Group Blog
 
<<
มีนาคม 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
18 มีนาคม 2565
 
All Blogs
 
ภารกิจพิชิตอีป้าวัยทอง::เบาหวานหายได้




เพื่อนที่นั่งโต๊ะทำงานใกล้ๆกัน นางเพิ่งกลับมาจากลาคลอดลูกคนที่สอง
นางหายไปหลายวันตั้งแต่ WFH จากนั้นก็ลาคลอดต่อ ช่วงนี้เราสองคน
ก็เลยจะนั่งอัพเดท ชีวิตของกันและกัน ทีนี้..เราก็เลยเล่าเรื่องเราเป็นเบาหวาน
ให้นางฟัง . . ว่าปกติ สมัยก่อนโน้น ไม่ว่าเราจะอ้วนแค่ไหน อ้วนมากกว่า
ปัจจุบันนี้อีก แต่กลูโคสในเลือดของเราก็ไม่เคยเกินเก้าสิบกว่า . . แล้ว
ตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด เราไม่ได้ตรวจสุขภาพประจำปีกัน มันก็เลยไม่ได้เช็ค
พอไม่ได้เช็ค เราก็กินระเบิดระเบ้อไปเรื่อยอีก น้ำตาลมันก็เลย
ขึ้นปืดๆๆๆๆ แบบไม่รู้ตัวมังนะ . .



แต่เราคิดว่า . . จุดที่สำคัญไม่ใช่อยู่ที่ตรวจสุขภาพประจำปีหรอก
เพราะไอ้ตรวจประจำปีของออฟฟิต มันก็ตรวจแต่กลูโคส ไม่ได้ตรวจ A1C อยู่ดี
คือก่อนตรวจเราก็ทำตัวดีสร้างภาพ เพราะงั้น.. ค่ากลูโคสในเลือดมันก็
ออกมาปกติแบบชนเพดานทุกทีนั่นแหละ . . ซึ่ง..เราอาจไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้ว
ตอนนั้น A1C เราอาจจะทะลุปรอทไปแล้วก็ได้  เพราะ..มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ที่คนเราจะเป็นเบาหวานภายในไม่กี่เดือน หรือไม่กี่ปี ของแบบนี้
มันต้องสะสมมาเป็นสิบปีโน่นแหละนะ . .  ว่าแต่ A1C คืออะไร . .
A1C คือค่าน้ำตาลสะสมในระยะเวลาสามสี่เดือน คือจะดูว่าคนนี้
เป็นเบาหวานหรือไม่ นอกจากดูที่กลูโคสในเลือดแล้วยังต้องดูที่ A1C ด้วย


เราผู้ซึ่งตั้งแต่เกิดมาเมริงตรวจแต่กลูโคสในเลือดมาตลอด ยังไม่เคย
ขอตรวจค่า A1Cหรือที่เรียกว่าน้ำตาลสะสมเลยสักครั้งเดียว ก็เลยไม่รู้ว่า
อ่าว.. เลขมันเพิ่มจากค่าปกติไปตั้งแต่เมื่อไร แล้วนะ ที่ตลกคือ อีนี่...
ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นเบาหวาน ปกติถ้าหาหมอก็จะหาหมอปอดอย่างเดียว
เพื่อเช็คอัพโรคภูมิแพ้  ทีนี้ . . มีครั้งนึงที่เราคุยกับหมอ แล้วหมอพูด
เรื่องลดน้ำหนัก  เราก็เลยอยากรู้ว่า เออ ตกลงที่กรูอ้วนนี่เป็นเพราะ
อย่างอื่นไหม หรือว่าเราจะเป็นไทรอยกันนะ ก็เลยขอให้หมอส่งตรวจเลือด
ให้หน่อย และไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็เลยตรวจน้ำตาลไขมันเก๊าไทรอย
ไปเลยทีเดียว หมอก็ตอบรับคำขอโดยการส่งไปแผนกอายุรกรรมเลยจร้า
เจาะเลือดแล้วก็ต้องไปพบหมออายุรกรรมด้วยใช่มะ  ฟังผลเลือดออกมา
ปรากฎว่าอีนี่ไม่ได้ได้เปนไทรอยจร้า  เมิงอ้วนเพราะเมิงแดรกเองล้วนๆ  
กรดยูริกก็อยู่ในเกณปกติ  แต่น้ำตาลเกินจ้าาาา . . ไขมันก็เกินนิดนึง
แต่ไม่ต้องกินยา สรุปเป็นเบาหวานไม่รู้ตัวจร้าา หมอก็ให้ยามากินวันล่ะเม็ด
ตอนเช้า . . เนี่ยะ เกือบแล้ว นี่ถ้าไม่รู้แล้วยังแดรกน้ำตาลต่อไป . .
อาจจะน็อคตายคาบ้านได้เลยนะ



