ปีใหม่ๆ ลองหาสิ่งใหม่ๆ ใส่ชีวิต !~

ปีใหม่ปีนี้ นอกจากชีวิตเดิมๆ ที่เปลี่ยนไปนิดหน่อย กับอาการเจ็บป่วยที่หอบมาด้วยจากปีเก่า (หอบมาไมไม่รู้ ) แล้วก็หอบเอาความคิดช่วงท้ายๆ ปีมาด้วย นั่นก็คือ อยากเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตแต่ละวัน การงานก็อยากทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ชีวิตโต๋เต๋พอแล้ว อายุอานามปาไป 20 ปลายๆ แล้ว ฮู้ววววว์....

ปีที่แล้วตอนปลายปีก็คิดไว้ว่า อยากเปลี่ยนงาน จริงๆ งานที่เดิมก็ไม่อะไรมาก ไม่ได้เลวร้ายอะไร ค่อนข้างอิสระ แต่ทว่าแลดูมันไม่ค่อยจริงจัง ไม่แน่นอน ตามที่คุยกันไว้ก่อนหน้านั้นกับคุณบอส ว่าถ้าทำต่ออยากทำเป็นงานๆ ไป ไม่อยากเหมาเป็นเดือน อาจจะเพราะเราเป็นพวกที่ชอบควบคุมชีวิตตัวเอง อยากให้เป็นไปตามที่วางเอาไว้ แต่การทำงานแบบเหมาเดือนอย่างว่า มันทำให้การควบคุมเสียไป เพราะแต่ละเดือนงานมากน้อยไม่เหมือนกัน บางเดือนก็เครียด เครี๊ยด เครียด ทำงานดึกๆ ดื่นๆ บางเดือนก็นั่งหาว รอเมล์ หรือโทรศัพท์ เรื่องงาน บางครั้งก็ต้องกุลีกุจอเข้าออฟฟิตไปดูงาน แก้ไขงานที่นั่น เพราะจะมีบางงานที่ทำที่บ้านไม่ได้ ต้องที่ออฟฟิตเท่านั้น

ทำให้เริ่มอยากจะมีชีวิตที่เป็นระเบียบ ที่สามารถควบคุมได้อีกครั้งนึง พูดง่ายๆ คืออยากทำงานแบบเป็นกิจจะลักษณะกะคนอื่นเค้าบ้าง ช่วงปลายๆ ปี 53 ก็เลย กดสมัครงานไปบ้างอะไรบ้าง แต่ก็เงียบๆ ไม่มีอะไรมากมาย จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวา ก็มีบริษัทนึงโทรมานัดสัมภาษณ์งาน ก่อนหน้านั้นวันที่ 28 ธันวา ก็ได้คุยกับคุณบอสที่ปัจจุบันว่าปีหน้า (คือปี 54) จะเอายังไงกันดี เราก็ไม่ได้มีแพลนอะไรไว้ ก็เลยคุยกันไปว่า งั้นก็ทำงานด้วยกันต่อไป แต่ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดอะไรชัดเจน เรื่องระยะเวลาการทำงาน แต่มีข้อแม้ขึ้นมาอีกนิดหน่อย คือจะมีการกำหนดให้เข้าออฟฟิตทุกอาทิตย์ ตามวันที่ตกลงกัน ตรงนี้แหละที่เราจะต้องปรับตัวหน่อย เพราะออฟฟิตค่อนข้างนั่งรถหลายต่อเหมือนกัน ไป-กลับ 4 ต่อ เราเองเป็นพวกไม่ชอบการสัญจรซะด้วย ก็เลยคิดว่าลองดูก่อนแล้วกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะไปได้อีกกี่น้ำ

