ใส่ๆ ถอดๆ ...

เพราะช่วงนี้มันค่อนข้างจะปวดหัวเป็นบ้าเป็นหลัง ทำให้ไม่อยากใส่แว่นตา แต่มันก็เหมือนยังโอเคอยู่นะ ตอนใส่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ แต่เวลาใส่เดินไม่ค่อยเวิร์ค ใส่มาหลายปีก็ยังไม่รู้สึกคุ้นเคยหุๆ ยังคงเดินชนของที่อยู่ใกล้ตัวอยู่เรื่อยๆ ไกลๆ ไม่ ใกล้ๆ ชน

พอไม่ได้ใส่แว่นตาตามธรรมชาติตาของคนสายตาสั้นเนอะ ทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ โชคดีอย่างที่เรานั่งทำงานที่บ้าน ไม่ต้องออกไประเห็ดเร่ร่อนที่ไหน แต่มันก็มีช่วงที่ออกไปซื้ออะไรกิน แต่มันปวดมากจนใส่แว่นตาไม่ได้เลย คือปวดที่ขมับเหมือนเส้นเลือดมันพองอย่างแรง แล้วใส่แว่นตาไปละมันก็ไปกด ปวดยาว ต้องกินยาแก้ปวดอยู่หลายวันเลย ช่วงที่ไม่ได้ใส่แว่นตา

จนมากๆ เข้า (ปวดมั่กๆ ยาวนานมากเกือบเดือน ปกติปวด2-3วัน ก็หายปกติ) อิคุณแฟนก็คะยั้นคะยอเหลือเกิน ให้ไปซื้อคอนแทคเลนส์มาใส่ (สงสัยจะเบื่อเราบ่น ) อิคุณแฟนไปสอบถามอะไรมาซะดิบดี เหลืออย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำให้คือ ลองใส่แล้วซื้อมา 555 เพราะตาใครก็ตามันนี่เนอะ ต้องเอาตาไปดูเอง

อดรนทนเสียงแหย่หูอยู่ทุกวันให้ไปซื้อคอนแทคเลนส์ สุดท้ายก็ได้ฤกษ์เดินเข้าไปร้านแว่นตา ถามหาคอนแทคเลนส์ ไม่ได้ตั้งใจไปซื้อหรอก จริงๆ คือไปเดินซื้อของ แต่ขากลับผ่านร้านพอดี อิคุณแฟนเลยเตะส่งเข้าไป.....ร้านท๊อปฯ สาขาคาร์ฟูร์ รัตนาฯ เดินเข้าไป อิคุณแฟนแต่เดิมเชียร์แบบรายเดือนคู่ละ 180 บาท/เดือน แต่อ่ะนะ เราก็ผู้หญิงอ่ะ ถ้าใส่ก็อยากใส่แบบสีไง คู่ละ 300+

แต่อิคุณแฟนก็ไม่ขัดค่ะ อย่างว่า เดี๋ยวนี้ซื้อไรก็ไม่ขัด ซื้อแบบสีก็ไม่โต้แย้งแต่อย่างใด และก็ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นเหมือนเดิม เมื่อถามว่าซื้อสีไหนดีหว่า ?? ก็ไม่มีคำตอบออกมาจากปากของเธอ เหอะๆๆ ก็แหงล่ะเธออยากให้ซื้อแบบใสนี่เนอะ เลยไม่ได้เตรียมคำปรึกษาสำหรับแบบสีมา

แต่ก่อนจะดูคอนแทคก็ขอเค้าวัดสายตาให้ก่อน เพราะว่าล่าสุดที่ไปหาหมอตา เค้าวัดอะไรหมด แต่เค้าไม่ได้บอกว่ามันสั้นเท่าไหร่แล้ว หรือเราผิดเองที่ไม่ถามอ่ะนะ แต่เราไปก็แค่อยากรู้ว่ามันสั้นขึ้นหรือเปล่า มันยังสบายดีอยู่เปล่า แต่คุณหมอก็บอกมาแค่ว่า แว่นตาที่ใส่อยู่ยังใช้ได้ไม่ต้องตัดใหม่ (เลยคิดเอาเองว่ามันสั้นเท่าเดิมมั้งหวา) แต่บางครั้งเราแค่รู้สึกว่ามันสั้นขึ้นง่ะ

รอบนี้เลยขอให้เค้าตรวจวัดให้อีกทีด้วย ผลก็ออกมาว่า มันสั้นขึ้น แต่วันที่ไปไม่ได้เอาแว่นตาไปให้เค้าดู เดินมันตาเบลอๆ นั้นแหละ เพราะมันปวดหัวนิ อีกอย่างไปกับอิคุณแฟน ถ้าไปคนเดียวคงต้องใส่ เดี๋ยวหลงทาง 5555

