ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
อดีตจนท.BBCฉะTPBSไปไม่ถึงฝั่ง-ไม่เป็นกลาง

16 ต.ค. 2008 - 16:57:51 น.

อดีตเจ้าหน้าที่ BBC ต้นแบบทีวีสาธารณะ ฉะแหลกไทยพีบีเอส ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ผ่านมาแล้ว 10 เดือน ข้อกำหนดจริยธรรม-การตั้งคณะกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน ก็ยังหายเงียบ แถมรายการยังเอียงกระเท่เร่ โดยเฉพาะขยันเสนอข่าวและคำแถลงการณ์ คำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่เคยนำเสนอภาพในด้านลบ สอนมวย การตั้งสภาผู้ชมไม่ใช่แค่รับเรื่องร้องทุกข์แต่ต้องออกไปรับฟังความเห็นด้วย สรุปทิ้งท้ายมือไม่ถึง ประชาชนไม่ได้ประโยชน์

ในที่สุดสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ หรือ ‘ไทยพีบีเอส’ ก็สรรหาผู้อำนวยการองค์กรได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ นายเทพชัย หย่อง อดีตบรรณาธิการเครือบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน 5 กรรมการนโยบาย และต่อมาได้รับเลือกให้นั่งรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการมาก่อนแล้วตามความ คาดหมาย

อ้างเลือก“เทพชัย”เพราะรู้งาน
ซึ่งนายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ได้ให้เหตุผลของคะแนนเอกฉันท์ทั้ง 9 เสียงของกรรมการนโยบายฯ ว่า เนื่องจากไทยพีบีเอส เป็นองค์กรใหม่ ที่ต้องเร่งทำงาน รวมถึงไม่มีเวลาสำหรับการฝึกงาน กรรมการจึงตัดสินใจเลือกนายเทพชัย ที่พร้อมจะทำงานได้ทันที

ขณะที่ในวันเดียวกันก็เป็นวันปิดรับการเสนอชื่อสมาชิกสภาผู้ชมและผู้ฟัง รายการ ซึ่งหลังจากนี้ คณะกรรมการนโยบายจะแต่งตั้งตัวแทนของประชาชนในภูมิภาค และกลุ่มต่าง ๆ ไม่เกิน 50 คน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากประชาชนในวงกว้างต่อการผลิตรายการของ องค์การ โดยจะมีการประชุมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ซัดTPBS ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน
นอกจากนี้อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เฝ้าดูจังหวะก้าวของ ‘ไทยพีบีเอส’ มาอย่างต่อเนื่อง นายกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ อดีตเจ้าหน้าที่บีบีซีภาคภาษาไทย ประจำกรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นองค์กรต้นแบบหนึ่งของทีวีสาธารณะไทยพีบีเอส ได้ให้สัมภาษณ์เวบไซต์ประชาไท ว่า ไทยพีบีเอส ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

นายกิตติพงษ์ เคยมีบทบาทในไทยพีบีเอสด้วยการเข้าไปช่วยร่างข้อบังคับด้านจริยธรรมของ วิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและการเผยแพร่รายการ ตามมาตรา 42 จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เขาได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทของไทยพีบีเอสไว้ว่า คนมอง ‘ไทยพีบีเอส’ เป็นฝันที่สวยงาม แต่ในความเป็นจริง กลับเป็นความจริงที่ไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะ 2 สิ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่จะทำให้ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะและต่างจากสื่อ อื่นยังไม่เกิดขึ้น

เรื่องสำคัญมีแต่เงียบหาย
สองสิ่งที่ว่านั้น หนึ่ง คือ ข้อกำหนดจริยธรรมของวิชาชีพ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 42 ว่าต้องให้กรรมการนโยบายจัดทำ โดยครอบคลุมเนื้อหาเรื่องความเที่ยงตรง หรือความเป็นอิสระของวิชาชีพ นายกิตติพงษ์ บอกว่าได้รับมอบหมายจากเทพชัยให้นำเสนอเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้ว เรื่องกลับเงียบหายไป ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ

อีกเรื่องที่สำคัญและทำได้ทันที คือเรื่องของการตั้งคณะกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน ตามมาตรา 46 ซึ่งกำหนดให้มีพนักงานรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ในกรณีที่ผู้ผลิตรายการ พนักงานลูกจ้างกระทำขัดต่อข้อบังคับจริยธรรมวิชาชีพ แต่ผ่านไปเกือบ 10 เดือนแล้วเช่นกัน ทั้งสองเรื่องนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ประชาชนจะสามารถใช้ช่องทางอื่นได้หรือไม่ เช่น การร้องเรียนผ่านทางสมาคมวิชาชีพสื่อต่างๆ นายกิตติพงษ์ บอกว่า องค์กรเหล่านั้นไม่มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง รับแล้วก็จะส่งต่อ ไม่ได้บังคับใช้ ถ้าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์จะมีสภาการหนังสือพิมพ์ แต่ไทยพีบีเอสทำตามแบบบีบีซี คือมีสภาผู้ชม ซึ่งตรงนี้บีบีซีทำอย่างเข้มแข็งมาก

วิพากษ์รายการทีวีประชาชน
ต่อคำถามว่า การดำเนินการของไทยพีบีเอสนั้นเป็นไปตามปรัชญาการก่อตั้งหรือยัง นายกิตติพงษ์ บอกว่า ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก ทั้งนี้ มี 2 กรณีที่แปลกใจ คือ กรณีแรก รายการสนทนาตอบโจทย์ ซึ่งได้เชิญนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาสัมภาษณ์ในวันที่เขาไปชกนายวิศาล ดิลกวณิช ผู้สื่อข่าวช่อง 3 แต่ปรากฏว่า นักวิชาการที่รายการเชิญมา คือ นางปาริชาติ สถาปิตานนท์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทีมงานของนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 2

หรืออีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ รายการตอบโจทย์ได้เชิญนักสิทธิมนุษยชนมาคุยกับตำรวจ นักสิทธิมนุษยชนคนนั้นคือนายสมชาย หอมลออ ปัญหาคือ นายสมชายเป็นสามีของกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส หรือนางมัทนา หอมลออ แต่ผู้ดำเนินรายการไม่ได้แจ้งผู้ชม ซึ่งไม่ยุติธรรม เพราะถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน

สงสัยเป็นกลางจริงหรือเปล่า
“ไม่ได้บอกว่า ห้ามเชิญมาเลย ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ก็ต้องเชิญ แต่ต้องบอกผู้ชมด้วยว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร อย่างหนังสือพิมพ์ต่างชาติ เวลาเขาเขียนถึงสื่อหรือหนังสือของเขา ก็ต้องบอกว่าหนังสือนี้พิมพ์โดยบริษัทในเครือของสื่อเรา เป็นต้น สมชาย หอมลออ ไม่ได้บอกว่าไม่รู้เรื่องนี้ แต่ก็ต้องเป็นธรรมกับผู้ชมว่า เป็นสามีของกรรมการนโยบาย หรือ อ.ปาริชาติก็เป็นคนจากเบอร์สอง เป็นต้น”

อีกตัวอย่างที่กิตติพงษ์ ยกขึ้นมาคือ เทปที่เชิญ นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายชัยชนะ อิงคะวัต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลแบบเนื้อๆ โดยผู้ดำเนินรายการไม่ได้ซักแบบสมดุล ซักค้านหรือซักแย้งเท่าที่ควรจะเป็น

ฉะ!เสนอแต่ข่าวด้านบวกม็อบ
ในด้านเทคนิค อดีตเจ้าหน้าที่บีบีซีภาคภาษาไทย ประจำกรุงลอนดอน วิจารณ์ว่า เมื่อเทียบกับศักยภาพของทีมงานแล้ว น่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ที่ปรากฏคือยังไม่สามารถทำข่าวที่ทันเกมทันการได้ มีหลายช่วงหากถ้าได้ดูรายการของไทยพีบีเอสในช่วงนี้จะพบว่า ไม่มีการตัดเข้ารายการสด และต้องไปเชื่อมสัญญาณจากช่องอื่นมา