ด้วยเหตุนี้พอมีบริษัทโทรมานัดสัมภาษณ์ หลังจากเราถามรายละเอียดต่างๆ อันสมควรไปแ้ล้ว ก็เลยตกลงไปสัมภาษณ์งานลองดู เพราะจากการสอบถามเรื่องเงินเดือน ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เราขอไว้ และแลดูเป็นงานที่ดูเป็นกิจจะลักษณะหน่อย แต่ยังไม่ได้บอกบอสที่เคารพ ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน แต่เราก็อยากจะมีโอกาสและอนาคตที่ดีขึ้นมากว่านี้อ่ะนะ ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่ดี มันก็ดีในแบบของมัน แต่เราต้องการอะไรที่แตกต่างไปกว่านี้ แน่นอนในนั้นก็มีเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ และสภาพแวดล้อมการทำงาน รวมทั้งอนาคตข้างหน้าด้วย ถ้าหากเจองานที่ถูกใจจริงๆ ก็จะบอกบอสไปตรงๆ แต่ในความรู้สึกยังรู้สึกไม่ดีกับตัวเองอยู่ดีแฮะ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนว่าเราทำความผิดเลย ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีอะไรผิดใช่ไหม ที่เรา้ต้องการเปลี่ยนงานใหม่ ที่มีโอกาสก้าวหน้า ทั้งด้านสายอาชีพและเงินเดือน เพราะที่นี่เราก็ทำมา 8 เดือนแล้ว เงินเดือนก็ยังเหมือนเดิม และสวัสดิการก็ไม่มีอะไร ก็ใช่ว่าเค้าจะไม่ให้หรอก พี่แกก็เคยถามเหมือนกันเรื่องประกันสังคม แต่ตอนนั้นเราปฏิเสธเอง เพราะทีแรก พี่แกบอกว่าจะจ้างเราชั่วคราว ประมาณ 2-3 เดือนมาช่วยเก็บงาน แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็น นานเลย ตอนที่พี่แกถามเราก็ไม่แน่ใจว่า เราจะยังทำอยู่ที่นี่ต่อไปนานแค่ไหน เพราะมันเหมือนเราไม่มีความมั่นใจ อะไรเลย ก็เลยไม่อยากให้ใครยุ่งยาก แต่อย่างว่าสุดท้ายมันก็ล่วงเลยเป็นเวลามานานเนิ่น จนปัจจุบัน

วันนี้ไปสัมภาษณ์งานมา ตามที่คุยกับ HR วันที่โทรมาวันแรก พี่ท่านบอกว่า เรียกมาสัมภาษณ์ตำแหน่ง เว็บโปรแกรมเมอร์ ไอ้เราก็ถามกลับไปว่า ตามคุณสมบัติที่เราลงไว้นั้นผ่านหรือไม่ พี่แกก็บอกว่า ได้ตามคุณสมบัติที่ต้องการ แล้วเราก็ถามต่อไปว่า ฐานเงินเดือนเป็นอย่างไร (เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลา หากไม่ถูกต้องตรงใจกัน) พี่ท่านก็บอกว่า ตามที่เราร้องขอไว้ใน รีซูเม่ก็น่าจะได้ เราก็เลยตัดสินใจไปสัมภาษณ์จนได้สินะ ตื่นเช้ามาด้วยอาการเหมือนคนเคยตื่นเช้าไปทำงานทุกวัน เหอะๆๆ คุณแฟนรีดผ้า แล้วหาข้าวหายาให้กิน เราก็เตรียมเอกสาร อาบน้ำแต่งตัว ออกเดินทางไปถึงที่หมาย ก่อนเวลานัดหมายสักเล็กน้อยตามระเบียบ

ไปถึงก็เห็นคนเยอะแยะมากมาย กำลังเดินเข้าตึก เป็นตึกค่อนข้างใหญ่ มีบริษัทเยอะแยะ เลยมีพนักงานแยะไปด้วย เราก็เดินเอ๋อๆ ตามเค้าเข้าไปในตัวอาคาร ก็เห็นป้ายให้ติด บัตรพนักงานให้เห็นชัดเจน ก็เลยเข้าใจว่า ตึกใหญ่ๆ งี้คงต้องแลกบัตรเนอะ ก็เดินไปหาคุณ รปภ. บอกว่ามาสัมภาษณ์งาน บริษัทนี้ๆๆๆ ชั้นนี้ๆๆๆ คุณยามก็บอกว่า แลกบัตรก่อนครับ ได้ยินดังนี้คิดถึงหนังเรื่อง สุดเขต สเลดเป็ดเลย ตอนเปิดฉากมา ที่พระเอกไปแลกบัตรกะคุณ รปภ. แล้วก็ได้ฮา ขำกลิ้งกันสนั่นโรงเลยเชียววันนั้น เป็นวันแรกที่เข้าโรง คนตรึม!!!