จากการตรวจวัดสายตาอีกที ก็ได้ค่าความสั้นออกมาเป็น 200 กับ 175 สั้นไม่เท่ากัน ตอนตัดแว่น ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 100 ต้นๆ แล้วเค้าตัดแว่นสั้น 100 มาให้ ซึ่งมันก็มองดูโอเคอยู่ เสียอย่างเดียวแค่รู้สึกเกะกะ ^^

ด้วยมันสั้นไม่เท่ากันเลยต้องซื้อมา 2 คู่ สั้น 125 กับ 150 เราเลือกสีดำ ด๊าม ดำ มา ก็ไม่เคยใส่ง่ะ ที่ร้านก็สอนใส่ให้ โอ้...แม้จ้าววววว....คิดในใจ จะรอดไม๊เรา เป็นคนที่กลัวอะไรเกี่ยวกับตามาก ไม่ค่อยกล้าไปใกล้มัน เพราะปกติขนตามันชอบร่วงเข้าไปในตาบ่อยมากๆ ไม่ใช่แค่ขนตา อะไรต่างๆที่ปลิวละล่องในอากาศก็ชอบเข้ามา ไม่รู้มันเป็นแม่เหล็กดูดสิ่งสกปรกเข้ามาหรือไง บางวันก็ขนหมา ทั้งๆ ที่ห้องที่อยู่ไม่ได้มีหมาอยู่สักเท่าไหร่ แต่มันปลิวละล่องมาเข้าจนได้สิน่า

ก็เก้ๆ กังๆ อยู่สักพัก ในที่สุดก็เอาคอนแทคเลนส์แปะเข้าไปในตาได้สำเร็จ น้ำตาเล็ดไปตามระเบียบ แล้วก็มองซ้ายมองขวา เดินไปเดินมาดูว่าโอเคหรือเปล่า (ก็แอบคิดในใจว่าถ้าไม่โอเค เค้าจะเปลี่ยนให้เราป่าว เพราะมันแกะลองกับตาเราแล้ว 555 แต่เดาว่าคงได้เสียเงินเพิ่ม ถ้าลองแล้วไม่ชัด) หลังจากลองใส่เดิน ใส่มองแล้วก็ เตรียมจ่ายตังค์ ตอนถอดที่ร้านบอกว่า ถอดง่ายมากๆ ค่ะคุณน้องขา แค่ถ่างตาออกกว้าง เอานิ้วแตะๆ ก็ออกแล้ว

พูดเหมือนว่ามันง่ายมากๆ เราก็อ่ะๆ พี่เค้าว่าง่ายมันก็คงง่ายจริงๆ ล่ะมั้ง ไม่งั้นคนเขาไม่ทำมาขายหรอกถ้ามันจะยากอะไรมากมาย แค่หวังว่าคงง่ายกว่าตอนใส่เนอะ แล้วก็เดินออกจากร้านมา พร้อมสายตาที่เหมือนยาวขึ้น 55

กลับมาถึงบ้าน มานั่งเปิดคอมฯ กะลังจะทำงานต่อ เหอะๆๆ ก็เิริ่มสังเกตุ เออ..แฮะมันไม่เหมาะกับการทำงานหน้าจอคอมฯจริงๆแฮะ อันนี้ที่ร้านเค้าบอกมาอ่ะนะคะ ว่า ถ้าทำงานหน้าคอมฯประจำแนะนำให้ตัดแว่น แต่แว่นอิชั้นมีแล้วไงคะ คุณพี่พนักงานขา จะใส่แค่วันที่มันปวดหัวจนใส่แว่นตาไม่ได้อ่ะค่ะ แล้วก็วันที่ออกมาข้างนอกอ่ะค่ะ อิอิ เลยเสียเงินไป พันกว่าบาท คอนแทคเลนส์สีดำ 2 คู่ น้ำยาล้าง ยาแช่ ยาหยอด กระปุกใส่เลนส์

นั่งทำไปสักพักเริ่มรำคาน 55 มันเหมือนเวลาเราเหลือกตาจ้องจอคอมฯ แล้วมันเคืองๆ ตุ่ยๆ ไงไม่รู้ หรือว่ามันใหม่อยู่ยังไม่ชิน ก็พยายามนั่งทำอยู่สักพักก็ต้องตัดสินใจถอดออกก่อน เริ่มรำคานลูกตา 5555

แม่จ้าววว....ว่าใส่ลำบ๊าก ลำบากแล้ว ตอนถอดไม่ต่างกันเลยวุ้ย ทางร้านบอกถ่างตากว้างๆ เอานิ้วชี้แตะๆ เราก็แตะๆ แต่แตะยังไงก็ไม่หลุดติดมืออิชั้นออกมา ถ่างจนตาแห้งแสบตา เลยไปเปิดหาในเนตดูวิธีถอด หลากหลายวิธี ไม่ช่วยเลย เหอะๆ สงสัยไม่เป็นเอง

สุดถ้าย .. หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เอานิ้วถ่างตาออก แล้วนิ้วชี้กับโป้ง ก็หยิบ (เหมือนหยิบของอะไรสักอย่าง) ปื๊ดไปปื๊ดมาอยู่ 3-4 ทีก็จับได้และนำมาใส่ในตลับได้ในที่สุด สองข้าง.... ทำไหมมันรู้สึกว่าถอดยากพอๆ กับใส่เลยง่ะ.....

