วันนอยๆ





"อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้ ให้ฉันดูแลข้างๆ กาย .." เมื่อก่อนฟังเพลงนี้แล้วก็แอบคิดว่า จะมีใครไม๊น๊อ ที่จะอยากมาพูดอย่างนี้กับเราบ้าง

แต่ในใจก็ได้คำตอบว่า "ไม่มีร้อกเธอเอ้ย" เออเนอะ มันเหมือนคำถามที่มีคำตอบอยู่แล้ว ก็ฝันลมๆ แล้งๆ ไปงั้นแหละ อ่ะๆๆ


ตอนเด็ก ก็เคยคิดว่ารักแท้ มันมีอยู่จริงๆ (ไม่นับของพ่อแม่นะ อันนั้นยังไงก็มีอยู่จริง ไม่ต้องใช้ความเชื่อ หรือนิยามอะไรมากมาย)

เคยคิดว่า รักแท้ มันคงรอเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง (ฝันได้อีก) วันเวลาผ่านไป เจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ผ่านเรื่องราวเยอะแยะ

ถึงได้เรียนรู้ว่า รักแท้ มันมีอยู่จริง แต่จะหามันเจอหรือเปล่า คำตอบคือ "ไม่ทุกคนหรอก.."


ในส่วนตัวเองแล้ว เลิกคิดมานานแล้วว่าจะเจอกับคนที่รักเรา ในรูปแบบของความรักที่เรียกว่า "รักแท้" ถึงแม้จะบอกตัวเองว่า

ก็ช่างหัวมานดิ๊ ไม่มีก็ช่างมัน ไม่รักก็ช่างมัน เกิดคนเดียว ตายคนเดียว จะเอาอะไรมากมายกับชีวิตฟระ เออเนอะ!!!~


ความรักไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม แรกพบสบตา มันช่างสวยงามเลิศเลอ อึ๊ไม่ออกสองสามวันก็ยังรู้สึกว่าแฮปปี้อยู่

มองไปทางไหนก็ใจเบิกบาน ทำอะไรก็สบายใจไปหมด รู้สึกว่าหัวใจมันยังคงเต้นอยู่ทุกเวลา ทุกจังหวะของมันชั้นได้ยิน


แต่เมื่อครั้งมันล้มเหลว ไม่ใช่เพราะเหตุผลที่ว่า "ฉันดีเกินไป หรือเธอดีไม่พอ" แต่เพราะคนเราสมัยนี้(บางส่วน) ที่ชอบเล่นกับหัวใจคนอื่น

จะเรียกว่ามากรักหลายใจคงไม่ได้ คนเราใจก็มีเพียงอันเดียวเหมือนกันทุกคน แต่ทำไมชอบทำเหมือนมีหลายใจ

ไม่รู้เลยหรือไร ว่าความผิดหวังมันเจ็บ ไม่รักก็ไม่ควรหลอกว่ารักนักหนา ไม่รักก็ไม่ควรมาให้ความหวัง รักที่เป็นทุกข์ มันโค-ตระทรมาณ

อยากรู้จังว่าคนที่ำทำ รู้สึกอย่างไรบ้าง ??


เราเองก็เป็นแค่คนนึง ที่คิดว่าตัวเองล้มเหลวในเรื่องนี้ โชคไม่ดีเท่าไหร่ ที่ไปเจอกับคนบางส่วนที่ชอบทำว่าตัวเองมีหลายใจ

ถึงเรื่องมันจะผ่านมานานเท่าไหร่ แต่มันก็ยังเหมือนว่ามันเกิดขึ้นอยู่เมื่อนาทีที่ผ่านมานี้เอง แต่ความจริงคือมันก็ผ่านมานานแล้วล่ะ


"ความรัก ต้องพังลงไป อนาคตที่สุดก็ผ่านพ้นไป เหลือเพียงหัวใจที่ยับเยิน บาดแผลลึกเกินเยียวยา ตื่นจากฝันที่จบลงด้วยน้ำตา ทุรนทุรายหัวใจเหนื่อยล้า

ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข็มแข็ง แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง จะฝืนลุกยืนให้ไหว คนคนเดียวมันไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย อย่างไงต้องรับให้ได้

ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย แค่วันนี้หัวใจสลาย เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ชั้นยังต้องอยู่ ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด

ไม่มีค่า ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้
"


มานร้องอย่างนี้ป่าวไม่รู้ เดาๆ เอา 555+ ฟังเพลงแล้วก็คิดเนอะ บางเพลงก็ความหมายดีเหมือนกัน ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าจะโดนใครทำร้ายหัวใจ ขนาดนั้น

เพราะค่อนข้างเลือกคน พูดเหมือนสวยเลือกได้เลยเนอะ แต่เปล่าเลย คนเราจะสวยหรือไม่สวย จะหล่อหรือไม่หล่อ ก็เลือกได้ทั้งหมดนะเราว่า

เราเองเป็นคนนึงทีไม่สวยหรอก แต่เลือกคบคน โดยส่วนตัวเป็นคนเงียบๆ ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า ตั้งกะเล็กจนโต อยู่จนชินละ ว่างั้น


โตมามีเพื่อนก็เยอะอยู่เหมือนกัน สมัยเรียน แต่เพื่อนแท้ มีไม่ถึงครึ่งของฝูง อย่างน้อยเรายังไม่ ใช่ป่ะ แต่ก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครอยู่ดี จนเจอคนบางคน

ที่คิดว่าดีพอสำหรับเรา และเราก็ดีพอสำหรับเค้า จากที่ไปไหนไปคนเดียว ทำอะไรทำคนเดียว ก็พอมีคนไปด้วยบ้างในบางครั้ง ถึงจะรู้สึกแปลกๆ

แต่ก็รู้สึกดีๆ สุดท้ายไอ้คนที่คิดว่าดีพอสำหรับเรา มันเองที่ทำร้ายเราปางตาย (ฟังดู เว่อร์ไปใช่ไม๊?? ) ใครเล่าจะรู้ว่า ผู้ชายที่ ไม่ดื่มไม่กินไม่สูบไม่เที่ยว

รักพี่รักน้อง รักพ่อรักแม่ มีชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ มันจะเป็นไปได้


ผู้ชายอย่างนี้แหละที่เคยทำร้ายหัวใจของเรา เมื่อได้รู้ว่าสิ่งดีๆ ที่ทำให้กัน สำหรับเรา เราทำให้เค้าแค่คนเดียว แต่เค้าไม่ได้ทำให้เราเพียงคนเดียวนี่สิ

ไม่ใช่แค่กิ๊ก ไม่ใช่แค่แฟน ให้เราทำใจได้อย่างไร ??


เดินออกมาอย่าง งงๆ กับตัวเอง กับสิ่งที่ได้รับรู้และพบเจอ ไม่มีน้ำตาสักหยด ณ วันนั้น แค่จากมาเงียบๆ และกลัยมาอยู่คนเดียวเงียบๆ ๆ ๆ ๆ

อีกฝ่ายพยายามจะกลับมา ด้วยถ้อยคำโกหกสารพัด ขนาดเรื่องที่มีคนอื่นอยู่หลายคน ชั้นยังรู้เลย แล้วคิดเหรอ ว่าถ้อยคำที่พูดมา โกหก ชั้น ชั้นจะไม่รู้??

ยังอ่อนด้อยไปนะเธอ กับการโกหก (แต่ขนาดว่าเค้าอ่อนด้อย เราก็ยังเคยโดนเค้าหลอกอ่ะนะ) จากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เรียนรู้กับตัวเองอีกอย่างว่า


อย่าใช้อารมณ์และหัวใจคิดหาเหตุผล แต่จงใช้สติ ในการหาเหตุและผล


จนสุดท้าย เหมือนว่า คงคิดได้แล้วว่าการโกหกเรา ณ ตอนนั้นมันคงไม่ได้ผลนอกจากพูดความจริง (ต้องให้จับโกหกกันอยู่หลายรอบ) ที่สุดคนเราก็ต้องเลือก

ไม่มีใครจะได้ทุกอย่างตามต้องการหรอก ได้อย่างต้องเสียอย่าง หรืออาจต้องเสียหลายอย่าง และสำหรับเราได้รับการขอให้อภัยโทษ กับคนคนนั้นที่ทำร้ายหัวใจเรา