แต่เราไม่กล้าไปเล่นฮา กะคุณ รปภ. หรอกนะ อิอิ แค่คิดขำๆ หาบัตร ประชาชน ที่นานๆ จะล้วงขึ้นมาใช้ทีให้คุณ รปภ. ได้ก็เหน็บบัตร visitor เดินลิ่วๆ ตามตรูดเหล่าพนักงานของบริษัทของที่นี่ ไปยืนรอลีฟต์ ก็เห็นมีลีฟต์อยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 ลิฟต์ แอบคิดในใจ มันจะแบ่งไปคนละชั้นป่าวว้า ก็ไม่เห็นมีติดบอกนะว่าจะไป ชั้นนั้นต้องขึ้น ลิฟต์นี้ จะไปชั้นนี้ต้องขึ้นลิฟต์นั้น ดังนั้นพอลิฟต์ว่างมาเราก็กระเถิบเข้าไปแอบเนียนกับคนอื่นทันที แต่...เป็นดังคาด เหลือบมองไปเลขชั้น มันไม่มีชั้นที่ เราต้องไป แต่ก็ทำเนียนต่อไป ลงชั้นที่เปิดชั้นแรกสุด แล้วบังเอิญเจอคนกำลังเดินผ่านมาทางนั้นพอดี เลยถามเค้าออกไปว่า "โทษนะคะ จะไปชั้น xx ต้องขึ้นลิฟต์ตัวไหนคะ" คุณคนที่หน้าตาเหมือนคนท้องที่ (เพราะเค้าติดบัตรพนักงานหรอก อิอิ) ก็บอกมาอย่างใจดีว่า "น่าจะลิฟต์ทางนั้นนะครับ" พร้อมกลับชี้นิ้วไปทางลิฟต์อีกฝั่ง ที่ทะลุไปอีกฟาก

ก็คือไม่ใช่ทั้ง 6 ตัวนี้ ต้องเดินไปอีก ล๊อกนึง หงึกๆ ขอบคุณค่าเค้าไปแล้วรีบเดินไปอีกฝั่งโดยเร็ว แน่นอนคราวนี้มีแล้ว ชั้นที่เราจะไป ....

ตอนที่ขึ้นลิฟต์ตัวแรก มีคนอยู่ประมาณ 5-6 คนรวมเราด้วย มันก็ค่อนข้างเงียบๆ นะ แอบคิดถึงหนังเื่รื่อง Devil ไม่ได้ ที่มีคนอยู่ในลิฟต์ 5 คน แล้วคนก็ค่อยๆ ตายไปเรื่อยๆ ตอนดูตัวอย่างน่าดูจัง แต่พอมาดูจริงๆ ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ตอนแรกที่ไฟติดๆ ดับๆ ในลิฟต์ ก็พอลุ้นอยู่


ในที่สุดก็ถึงชั้นที่หมาย ผู้คนเดินกันคึกคัก คุณ รปภ. ที่นั่งประจำชั้นนี้พอเห็นบัตร visitor ของเราก็รีบปรี่เข้ามาถามตามหน้าที่ทันทีว่ามาติดต่อเรื่องอะไร เราก็บอกไป แล้วก็รอสักครู่ HR ก็มาพร้อมกับแบบทดสอบ

เราก็เข้าไปนั่งทำแบบทดสอบในห้องที่ทางบริษัทจัดไว้ แบบทดสอบเกี่ยวกับ ความรู้ความชำนาญของเราในด้านโปรแกรม อาทิ ให้โจทย์เป็นโพรซิเยอร์มาแล้วก็ให้เราไล่โค๊ด แล้วถามประมาณว่า ถ้าค่าที่ได้เป็น อย่างนี้ แสดงว่า ส่งค่าอะไรไป และ โพรซิเยอร์ที่ว่ามีข้อบกพร่องอะไรไม๊ แก้ไขให้ดีได้ยังไง อันนี้คือข้อนึง แล้วก็มีอย่างนี้อีกหลายข้อเหมือนกัน ให้ไล่โค๊ด ถามว่า โพรซิเยอร์นี้มันทำงานอะไร ถ้าให้ค่านี้ไป จะได้ค่าอะไรมา นอกจากนั้นก็มีการให้เราทำแบบทดสอบเกี่ยวกับ css คือให้ตัวอย่างมากแล้วให้เขียน css ว่าควรเป็นอย่างไร และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ภาษา SQL ที่ไม่ว่าจะ เว็บโปรแกรมเมอร์ หรือโปรแกรมเมอร์ภาษาทั่วไปก็ต้องผ่านขั้นตอนนี้ ต้องได้เขียนได้ถาม ได้คิวรี่อะไรซักอย่างมา ก็ไม่ได้ยากอะไรสำหรับคนที่ใช้งานประจำ ที่เหลือก็คำถามทั่วๆ ไป เกี่ยวกับภาษาที่เราถนัดใช้ แล้วก็ความหมายของศัพท์เทคนิคทางด้านเว็บทั่วๆ ไป

