ฉากเรียกน้ำตา...

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ก็คือวันที่แม่มาจากสระแก้ว เพื่อจะไปหาพ่อที่พิษณุโลกวันที่ 5 ธันวาคม เพราะท่านพ่อไปช่วยดูแลการสร้างบ้านให้อิคุณพี่ชาย ก็ไปรับแม่ตามเวลารถไฟถึงหัวลำโพง แม่ไ่ม่ชอบนั่งรถทัวร์หรือรถตู้ เพราะมันแพง แต่ค่าแท๊กซี่จากหัวลำโพงมาบ้านเราแพงกว่าค่ารถทัวร์หรือรถตู้อีก แต่ไม่เป็นไรตามใจเค้า เค้าจะได้สบายใจ อิอิ

ตอนเที่ยงอิคุณแฟนก็โทรมาบอกว่าตอนเย็นจะไปงานศพ ของเพื่อนบ้านที่อยู่แถวบ้านแม่ของเธอ เราก็อดถามไม่ได้ว่าสนิทหรือเปล่า ก็รู้ล่ะว่างานศพอย่างไรก็ควรไปแม้ไม่ได้ถูกเชิญ เพียงแต่อย่างที่บอกคุณแฟนไม่ได้กลับไปแถวนั้นมา 5 ปีแล้ว แล้วพี่แกก็ไม่ได้ติดต่อใคร แต่เห็นบอกว่าน้องสาวเค้าโทรมาร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตาย เราก็เลยถามดู เพราะที่บ้านยังเก็บของไม่เสร็จ อีกทั้งปกติตัวเราเองไม่ค่อยไปงานศพ เพราะเป็นคนที่กลัวเสียงพระสวดมาตั้งแต่ไหนแตไร แต่สุดท้ายก็โอเค ไปด้วยกันหลังคุณแฟนเลิกงานมา ก็แวะไปอาบน้ำที่บ้านแล้วก็ออกไปงานศพ

ก็ทานข้าวกับแม่แล้วเราสองคนก็ออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่ระแวกที่อิคุณแฟนเติบโตมา ไปยังวัดที่ตั้ง พอถึงวัด ก็เข้าไปหาแม่ของคุณแฟนเค้า เนี่ยแหละที่มาของหัวข้อ ฉากเรียกน้ำตา มาตอนนี้เอง แม่ของคุณแฟนเค้าน้ำตาไหลพลั่กๆ แล้วก็พูดๆ ตัดพ้อต่อว่าที่ไม่มาเยี่ยมแม่บ้างเลย พร้อมกับจับมือเราและมือคุณแฟนไว้ เราก็เกือบจะซึ้ง

ซักพักคุณแฟนก็ขอตัวไปทักทายคนอื่นๆ ที่เค้ารู้จักไม่ว่าจะเป็น เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนๆ ของเค้าเอง แม่ของคุณแฟนก็เริ่มหันมาทางเรา พูดคุยสอบถามเรื่องเดิมๆ ที่มันค่อนข้างจะซ้ำๆ ซากๆ คือเรื่อง ทำงานหรือเปล่า เีรียนจบหรือยัง แม่ป่วยออดๆแอดๆ อยู่เรื่อย พ่อก็ไม่สบายไม่มีคนพาไปหาหมอ (แต่ที่นั่นก็มีพี่ชายของคุณแฟนที่ก็มีการงาน มีรถ) แต่อิคุณแฟนไม่มีอะไร ซักกะอย่าง เหอะๆๆๆๆ พูดอย่างนี้เราก็คิดนะ

แล้วน้องสาวของคุณแฟนก็บอกให้เราเขยิบไปนั่งด้วยข้างหน้า แต่เราก็ไม่ไปเพราะเราหายใจไม่ค่อยออกไม่อยากไปนั่งกลางๆ ที่คนแยะๆ เลยขอนั่งริมๆ ที่เดิม แล้วเค้าก็พยายามจะให้ไปนั่งให้ได้ บอกเราว่าคุณแฟนไม่กลับมาหรอก ได้เจอเพื่อนแล้วนาน แต่เราก็ปฏิเสธเหมือนเดิม เรานั่งที่ที่เราโอเคดีกว่า

แล้วแม่คุณแฟนก็ถามๆ นู่นนี่ พูดเรื่องเงินๆ ทองๆ เราก็อดไม่ได้ที่จะตอบว่า เราก็ไม่ได้อยู่กันแบบแฮปปี้เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายเยอะแยะ ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ เราก็ทำแต่งาน คุณแฟนก็หยุดอาทิตย์ละวัน ทำความสะอาดบ้านซักผ้าซักผ่อนก็หมดไปแล้ววันๆ จะให้มีเวลาให้ไปไหนมาไหนคงยาก เงินทองก็ใช้กันอย่างกระเบียดกระเสียน แล้วแม่คุณแฟนก็พูดขึ้นมาว่า ทำไมไม่ย้ายมาอยู่กันที่บ้านนี่หละ เราก็ตอบไปว่า ก็เราผ่อนมาตั้งนานจะให้ทิ้งมาได้ไง เธอก็บอกว่า ก็ไม่ต้องไปเสียดายมันหรอก ปล่อยทิ้งไปแล้วก็มาอยู่ด้วยกัน ที่บ้าน