โอกาส ไม่ได้ให้กันได้ง่ายๆ แต่เราก็ให้...ไม่ต้องถามนะว่าให้เพราะอะไร บางอย่างมันมีคำตอบแต่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่รู้คำไหนถึงจะเหมาะสม



ตั้งแต่นั้นมา สิ่งดีๆ ที่เราเคยทำให้ มันก็ไม่เหมือนเดิม เราไม่เคยนึกอยากทำอะไรดีๆ ให้ผู้ชายคนนี้ ไม่เคยเชื่อในคำพูด ถ้าไม่มีมูลเหตุที่พิสูจน์ได้จริง

เหมือนกับเพลงที่ร้องว่า " ความผิดติดตัวฉัน ไม่มีวันหาย ติดอยู่ในหัวใจไม่อาจจะลบล้าง ความผิดติดตัวฉัน ... จะอภัยให้ฉันอย่างไร แต่ในใจเธอคงไม่ลืม "

ไม่เคยลืมจริงๆ จากที่มีสติ ก็ครองได้ไม่เรื่อยไป วันดีคืนดีก็มีวันผีแตกแทรกออกมา กลายเป็นบางทีเราเองก็เหมือนคนไม่มีเหตุผล


ความระแวง ไม่เคยเชื่อใจ ครอบงำทุกเหตุและผล ไม่อยากหาเรื่องแต่ก็เหมือนว่าหาเรื่องทะเลาะกันได้บ่อยๆ ทุกๆ ครั้งที่ทะเลาะกัน จะจบลงด้วยสุดท้าย

ผู้ชายคนนี้จะเข้ามาพูดจาดีๆ เหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเราไม่เคยเชื่อว่า ที่อยู่กันมาทุกวันนี้เพราะรักเรา มันรู้สึกตะขิดตะขวงในใจ

เวลาที่เราเจ็บป่วย เหมือนไม่ค่อยจะสนใจอะไร เวลาที่เราเสียใจ ก็ทำเหมือนไม่รู้ เวลาที่ต้องการกำลังใจ ก็พูดแต่เรื่องไร้สาระที่ไม่อยากรับฟัง


เวลาที่เค้าป่วยเราดูแลตลอด เวลาที่มีปัญหาเรื่องงาน เราให้กำลังใจตลอด เวลาที่เสียใจ (อันนี้ยังไม่เคยเห็น) เพราะไม่ว่าจะเวลาไหน ถึงเราจะโกรธหรือเกลียดอยู่

เรา็ก็อยู่ข้างๆ ตลอดไม่เคยทิ้งไปไหน ใช่แล้วล่ะ จะยังไงก็เหมือนว่า เรายังแคร์คนคนนึงนั้นอยู่ จน ณ วันหนึ่ง เราก็เหนื่อยในสิ่งที่เราเป็นมา


มันเหนื่อยและเบื่อ กับชีิวิตในแต่ละวัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา แน่นอน ยังมีการโกหก กันบ้างอยู่ประปราย แต่เราก็จับได้อยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ใช่เรื่องเดิมๆ แค่นั้น

บางครั้งโกหก ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะไม่ให้เราเบื่อได้ยังไง สุดท้ายเลยคิดซะว่า ช่างมัน เกิดคนเดียว ตายคนเดียว เฟ้ย!!!~ ใครจะเป็นยังไง ก็ช่างหัวมัน



สุดท้ายก็กลับมาที่ คนคนเดิม อย่าได้แคร์!! ตั้งแต่นั้นมาเราก็เรื่อยๆ ชิวๆ มีบ้างที่แอบน้อยใจ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแย่มากมายเหมือนที่เคย

ก็ทำเหมือนกับว่า ครั้งที่เราเคยอยู่คนเดียวแลัวกัน อยากไปไหนก็ไป (ไม่จำเป็นต้องบอกใครล่วงหน้า) อยากทำอะไรก็ทำ (ไม่จำเป็นต้องขอความคิดเห็นจากใคร)

อยากกินอะไรก็กิน (ไม่ต้องสนใจว่าใครมันจะกินอะไรหรือยัง) มันก็สบายใจดีเหมือนกัน เหมือนได้ปลดโซ่ที่มันล่ามอยู่ที่คอออกยังไงไม่รู้เชียว ฟิ้ว!!~~