แต่มันก็โอเคแหละ . . โอเคที่เรารู้ตัวตั้งแน่เนิ่นๆ . . อะนะ
ทีนี้กลับมาเรื่องที่เราเม้ามอยกับเพื่อนที่่ทำงานโต๊ะข้างๆ ต่อ . .
คือก็เล่าให้นางฟังว่าอยู่ดีๆ ก็ไปตรวจเจอเบาหวานแล้ว . . 
หมอก็สั่งให้มาคุมอาหารสี่เดือน แต่ทำไม่สำเร็จ โดนหมอด่า
จากนั้นก็ส่งไปให้นักโภชการการแลคเช่อจนหูชา บลาๆๆ
เล่าให้เพื่อนฟังอย่างเมามัน

แล้วอีนี่คงเสียงดังมัง . . อีน้องผู้ชายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมันก็เลยเดินมาคุยด้วย
คือ อีตอนหาหมอรอบแรก เรามีความเข้าใจผิดอยู่อย่างนึงเกี่ยวกับเรื่อง
โค้กซีโร่ . . คือเราเข้าใจไปว่า อีโค้กซีโร่มันกินได้ ไม่มีผลต่อเบาหวาน
แต่ความจริงแล้ว หมอบอกมันกินไม่ได้เว่ย เราก็เพิ่งรู้ ปกติเราไม่ค่อย
คึกษาเกี่ยวกับเรื่องสารให้ความหวานเท่าไร ก็เลยนึกว่ามันกินได้ . . 


อีน้องผู้ชายคนนี้อ่ะ . . นางไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่นางเป็นความดัน
แล้วนางก็เป็นพวกที่ชอบกินโค้กซีโร่มาก กินแทบวันละขวด1.5 ลิตรเลย 
นางก็เลยเดินมาบอกว่า ไม่จริง เนี่ยะ นางกินของนางทุกวัน ไม่เห็นเป็นไรเลย 
อันที่จริงพวกสารให้ความหวานไรแบบนี้ไม่มีผลต่อน้ำตาลในเลือดก็จริง
แต่มันก็มีผลต่อการกระตุ้นอินซูลินอยู่ดี กินไปแล้ว ก็จะทำให้เราเคยชิน
และอยากกินหวานไปเรื่อยๆ ก็ได้ . . มังนะ . . คือไงเราก็ต้องเลิกกินอยู่ดีแหละ
ไม่ว่าจะเป็นโค้กอะไร . . ทีนี้ . . อีน้องคนนี้นางก็ถามเราว่า . . 



อ่าว แล้วต่อไปพี่จะทำไง . . เค้าบอกว่า
เบาหวานเป็นแล้วรักษาไม่หายนะ ต้องกินยาไปตลอดชีวิต!!



ประเด็นมันอยู่ที่ตรงนี้ . . ยังมีคนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ
วันนี้เราเลยอยากจะยกเอาเรื่องนี้ มาเม้ามามอยเล่าสู่กันฟัง . .



