จิตใจอ่อนแอ หรือ....โรคจิต

จริงๆ แล้วตัวของเราเองน่าจะรู้จักตัวเองมากกว่าใคร แต่ก็ตัวเราเองนี่แหละที่บางครั้งมันก็เข้าใจยากกว่าใคร ปกติจะเป็นคนที่สังเกตุสภาวะจิตใจตัวเองเสมอ หลายๆ ครั้งก็คิดว่าตัวเองเป็นนั่นเป็นนี่หรือเปล่า บางความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็พยายามหาสาเหตุ หาทางแห่งการแก้ปัญหา ให้มันผ่านพ้นไปได้

แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าจะเป็นบ่อย และหักห้ามยากขึ้นเรื่อยๆ คิดกลัวไปเองคนเดียว ว่าสักวันจะเกินควบคุม แล้วต้องไปนั่งอยู่ที่โรงพยาบาลสำหรับคนโรคจิต หรือปล่อยทิ้งๆ ขว้างๆ ไปตามประสาคนที่หลุดจากโลกความเป็นจริงไปแล้ว กรณีที่ทุกคนต่างเหนื่อยกับการดูแล กรณีเราเป็นอะไรไป

เคยมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งถือว่าสนิทกันมาก เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน เป็นเพื่อนที่คุย ปรึกษา และรับฟังทุกอย่าง ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกเหมือนมีพี่สาวสักคนคอยอยู่ใกล้ๆ เพราะเพื่อนคนนี้ค่อนข้างจะนิสัยเป็นผู้ใหญ่กว่าเราเยอะ แต่แล้ววันหนึ่ง เราก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อโทรไปหาเพื่อน เหมือนอย่างเคยๆ แต่กลับได้ยินจากปลายสายมาว่า เพื่อนไม่สามารถคุยกับเราได้ เพราะจำใครไม่ได้ และคุยไม่รู้เรื่องเลย

จากการสอบถามกับผู้รับสาย ซึ่งก็คือสามีของเพื่อน บอกเล่าว่า อยู่ดีๆ หลังจากเลิกงานกลับมา เธอก็เป็นคนละคน พูดจาด้วยคำที่ฟังไม่เข้าใจ (บางคนอาจคิดว่า โดนของ) จนหนักสุดคือ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เหมือนเป็นเด็กเล็กๆ ไปเลย ต้องมีคนอาบน้ำให้ ป้อนข้าว ดูแลกันอย่างใกล้ชิด

ตอนนั้นจำได้ว่าเราตกใจมาก หลังจากวางสายสามีเพื่อนไป เราก็ได้แต่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว เพราะรู้สึกว่าสะเืทือนใจอย่างรุนแรง เพราะก่อนหน้านั้น 2-3 วัน ยังโทรคุยกันปกติดีอยู่เลย หลังจากนั้นสักระยะนานประมาณ 4-5 เดือนได้ ครอบครัวของเพื่อนก็พาย้ายโรงพยาบาลหาที่รักษาไปเรื่อย จนอยู่ดีๆ ก็ดีขึ้นมาเอง ส่วนตัวเราช่วงนั้นไม่ได้ไปเยี่ยมเลย แต่ก็โทรไปประจำ เนื่องจากอยู่กันคนละที่ และยังไม่มีโอกาสได้ไป เพื่อนก็ดีขึ้นมา เหมือนว่า คุยรู้เรื่อง รู้ว่าตัวเองเป็นใคร รู้ว่าใครเป็นใคร ทำนู่นนี่เองได้ คล้ายคนเดิืม

และวันหนึ่งเพื่อนก็โทรเข้ามาด้วยเบอร์โทรออกเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยในช่วงนั้น เมื่อเรารับและได้ยินเสียงจากต้นสาย บอกไม่ได้เลยว่ามันดีใจแค่ไหน ที่ได้ยินเสียงเพื่อนเรียกชื่อเราอีกครั้ง แล้วก็จำเราได้ ถึงจะเป็นบทสนทนาแปลกๆ หรือคำตัดพ้อต่อว่า ว่าเราไม่โทรไปหาเลย นานมากแล้วนะ ประมาณนี้ แต่มันก็ไม่สำคัญ ที่เพื่อนจะว่าอะไรเรายังไง แค่เพื่อนกลับมาเราก็ดีใจมากมายแล้ว จากนั้นเพื่อนก็บอกว่าจะมาหา ณ ตอนนั้นเพื่อนกลับมาอยู่ที่ กทม อีกครั้ง เราก็ได้ไปเจอกัน

