันก็มีกำหนดเวลาของมันและเราทำไปตามแพลนที่อยู่บนเวลาที่กำหนดนั้นๆ หรือว่าเครียดเรื่องงานคนอื่น (โทษต่อ) เพราะเมื่อวานตอนเย็นเรานั่งรับฟังความทุกข์ใจเรื่องงานของคุณแฟนซะฝังสมอง เพราะเยอมากมาย

เรื่องในแต่ละวัน จริงๆ มันก็เหมือนๆ เดิมๆ มันก็เกิดของมันอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ แต่ว่าก็ไม่รู้สาเหตุอาการกำเริบอย่างแน่ชัด เพราะส่วนมากจะปกติทุกวันช่วงนี้ ไม่อยากไปหาหมอรอบหน้าแล้วต้องถูกนัดอีกเลย หายซะทีเถอะ

กว่าจะหลับได้เมื่อคืนก็ดึกมากๆ ความรู้สึกคือมันง่วงมาก แต่นอนไม่ได้ แต่ตานี่คือจะปิดแล้ว กะว่าจะลุกขึ้นมานั่งทำงานให้มันหายใจโล่งขึ้นกว่านี้แล้วค่อยกลับไปนอน ก็กลัวจะยาวไปยันเช้าอีก เพราะพยายามจะมีชีวิตประจำวันให้เหมือนชาวบ้านเค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ก็เลยให้คุณแฟนอ่านหนังสือให้ฟัง เหมือนเด็กที่ต้องฟังนิทานก่อนนอนเลย อ่านไปได้สักประมาณ หน้ากว่าๆ คนอ่านจะหลับก่อนคนฟัง ก็เลยบอกพอแล้วล่ะ นอนเหอะตะเอง (รู้สึกทรมาณคนแก่ไงไม่รู้)

เราก็พยายามนอนให้หลับ แต่รู้สึกว่าสะดุ้งตื่นมาทั้งคืนยันเช้า รู้สึกว่าตัวเองฝันร้ายตลอดคืน (คิดไปเองเรื่อยเปื่อยจนจิตไม่นิ่ง) จนตอนเช้าสงสัยเหมือนจะเป็นในหนัง แบบละเมอจนคนข้างๆ ตื่น เพราะรู้สึกได้ยินเสียงคนถามว่า "ตัวเองเป็นอะไรๆ" แล้วเหมือนเคย รู้สึกจะมาลูบหลังเราเหมือนเคย จนเช้ามากๆ อีกทีตื่นมาเพราะคุณแฟนปลุกมากินข้าว ^^ ก่อนคุณแฟนจะไปทำงาน เราก็กินๆ ละก็กินยาแล้วก็รู้สึกยังเพลียอยู่มากๆ มันรู้สึกเหนื่อยในช่วงทรวงอก กินยาเสร็จก็เลยนอนต่อ กะว่าจะนอนแค่สัก 9 โมงเช้าแล้วจะลุกมาทำงานต่อ แต่สุดท้ายก็ตื่นมาซะเที่ยงแล้ว

วันนี้จริงๆ หมอฟันนัดไปผ่าฟันคุด แต่เมื่อวานนี้โทรไปยกเลิกก่อนเพราะรู้สึกว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลนี้บ่อยมากๆ แล้ว อาทิตย์หน้าก็ต้องไปอีก เพราะหมอโรคภูมิแพ้กับหมอตรวจตานัดไว้ วันเดียวกันเลย อีกอย่างเมื่อวานได้รับโทรศัพท์จากที่ทำงานเรื่องงาน เหมือนจะเร่งมากมาย คงจอต้องทำให้เสร็จก่อนกำหนดละ จะได้สบายใจ แต่เพื่อนคนนึงเมื่อวานนี้มันพูดขึ้นว่า "เราว่างานกระติ๊บมันไม่มีคำว่า สบายใจหรอก เพราะหมดงานเร่งอันนึงมันก็จะมากอีก จากที่เห็นทำมาน่ะนะ" อือ มันก็จริงอย่างว่า