มาคราวนี้กลายเป็นเราที่โดนโทรตาม (แต่ไม่ได้โทรจิกนะ) กลายเป็นคนอื่นที่มาทำอะไรๆ ให้เรา ไม่ว่าจะเป็น ซักผ้าให้ ถูบ้านให้ ล้างจานให้ ซื้อข้าวให้ ทำนู่นนี่ให้

แม้ไม่ต้องบอก ทำให้บ้างครั้ง ก็แอบสงสัยว่า ทำให้เราอย่างนั้น เพื่ออะไร??? เงินเดือนทุกบาททุกสตางค์ ให้เรามาแต่ไหนแต่ไร ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น

เลิกงานกลับบ้านทันที เสาร์-ทิตย์ อยู่บ้านตลอด หรือจะไปไหนก็ต่อเมื่อไปกับเรา อาหารที่เรากินไม่หมด ก็มีคนคนนึงกินต่อจนหมดอยู่ประจำ


เวลาที่เราไม่สบายก็มีถามไถ่ ว่า "เป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง กินยาหรือยัง" ก็คำถามเดิมๆ อยู่อ่ะนะ เราเป็นพวกป่วยอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้เรียกร้องความสนใจนะ แต่มันเป็นเอง

เคยอยู่บางครั้งที่ขอร้องว่า หยุดงานอยู่เป็นเพื่อนหน่อยสิ (วันลาเยอะแยะ) แต่ไม่เคยจะอยู่เป็นเพื่อนช้านเลย นอนเปื่อยอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่เป็นไร ชินละ

แล้วทั้งหมดทั้งสิ้นที่ว่ามาก็เคยทำให้คนอื่นๆ เหมือนกัน กร๊ากกกก !!~



อยู่มาอีกวันหนึ่ง มะวานนี้ เนื่องด้วยท้องไส้เราไม่ดี กินอะไรมาไม่ทราบ อรึ๊แตก อรึ๊แตน เรียกได้ว่า ท้องร่วง ท้องเสีย ประมาณนั้น หรืออาหารเป็นพิษ

ปวดท้องรุนแรง ขรี้แตกเป็นระยะ เดินนี้ขาสั่นดิ๊กๆๆๆๆๆ อนาถตัวเอง อย่างแรง หุๆ สภาพรับ บ่ ดั้ย ก็โทรไปหาคุณแฟน ว่าเป็นอะไรไม๊ เค้าขรี้แตก ตัวเองเป็นไรป่าว

เออเนอะ ยังมีกะใจไปห่วงคนอื่นอีก ฝั่งนู้นบอกมาว่าไม่เป็นไร แล้วก็ไม่รู้เอาติ่งหมองตรงไหนคิด บอกอิชั้นว่า "ตัวเองไปกิน อีโน สิ" กร๊าก ได้ยินแค่นั้นแหละ

โมโห เลย ตรูขรี้แตก ให้ตรูกิน อีโน ด้วยความโมโห ก็สวนไปตามนั้นแหละ ว่า "เห้ย!! คนท้องเสียให้ไปกิน อีโนเนี่ยนะ บ้าป่าว" แล้วก็วางสายไปเลย ด้วยความโมโห

บวกกับ ได้เวลาวิ่งเข้าห้องน้ำ สักพักออกมาก็โทรหา พ่อ เนื่องจาก วันก่อนๆ หน้านั้น ทั่นพ่อโทรมาแล้วอิชั้นปิดเครื่องไว้ แล้วแม่โทรเข้ามาเบอร์คุณแฟน (ไม่เคยปิดมือถือเลยเบอร์นี้)

ก็บอกว่าพ่อโมโหใหญ่แล้ว เพราะโทรหาทั้งวันไม่ติด อิอิ ความผิดติดตูดช้านนนนนน ก็เลยโทรหาทั่นพ่อ ก็คุยกันอยู่คำสองคำ เพราะว่า อรึ๊ มานมาอีกแล้ววววว


หลังจากออกมาจากห้องน้ำ ก็เหนื่อยอ่ะ เหนื่อยมากๆ ไม่มีเรียวมีแรง ก็คิดว่าถ้าต้องมาเดินเข้าๆ ออกๆ อีกคงเหนื่อยตายก่อง เลยเดินเข้าห้องนอน ปิดมือถือ