ความจริงแล้วเบาหวานมันหายได้นะ . . ถ้าคุณเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อ่ะ
เออ . . จะเรียกว่าหายก็ไม่ได้ มันคือการที่เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
เพื่อย้อนกระบวนการของมันสู่จุดเริ่มต้น เท่านั้นเอง . . 




เอ่ออ . . เหมือนจะเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วมังนะ จำไม่ได้
ว่าบล็อกไหนแต่จะเล่าคร่าวๆ อีกครั้งก็แล้วก็เน้ออ . . ในร่างกาย
ของคนปกติเราจะได้พลังงานจากสองทางคือไขมันและน้ำตาล
แต่ไขมันและน้ำตาลมันไม่สามารถทำงานพร้อมกันได้ และถ้าเรา
กินน้ำตาลเข้าไป ร่างกายจะเอาน้ำตาลมาใช้ก่อน เพราะน้ำตาล
มันเป็นอันตรายต่อร่างกาย และเส้นเลือดมันก็ไม่โอเคด้วยที่จะปล่อย
ให้น้ำตาลมันเวียนว่ายอยู่กระแสเลือดเยอะๆ แบบนั้น . . ร่ายกายมันเลย
กำจัดน้ำตาลโดยการให้ตับอ่อน หลังฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมา  
ฮอร์โมนนี้ มีชื่อว่า  " อินซูลิน "  


ไอเจ้าอินซูลินเนี่ยะ หน้าที่ของมันก็คือ เป็นตัวเปิดประตูเซลล์เพื่อนำกลูโคส
ส่งเข้าไปในเซลล์ให้พวกเซลล์ต่างๆเอากลูโคสใช้งาน  กับรักษาระดับ
น้ำตาลในกระแสเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ  ในกรณีที่เราสูบน้ำตาลเข้าไป
ในร่างกายเยอะๆ แล้วไม่ใช้พลังงาน  ไม่ออกกำลังกายไรงี๊  อีเจ้าอินซูลิน
มันจึงจำเป็นต้องเอาน้ำตาลส่วนเกินที่เหลือค้างอยู่ในเลือดไปเก็บ Stock
ไว้ใช้ในยามจำเป็นส่วนนึงจะเก็บที่ในตับในรูปแบบของไกลโคเจ้น 
แต่พื้นที่เก็บในตับมีน้อยมาก  อีกส่วนนึงจึงต้องเอาไปเก็บไว้ในรูปแบบ
ของไตรกลีเซอไร์ในถังเก็บไขมัน  ซึ่งอีถังเก็บไขมันเนี่ยะ . .มันก็เหมือน
ลูกโป่งลูกนึง  สามารถขยายไปได้เรื่อยๆ เรื่อยๆ ตามกรรมพันธ์ของ
ร่างกายแต่ละคน  จะเห็นได้ว่าคนอ้วนบางคน ที่อ้วนมากแต่ยังไม่เป็นเบาหวาน
ก็เพราะว่า ไอ้ลูกโป่งไขมันของเขามันสามารถขยายได้มากกว่าคนอื่นนั่นเอง . .



กลับมาที่ร่างกายของคนปกติที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน.. อีกครั้ง 55+
ในคนปกติ ร่างกายจะสามารถใช้พลังงานได้ทั้งน้ำตาลและไขมัน
เมื่อเรากินน้ำตาลเข้าไป บางส่วนร่างกายเอาไปใช้ ส่วนที่เหลือเก็บ
ไว้ในถังเก็บไขมันจนหมด   และเราก็ไม่ได้กินน้ำตาลเข้าไปอีก . . .
ในจังหวะที่เราไม่ได้เพิ่มน้ำตาลเข้าร่างเนี่ยะ . . ร่ายกายมันก็จะรู้ว่า
ตอนเมริงไม่มีน้ำตาลมาเป็นพลังงานแล้วนะ เพราะงั้น . .
 มันก็เลยต้องเอาไขมันมาใช้แทน  งิ๊ . .