บางวันก็ทำแบบต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง สงสัยเป็นเพราะอย่างนี้ด้วยทำให้โรคภัยมาหาซะแยะ เพราะฝืนให้ร่างกายมันต้องเคร่งเครียดมากเกินไป มานั่งๆ คิดๆ แล้วก็ถามตัวเอง ว่า "มันคุ้มไม๊"....คำตอบที่ได้ก็คือ "ไม่คุ้มเลย" เพราะรายได้ก็เท่าเดิม จ่ายค่าหมอเดือนนึงเยอะกว่ารายได้เดือนนึงซะอีก (ปล. ไม่มีบัตร 30 บาท เพราะแม่ทำให้ไว้มันอยู่ที่บ้าน ตจว ไม่ได้ย้ายมาสักที จนป่วยก็ไม่ทันแล้ว ) ช่วงนี้ก็เลยคิดว่า อาจจะต้องหางานใหม่ที่เป็นงานประจำแบบจริงๆ จังๆ ก็หาๆไว้ สมัครๆ ไปหลายที่เหมือนกันแต่ก็เงียบๆ แฮะ สงสัยเพราะรีซูเม่ไม่น่าสนใจ หรือไม่ก็เพราะมันใกล้สิ้นปีไม่ค่อยมีตำแหน่งว่างละมั้งเนอะ

เพราะที่ทำอยู่ปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีอะไร อาจเพราะเรียกกันว่า ทำแบบฟรีแลนซ์ แต่ก็ งงๆ แหละ ฟรีแลนซ์แต่รับเหมือน พนง. ประจำ และต้องพร้อมเสมอ เมื่อเค้าต้องการ งานก็ทำให้ทุกอย่างที่ส่งมา เพราะก็ปฎิเสธไม่ได้ไง เป็นคนที่ไม่ค่อยปฏิเสธคนอยู่แล้ว เพราะไม่อยากให้คนอื่นเสียใจ แต่ก็มีเพื่อนอีกคนนึงเคยพูดไว้ว่า "เราทำงานเพื่อเงิน อย่าเอาความรู้สึกมาตัดสิน มันไม่เกี่ยวกันหรอก ว่าใครจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเราทำงานแล้วมันไม่เวิร์ค ก็ต้องหาที่ใหม่ ที่มันเวิร์ค และคุ้มค่า กับความเครียด และเวลาที่เสียไป" เออ มันก็พูดถูก

แล้วก็ไอ้เพื่อนคนเดิมนี่แหละ เพิ่งคุยกับมันอีกเมื่อไม่นานมานี้ เรื่องงานใหม่ว่ากำลังหา ก็คุยกันตามประสาเพื่อนๆ ก็ถามสารทุกข์สุขดิบ แล้วมันก็พูดขึ้นมาอันนึง แต่มันก็ถามเราก่อนว่า มันพูดได้ไม๊ กลัว กลั๊ว กลัว ว่าเราจะไม่พอใจ ( เราเป็นคนที่ไม่ค่อยว่าใครหรอก เวลารู้สึกแย่ก็แค่ถอยมาห่างคนที่ทำให้เรารู้สึกแย่ แค่นั้นเอง) เราก็ว่าไม่เป็นไร พูดมาเถอะ มันก็ดีที่เราได้เห็นตัวเราจากมุมมองของคนอื่นไง มันเลยพูดว่า "มีเพื่อนเราคนนึง เคยเห็นกระติ๊บอ่ะ แล้วบอกว่า กระติ๊บอ่ะหน้าดุมาก" เราก็.."อืมมม" เพื่อนก็พูดต่อว่า "เพื่อนเราบอกว่า ถ้าให้รับคนอย่างกระติ๊บเข้าทำงาน ก็คงไม่กล้ารับ เพราะเห็นหน้าแล้ว กลัวว่าเวลาให้งานอะไรไปแล้ว มันจะไม่ทำ" เหอะๆ....