เราเองไม่รู้ว่าทำถูกหมดหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เราทำมันทุกข้อ เสียอย่างเดียวลายมือไม่สวย เพราะทั้งหมดทั้งสิ้น คือเขียนลงกระดาษฮ่ะ แล้วไอ้เราก็ลายมือไก่เขี่ย ใช้แต่่คอมพิวเตอร์จนชิน พอจับปากกาละมือมันสั่นเหมือนเวลาลงแดงเพราะไม่ได้กินกาแฟ 5555 หลังจากครบระยะเวลา HR ก็มาเก็บกระดาษไป แล้วก็ให้เราไปทำแบบทดสอบบุคลิกภาพต่อ อันนี้ทำกับเครื่องคอมฯ จิ้มๆ เลือกๆ ไปตามที่เราคิด ไม่มีอะไรมาก เสร็จก็นั่งรอแป๊บนึง เพราะต้องรอผู้จัดการมาสัมภาษณ์ฮ่ะ ขณะที่เราทำข้อสอบอยู่ก็ีมีเพื่อนอีกคน มาสัมภาษณ์เหมือนกัน หลังจากทำแบบทดสอบอะไรเสร็จหมด ก็นั่งคุยกัน เหอะๆๆ

อีกฝ่ายเป็นฝ่ายเปิดประเด็นก่อน ไม่ใช่เพราะอิชั้นสวยหรอกนะฮะ แต่คิดว่าคงเพราะหน้าตาดูเป็นมิตร เพราะนั่งยิ้มอย่างเดียว อิอิ คุยกันไปตามประสาคนทำงานอาชีพเดียวกัน เรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่า เพื่อนคนนี้ก็เขียน PHP มาก่อนเหมือนกัน เราเลยเข้าใจไปใหญ่ว่า ยังไงๆ วันนี้ก็คือสัมภาษณ์ PHP Programmer แน่ๆ จนกระัทั่งผู้จัดการมาสัมภาษณ์แบบรายคนนั่นแหละ โดยเราสัมภาษณ์ก่อนเพราะมาถึงก่อน นัดไว้ก่อน ทำข้อสอบเสร็จก่อน อิอิ หรือเปล่าไม่รู้ แต่เรามาก่อน ถึงก่อน ทำก่อน เสร็จก่อน จริงๆ อ่ะ (แหงล่ะเค้ามีเวลากำหนด เสร็จไม่เสร็จก็ตามเวลานะเออ)

การสัมภาษณ์ก็ไม่มีอะไรมาก พูดคุยกันถึงงานที่ทำมา แล้วที่กำัลังทำอยู่ แล้วคุณผู้จัดการก็เช็คดูคำตอบที่เราได้ทำไปตอนแรก แล้วก็บอกเราว่าทำได้ค่อนข้างมาก (แล้วมันดีไม๊หนอ ?? ถามตัวเองในใจ ) ก็พูดคุยกันไปเืรื่อยๆ จนหมดอะไรที่จะถามเราแล้ว ผู้จัดการก็เริ่มพูดเรื่องงาน อ่ะๆ เราถึงได้เริ่มเอ๋อหน่อยๆ ก็พี่เค้าบอกว่า ตอนนี้รับสมัครตำแหน่งเขียนภาษา xxx เอ๋า....เราก็ิคิดว่า PHP ซะอีก เห็นคุณ HR ว่าคุณสมบัติเราได้ แล้วในเวบที่รับสมัครเว็บโปรแกรมเมอร์ เราก็เห็นว่า รับคนเขียน PHP MySQL แต่ไหงว่าหาคนเขียนภาษานั้นหนอ เลยคาดว่า คงไม่ได้ละงานนี้ แห้ว ชิมิละ

สุดท้ายเราก็กล่าวลาแล้วก็เดินออกมา เจอเพื่อน PHP Programmer อีกคนที่นั่งรอสัมภาษณ์งานอยู่ต่อจากเรา ที่คุยกันก่อนหน้านั้น ก็เลยยิ้มแล้วกล่าวไปว่า โชคดีนะ เรากลับก่อนแล้ว ปิ้วววว!!!~ ก่อนเดินพ้นช่องทางนั้น เพื่อนกระซิบถามเบาๆ ว่าเป็นไง ยากไม๊ เราหันไปยิ้มเหมือนเดิม แล้วตอบว่า ไม่ยากหรอก ชิลๆ พี่เค้าเป็นมิตรมาก แล้วก็กล่าว โชคดีนะจ๊ะ อีกรอบก่อนเดินถึงลิฟต์ กดปึ๊ดๆ ลิฟต์มา ก็เข้าไปแล้วก็กด ชั้น จี โลด.... แลกบัตรคืน กลับบ้าน แง่มๆ

