โทรศัพท์...ลึกลับ

...พอจะเริ่มเขียนบล๊อก ด้วยอารมณ์ชิลล์ๆ แม่เจ้า!! เสียงเครื่องจักรที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัดว่ามาจากอาคารด้านหลัง หรือว่าอาคารพานิชย์ข้างๆ หมู่บ้าน ก็ดังขึ้นมาทำลายความสงบสุขในยามสายๆ สภาพแวดล้อมช่างน่าหนีห่างๆ อย่างหมดห่วงซะจริงๆ เชียว

เมื่อวานหลังจากไปออฟฟิตมา รู้สึกเหมือนออกไปทรมาณตัวเอง เพราะเมื่อวานตอนตี 3 ไม่แน่ใจว่าอาการจากโรค กรดไหลย้อน หรือภูมิแพ้กันแน่ ที่ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาในเวลาดังกล่าว และนอนต่อไม่ได้ ทั้งแน่นหน้าอก ทั้งจมูกหายใจเข้า-ออก ไม่สะดวก ลุกมานั่งสักพักเหมือนว่าดีขึ้นก็พยายามจะไปนอนต่อ แต่ก็เป็นขึ้นมาอีก สุดท้ายเลยต้องมานั่งหน้าคอมฯ เช่นเดิมเหมือนๆ คืนเก่าก่อน อ่ะ..เห้อ....

แล้วก็ตื่นยาวยันเที่ยงก็ออกเดินทางไปออฟฟิตตามบรรชา เบื้องบน ไปถึงก็ไม่อะไร นั่งไป..จนเย็น จนเย็น...เย๊น...เย็น นัดคุณแฟนว่าจะไปตัดผมกันตอนเย็น เพราะปกติ ถ้าเข้าออฟฟิตก็จะได้กลับออกมา ช่วง 6 โมงเย็น ยิ่งมาด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องงานอย่างนี้ แต่ก็นะ..ไม่ได้มาทำอะไรจริงๆ นะ นั่ง...จนเย็น...แถมอาการก็จะกำเริบ นั่งอึดอัดมาก หายใจไม่ค่อยออกต้องเดินออกมาข้างนอกเรื่อย ... เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้เรามานั่งอยู่อย่างนี้เนี่ย ธุระก็ไม่ใช่เลย...

จนได้เวลาเลิกงานคุณแฟน 17.30 ก็โทรมาว่ากำลังออกมาแล้ว ผ่านไป...18.20 คุณแฟนถึงที่หมายแล้ว ก็โทรมาถามอีกว่าเรามาหรือยัง...แต่เราก็ยังไม่ได้ออกจากออฟฟิต ก็นั่งอยู่อย่างนั้นแหละ แสบตาก็แสบตา (ไม่ได้เอาน้ำตาเทียมมาด้วยสิ) ปกติคุณหมอให้หยอดน้ำตาเทียม 3-4 ชม. หยอดครั้งนึง จนเกือบทุ่ม คุณแฟนก็โทรมาอีก ... เราก็ยัง...เหมือนเดิม จนคุณบอสคงเริ่มสังเกตุว่า ดิชั้น...อยู่เกินเวลาปกติ และดิชั้น...มีนัดตอนเย็น และดิชั้น...เริ่มจะลืมตาไม่ขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าง่วง (เพราะตื่นแต่ตี สาม) แต่เพราะแสบตาเกินจะทน ก็จึงให้ดิชั้นกลับ

จากที่ว่าจะไปตัดผมก็ไม่ได้ตัด เพราะกว่าจะมาถึงเดอะมอลล์งามวงศ์วานก็เกือบสองทุ่ม ร้านเค้าปิด สามทุ่ม แต่เราหิวข้าวเลยหาข้าวกินก่อน (แถมเราไม่ได้กินข้าวเที่ยงด้วยเมื่อวานนี้) ตาก็แสบจนไม่อยากลืมขึ้นมา ต้องเดินอย่างระวัง มองทางไม่สะดวก (ขนาดใส่แว่นตามาด้วยแล้วเชียวนะ) กินข้าวเสร็จก็เดินไปเลือกชุดนอนร้านเดิมที่ชอบมาซื้อ เพราะมันถูกดี แต่รอบนี้เราไม่ได้เลือกหรอก ให้คุณแฟนเลือก เพราะว่าตามองไม่ค่อยได้ ก็ได้มา 3 ชุด สีชมพู สีฟ้า สีเขียว แล้วก็นั่งรถกลับกันเลย

มาถึงบ้านก็อาบน้ำ หยอดน้ำตาเทียม สักพักก็นอนเพราะรำคานตาที่มันแสบๆ เคืองๆ มากมาย หลับไปประมาณซักตีหนึ่งได้ ได้ยินเสียงโทรศัพท์คุณแฟนดัง แล้วคุณแฟนก็ไปรับโทรศัพท์ เราก็สะลึมสะลือ เหมือนๆ ฝันไปแหละบางที แต่สักพักก็ได้ยินเสียงคุณแฟน บ่นๆ ว่าใครก็ไม่รู้ รับแล้วก็ไม่พูด แล้วก็ยื่นโทรศัพท์มาให้เรา เราก็รับมาแบบ งงๆ แหละ เพราะมันกำลังเบลอๆ ก็เอามาวางไว้บนหัวเตียงฝั่งเรา ก็นอนต่อ สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีก คราวนี้เรารับเอง แต่ไม่ได้เอามาแนบหูนะ รับแล้วก็วางไว้อย่างนั้นแหละ