ก็ได้ไปพูดคุยกัน ถึงแม้จะดูเหมือนคนปกติ พูดจาฉะฉานเหมือนเดิม แต่ทว่า ได้แต่เพียงคำว่าเหมือนหรือคล้าย แต่ไม่ใช่คนเดิมเลยซะทีเดียว ถึงจะเดินทางมาหาเราด้วยตัวคนเดียวได้ นั่งกินนั่นกินนี่ได้ปกติ เหมือนใช้ชีวิตได้ปกติแล้วก็ตาม แต่เพื่อนก็ทำตัวแปลกๆ แต่งตัวแปลก อย่างที่เราไม่เคยคิดว่าแนวของเพื่อนจะแต่งอย่างนี้ พูดจาเหมือนเด็ก คือเหมือนเด็กๆ จริงๆ เหมือนเด็กเวลาพ่อแม่พาไปเที่ยว ก็จะคึกคั้น พูดนิดหน่อยก็หัวเราะคิกคักชอบใจ ประมาณนั้น และอยู่ดีๆ วันนั้นหลังจากคุยกันกินกันอิ่ม เพื่อนก็รบเร้าเราให้ไปถ่ายรูปในสตูดิโอถ่ายรูป

เราก็ไปถ่ายด้วยกัน 2 คนนั้นแหละ ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกว่า เพื่อนเรากลับมาไม่ร้อยเปอร์เซนต์หรือเปล่า แต่ก็หวังในใจว่า คงต้องใช้เวลาให้อะไรๆ มันดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากคุยกันจนเต็มที่แล้ววันนั้นก่อนกลับ ก็แบ่งรูปกันไปคนละครึ่ง และลากันไป และพอกลับมาถึงบ้านเราก็โทรหาเพื่อนว่าถึงหรือยัง การเดินทางโอเคไหม เหมือนเดิมๆ ที่เราเป็น

หลังจากนั้นก็โทรคุยกันเรื่อยๆ 2-3 คุยกันทีเหมือนเดิม ถึงแม้บรรยากาศการคุยจะไม่เหมือนเดิมก็เถอะ แบบบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเพื่อนพูดถึงอะไร แต่ก็ฟังด้วยดีทุกครั้ง จนสักพักเพื่อนบอกว่า จะกลับไปอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ ตอนนั้นเราก็ห่วงหน่อยๆ ก็พยายามพูดว่าให้เพื่อนคิดดีๆ เพราะเพื่อนแต่งงานแล้ว แยกกับสามีอยู่ มันดูแปลกๆ (แต่สามีกับเพื่อนไม่ได้มีปัญหาอะไรกันนะ ตอนที่เพื่อนไม่รู้เรื่องก็มีแต่สามีเค้าดูแลมาตลอด) แต่เพื่อนก็ยืนยันว่า ยังไงก็จะกลับไปอยู่บ้าน

จนสุดท้ายเมื่อเราได้รู้วันกำหนดการกลับบ้านของเพื่อน และตามปกติที่เราจะคุยกันเรื่อยๆ เราก็โทรกลับไปอยู่ได้ประมาณ 2-3 ครั้ง อยู่ดีๆ เราก็โทรหาเพื่อนไม่ติดอีกเลย จนทุกวันนี้ โทรเข้าไปก็จะมีระบบตอบกลับมาว่า เลขหมายปลายทางยังไม่เปิดใช้บริการ ทีแรกเราคิดว่าเพื่อนเปลี่ยนเบอร์ แล้วก็คงจะโทรกลับมาหาเรา แต่เราก็ทั้งรอ และโทรไปเบอร์เดิม (ซึ่งเป็นเบอร์ที่เพื่อนใช้มาตลอด) แต่ก็เหมือนเดิม