แม่เจ้า...ไม่ได้อะไรนะ แต่บ้านหลังแค่นั้น คงรับคนสองคน หมา 5 ตัว ไม่ไหวหรอก และเราเองคงอยู่ไม่ได้ เพราะเราไม่ชอบคนจุกจิก ไม่ชอบคนวุ่นวาย ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบที่คนเยอะแออัด และคุณแฟนก็คงไม่มีวันพาไปอยู่ เหมือนไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ แตกต่างกับพ่อแม่เรา ที่ไม่เคยบอกให้ทิ้งบ้านหลังนี้เพราะผ่อนจ่ายมาเยอะแล้ว แถมบางเดือนแย่จัดเงินหมุนไม่ทัน ก็ให้มาก่อน ไม่เคยจะทวงถามถึง

สักพักคุณแฟนก็เดินกลับมา แม่ของเค้าก็บอกให้แวะเข้าไปบ้านก่อน ไปหาพ่อ ไปดูลูกหมาของเค้าที่เพิ่งคลอดมาได้เกือบเดือน หาอะไรกินก่อน ค่อยกลับดึกๆ ก็ได้ หรือนอนค้างที่นี่ก็ดี ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าแม่ของเราอยู่บ้านคนเดียว คุณแฟนก็ได้แต่บอกว่าพรุ่งนี้จะไป ต่างจังหวัด แ่ม่เค้าก็ถามว่าไปไหน จังหวัดอะไร ไปทำไม เหอะๆๆๆ คุณแฟนทีแรกก็ตอบไปว่าก็ไปทำงานแหละ (ใครที่ไหนมันทำงานกันวันพ่อฟระ ไม่ใช่พนักงานห้างซะหน่อย) แล้วซักพักแม่เค้าก็ถามอีกว่าจะไปทำไมกันแน่ แล้วไปที่ไหน (เห็นป่ะ โกหกอะไร ไม่เคยจะเนียนเลยอิคุณแฟน)

สุดท้ายอิคุณแฟนก็เลยบอกไปว่า ไปบ้านพี่ชายเรา แม่เค้าก็หันมาถามว่าพี่ชายเราทำอะไรอยู่ที่นั่น (ห้วยยยยย จะทำไรแล้วเกี่ยวไรด้วยเนี่ย) แต่เราก็ตอบไปหละไม่อยากให้อิคุณแฟนมันไม่สบายใจ ก็ตอบไปว่าพี่ชายเราทำงานอะไร แล้วเค้าก็ถามเราต่อว่าแม่เรา มานอนเฝ้าบ้านให้(ไม่ได้มานอนเฝ้าบ้านให้นะ ไม่ใช่คนเฝ้าบ้าน) แล้วแม่เราไม่ขายของแล้วเหรอ เราก็ตอบว่าไม่ขายแล้ว แม่เราอยู่บ้านกับพ่อทีสระแก้ว แล้วเค้าก็หันไปถามอิคุณแฟนว่า แล้วอิคุณแฟนจะไปพิษณุโลกด้วยทำไม ?? อันนี้เราไม่รู้ว่าตอบว่าไงเพราะเค้าพูดเบาๆ เดาว่าคงแหลไปเหมือนเดิมนั่นแหละ ไม่รู้เป็นอะไรคุณแฟนเค้าชอบพูดแหลกับคนที่บ้าน ให้ฟังสิ่งดีๆที่รื่นรูหู ทั้งๆ ที่มันเป็นการโกหก

เสร็จจากงานศพก็แวะไปที่บ้านพ่อแม่เ้ค้าในชุมชนซอยอินทามระ แล้วก็กลับออกมา ตลอดเวลาที่อยู่ี่ที่บ้านแม่เค้าไม่ได้เสวนากับเราซักคำ เราไม่รู้สึกแปลกใจเลยแต่อย่างใด ...

ถึงบ้านประมาณ สี่ทุ่ม เราแวะซื้ออาหารแล้วก็เข้าบ้านไป กินข้าวอาบน้ำ แล้วก็นั่งเล่นอยู่กับแม่สักพักก็เข้านอน


Create Date : 07 ธันวาคม 2553
Last Update : 7 ธันวาคม 2553 16:58:38 น. 1 comments
Counter : 170 Pageviews.

 
อ่านแล้วรู้ได้ถึงปัญหาบางอย่างของคุณกับว่าที่แม่สามี ก็เอาใจช่วยนะคะ
นิสัยเราคล้ายๆกัน ไม่ชอบให้ใครมายิกๆๆ ถามนั่นถามนี่จุกจิกกับเรา ไม่ชอบอะไรที่เยอะ อะ


โดย: Tukta21 วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:20:52:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.