กะว่าจะนอนให้หลับสักระยะ แบบว่าพอหลับแล้ว มันจะได้ไม่รู้สึกว่าปวดท้อง (คิดเอาเองนะว่ามันจะจำไม่ได้ว่าปวดท้อง หุๆ ทั้งๆ ที่ตื่นมาเพราะปวดท้องนี่แหละ)

ก็นอน แต่ปกติ นอนกลางวันจะนอนไม่หลับ เลยเปิดหนังไว้ นอนดูๆ ไปเดี๋ยวมานก็เคลิ้มมมมมม~~~ ดูไป ก็ใกล้เคลิ้มแหละ ได้ผลจริงๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนลูกบิดประตูถูกบิด

เหมือนเวลาเราไขกุญแจเปิดประตูอ่ะนะ ก็ดังแกร๊ก ก็คิดว่าหูฝาดป่าวหว่า หรือว่าเสียงจากห้องอื่น


ก็พยายามหอบร่างตัวเองลงจากเตียง เปิดประตูห้องนอน ตรงไปประตูหน้าห้อง ก็ยืนๆ อยู่ ด้วยความที่สายตาเรามันสั้น อยู่พอควร ก็ดูที่ลูกบิดก็เห็นว่ามันยังปกตินี่หว่า

ก็กะลังจะเดินเข้าห้องนอน เพราะคิดว่าตาฝาด กะลังหันหลังกลับก็ได้ยินเสียง เคาะประตู ตึง ๆ ๆ ๆ อย่างดัง เราก็เห้ย!! คิดในใจ ใครฟระมันบังอาจล้วงคองูเขียวอย่างเรากลางวันแสกๆ

ด้วยว่า ปกติบ้านเราไม่ค่อยมีแขกอ่ะนะ จะมีก็แต่ พ่อแม่พี่ อะไรประมาณ นี้ซึ่งเขามาเขาจะโทรบอกก่อน แต่มาแบบ ไม่บอก แถมเคาะยังกะจะพังประตูเข้ามา


อิชั้นก็เดินละ เดินหาของในบ้าน กะว่ามันพังเข้ามา จะตีหัวให้แบะเลย หมาก็เริ่มเห่าและทีนี้ เพราะว่าเคาะเสียงดัง แล้วก็เคาะไม่หยุด หมามันก็เลยเห่า เพราะมานไม่ชอบเสียงดัง

หยิบได้ไม้อะไรสักอย่าง แล้วก็เดินไปเอามือถือ ก็เดินมาที่ประตู แล้วก็เปิดมือถือ (พอดีว่ามือถือใส่รหัสผ่านไว้ กว่ามันจะเปิด กว่าจะใส่รหัสผ่านก็เดินถึงประตูและ) ก็เห็นที่ลูกบิด

ว่ามันถูกบิดออกมาและ ก็คิดในใจ เห้ย!!! นี่แกเอาจริงเหรอเนี่ย นี่ขนาดไขลูกบิดชั้นเลยเหรอ (ดีที่ปกติที่บ้านจะล๊อกหลายอัน มีกลอนประตูอยู่อีก) คิดในใจ

" เมริงๆ ไม่ว่าเมริงเป็นใคร เมริงอย่าคิดว่า เมริงจะมาทำร้าย ตรูได้นะ สูตร๊าย งานนี้" เดินไปถึงประตู ก็กะว่าจะโทรหาคุณแฟน (ทำไมไม่โทรหาตำรวจ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน)

ก็เดินไปถึงประตู ก็เลยตะโกนถามไปว่า "ใครอ่ะ จ้อจเหรอ " (ถามโง่ๆ ได้อีก) ฝั่งนั้นก็ตอบมาว่า "ครับ" ไอ้เราก็นึก เห้ย !!! มันตอบด้วย นึกในใจว่า หรือว่ามันเลียนเสียงแฟนเราวะ


หรือว่าเราหูฝาด เพราะพิษขรี้แตก (พิษขรี้แตก?? ) ก็ถามอีกว่า อะไรนะ ใครนะ (ถามเหมือนพวกยายๆ ที่อยู่บ้า่นแล้วรับโทรศัพท์แล้วประมาณ ฟังไม่ค่อยได้ยินอ่ะค่ะ)