ทั้งที่ปรัชญาการก่อตั้งระบุชัดเจนว่า ต้องเป็นผู้นำในการผลิตและสร้างสรรค์รายการข่าวสารคุณภาพสูง ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและส่วนรวม เมื่อเทียบในช่วงเกิดเหตุการณ์จึงเรียกว่าไปไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม ต่อจุดยืนหนึ่งที่เห็นได้ชัดในการนำเสนอข่าวของไทยทีวี ที่เน้นไปที่การตีกัน ‘ความรุนแรง’ นายกิตติพงษ์ มองเป็นสองด้านว่า ส่วนหนึ่งก็ดีแต่อีกส่วนหนึ่ง ก็ต้องพูดถึงการใช้ความรุนแรงของทั้งสองฝ่ายด้วย ช่วงนี้ไทยพีบีเอสพยายามเชิญตำรวจมา แต่ในฐานะสื่อก็ต้องมีการสอบสวน ไปเปิดเผยภาพของความรุนแรงจากฝ่ายพันธมิตรฯ ต้องไล่ถามผู้นำพันธมิตรฯ ด้วย

แนะต้องออกไปฟังสภาผู้ชม
“ผมไม่ค่อยเห็นการถามผู้นำพันธมิตรฯ เท่าไร ได้ดูช่วงตอบโจทย์บ้าง หรือนักข่าวที่ไปทำข่าวผู้นำพันธมิตรฯ ที่แถลงข่าวทุกวันๆ ที่ทำเนียบ เคยทำสกู๊ปเรื่องความรุนแรงของพันธมิตรฯ ไหม อาวุธมาจากไหน ไม้กอล์ฟมาจากไหน”

เมื่อถามว่า การมีสภาผู้ชมฯ จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ อดีตบรรณาธิการสำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาไทย มองว่า สภาผู้ชมฯ ไม่ใช่ผู้รับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นองค์กรที่ออกไปรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากประชาชนผู้ชมในวงกว้าง ในการผลิตรายการ โดยมีประชุมอย่างน้อยปีละครั้ง เนื่องจากจำนวนสมาชิกที่มีได้มากที่สุด 50 คน จะประชุมทุกวันหรือทุกเดือนคงเป็นไปไม่ได้ สภาผู้ชมฯ จะเป็นผู้เสนอไอเดียให้กับกรรมการนโยบาย เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว แต่รายการโทรทัศน์ออกอากาศทุกวัน

แนวทางการทำงานก็ไม่มี
“ขณะนี้เองพนักงานก็ต้องการคู่มือ หรือแนวทางที่ชัดเจนในการทำงานวันต่อวัน จึงต้องมีข้อบังคับจริยธรรมฯ และการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งก็น่าแปลกใจที่สิ่งเหล่านี้ได้เตรียมทำไว้ ตั้งแต่บอร์ดชุดก่อนแล้ว แต่มันก็หายไป” เขาย้ำไปที่จุดสำคัญอีกครั้ง

นอกจากการไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐและทุนแล้ว อดีตบรรณาธิการสำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาไทยมองว่า ยังต้องระวังกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งอาจกลายเป็นกลุ่มที่เข้ามาชี้นำทางความคิดด้วย
เมื่อเทียบกับช่องอื่นที่มีอยู่ตอนนี้ นายกิตติพงษ์มองว่า โครงสร้างและที่มาที่ไปของไทยพีบีเอสนั้นดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนการได้มาของกรรมการ ในอนาคต อาจต้องแก้กฎหมายให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากกว่านี้

สำหรับผลงานนั้น เขามองว่ายังไม่ออกมาอย่างที่คาดหวัง นั่นคือข่าวและรายการซึ่งเป็นสาระที่แตกต่าง“ก็ดูเทียบหลายช่องนะ อย่าง “ความจริงวันนี้” ก็มีประเด็นไม่ใช่ไม่มีประเด็น เปิดประเด็นที่น่าสนใจ ทำไมไทยพีบีเอสไม่เข้าไปตรวจสอบธุรกิจการเมืองทุกกลุ่ม เขามีรายการสืบสวนสอบสวนเหมือนกันกับรายการเปิดปมแต่เป็นสีสันมากกว่า ทำไมไม่ตรวจสอบทุกกลุ่มทั้งรัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่ หรือแม้แต่พันธมิตรฯ มันดูเท่าๆ กับที่อื่นไป หรือไทยพีบีเอสมีบุคลากรที่เก่งๆ เรื่องต่างประเทศเยอะ แต่ไม่รู้ทำไมไม่มีข่าวด้านต่างประเทศที่มันล้ำหน้าออกมา โดยเฉพาะข่าวรอบบ้านของไทย หรือแม้แต่ช่วงข่าวที่จะให้คนใช้ภาษามือให้ผู้พิการเข้าใจได้ ก็ไม่ยอมทำ ในกฎหมายก็เขียนไว้”