สรุปเรากับเพื่อนของเพื่อนนี้ก็ไม่รู้จักกันหรอก ที่ว่าเคยเห็นหน้าเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นคนไหนที่เราเจอ เพราะเราเจอเพื่อนของเพื่อนเยอะแยะ แต่ส่วนมากถ้าเราไม่รู้จัก หรือเพื่อนไม่ได้แนะนำ เราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรด้วย และก็จำไม่ได้ แฮะๆๆ เพราะเราเป็นที่สายตาสั้นไง เมื่อก่อนไม่ได้ใส่แว่นตา แต่เวลาที่ใครหรืออะไรที่อยู่ไกลๆ มันก็มองเห็นไม่ชัดอยู่แล้ว แล้วก็เป็นคนที่ขี้ลืม แบบหลงๆ ลืมๆ อะไรประมาณนั้น

แต่ก็ดีที่ได้เห็นต่างมุม ว่าคนที่เค้าเพิ่งเจอเราครั้งแรก คงจะรู้สึกอย่างนั้น แต่ก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองนิดนึงแหละว่า ก็คนไม่รู้จักกัน จะให้ไปยิ้มให้ ก็จะหาว่าให้ท่าอีกนะ 5555 หรือนั่งๆ อยู่ยิ้มก็จะหาว่าจิตมีปัญหาอีกนะ แต่เราก็แอบถามเพื่อนที่เคยเป็นลูกค้าเราแล้วกลายมาเป็นเพื่อนในวันนี้ ก็แอบถามว่าเห็นเราครั้งแรก รู้สึกกลัวเราบ้างไม๊ (บางคนโดนถามคง งง เนอะ คนถามเป็น ญ คนถูกถามเป็น ช ผู้ชายที่ไหนจะกลัวผู้หญิง แต่ถ้ากลัวจริงๆ ละยันฮีด่วนเลยเรา) เค้าก็ตอบมาว่า "ไม่นะ คุณกระติ๊บ ขำมากอ่ะ" คนนึงว่า "ดุ" คนนึงว่า "ฮา" อืมมม ครบรส

ก็เลยมาสรุปเอาเองอีกรอบว่า คงเป็นลักษณะเฉพาะคงคนเรานะ สำหรับคนที่เรารู้จัก หรือคิดว่ารู้จัก หรือบางทีแค่รู้สึกว่าเป็นมิตร เราก็มักจะทำตัวตามสบาย แต่สำหรับบางคนที่เราไม่รู้จัก หรือไม่แน่ใจว่าจะอยากคุยกับเรา เราอาจจะนิ่งเฉย

แต่โดยนิสัยเราก็ไม่ชอบไปเจอคนที่เราไม่อยากเจอนะ แต่เจ้านายที่เคารพ ก็ชอบพาไปหาลูกค้าด้วย ก่อนไปนี่รู้สึกกังว๊น กังวล แต่กลับมานี่เหงือกแห้งเลย ส่วนมากเจอลูกค้าดีๆ ด้วยแหละมั้ง เลยไม่ค่อยมีอะไรที่จะทำให้เราอึดอัดจนแสดงออกทางสีหน้า แล้วบางครั้งเป็นพวกกล้าพูดกล้าทำแฮะ เวลาเค้าถามๆ เราก็ตอบไปตามตรง แต่บางอย่างตรงเกินไปก็ไม่ดี บางครั้งเจ้านายต้องเตรี๊ยมให้ก่อนว่า เรื่องนี้เดี๋ยวพี่พูดเองนะ พอเจอะหน้าลูกค้าเวลาถามลูกค้าก็หันมาถามเราแฮะๆ เราก็รีบหันหน้าไปทางเจ้านายสุดที่รักแล้วก็ยิ้มๆ เป็นอันรู้กันว่า เด๋วอันนี้พี่เค้าตอบเอง เพราะไม่งั้นเราอาจพูดไปตามจริง คราวนี้ล่ะงานเข้ากันทั้งออฟฟิต