วันต่อมา ใส่อีกที รอบนี้ใส่เองละไม่มีใครมาบอก อิอิ ยืนอยู่หน้ากระจกนานมาก ฉีกหนังตาจนจะขาดกว่าจะใส่เข้าไปได้ สังเกตุว่า ตาขวา ใส่ยากกว่าตาซ้าย เพราะตาซ้ายไมกี่วิ ก็กลิ๊ป เข้าไปอย่างไวว่อง แต่ตาขวานี่กว่าจะเข้าไปได้ ตาแทบเยิน เหอะๆๆๆๆ ภาวนาในใจให้หัวมันหายปวดไวๆ จะได้ใส่แว่นตา 5555+

ใส่อยู่ 2 วัน (ไม่รวมวันซื้อ) วันที่ 3 เริ่มไม่ค่อยปวดหัว แต่ก็ยังไม่ได้ใส่แว่นตา เพราะมันยังรู้สึก แปล๊บๆ อยู่ที่หัวอยู่ทั้งวัน แต่ไม่ต้องออกไปไหน แล้วก็งานไม่ค่อยเร่งเท่าไหร่ เลยไม่ใส่ ก็นั่งตาเปล่าๆ ปลี้ๆ ทำงานไป จนวันนี้เลนส์ยังแช่อยู่เลย ไม่รู้เป็นไรป่าว ถ้าใส่มั่งไม่ใส่มั่ง แช่ไว้นานๆ หลายวันงี้ ทำไงได้ มันยังไม่ชินกับการใส่ๆ ถอดๆ นี่เนอะ

นั่งมองตัวเองแล้วสมเพชชีวิต โรคภัยรุมเร้าจริงๆ สำหรับปลายปีนี้ เมื่อวานก็หายใจไม่ออกจนคุณแฟนต้องรีบลางานกลับมาดูมาแล เวลามันเป็นขึ้นมาอย่างนั้นมันช่างทรมาณมากมาย เหมือนใจจะขาดให้ได้ หายใจเท่าไหร่ก็ไม่พอ รู้สึกอากาศไม่พอ หายใจจนเหนื่อย คิดว่าตัวเองจะน๊อคเสียแล้ว อยู่ดีๆ ก็อึดอัดขึ้นมา หายใจเท่าไหร่ก็ไม่พอ แน่นหน้าอก แจ็บจุกๆ ท้ายทอยชา ท้องชา จนจะเป็นตะคริว สังขาร ไม่เที่ยงจริงๆ คุณแฟนตาลีตาเหลือกนั่งแท๊กซี่กลับมาอย่างไว ดีจังที่มีกันอยู่อย่างนี้

ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหนักหนา หาคุณหมอก็เหมือนเดิมๆ กรดไหลย้อนกับภูมิแพ้ แต่เวลาที่เป็นขึ้นมา บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่ามันคือาการอะไร หรือมันนัดกันมาอย่างนั้นหรือ เพราัะมันก็ไม่ได้เป็นทุกวัน บางอาทิตย์ก็เป็น 2 - 3 ครั้ง บางครั้งก็ 2-3 อาทิตย์เป็นที แม่โทรเข้ามาเราก็ไม่ได้คุยไรมากมาย ประเดี๋ยวก็พาลจะโกรธเราอีก หาว่าไม่อยากคุยด้วย เหอะๆๆ ครั้งที่แล้ว งอนนานข้ามเดือนเลยเชียว ที่ไหนได้พอเราโทรกลับไปก็กำลังสรวลเสเฮฮาอยู่ ... ถึงจะรู้สึกแย่ แต่ก็ยังเป็นคนหนึ่งที่โชคดี ที่มีครอบครัวคอยเป็นห่วงอยู่เสมอ แอบซึ้งกับตัวเอง


Create Date : 03 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 9:28:31 น. 2 comments
Counter : 148 Pageviews.

 
เอาใจช่วยขอให้หายไวไวนะจ๊ะ เดี๋ยวนี้นู๋แอนก็ไม่ค่อยได้ใส่แว่นตาเลยแบบว่าขี้เกียจ โชคดีที่ไม่ได้สั้นมาก ใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่ค่อยต่างกัน 55555

ส่วนคอนแทคเคยใส่ตามแฟชั่นซักพักก็เลิกเหมือนกันเพราะขี้เกียจสุดๆมันถอดเข้าถอดออกลำบากเนอะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:12:13:15 น.  

 
Glitter Graphics




รักษาสุขภาพด้วยค่ะ อากาศหนาวแล้ว


โดย: Junenaka1 วันที่: 3 ธันวาคม 2553 เวลา:14:15:28 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.