แต่ตอนนี้เริ่มตื่นแล้ว เราวางโทรศัพท์ไว้แล้วก็นอนมองโทรศัพท์ในความมืด เหอะๆ ปกติเรากลัวความมืดนะ หลังๆ มาต้องนอนเปิดไฟ ไม่งั้นนอนไม่หลับ แต่นี่มืดๆ แล้วก็ตื่นมากลางดึก ไม่อยากรับ เพราะไม่อยากได้ยินเสียงปลายสาย แต่เป็นเบอร์เดิมที่โทรมาเมื่อกี้แหละ แต่เราก็ไม่เอามาใส่หูอยู่ดี รับแล้วก็วางเฉยเอาไว้ ก็ดูว่าเมื่อไหร่ปลายสายจะวางสายไป แต่ปกติเสียงโทรศัพท์จะเปิดไว้เสียงดังสุดอยู่แล้ว ถ้าปลายสายพูดอะไรมา ก็จะได้ยินเสียงบ้างแหละ แต่นี่ก็เงียบ.......

เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เราก็นอนหลับๆ ตื่นๆ ยันเช้า ก็เอาโทรศัพท์มาดู เช็คเวลาว่าเมื่อคืน รับสายแล้ว ระยะเวลาที่รับสายนั้นใช้เวลาไปเท่าไหร่ ดูแล้วก็อดฉงนไม่ได้เหมือนทุกครั้งนะั กว่าปลายสายจะกดวางไปหลังจากที่เรารับสาย ก็เวลาที่ใช้ในการสนทนา(แต่ไม่ได้สนทนา) คือ 19 นาที อืมม...ทำไปได้เนอะ

เราก็ไม่รู้ว่าคนที่โทรมานั้นมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่ แล้วเบอร์คุรแฟนก็จะเป็นอะไรที่เจอแบบนี้บ่อย แต่ยังไม่เคยเจอที่โทรมาตอนตี 1 นะ ปกติมากสุดก็ห้าทุ่ม พอรับแล้วก็ไม่พูด หรือพอเรารับแล้วก็กดสายทิ้ง แล้วก็โทรเข้ามาใหม่อีก หรือบางสายโทรมาให้ออกให้นะ (เพราะที่บ้านใช้ 12คอ) เราก็กดสายทิ้ง แล้วมันก็โทรๆ มาให้ออกให้นะอีก (ออกให้นะ= บริการให้ปลายสายออกค่าโทรให้ สำหรับ 12call) เราก็กดทิ้งอีกเหมือนกัน สักพักมันจะเป็นส่งข้อความเข้ามา สารพัด มาเป็นระยะๆ

และทุกครั้งเราจะเอาเบอร์มาค้นหาดู และแทบจะทุกเบอร์ที่โทรเข้ามาในลักษณะนี้ จะเป็นเบอร์ที่มาจากภาคใต้ตอนบน แต่เราก็ยังไม่เคยรู้ว่าเบอร์ของใคร....โทรมาเพื่อ..?? แต่ที่แน่ๆ มันทำให้เราสงสัยตัวต้นเหตุทุกครั้งไป เพราะส่วนมากเราจะคิดว่า เป็น...ของคุณแฟน หรือเปล่า ?? เพราะเบอร์เป็นของคุณแฟน และเบอร์นี้จะมีอยู่ในเนต เพราะเราขายของทางเนตด้วย และใช้ชื่อ+ลงเบอร์คุณแฟนไว้

คนเคยเจ็บย่อมต้องระแวง ช่วงนี้เราก็ไม่ค่อยได้สนใจโทรศัพท์คุณแฟน เพราะเค้าชอบเอาวางไว้ห้องโถง ไม่เหมือนเมื่อก่อนจะชอบเอามาวางไว้ที่โต๊ะทำงานเรา ห่างๆ ไปก็เลยไม่ค่อยได้ติดตามอะไรมากมาย อีกทั้งไม่อยากคิดอะไรมากด้วยแหละ เพราะบางครั้งคุณแฟนไม่ได้โทรออก แต่ก็มีคนโทรเข้ามา พอพูด...ก็จะกลายเป็นได้ทะเลาะกันอีก ยังไงช่วงนี้ก็อยากรักษาอาการตัวเองให้หายดีก่อน




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2553 11:12:03 น. 2 comments
Counter : 179 Pageviews.

 


โดย: ฟ้าสางที่ปางสวรรค์ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:38:53 น.  

 
กระติ๊บคะ..สวัสดีค่ะ

กลับมารายงานตัวตามปกติแล้วนะคะ อิอิอิ



********

คืนนี้ฝันดีนะคะ

ปล.แปะไว้ก่อนพรุ่งนี้มาอ่านนะจ๊ะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:22:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.