กระทั่งทุกวันนี้ เราก็ให้สงสัยว่า "เพื่อนเราหายไปไหน" ด้วยว่าเบอร์สามีเพื่อนเราก็ไม่มี พ่อแม่เพื่อนก็ไม่มีเบอร์ เพราะอยู่ต่างจังหวัดและท่านไม่มีโทรศัพท์ จึงไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เพื่อนหายไปไหน ทำไมไม่โทรกลับมา ผ่านไปหลายปี เราก็ยังคงคิดถึงเสมอ พยายามถามเพื่อนเก่าๆ ที่บ้านอยู่แถวๆ บ้านเพื่อนคนนี้แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องอะไร ส่วนตัวเราเองไม่ได้กลับบ้านเกิดนานมากแล้ว ตั้งใจไว้ว่าถ้าได้กลับไป เราจะไปดูที่บ้านเค้า

ที่เล่าเรื่องนี้ก็เพราะช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองหลุดๆ บางครั้งในใจมันรู้สึกเศร้าแบบไม่มีสาเหตุ บางครั้งรู้สึกไม่อยากรับอะไรเข้ามาในความคิด เฉยชา บางครั้งโกรธง่ายมาก ปกติเราจะได้เจอผู้คนไม่มากในแต่ละวัน เพราะเราทำงานที่บ้านอยู่กับคอมพิวเตอร์ จะเจอก็แต่คุณแฟน ซึ่งบางอารมณ์มันก็หายๆ ไป อย่างเมื่อก่อนถ้าคุณแฟนกลับเกินเวลาปกติมากๆ เราก็จะโมโหมาก และบางครั้งก็จะโทรไปหาตลอด แต่ทุกวันนี้เราแทบไม่รู้สึกอะไร และบางครั้งคุณแฟนโทรมาก็ไม่อยากรับไม่อยากคุย บ่อยครั้งที่ตัดสายทิ้ง หรือปิดเครื่องไป

เมื่อก่อนเวลาคุณแฟนไม่สบาย หรือมีเรื่องทุกข์ร้อน เราก็จะรู้สึกกระวลกระวายเป็นห่วงมากมาย แต่ทุกวันนี้เราสังเกตุว่าเราแทบไม่รู้สึกอะไร ไม่ใช่แต่กับคุณแฟน กับคนอื่นๆ ก็เป็นความรู้สึกอย่างนี้

หลังๆ มานี้เป็นหนัก เป็นๆ หายๆ รู้สึกในใจมันร้อนรุ่มบอกไม่ถูก บางครั้งไม่ค่อยเป็นทุกข์เป็นร้อนกับสภาวะรอบตัว ทั้งที่ปกติเราจะอารมณ์เสียเมื่อต้องเจอะเจอสภาพอย่างนี้ อย่างเช่น เวลาหอกระจายข่าวสหกรณ์ พูดกระจายข่าวสาร ซึ่งจะมีทุกวันตอนประมาณทุ่มนึง แต่เป็นเรื่องที่พูดซ้ำๆ เดิม ปกติเราจะรำคานมาก เพราะเสียงมันฟังไม่รู้เรื่องเมื่อเราอยู่ในห้อง จนกลายเป็นความน่ารำคาน แต่ในช่วงที่เป็นอย่างนั้นเราเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลย

บางวันอยู่ดีๆ นั่งทำงานอยู่คนเดียวก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ จนน้ำตาไหลออกมา เช่นกันกับวันนี้ที่หลังจากนั่งทำงานมาทั้งคืน ยันเช้า และเที่ยง ก็เริ่มรู้สึกง่วงนอนก็เลยพักงานไปอาบน้ำแล้วมานอนคุยโทรศัพท์กับคุณแฟน ซึ่งเราเป็นอย่างนี้เสมอคือคุณแฟนจะโทรมาทุกวันตอนเที่ยงและคุยกันจนถึงเวลาเข้างานของเค้า ก็คุยกันไปปกติ จนใกล้บ้ายคุณแฟนก็ไปทำงานต่อเราก็นอนและหลับ.......