เห้อ..ปีนึงๆ นี่ไวเนอะ แป๊บๆ ใกล้จะครบรอบขวบปีอีกแล้ว อ่า...ไม่อยากนับเลยว่าปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะหาของขวัญอะไรให้ตัวเองดี คุณแฟนบอกว่า "พี่จะซื้อเค้กให้น้องเป็นของขวัญ".... ทุกปีเลยอ่ะ ให้เค้ากินแต่เค้ก แล้วก็อ้วนอยู่เนี่ย เห็นไม๊! เห็นไม๊! คุณแฟนเพ่งมองตั้งแต่หัวจรดพุงเรานิดนึงแล้วก็บอกว่า "งั้นพี่เปลี่ยนเป็นเค้กเพื่อสุขภาพแล้วกัน" ไม่อ๊าววววว ช้านนนไม่อยากกินเค้ก

ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา คบกันมา อยู่กัน ไม่เคยได้ของขวัญวันเกิด 55555 คร๊ายยย ครายยย จะเชื่อ แต่ก็คือความจริงน่ะ ไม่เคยได้ของขวัญวันเกิด ได้แต่เค้ก อิอิ มีมาเป่าทุกปี แล้วก็ใส่บาตรตอนเช้า ก็ยังดี อย่างน้อยเค้าก็ไม่เคยลืมวันเกิดเรา เดือนนี้วันเกิดเรา เดือนหน้าวันเกิดคุณแฟน 5555 แก่กว่าเรา เราก็นั่งๆ คิดอยู่เหมือนกันว่าจะซื้ออะไรให้ดีน้อ...เรามีของขวัญให้บางปี เพราะบางปีมันค่อนข้างฝืดๆ บางปีก็รวบยอดไปปีใหม่ทีเดียว เหอะๆๆๆ ทู อิน วัน ไง แต่ที่แน่ๆ เราไม่เคยซื้อเค้กให้ แต่ใส่บาตรเหมือนกัน ส่วนมากเค้ก ยกไปปีใหม่ อิอิ จัดพร้อมกับปีใหม่และวันเกิดเด็กๆ 4 ขา เคาท์ดาวน์ + แฮปปี้เบิร์ธเดย์ คุณแฟน และคุณลูกๆ

แต่อย่างน้อย ถึงไม่มีของขวัญอะไร ก็แค่อยากให้มันเป็นอย่างนี้เรื่อยไป ทุกๆ ปี


Create Date : 14 ตุลาคม 2553
Last Update : 14 ตุลาคม 2553 16:36:17 น. 4 comments
Counter : 163 Pageviews.

 
Photobucket


โดย: Cheria (SwantiJareeCheri ) วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:17:34:01 น.  

 
สวัสดีสายวันเสาร์ค่ะกระติ๊บ

--- อิอิ เกิดเดือนเดียวกันเลยของกระติ๊บวันที่เท่าไหร่เหรอจ๊ะ

---อื้ม..เป็นความเครียดสะสมรึเปล่าคะกระติ๊บ ตัวเองไม่สบายบ่อยจัง เค้าเป็นห่วง ดูแลตัวเองเยอะๆนะคะ

---หนังหน้ากากแดงสนุกมั๊ยอ่ะจ๊ะ

---30บาทเค้าเคยฟังข่าวว่ามันสามารถย้ายสถานที่ได้ปีละกี่ครั้งก็ไม่รู้ ตัวเองลองเซิร์ทหารายละเอียดดูนะ จะได้ใกล้บ้านว่าแต่ทะเบียนบ้านอยู่ที่นี่หรือต่างจังหวัดอ่ะจ๊ะ

---อื้ม..บางทีคนอื่นก็เป็นกระจกสะท้อนตัวเราได้นะจ๊ะ

ขอให้มีความสุขกับวันหยุดนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:10:40:56 น.  

 
สวัสดีจ้ากระติ๊บ อุ๊ยใกล้hbdแล้วเน้อวันที่ 20 ก็เป็นวันพิเศษของนู๋แอนเหมือนกัน ไว้จะมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ..อุ๊บอิ๊บ 55555

สุขสันต์วันอาทิตย์นะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:11:05:51 น.  

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

ขอให้เริ่มต้นการทำงานวันแรกของสัปดาห์อย่างมีความสุขนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 18 ตุลาคม 2553 เวลา:9:30:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.