ในคนปกติทั่วไป ร่างกายมันจะสามารถสลับสวิตช์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ระหว่างใช้น้ำตาลกับใช้ไขมันได้ แต่... ในคนที่เป็นเบาหวานมันทำไม่ได้
มันใช้ไขมันไม่ได้เนื่องจาก คนที่เป็นเบาหวาน(ชนิดที่2) มักจะกินน้ำตาล
จนเกินลิมิตตลอดเวลา กินสะสมๆ ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งถังเก็บไขมันเต็ม
เก็บไม่ได้อีก  และน้ำตาลมันก็ไม่สามารถค้างอยู่ในเลือดได้ด้วย
เพราะมันเป็นพิษ . . อีเจ้าอินซูลินเนี่ยะ มันเลยจำเป็นต้องไปบีบบังคับ
ให้เซล์ต่างๆ ทุกเซลล์ ในร่างกายเก็บไขมันเข้าไปแทน  เพราะว่า
ถังเก็บไขมันมันไม่ยอมเก็บแล้วมันล้นไง  จนถึงวันหนึ่งที่อีเซลล์ทั่วไป
ที่ว่าเนี่ยะ . . มันถูกบังคับเก็บไขมัน  จนมันเก็บไม่ไหวแล้ว มันจึง
เกิดการประท้วงต่ออินซูลิน . .  ว่าตูไม่เอาแล้ว ตูไม่เก็บแล้ว จะทำไง
ก็เรื่องของเมริง อาการแบบนี้ เราเรียกมันว่า . .  การดื้ออินซูลิน


ร่างกายประท้วงแล้ว  แต่เราไม่รู็ไง . . ก็ยังจะกินน้ำตาลเข้าไปอีกๆ . .
ตับก็หลั่งอินซูลินต่อเนื่อง เพื่อบีบบังคับให้อินซูนลินมันเอาน้ำตาล
ไปเก็บเปนไขมัน  แต่เซลล์ทุกเซลล์มันเต็มแล้วไง  เต็มไม่ไหว
ไม่มีใครเชื่อฟังมันแล้ว . . การที่อินซูลินค้างสูงในกระแสเลือดตลอดเวลา
จึงทำให้คนอ้วน  ที่ถังไขมันเต็มแล้ว  หิวตลอดเวลา  กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม . .
แล้วพอคนพวกนี้กินแป้งและน้ำตาลเพิ่มเข้าไปอีกๆ . . แต่ร่างกาย
ไม่สามารถเอาไปเก็บในรูปแบบของไขมันได้  ร่างกายก็เลยต้อง 
บังคับเอาน้ำตาลที่เกินออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทางไต
ไปกับปัสสาวะ . . กลายเป็นชื่อของโรคที่เรียกว่า 
"เบาหวาน"
หรือ การถ่ายเบาที่มีน้ำตาลหวานๆ ผสมออกมาด้วยนั่นเอง 


จนถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด ตับแม่มถอดใจ ว่า . . กรูไม่อยากผลิต
อินซูลินให้พวกเมิงแล้ว เพราะกรูผลิตให้แล้วพวกเมริงก็ไม่เชื่อฟัง
เพราะงั้น.. พอไม่มีอินซูลิน พวกนุดที่เป็นเบาหวานบางคนที่เกิด
ภาวะนี้ . . พวกนางก็เลยไม่สามารถเอาน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้
เพราะอินซูลิน ที่ทำงานกระดุจไลน์แมนส่งอาหารเข้าสู่เซลล์ไม่ทำงานแล้ว
ไลน์แมนอินซูลินมันประท้วงไม่ยอมทำงาน  น้ำหนักพวกเค้าเหล่านี้
ก็เลยลดลงๆ เพราะร่างกายกินน้ำตาลไม่ได้ ร่างกายก็เลยต้องไปบีบบังคับ
ใช้พลังงานจากอาหารที่สะสมไว้ตามกล้ามเนื้อแทน . . กล้ามเนื้อก็หายอี๊ก
เตาเผาชั้นดีเลยนั่น  แถมไขมันก็ใช้ไม่ได้เพราะอินซูลินค้างอยู่ในเลือด . .
ร่างก็มีแต่พังแต่พัง ทุกวันๆ . . พอนุดเบาหวานพวกนี้ไปหาหมอ
คุณหมอก็เลยต้องสั่งยามาให้กิน ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็คืออินซูลินอัดเม็ด
นั่นแหละ  บางคนอาหารหนักก็อาจจะมาในรูปแบบเข็มฉีดยา
เจาะลงพุงไปเลย . . ยัดอินซูลินเข้าร่างไป  เอากำลังเข้าขู่
บีบบังคับให้เกิดกระบวนการสลายน้ำตาลออกจากเลือดแล้ว 
เปลี่ยนเป็นไขมันเก็บไว้ในเซลล์ทั้งๆ ที่่เซลล์ก็เต็มจนไม่ไหวแล้ว
แต่ . . แบบนั้นมันก็เหมือนเป็นการแก้ที่ปลายเหตุว่าไม๊ . . 








แล้วยังไงต่อไป . . ถ้าเราดูตามหลักทางชีววิทยา . . แล้ว
ถามคำถามกับตัวเองว่า . . ชั้นอยากจะหายจากเบาหวานต้องทำไง . . 
คำตอบคือ. . ตูก็ต้องย้อนกระบวนการไปจุดเริ่มต้นสิ  ใช่แล้ว . .
สิ่งที่ต้องทำก็คือ..เราต้องย้อนกระบวนการให้ร่างกายมันเลิกประท้วง
และกลับมาใช้ไขมันได้อีกครั้งสิ..  ทำไงล่ะ . . ก็ลดแป้งและน้ำตาลสิ
ก็มันเกินนิ . . ใช้ก็ไม่ได้ เก็บก็ไม่ได้ ยังจะกินเข้าไปอีกเรอะ . . งดแม่มเลย
 จากนั้นก็ให้ร่างกายมันสลายเอาพลังงานจากไขมันและไกลโคเจน
ที่สะสมไว้ออกมาใช้แทน . . เริ่มแรก เราอาจจะต้องกินโปรตีนแทรกไขมัน
เข้าไปหน่อย . . เราเลือกกินได้ไขมันดีๆ มีอยู่ตั้งหลายอย่าง
กินนำร่องให้ร่างกายมันชินกับการใช้ไขมัน  พอหลังจากกินอาหารไป 4 ชั่วโมง
ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารที่กินเข้าไปไปใช้หมดแล้ว และ
เราไม่ได้กินเอาน้ำตาลเพิ่มเข้าไปอีก  ทีนี้ร่างกายมันก็จะเริ่มเอา
ไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้  ค่อยๆ สลาย ไขมันที่พอกตามตับออกมา
เป็นน้ำตาลลงสู่กระแสเลือด  เอาไขมันที่ก่อนหน้านี้ถูกบังคับเก็บ
ไว้ในเซลล์เอาออกมาใช้ไปเรื่อยๆ  จนไอ้ถังเก็บที่มันเต็ม
กลับมาพร่องอีกครั้งหนึ่งถึงวันนั้นแล้วระบบต่างๆ ของร่างกาย
มันก็จะสามารถกลับมาใช้งาน ได้ตามปกติอีกครั้งหนึ่งนั่นแหละ . .