ขณะที่คิดว่าหลับไปเหมือนจะนานมากอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเศร้าและเสียใจมาก จนตื่นขึ้นมาและร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร แบบว่าหยุดไม่ได้ คือรู้ตัวว่าร้องไห้ แต่ไม่รู้ว่าร้องเพื่ออะไร ร้องทำไม รู้สึกแต่ว่าในใจมันเศร้ามาก มันรู้สึกเสียใจมาก อยากจะร้องไห้ออกมา และก็ร้องไห้จะเป็นจะตายออกมาอย่างนั้น พยายามหยุดร้อง แต่ว่าในใจมันกลับยิ่งรู้สึกเศร้าลึกลงไปอีก

เหมือนคนบ้า ถ้านึกไม่ออกก็นึกถึงหนังที่มี 2 บุคลิกในคนเดียว มันค้านกันเองอยู่ภายใน อีกความรู้สึกเรามองเห็นว่า ที่ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังอยู่นั่น มันไม่เม้คเซ้น เอาซะเลย ไม่มีใครเขามาทำอะไร นอนอยู่คนเดียว จะว่าฝันร้ายก็ใช่ แต่เป็นคนที่ฝันร้ายประจำ ก็ไม่เคยเป็นอย่างนี้ ร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล ส่วนอีกอารมณ์ ก็รู้สึกเศร้าแบบไม่ฟังฟ้าฟังฝน น้ำตาจะไหล จิตใจจะเจ็บปวดเหมือนเสียของรักไป อะไรประมาณนั้น

จนสักพักโทรหาคุณแฟน มองดูนาฬิกาตอนนั้นประมาณ บ่ายสองโมงกว่า ก็เท่ากับนอนไปแค่ชั่วโมงหน่อยๆ แต่ขณะคุยกับคุณแฟนก็คุยไม่รู้เรื่อง คือไอ้ส่วนร้องไห้มันก็ร้องอยู่อย่างนั้น คุณแฟนก็นึกว่าเราหายใจไม่ค่อยออกอีกหรืออย่างไรก็พยายามจะถาม แต่คนร้องไห้สะอึกสะอื้นก็พูดจาไม่ได้ชัดถ้อยชัดคำ และพอร้องไห้มากๆ เราก็จะหายใจไม่ออกอย่างว่า เป็นปกติ และแน่นหน้าอก รวมถึงชาบริเวณหน้าอก พยายามจะหยุดร้องไห้ สักพักคุณแฟนก็ไปทำงานต่อและเราก็อยู่ในคอนเนคชั่นกันอยู่อย่างนั้น แต่สักพักเราก็รู้สึกไม่อยากรบกวนเวลาทำงาน ก็เลยวางสายไปแต่ก็ยังหยุดร้องไห้ไม่ได้

สักพักคุณแฟนก็โทรกลับมาอีก ก็พยายามบอกเราทำนู่นทำนี่เพื่อจะให้หายใจได้สะดวกขึ้น แต่ปัญหาของเราอยู่ที่ น้ำตา การร้องไห้ทำให้เรารู้สึกอึดอัดจมูกจะตัน คือไม่มีลมเข้าออกเลย หายใจทางปากเท่านั้น เราก็เหมือนเดิมก็ไม่อยากคุยกับแฟนแล้ว บวกกับความรู้สึกเสียใจที่มันเกิดมาเองแบบไม่นัดหมายนั่น ก็พยายามจะวาง คือพูดมันก็เหนื่อยเพราะต้องหายใจทางปาก ไหนจะร้องไห้ที่ไม่ยอมหยุด ก็เลยวาง

แล้วก็เปิดคอมฯ พยายามจะนั่งเล่นเกม หรือทำงาน หรือดูโน่นนี่ในเนต เผื่อว่าความรู้สึกที่ว่าเศร้าเสียใจจะดีขึ้น ผ่านไป ไม่ถึง 20 นาที คุณแฟนก็โทรมาอีกบอกว่า อยู่หน้าห้อง เราก็รีบเดินไปเปิดประตูอย่าง งงๆ แต่ก็ยังร้องไห้อยู่นะ