อีกฝั่งของประตูก็ตอบมาว่า "พี่เองๆ เปิดประตูหน่อย" เออ คราวนี้ ใช่เว้ย เสียงชัด ไม่หูฝาดชัวร์ ก็เลยเปิด พร้อมกับถือไม้ไว้ในมือแหละ กะว่าเผื่อมันเลียนเสียงได้เหมือนจริงๆ อิอิ

ก็เปิดประตูมา เออแฮะ ตัวจริง อิอิ ที่มั่นใจเพราะว่า เรากะแฟนเรียกกันอยู่หลายชื่อ ทั่ง จ้อจ-ซาร่า พี่-น้อง ตูด-ตูด อะไรประมาณนั้น


เปิดมาเราก็ งงๆ นึกว่าตัวเองฝันอยู่ แต่ก็ถามไปว่า มาทำไมอ่ะ?? หรือว่าเป็นอะไร ผู้ชายในชุดสีชมพู ก็ตอบมาว่า "ก็มาหาน้องอ่ะดิ โทรมาไม่ติด บอกว่าท้องเสียแล้วก็วางสายไป

นึกว่าเป็นอะไร เลยลางานมาอ่ะ
" เอ่อ....เอ๋อ เลยเรา คิดในใจว่า มันจะมาไม้ไหนฟระ ปกติเราปิดมือถือ เป็นเรื่องปกติแล้ว และแฟนเราก็รู้ดีว่า ถ้าเราปิดมือถือ ก็คือ เราปิด ไม่เคยเป็นทุกข์เป็นร้อน

แล้วก็ไม่เคยสงสัยอะไร รอบนี้ให้สงสัยขนาดลางานมา บ้านกะที่ทำงานก็มะใช่ไใกล้ๆ (จิตเราคิดอกุศลกะแฟนเราบ่อยๆ อย่างนี้ประจำ หุๆ)


ในมือผู้ชายในชุดสีชมพู ก็มีห่อยามา บอกว่าเป็นยาแก้ท้องเสียแบบเฉียบพลัน เราก็เอามาพลิกๆ ดู หน้าตาไม่คุ้นเลย(กินมาเยอะ VS ท้องเสียบ่อย) นึกในใจ มันซื้อมาถูกโรคป่ะวะ

เพราะทีแรก ยังบอกให้ไปกินอีโนอยู่เลย คือพอดีช่วงนี้เรากินข้าวแล้ว ท้องมันอืดอาหารไม่ค่อยย่อย เลยซื้อ อีโนมาไว้ มานเลยมีเยอะที่บ้าน ก็พลิกๆอ่านเอกสารยาดู

เออ...ยาแก้ท้องร่วงจริงๆ ก็กินไป แล้วก็นอน สักพักหิวข้าว ผู้ชายในชุดสีชมพู ก็ลงไปซื้อให้ พร้อมเกลือแร่


เออแฮะ ยาเค้าดีจริง กินไปสักพัก หายปวดท้องแบบรุนแรงเลยอ่ะ อรึ๊ มานก็ปวดน้อยลง ปกติเวลาเป็น อาหารเป็นพิษ ไม่ต่ำกว่า 2 วัน หาย คือจะปวด จะขรี้ อยู่อย่างนั้นตลอด 2 วัน

กินข้าวเสร็จกะนอน สักพัก แม่โทรมาอีก แต่โทรเบอร์คุณแฟนเพราะโทรศัพท์เราปิดอีกแล้ว อิอิ เป็นโรคจิต ชอบปิดโทรศัพท์
แกบอกว่าก็ลองโทรสุ่มดู เพราะเบอร์เราโทรไม่ติด

เลยโทรเบอร์แฟน คุยๆ อยู่สักพัก ก็นอนต่อ (คิดในใจ ว่ายานี่มันกินแล้วง่วงหรอฟระ มันถึงอยากจะหลับอยู่เรื่อย ทำยังกับยาแก้ไข้หวัด) ก็นอนสักพัก พ่อก็โทรมาอีก เหมือนกัน