อยากเห็นวิสัยทัศน์ผอ.ทีวีไทย
นายกิตติพงษ์ วิพากษ์ว่า ตัวกฎหมายเขียนไว้แล้ว มีแนวทางเดินให้แล้ว แต่หายไปจึงเกิดการตั้งคำถามว่า หรือเพราะกรรมการชุดใหม่ไม่พอใจร่างเก่าจึงจะร่างใหม่อีก ทำให้ยังไม่บังคับใช้

ไทยพีบีเอส ต้องไม่คาดการณ์ว่าตัวเองปลอดจากกระแสการเข้ามาตรวจสอบ อย่าคิดว่า การเปลี่ยนกฎหมายเป็นไปไม่ได้ กฎหมายอาจโดนปรับปรุง ถ้าไม่ตรวจสอบการทำงานของตัวเองอย่างจริงจัง และรวดเร็ว ผู้สนับสนุนยุคก่อตั้งกฎหมายก็ดูอยู่ ถึงจุดหนึ่ง หากไม่ปฏิรูปปรับปรุง พันธมิตรฯ จะเสียไป

สุดท้าย อดีตเจ้าหน้าที่บีบีซีภาคภาษาไทย ประจำกรุงลอนดอน พูดถึงประเด็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมองว่ายังเป็นการมีส่วนร่วมจากประชาชนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

“ประชาชนยังไม่ค่อยทราบเรื่องการเลือกผู้อำนวยการไทยพีบีเอส หรือวิสัยทัศน์ของผู้อำนวยการผ่านสื่อของไทยพีบีเอสเลยว่าเป็นอย่างไร” เขากล่าวทิ้งท้าย

จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์
//www.prachatouch.com/content.php?id=10988


Create Date : 17 ตุลาคม 2551
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 3:27:19 น. 2 comments
Counter : 355 Pageviews.

 
ไทยพีบีเอส..ดูแล้วมีความพยายามที่จะ " ไม่เปิดเผยภาพของความรุนแรงจากฝ่ายพันธมิตรฯ " ซึ่งจะต้องให้ผู้นำพันธมิตรฯ ออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย


เหนืออื่นใด อยากเห็นชาติบ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข อยากเห็นรอยยิ้มของผู้คนกลับคืนมา อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีมีสุข...

ส่วนใครทำผิดกฎหมายอย่างไร ต้องเดินสู่กระบวนการยุติธรรมทุกคน !!



ส่วน NBT เป็นของกรมปชส. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ การที่จะมีรายการที่นำเสนอความคิดความอ่านไปทางรัฐบาล นั่น..ไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นสื่อของรัฐบาล

ฉะนั้น..ไทยพีบีเอส...ต้องทบทวนตัวเองให้มาก การที่ทำตัวเหมือน ASTV ... อันนี้ แปลกเกินกว่าจะบรรยาย...

หากจะอ้างเงื่อนไขใด ๆ อันจะนำมาสู่การทะเลาะ เบาะแว้ง ไทยพีบีเอสต้องถามคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่..จะใช้แต่คำว่า "ต้องเลือกฝ่าย..." เพราะการที่เคาพกฎหมายมากกว่ากฎหมู่ ซึ่งไทยพีบีเอสทราบแก่ใจดีว่า..
คุณใช้เงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศให้ข่าวคนไทยทั้งประเทศ...


โดย: ประชาชนที่ไม่ใช่ข้างพธม. IP: 114.128.1.145 วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:9:51:49 น.  

 
มาชมด้วยเหตุความคิดใกล้กันครับ


โดย: รมย์รวินท์ (รมย์รวินท์ ) วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:1:57:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.