ถึงบ้านโทรหาแม่ ซบอก ร้องไห้ แงๆ ... ไ่่ม่ๆ ไม่ถึงขนาดนั้น อิอิ ก็โทรไปหาตามเวลา แม่ก็เลยถามว่าไปสัมภาษณ์งานมาเป็นไง ได้งานหรือไม่?? ง่ะแม่จี้ใจดำหนูเหลือเกิน ก็อ้อมแอ้มตอบไปว่า อ่า...สงสัยไม่ได้น่ะแม่ อิอิ คุณแม่ก็รีบปลอบใจตามประสาคุณแม่ที่ดีว่าไม่เป็นไร บริษัทหน้ายังมีเน้อ...แล้วคุณแม่ก็รีบวาง เพราะมีธุระ ( น่านโทรไปไม่ดูเวล่ำเวลาอีก อิชั้น )

เลยซื้อข้าวกับชาร้อน เดินต๊อกๆ เข้าบ้าน ก่อนจะเข้าบ้าน ตอนซื้อชาร้อนร้านประจำ ที่ปกติซื้อกาแฟ แต่วันนี้ขอชาร้อนแก้วนึงจ้า (เพราะคอที่แห้งตลอดกาลนี่แหละ) คุณเจ้าของร้าน ก็บอกว่า พรุ่งนี้เป็นต้นไปอ่ะ เค้าจะไปเปิดตรงนู้นนะตัว เวลาหลังเที่ยงอ่ะ แต่เช้าถึงเที่ยงเปิดเหมือนเดิมตรงนี้ ตรงนู้นยังไม่มีพนักงาน เค้าเลยต้องเปิดแบบครึ่งๆ นี่ไปก่อน แม่ค้ารีบบอกลูกค้า เพราะคงกลัวเราจะมาเก้อ ไม่เจอกาแฟ แล้วจะลงแดงได้ เหอะๆๆ ดีจังแอบอิจฉาแม่ค้าง่ะ เราก็อยากเปิดร้านกาแฟ แต่ได้แต่คิดไม่ลงมือทำสักที ไม่ทันชาวบ้านเค้างี้แหละ อิอิ ร้านที่ไปเปิดใหม่นั้นเป็น หน้าบิ๊กซีน้อยๆ ที่เพิ่งเปิดใกล้ๆ บ้านเรา เมื่อประมาณช่วงสิ้นปีนี่เอง เปิดไวมาก เราเองยังคิดอยู่เลยว่า ทำเล น่าเปิดร้านกาแฟมากๆ ผ่านมาไม่กี่วัน แม่ค้าเราไปเปิดซะแล้นนนนนน

ไม่เป็นไร ซื้อเค้ากินไปก่อน 5555 ตั้งใจไว้ว่า จะไปเีรียนชงกาแฟสด แบบที่กินได้อร่อยๆ แล้วหาทุน + ทำเล เปิดร้านของตัวเอง คงอีกสักพัก ทำงานเป็นลูกจ้างเค้าไปก่อน ไว้เบื่อแบบว่าที่สุด ซู้ดดด สุด เมื่อไหร่ แล้วจะมาเปิดขายเอง แล้วก็เดินไปในทางสายฟรีแลนซ์ต่อไป (แต่คงอีกนานล่ะ เพราะต้องเปลี่ยนไปเป็น พนักงานประจำสักพักก่อน อย่างน้อยก็ หนึ่งปี) ปีนี้ตั้งใจจะทำอะไรเยอะแยะ กะว่าจะไปเรียนทำกาแฟล่ะอย่างนึงแล้ว ยังไม่ได้ทำขายก็ทำกินเองก่อน อิอิ แล้วก็อยากไปเรียนทำขนม ทำเค้ก (เพราะชอบกิน อยากทำกินเอง เวลาอยากกินแล้วหากินที่ถูกใจย๊าก ยาก) แล้วก็ไปเรียนขับรถ อิอิ เผื่อปีหน้าจะซื้อรถกระบะมือแปดสักคันเอาไว้ ขับพา พ่อแม่ไปเที่ยว ตามโอกาสต่างๆ สะดวกหน่อย จะได้ขนหมาหมู่ไปด้วย ละก็เก็บเงินเรียนต่อ ปอโท สักหน่อย

คิดไว้เยอะแยะ จะทำได้มากได้น้อย หรือไม่ได้เลย มันก็ต้องดูกันต่อไปเนอะ แต่ก็ดีกว่าไม่คิดอะไรเลย คนเราต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ฮิ้วววววว....สู้!! สู้!!


Create Date : 05 มกราคม 2554
Last Update : 5 มกราคม 2554 16:47:19 น. 1 comments
Counter : 233 Pageviews.

 
สวัสดียามบ่ายค่ะกระติ๊บ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:14:46:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.