จริงๆ คือ เค้าคิดว่าเราจะเป็นอะไรไป ก็เลยลางานมา และเค้าคิดว่าเราหายใจไม่ออกก็เลยร้องไห้ แต่จริงๆ คือเราร้องไห้ จนหายใจไม่ออก มาถึงก็พยายามช่วยทุกวิถีทางที่คิดว่าเราจะดีขึ้น แต่คือมันต้องใช้เวลา ต้องหยุดร้องไห้ แล้วจะค่อยๆ หายใจได้เอง ก็เหมือนคนอื่นๆ ที่เวลาร้องไห้จมูกจะตัน เพียงแต่ของเรานี่มันตันไปเลย แบบไม่มีน้ำมูกไหลย้อย แต่เหมือนโดนโบกปูนปิดรู ไม่มีอากาศให้ผ่านได้แม้ซักนิด เหมือนระบบ ล๊อกดาวน์ ประมาณนั้น

ก็นั่งๆ นอนๆ อยู่สักพักเริ่มหายใจได้ดีขึ้น ก็เลยอาบน้ำแล้วออกไปทำธุระข้างนอกกัน จริงๆ เรากะไว้แล้วว่าจะไปตอนเราตื่นนอน แต่เนื่องจากมันก็นอนได้แค่นั้น แล้วก็เผื่อว่าจะรู้สึกดีขึ้น ก็เลยออกไปแต่ก็ไม่ได้บอกคุณแฟนว่า จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น ตอนออกไปก็ปกติไม่มีอะไร ทำธุระ กินข้าวเสร็จก็เย็นพอดี กลับบ้านขณะนั่งรถอยู่ อยู่ดีๆ อารมณ์นั้นก็แว่บๆ มาอีก น้ำตาจะไหลให้ได้ ถึงบ้านก็ประมาณ ทุ่มสองทุ่มได้ เราก็นอน คุณแฟนก็นั่งเฝ้า (มั้ง) เราก็ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกที เที่ยงคืน พยายามจะข่มตาให้หลับต่อ เพราะรู้สึกเพลียมาก แต่ยิ่งนอนยิ่งรู้สึกตื่นตัว หัวใจเต้นแรง จนต้องลุกมาจากเตียง

ไม่ง่วงเอาซะเลย แต่คุณแฟนตอนนี้กำลังหลับได้ที่ เราก็ยังอดคิดไม่ได้ ว่า "วันนี้มันเกิดอะไรกับตัวเรา" เพราะจิตใจอ่อนแอหรือ ?? หรือเพราะอาการของคนป่วยทางจิต ??


Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2553 2:48:25 น. 2 comments
Counter : 508 Pageviews.

 
พระท่านว่า ความทุกข์มันเกิดจากความคิดนะ ไม่คิดก็ไม่ทุกข์ ไม่ต้องมานั่งปวดหัว ทำได้หรือปล่าวละ


โดย: wildbirds วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:08:12 น.  

 
จริงอยู่ที่ไม่คิดก็ไม่ทุกข์แต่บางทีไม่คิดก็ทุกข์นะ เพราะอะไร??ก็อาจจะเป็นเพราะเราไม่สบาย

ถ้าเป็นเยอะนู๋แอนแนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอ อย่าไปแคร์ใครจะคิดจะว่าอะไร อย่ากลุ้มว่ากลัวตัวเองจะป่วย

ถ้าตัวเราเองหาสาเหตุของอาการไม่ได้ ก็ต้องพึ่งคุณหมอ จริงมะ

เป็นห่วงนะ ยิ่งอ่านยิ่งห่วง แต่คุณแฟนน่ารักมากๆเลยนะ นู๋แอนขอยกย่อง

เน้นย้ำ ถ้ายังไม่หายไปปรึกษาคุณหมอนะตัวเอง


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:33:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
4 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.