โทรมาถามอาการกันใหญ่ เหอะๆๆ



ไอ้เรามันก็ินิสัยเสียเนอะ เวลาป่วย ก็มีแต่คนเค้าเป็นห่วง แต่เราชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว นอนไปนอนมา ก็ทั้งวันเลย ตื่นมั่งหลับมั่ง ตื่นมาก็เห็นคุณแฟน นั่งอยู่ข้างๆ

ไม่ใช่ว่ากะลังกุมมือเรา ทำซึ้งเหมือนในหนังนะ หุๆ ๆๆ กะลังนั่งเล่นเกม บางทีตื่นมาก็เห็นเล่นเกม บางทีตื่นมาก็เห็นดูหนัง บางทีก็นั่งบีบนั่งนวดขาให้เรา (เหมือนลูกหลานบีบนวดให้คุณย่าคุณยายไงไม่รู้)


....เหอะๆๆ ไม่มีอะไรเช่นเคย วันนี้ก็มา เรื่อยๆ เรียงๆ ตามประสา แรกๆ อาจจะดราม่า นิดๆ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ก็อยากให้มันผ่านไป ทำวันนี้ให้ดี ดีกว่าเนอะ ใกล้วันแม่แล้ว สำหรับเราไม่มีอะไรไปเซอร์ไพรส์ แต่คาดว่าจะกลับไปหาแก ช่วงสิ้นเดือน (บอกทำไม ?? ก็อยากบอกอ่าาา ) ปกติก็โทรหากันแทบทุกวัน วันนึงก็คุยกันเกือบทั้งวัน ยกเว้นวันไหน สุขภาพกายหรือ จิตแย่ๆ จะไม่ได้โทรไป อิอิ ส่วนรูปประกอบไม่เกี่ยวอะไร แค่รูปที่พอหาได้ ชอบและอยากเอามาใส่ด้วย เป็นรูปลูกชายตัวดำๆ ที่บ้านนี้ 1 ใน 5 ตัว เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีแต่ความรักให้เราอีกสิ่งหนึ่ง กริ๊วววว .....




Create Date : 10 สิงหาคม 2553
Last Update : 10 สิงหาคม 2553 10:21:43 น. 8 comments
Counter : 429 Pageviews.

 
สวัสดีจ๊ะกระติ๊บ

ชอบแนวความคิดที่ว่าวันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน

ถูกต้องที่สุดเลยจ๊ะ ถึงแม้คนทั้งโลกให้กำลังใจเราก็ไม่เท่าที่เราให้กำลังใจตัวเอง จริงมั๊ยจ๊ะ


ขอให้มีความสุขมากๆนะจ๊ะกระติ๊บ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 10 สิงหาคม 2553 เวลา:15:21:55 น.  

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยดูแลสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:2:19:43 น.  

 
หวัดดีครับ..แวะมาทักทายก่อนถึงวันแม่..ขอให้มีความสุขกว่าวันวาน..และสุขขึ้นทุกๆวันเล้ย..อิอิ


โดย: อ้ายทิดถา วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:7:18:56 น.  

 
แวะมาอ่านบทความครับ

เขียนบทความอ่านสบายดีจังเลยอ่ะครับ

ผมอ่านจนเพลินเรยยยครับ

แบบนี้มั๊งที่เค้าว่าอ่านแบบอริ๊แตก อริ๊แตน


โดย: ทีแปลง วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:14:01:15 น.  

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

ขอให้หลายๆวันนับจากนี้มีแต่ความสุขนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 11 สิงหาคม 2553 เวลา:22:29:31 น.  

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

วันนี้ขอให้มีความสุขกับทุกๆสิ่งนะคะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 13 สิงหาคม 2553 เวลา:14:35:39 น.  

 
สวัสดีค่ะกระติ๊บ

ช่วงนี้อากาศเย็นลงดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ^^


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:13:15:32 น.  

 
ทักทายยามเย็นๆครับ
วันนี้ฝนตกตอนเย็นๆอีกเเล้วครับ


โดย: pragoong วันที่: 17 สิงหาคม 2553 เวลา:17:49:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กระติ๊บริมทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนดีคนนึง ก็แค่นั้น อ่ะฮิ้วววว
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กระติ๊บริมทาง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.