Note : ที่อธิบายไปนี้ หมายถึงคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 นะ
เบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่ระบบรวนเพราะเกิดจากการกินที่ผิดปกติ
เป็นระยะเวลานาน มันก็สามารถแก้ไขได้  ส่วนเบาหวานชนิดที่ 1
ที่เกิดจากตับไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ที่เป็นเหตุจากพันธุกรรม
แบบนั้น.. ก็ต้องรักษาโดยการฉีดอินซูลินเข้าร่างกายไปตลอดชีวิตเท่านั้น
รักษาไม่หาย  ถือเป็นคนละประเด็นกันกับเบาหวานชนิดที่ 2 นะคะ




เอาล่ะ . . หลักการมันก็ประมาณนี้แหละ . . กลับมาปัจจุบันของเรากัน
การกิน LCHF ของเรา เอ่อ ตอนนี้น่าจะเป็น ZCHF มากกว่าสินะ
ดำเนินมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว . . แต่เหมือนเราจะประสบปัญหาบางอย่าง
คือ หลังจากที่เราปรับเอาเครื่องเทศเข้ามาในเมนูอาหาร อัตราของ
น้ำหนักและไขมันของเราก็เกิดขึ้นๆ ลงๆ หมายถึงวันนี้ขึ้นพรุ่งนี้ลง
สลับกันมาสี่วันแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอะไร . . กำลังหาสาเหตุอยู่



กับอีกอย่างหนึ่งคือ . . เรางงๆ กับมื้อเช้าว่าเราควรกินหรือไม่กินดี
พอกินไปแล้ว กลางวันมันก็จะไม่หิวเลย ไม่อยากกินเลย แต่ก็กลัว
ว่าถ้าไม่กินแล้วตอนเย็นมันจะหิวไหม เราก็เลยกินๆ ไป . . .
แล้วพอไม่กินมื้อเช้ามันก็เหมือนจะอึนๆ มันไม่หิวนะ แต่มันอึนๆ 555+
แต่วันนี้ เราตัดสินใจไม่กินมื้อเช้าแระนะ . . หลังจากลองวัดน้ำตาล
ปลายนิ้วดูแล้วก็ยังอยู่ในเกณฑ์สูงเหมือนเดิม เพราะงั้นก็ช่างความอึนเหอะ
ในเมื่อไม่หิวก็ไม่ต้องกิน . . ส่วนเมนูอาหารในช่วงนี้จะหน้าตาประมาณนี้อ่ะ
อยากบอกว่า ตั้งแต่ปลดล็อคเครื่องเทศเนี่ยะ เราบ้ากินคื่นช่ายมาก
นี่คิดว่า อาทิตย์หน้าจะปลดล็อคผักใบเขียวแล้วนะ . . เนื่องจากอยากกินผักบุ้งง่ะ


แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาสองอย่างนี้แล้ว . . ก็ไม่มีปัญหาอื่นอีก
และข่าวดีคือ น้ำตาลเราเริ่มลดแล้วนะ วัดจากน้ำตาลปลายนิ้วตอนเช้า
ตอนนี้ มันค่อยๆลดลงแล้ว ถึงจะลงไปทีละนิดๆ ก็เหอะ เพราะงั้น
ไม่สนใจน้ำหนักหรือไขมันละ ช่างแม่ม ตูจะสนแต่น้ำตาลอย่างเดียวพอ






ยังสู้นะ . . กำลังใจเต็ม 100% เลยแหละ . .


บันทึกโดย . . ตัวหนอนกิ๊วๆ

ปอลอ. เนื่องจากพรุ่งนี้อาจไม่ได้เข้าบล็อก เพราะงั้น
อัพมันสองบล็อกในวันนี้เลยแล้วกันนะ ฮ่าาาา



Create Date : 18 มีนาคม 2565
Last Update : 21 มีนาคม 2565 11:59:40 น. 0 comments
Counter : 1161 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณเริงฤดีนะ, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณหอมกร, คุณทนายอ้วน, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtuk-tuk@korat, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtanjira, คุณSweet_pills, คุณSleepless Sea, คุณkae+aoe, คุณ**mp5**, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Friends' blogs
[Add nonnoiGiwGiw's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.